พอเคลิ้ม ครึ่งหลับครึ่งตื่น ก็ถูกเรียกชื่อ “น้อง มน เอฟ อัง เอ๋ กร อุ้ย นิค โฟว์ มด สกาย น้ำหวาน ตื่นได้แล้ว” พวกเราตื่นตามเสียงถึงจะงัวเงียก็ตาม ตื่นแล้วตามพี่มา พวกเราทั้งกลุ่มเดินตามพี่เอ เหมือนตัวลอยๆ และไม่รู้สึกตัวเท่าที่ควร ฉันพยายามตั้งสติ ว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่เอ นี่อะไร” ฉันถามพี่เอที่เดินนำหน้า พี่เอไม่หันมาตอบแต่พาพวกเราไปยังสนามกีฬา ไปที่กลุ่มผีทหารญี่ปุ่นโดยไปยืนด้านข้าง กองทัพนั้น ฉันใมาก แล้ว กองทัพทหารญี่ปุ่นหันมาหาพวกฉันที่ยืนเรียงหน้ากระดานพอดี ฉันใมากแต่เพื่อนๆ ดูเหมือนคนละเมอ เหมือนจะไม่รู้สึกตัวกันเท่าไหร่
“พี่เอจะทำอะไร” ฉันทั้งสั่น ทั้งกลัว ทั้งสงสัย พี่เอไม่ตอบแต่พูดกับผีทหารญี่ปุ่น
“ท่านใดคุมกองทัพนี้ไม่ทราบ ข้าขุนหลวงมัตราเทพ (นามสมมตินะ ถ้าบอกเดี๋ยวรู้ว่าฉันอยู่โรงเรีนไหน เพราะเป็ชื่อของผู้ก่อตั้งโรงเรียน) ผู้ดูแลลูกหลานโรงเรียนหลวงแห่งนี้ขอพบเจอท่านผู้นำกองเทพ ขอรับ” **เดี๋ยวนะพี่เอเป็ท่านขุนที่ดูแลโรงเรียน เป็ถึงท่านขุนเลยเหรอ พวกคุณๆ คงเคยดูหนังสมัยโบราณ ส่วนมากท่านขุนจะแก่ๆ มีไม้เท้าใช่ไหม แต่พี่เอยังเป็เป็เด็กที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันอยู่เลย งงสิครับท่าน **
“อย่ามัวคิดไปเรื่อยเปื่อย ตั้งสติไว้” พี่จามจุรีเตือนฉัน
จากนั้นมีผีทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งแต่งชุดเต็มยศ น่าจะใช่เพราะชุดแตกต่างจากทหารที่ยืนเป็กลุ่มอยู่ดูแล้วน่าเกรงขามมาก**ฉันถึงกับขนลุกซู่เลย หนาวจับใจจริงๆ ดูแล้วแผ่รัศมี น่ากลัวเลยทีเดียว** เดินออกมายืนประจันหน้าพี่เอ
“ท่านมีอะไรจะพูดกับเรารึ” ฉันได้ยินแบบนั้น ความจริงน่าจะเป็ภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงได้ยินแบบนี้
“เรานำตัวเด็กๆ ที่ไม่รู้ความมาขอขมาท่าน ที่ไปหลบหลู่ ดูิ่ท่าน เด็กยังไม่รู้ความเช่นนี้ท่านจะถือสาหาความใย เราหวังว่าท่านจะมีใจเมตตา ยกโทษและอโหสิให้กับเด็กๆ อายุวัยเยาว์เช่นนี้” พี่เอพูดอย่างเป็ทางการ **ฉันอยู่กับพี่เอมาก็เพึ่งได้ยินพี่เอพูดแบบเป็ทางการและฉันก็ไม่เคยเห็นพี่เอเงียบขรึมแบบนี้มาก่อน** หัวหน้าผีญี่ปุ่นยืนตรงหน้าพี่เอดูเหมือนจะอ่อนลงจากท่าทาง แต่อยู่ดีๆ ก็ชี้มือไปทางไอ่อุ้ยและสกาย พี่เอหันตามมือที่ชี้
“2 คนนี้ก็ไม่ได้ พวกเขาเป็ลูกหลานที่นี่ ฉันต้องปกป้องที่นี้และคนที่นี่ด้วย” พี่เอตวาดเสียงใส่หัวหน้าผีญี่ปุ่น
“พี่จามจุรี เขาจะไม่ปล่อย อุ้ยกับสกายใช่ไหม” ฉันถามพี่จามจุรีที่ยืนหลังฉัน พี่จามจุรีพยักหน้าเป็คำตอบ ด้วยความเป็ห่วงเพื่อนฉันเดินขึ้นไปอยู่ข้างพี่จามจุรี
“ไม่ได้ ท่านทำแบบนี้ไม่ถูก ท่านจะไม่ปล่อย 2 คนนั้น แต่คนในการดูแลของท่านกลับมาทำร้ายโฟว์ เข้าสิงโฟว์ มันถูกต้องแล้วเหรอ ทำไมตอนแรกถึงไม่ไปทำ 2 ที่ว่าล่ะ มาทำกับคนไม่รู้ได้ไง ท่านไม่ยุติทำ ท่านไม่สมควรที่จะเป็หัวหน้าด้วยซ้ำ เป็ถึงหัวหน้าแต่ไม่สามารถควบคุมลูกน้องตัวเองได้ แล้วจะมาไม่ให้อภัยเพื่อนฉัน ฉันไม่ยอม อีกอย่างเรามาดี มาด้วยใจบริสุทธิ์ มาขอโทษ แต่ท่านเป็ถึงนายพลกลับถือสาเด็กอย่างพวกเรา ท่านไม่สมควรที่จะเป็ผู้นำด้วยซ้ำ” ฉันะโว่าหัวหน้าผีทหารด้วยความโมโห ‘เห้ออออออน้อง เขาคนญี่ปุ่นจะฟังรู้เื่ไหมเนี้ย ไม่คิดเลย’ พี่เอเอ่ยแทบเป็เสียงที่ลอยมาตามลมฉันไม่สนฉันมองหน้าหัวหน้านายทหารคนนั้น ดูเหมือนเขาทำหน้าไม่พอใจอย่างมาก
“ฉันเป็ครูของเด็กๆ พวกนี้ ฉันขอได้ไหมเ้าคะ ปล่อยเด็กๆ ไปเถอะเพราะยังไงพรุ่งนี้เด็กๆ ก็จะกลับแล้ว เดี๋ยวบอกเด็กๆ ทำบุญไปให้” ครูยุพินตอนแรกยืนท้ายแถวสุดตอนนี้มายืนข้างฉัน ฉันมองหน้าครูยุพิน ครูรักพวกเราถึงขนาดนี้เลยแม้ตายไปแล้วยังมาคอยช่วยเหลือพวกเราอีก จะไม่ทำให้พวกเรารักได้ยังไง
ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงบแทบได้ยินเสียงหายใจเลยทีเดียว ‘สรุปจะเอาอย่างไง’ ฉันรอคำตอบสุดท้ายไมได้คำตอบแถมยังดึง อุ้ย และสกายเข้าไปในกองแต่ไม่รู้อยู่กองไหน *ฉันเคยบอกแล้วว่ามี 5 กอง ในตอนนี้ 2 คนนั้นถูกจับเข้าไปกองไหนไม่รู้ * พี่เอมองหัวหน้าผีญี่ปุ่น
“ท่านจะกระทำเช่นนี้จึงรึ ท่านนายพล” พี่เอเริ่มมีน้ำเสียงโมโห แต่ก็ไม่ได้คำตอบซ้ำยังกองหทารญี่ปุ่นกำลังเดินทัพกลับ ฉันมองหน้าพี่เอ
“ไปปลุกเพื่อนๆ ตื่นเราต้องช่วยกันหาว่า 2 คนนั้นอยู่ไหน” พี่เอบอกฉัน ฉันสะดุ้งตื่นพร้อมเรียกเพื่อนๆ
“เห้ย! พวกแกตื่นได้แล้ว” ฉันเรียกเพื่อนๆ ตื่นจากความงัวเงีย แต่ละคนทำหน้างง แล้วพากันมองหน้าฉัน
“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ อุ้ย กับสกาย โดนจับไปแล้วไม่อยู่ไหน เราต้องช่วยกันหา โฟว์อย่ามัวกลัวนะ ต้องสู้ นั้นเพื่อนเรา น้ำหวานอีกคน อย่ามัวกลัวรู้ไหม พวกเราต้องทำให้ได้ อย่ามัวกลัว คิดแค่หาเพื่อนก็พอ เข้าใจไหม เดี๋ยวมีอะไรเรียกพี่เอ พี่จามจุรี เอ่อ แล้วก็ ครูยุพินนะ ฉันก็จะไปหาเหมือนกัน รีบเถอะเดี๋ยวไม่ทัน” ฉันบอกเพื่อนแล้วก็เริ่มเดินปนวิ่งไปหา 2 คนนั้น **ในใจคิดแต่ว่าขออย่าเป็อะไรเล้ย สกายมันน่าจะช่วยตัวเองได้ เพราะเรียนยูโดมา แต่ไอ่อุ้ยนี่ดิ ปากแจ๋วอย่างเดียวอีกทั้ง 2 คน ยังอยู่ไม่่ไม่รู้สึกตัวอีก ฉันนึกถึงปู่ ถ้าเป็ปู่จะทำอย่างไรนะ** ฉันวิ่งหากองทัพผีญี่ปุ่น เพราะตอนนี้พวกเขาหายไปหมดมีแต่สนามหญ้าว่างเปล่ากับเสาธงลูกเสือ
“เอาไงดี” ฉันพูดกับพี่เอ พี่เอมองหน้าฉันแล้วเอามือจับประคองหน้าฉันไว้
“น้องพี่ใจเย็นๆ ปู่ท่านสอนอะไรเ้ามาบ้าง เ้าก็ใช้สิ่นนั้นแหละ ไม่ใช่เลยทีเดียวที่ปู่ท่านจะไม่สอนเ้า ท่านสอนเ้าทุกวัน ตลอดเวลา ดูสิเ้าจะทำอย่างที่ท่านปู่ของเ้าสอนได้ไหม ถึงเวลาต้องใช้แล้ว น้องรักของข้า” พี่เอพูดจบก็หายแวบไปเลยส่วนฉันน่ะเหรอ งงอ่ะจ้า งองูล้านตัวสอนตอนไหน ฉันยืนหลับตานึกถึงปู่จากนั้นก็นั่งลง**ไม่ใช่คนไล่ผีนะแค่ยืนมันเมื่อยเลยนั่งลงแค่นั้น 555 ไม่มีอะไร ** ปู่สอนอะไรนึกให้ออกสิ
1 สวดมนต์ก่อนนอน
2 คาถาหลายบท
3 นั่งสมาธิ
4 ทำน้ำมนต์จากขมิ้นส้มป่อย
5 ไปไหนให้ไหว้พระก่อนนอนทุกครั้ง
ก็แค่นี้เองเอาไงจะเอาอะไรไปหาล่ะ ฉันมองเห็นทุกคนวิ่งบ้างเดินบ้างร้องเรียกชื่อ สกายกับอุ้ย ส่วนฉันยังนั่งที่เดิม ยังไม่ก้าวไปไหน แล้วอยู่ดีๆ ก็นึกออกมาได้ ‘สวดมนต์ไง บทอะไรไม่รู้จำอะไรได้ท่องไปก่อน’ ฉันเริ่มท่องโดยหลับตาไปด้วยมือก็จับพระและตะกรุดเสือไฟที่ห้อยเป็ประจำ แล้วนั่งท่องๆ ไปเื่ๆ สุดท้ายฉันเห็นสกายนอนอยู่ที่โรงยิม ส่วนอุ้ยอยู่หลังโรงเรียนโดยมีทหารญี่ปุ่นจับมัดมือนั่งหลับอิงกับต้นราชพฤก ฉันเห็นดังนั้นฉันลุกขึ้นเรียก “มด อัง เอฟ เอ๋และครูยุพิณ” พวกเขาวิ่งมาหาฉันฉันเห็นสภาพแต่ละคนแทบดูไม่ได้
“สกายอยู่ในโรงยิม” ฉันบอก
“แต่โรงยิมปิด จะเข้าไปได้ไง” อังถาม ฉันมองหน้าครูยุพิณ ครูยุพิณพยักหน้า แล้วก็พาเพื่อนที่ฉันเอ่ยไป ฉันเรียกเพื่อนที่เหลือมาหา
“อะไรมึง เจอแล้วเหรอ” มนถาม ฉันพยักหน้า
“เจอแล้ว บางทีฉันอาจต้องจัดการบางอย่างพร้อมกันด้วย ป่ะไปกัน อยู่หลังโรงเรียนใต้ต้นราชพฤก” ฉันพูดจบก็พาเพื่อนที่เหลือไป เป็ดังคาด พี่เอ กับพี่จามจุรี ยืนอยู่ตรงนั้น ฉันไม่มองหน้าผี 2 พี่ เพราะรู้ว่าพวกเขารู้แต่ยังให้ฉันหาอีก ฉันบอกให้เพื่อน
“ท่องอิติปิโส 108 จบ ไปเรื่อยๆ แล้วหลับตาไม่ต้องสนใจอะไร ได้ยินก็ไม่ต้องสนใจ เข้าใจนะ” เมื่อเพื่อนๆ เริ่มท่อง ฉันแหวกพวกทหารผีญี่ปุ่นที่ล้อมรอบอุ้ยทุกสายตาของผีหันมามองฉันแต่ฉันไม่ทันดูตาดูแค่อุ้ยที่นั่งหลับตาแล้วโดนมัดมือไขว้หลังอย่างนั้นฉันนั่งลงแกะเชือกแต่มันไม่ออก **ก็ฉันไม่ใช่คนไล่ผี จะให้ฉันทำไง ใจกล้าฝ่าเข้ามาจากผีทหารเป็ร้อย มันจะลุมกินโต๊ะฉันหรือไม่นี่ พี่เอ พี่จามจุรีก็อยู่ไม่น่าเป็ไรมั้ง แกะก็ไม่ออกเอาไงดีว่ะ ** แล้วผีทหารก็ขยับเข้ามาใกล้ฉันทั้งกลิ่นสาบสางทั้งความเลอะเทอะของตัวทหารฉันพยายามแกะเชือกให้อุ้ยเร็วที่สุด แต่แกะไม่ได้
“ไอ่อุ้ยมึงตื่นก่อนเดี๋ยวนี้” ฉันเรียกไอ่อุ้ย พร้อมเขย่าตัวให้อุ้ยรู้สึกตัว อุ้ยค่อยๆ ลืมตาเดี๋ยวนี้นะ
“อ้าววววน้องมึงมาได้ไง กูกำลังฝันว่ากูถูกผีญี่ปุ่นจับมัด แล้วมันก็พูดอะไรไม่รู้กูฟังไม่ออก” ฉันได้ยินอุ้ยบอกด้วยเสียงสั่นเครือ
“ก็อย่างที่แกบอกน่ะ นั้นไงเคยหน้าแล้วดู” ฉันบอกอุ้ย ทำให้อุ้ยถึงกับตกตะลึง
“แล้วพี่เอของแก กับพี่จามจุรีล่ะ” อุ้ยถามพร้อมขยับแขนที่ถูกมัดไว้ให้หลุด
“ไม่รู้ไม่สน พี่เอไม่ใช่ของฉัน” ฉันพูดบอกอุ้ยไปเพราะความโกรธที่พี่เอปิดบังเื่ส่วนตัวที่ไม่บอกฉัน แต่ตอนนี้ฉันต้องสนใจอุ้ยก่อน เพราะผีทหารเริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนสุดท้ายฉันท่องคาถาชินบัญชรและท้าวเวชสุวรรรณ **ไม่รู้ล่ะฟังรู้เื่ และไม่รู้ไม่สน ขอช่วยเพื่อนก่อน** แล้วมันก็ได้ผลผีทั้งหลายหายไปกับตารวมพี่เอ กับพี่จามจุรีด้วย เชือกที่มัดอุ้ยก็หลุดออก ฉันเรียกเพื่อนๆ ที่ท่องอิติปิโส
“พอแล้วเพื่อนช่วยอุ้ยได้แล้วเดี๋ยวเราไปรวมตัวกันที่สนามฟุตบอล” ฉันบอกเพื่อน พวกเราเดินกันไปที่สนามฟุตบอล และแล้วไปเจออีกกลุ่มที่ไปโรงยิม ฉันยิ้มเมื่อเจอเพื่อนๆ ที่เหลือ เรานั่งทรุดลงพื้นหญ้าเหมือนว่าเราพวกผ่าศึกามาอย่างยาวนาน
เสียงนกหวีดดังขึ้น ทำเอาพวกเราสะดุ้งตื่น อย่าง งง
“ฝันเหมือนจริงมากเลยว่าม่ะพวกเรา” อุ้ยเอ่ย
“ใช่ อย่าปากหมาอีกล่ะกันเพื่อนๆ เหนื่อย” สกายเอ่ยเตือนอุ้ย
“มึงก็เหมือนกัน ไอ่สกาย” อังเตือนเพื่อนคู่หู คู่ลุย
“นั้นสิ เพื่อนฉิบหาย กูไม่เอาแล้วนะโว้ย” กรบอกพร้อมเก็บของกันโดยไม่มีใครพูดอะไรต่อ
“ฝันเหมือนจริงมาก” มนเอ่ยขณะกำลังหิ้วกระเป๋าออกจาห้องไป รวมกับเพื่อนกลุ่มอื่นๆ เพื่อไปร่วมกิจกรรมปิดค่ายลูกเสือ
“จริงมาก ไอ่น้อง มึงดูสิ ข้อมือกู เป็รอยเหมือนโดนเชือกมัดเลย” อุ้ยเอามาให้ฉันดู ฉันดูรอย ที่ข้อมือนั้น
“คิดมากบังเอิญมั้ง” ฉันบอก แล้วเดินออกจากห้องไป โดยมีไอ่อุ้ยเดินตามหลังมา แล้วอยู่ดีๆ ไอ่อุ้ยสะดุดขอบประตูแล้วล้มกลิ้งลงมาที่บันได ร้องโอดครวญเสียงดังทำให้ครูนิคมาดู สรุปต้องส่งโรงพยาบาลเพราะขาอาจจะหัก
ฉันยืนทำกิจกรรมปิดค่ายลูกเสือหลังปิดค่ายลูกเสือ ก็ปิดเทอมแล้วก็จะไม่ได้มาที่โรงเรียนจนกว่าจะเปิดเทอมแล้วก็เป็เทอมสุดท้ายที่จะจบม.ต้น ครูนิคทำหน้าที่ตามปกติสุดท้ายครูนิคได้บอกทุกคนเื่ครูยุพินที่เสียชีวิต ทำเอาทุกคนเงียบครูนิคสั่งไว้อาลัย พวกฉันรู้อยู่แล้วแต่อดน้ำตาไหลไม่ได้ ตอนยืนไว้อาลัยฉันเงยหน้าไปดูครูยุพิณที่กำลังโน้มตัวเหมือนขอบคุณทุกคนที่ไว้อาลัยให้ ฉันมองครูยุพินก็อดที่จะน้ำตาไหลได้ ฉันหันไปมองใต้ตึก ไม่เจอพี่เอ หรือพี่จามจุรีเลย แต่ฉันก็ไม่สนใจ ขนาดเราเป็คนยังเหนื่อยขนาดนี้ ผีที่คอยช่วยก็คงเหนื่อยเหมือนกัน แล้วก็เลิกแถวจบการเข้าค่ายลูกเสือ ฉันมานั่งใต้อาคารมองดูสนามฟุตบอลนาดเล็กที่เกิดเื่ราวมากมาย ใน 2คืนนี้ รู้เื่ความจริงอะไรหลายๆ อย่าง ฉันมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย แล้วไปสะดุดกับท่านผีนายพลทหารญี่ปุ่น ท่านทำความเคารพฉัน
‘ท่าน ขอบคุณนะคะที่ลงโทษไอ่อุ้ยแค่นั้น มันจะได้ไม่ปากดีอีก เดี๋ยวจะนัดเพื่อนไปทำบุญให้ทุกท่านนะคะ อีกอย่างามันจบแล้ว ไปเกิดกันเถอะคะ เดี๋ยวจะทำบุญไปให้’ ฉันเห็นกองทหารญี่ปุ่นเป็ร้อยไม่ใช่สิเป็พันอยู่ตรงสนาม ทุกคนล้วนแต่แต่งตัวเต็มยศในรูปร่างลักษณะเป็คนปกติที่สะอาดสะอ้าน ทำความเคารพฉันแล้วจางหายไป
“มึงกลับไงน้อง” โฟว์ถาม เพราะเห็นฉันนั่งเหม่อลอย
“พ่อมารับ” ฉันตอบสั้นๆ แต่ก็ยังไม่ได้โทรหาพ่อ
“แล้วโทรบอกยัง เรารอเป็เพื่อนก็ได้นะ” เอ๋บอก
“ไม่เป็ไร จริงดิลืมโทรหาพ่อ ไปโทรหาพ่อก่อน ฝากกระเป๋าไว้ด้วยนะ” แล้วฉันก็วิ่งไปโทรหาพ่อบอกให้มารับ แล้วก็เดินมายังกระเป๋า ซึ่งมีเอ๋และโฟว์ นั่งเฝ้าอยู่
“พวกแกยังไม่กลับอีกเหรอ” ฉันถาม
“รอพ่อแกมาก่อนจะกลับ” โฟว์บอก เพราะโฟว์กับเอ๋บ้านใกล้กันเลยกลับด้วยกันบ่อยๆ
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวไปรอพ่อที่หน้าโรงเรียน” ฉันบอกเพื่อนทั้ง 2 คน เพราะเห็นพี่เอนั่งอยู่ม้าหินอ่อนหน้าโรงเรียนที่เดิม ตัวเดิม ที่ฉันเจอครั้งแรก
“แน่นะ ไหวนะ แกน่ะหนักกว่าเพื่อน ถึงเราจะจำได้คร่าวๆ ก็ตาม” โฟว์บอก
“อืมมมมม ไปเถอะ” แล้วฉันก็แบกกระเป๋าไปหน้าโรงเรียนโดยเดินผ่านพี่เอไปโดยไม่สนใจไปรอตรงข้างหน้าโรงเรียน สักพักพ่อก็มารับ
มาถึงบ้าน ฉันเดินแบกกระเป๋ามาเหมือนคนไม่มีแรง ปู่เดินเช้ามาหา พร้อมกับพูดขึ้น
“เหนื่อยหน่อยนะ เดี๋ยวอาบน้ำขมิ้นส้มป่อย แล้วพักเยอะๆ รู้ยังว่ามันใช้พลังงานมากแค่ไหน 5555”
“รู้แล้วค่าปู่ ว่าแต่ปู่รู้ได้ไง พี่จุกรายงานอีกล่ะดี เก่งแต่รายงานไม่เคยช่วยเลย” ฉันบ่นพี่จุก ฉันได้ยินเสียงพี่จุกหัวเราะลอยมากับสายลม
“พี่ไม่เข้าไปช่วยมันนอกเหนือคำสั่ง อีกทั้งไม่ใช่เขตพื้นที่ ไปอาบน้ำไปนอนเลย ไอ่ตัวแสบ” ฉันแบกร่างตัวเองไปอาบน้ำที่ปู่ทำไว้ให้ แล้วเดินขึ้นเตียงนอน
“น้อง…” ฉันได้ยินเสียงเรียก แต่ไม่สนใจแล้ว ตาที่ปิดพร้อมกับสมองที่ดับหมดการรับรู้รอบกาย