หลังจากจัดการเื่การเงินเรียบร้อยแล้ว จินก็หยิบผลึกแห่งความทรงจำโบราณขึ้นมาสำรวจอีกครั้ง เขาลูบไล้ไปตามพื้นผิวที่เรียบเนียน พยายามััถึงพลังงานหรือความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
จินพยายามเชื่อมต่อกับผลึกด้วยพลังที่เขามี แม้ว่าจะอ่อนแอลงอย่างมาก แต่เขาก็ยังคงสามารถเชื่อมโยงกับเรลม์ แห่งความเป็ไปได้ ได้เล็กน้อย เขาพยายามใช้พลังนั้นเพื่ออ่าน ผลึก คาดหวังว่าจะสามารถปลดล็อกข้อมูลที่อยู่ภายในได้
แต่แล้ว ความพยายามของเขาก็ต้องหยุดลง เมื่อเขาััได้ถึงความอ่อนล้าอย่างรุนแรง พลังที่เขามีแทบไม่เหลืออยู่เลย ร่างกายเขาหืดแห้งราวกับถูกดูดมานาออกไปจนหมดสิ้น
จินถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ดูเหมือนว่าพลังของข้ายังไม่พอที่จะไขปริศนานี้” เขาบ่นกับตัวเอง
ด้วยความเหนื่อยล้า จินตัดสินใจวางผลึกไว้ก่อน และหันไปหยิบหินมานาธาตุน้ำออกมา หินเ่าั้เปล่งแสงเรืองรองในความมืด เขาตั้งใจจะดูดซับมานาเพื่อฟื้นฟูพลังและเริ่มฝึกฝน
จินนั่งสมาธิ ปิดเปลือกตาลง พลังงานจากหินมานาเริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างช้าๆ แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ
แทนที่จะรู้สึกเพียงแค่การฟื้นฟูพลัง จินกลับััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งในร่างกายของเขา ช่องว่างภายในร่างกายที่เคยมีขีดจำกัดในการกักเก็บมานา กลับขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว!
มานาไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องราวกับเขื่อนที่พังทลาย ความรู้สึกเย็นวาบผสมกับความเ็ปรุนแรงราวกับมีบางสิ่งกำลังฉีกกระชากจากภายในแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
จินรู้สึกถึงความเ็ปเล็กน้อยในตอนแรก แต่แล้วความเ็ปนั้นก็ทวีคูณขึ้นราวกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านในเส้นเืทุกเส้น ไม่นานความเ็ปก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง ราวกับพลังงานบริสุทธิ์กำลังหลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มทุกเซลล์ เขาดูดซับหินมานาไปทีละก้อน
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ดวงตาของจินเปล่งประกายด้วยความประหลาดใจระคนยินดี เขาแทบไม่เชื่อสิ่งที่ร่างกายของเขาสามารถทำได้
ร่างกายของเขาตอนนี้สามารถกักเก็บมานาได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่า! และไม่ใช่แค่ปริมาณเท่านั้น แต่ความหนาแน่นของมานาภายในตัวเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นั่นหมายความว่าเมื่อเขาเริ่มใช้เวทมนตร์ได้อีกครั้ง เวทมนตร์ของเขาจะทรงพลังกว่าจอมเวทในระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด และบางทีอาจจะสามารถใช้เวทข้ามขั้นได้เลย
นี่คือผลจากการที่ร่างกายของเขาถูกบีบเค้นจนถึงขีดสุดเมื่อมานาหืดแห้ง จินเข้าใจในทันที ราวกับว่าร่างกายของเขามีกลไกป้องกันตนเองโดยการขยายขีดจำกัด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่พลังงานหมดสิ้นไปในอนาคต ความรู้สึกทึ่งในศักยภาพของตนเองผสมกับความตื่นเต้นกับพลังที่เพิ่งค้นพบถาโถมเข้ามาในใจ
จินลุกขึ้นยืน เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนในร่างกายอย่างเต็มเปี่ยม แม้จะยังไม่สามารถร่ายเวทมนตร์ได้ แต่เขาก็รับรู้ถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
“นี่มัน… สุดยอดไปเลย!” จินอดที่จะอุทานไม่ได้ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก
“เ้าเป็ผู้สรรสร้าง จิน” อควาเอ่ยขึ้น เสียงของเขายังคงราบเรียบ แต่เงาร่างของเขามีการสั่นไหวเล็กน้อยบ่งบอกถึงความประหลาดใจที่เก็บซ่อนไว้ “ร่างกายของเ้ามีความสามารถในการปรับตัวที่เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไป นั่นคือคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งของผู้สรรสร้าง”
จินพยักหน้า ความหวังอันริบหรี่ที่เคยมีเริ่มส่องประกายสว่างขึ้นในใจ เขารู้สึกราวกับได้ค้นพบกุญแจสำคัญสู่ทางลัดแห่งความแข็งแกร่ง
“ข้าจะใช้มานาจากหินมานาและแกนอสูรเพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟูพลังเวทของข้า และเมื่อนั้น…ข้าจะไขปริศนาของผลึกนี้ให้ได้” จินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
จินรู้ว่าการฟื้นฟูพลังเวทของเขาจะใช้เวลา แต่ด้วยปริมาณมานาที่กักเก็บได้มากขึ้นถึงสามเท่า และความหนาแน่นที่เพิ่มขึ้น เขาเชื่อว่าจะสามารถร่นระยะเวลาการฟื้นตัวได้เป็อย่างมาก และเมื่อพลังเวทกลับมาเต็มที่ การไขปริศนาของผลึกแห่งความทรงจำจะไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้อีกต่อไป
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จินสั่งซื้อหินมานาจำนวนมากมาส่งที่โรงแรมอีกครั้ง เพื่อใช้ในการเร่งฟื้นฟูพลังและพัฒนาธาตุเวทมนตร์ของเขา ซึ่งครั้งนี้จินลงทุนเพิ่มไปกว่า 150 ล้านเอสเซนซ์
จินเริ่มกระบวนการดูดซับมานาทันที เขานั่งสมาธิอย่างลึกซึ้ง พลังงานจากหินมานาหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเขาที่ขยายขีดจำกัดในการกักเก็บมานาได้ถึงสามเท่า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าทึ่ง การฟื้นฟูพลังเวทของเขาจึงรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
ตลอดระยะเวลา 7 วัน จินขลุกอยู่แต่ในห้องพัก ดูดซับมานาอย่างไม่หยุดยั้ง ร่างกายที่เคยหืดแห้ง กลับมาเต็มเปี่ยมด้วยพลังเวทอีกครั้ง ทุกๆวันที่ผ่านไป เขาััได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ
ในที่สุด เมื่อครบ 7 วัน พลังเวทของจินก็กลับมาสมบูรณ์ และไม่เพียงแค่นั้น ด้วยความสามารถในการกักเก็บมานาที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพในการดูดซับที่เหนือกว่า เขาได้ตัดสินใจดูดซับหินมานาที่เหลืออยู่ต่อเพื่อพัฒนาพลังเวทของตนเอง
ทำให้พลังเวทของเขาในระดับนักเวทชั้นกลางอยู่ในความเสถียรสมบูรณ์แล้ว
แม้ระดับพลังเวทที่แสดงออกมาจะดูเหมือนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยร่างกายที่สามารถกักเก็บมานาได้มากกว่าปกติถึงสามเท่า ทำให้ความหนาแน่นและพลังทำลายของเวทมนตร์ที่เขาใช้ทรงพลังยิ่งกว่าจอมเวทในระดับเดียวกันมากนัก เวทมนตร์ของเขาจะสามารถเทียบเท่าหรือเหนือกว่าเวทมนตร์ขั้นสูงของคนอื่นได้
ในขณะเดียวกัน อควาก็ได้ดูดซับพลังงานจากแกนอสูรที่ประมูลมาได้สำเร็จ กระบวนการดูดซับใช้เวลาพอสมควร แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าประทับใจยิ่งกว่า
ออร่าสีน้ำเงินเข้มที่แผ่ออกมาจากอควาหนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาส่องประกายระยิบระยับด้วยพลังงานที่เพิ่มขึ้น เมื่อพลังงานจากแกนอสูรถูกดูดซับจนหมดสิ้น อควาลืมตาขึ้น และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
“แกนอสูรชิ้นนี้สุดยอดมาก” อควาเอ่ย น้ำเสียงแฝงด้วยความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง “พลังงานธาตุน้ำที่บริสุทธิ์และกระแสเือสูรที่ทรงพลัง มันยกระดับข้าขึ้นไปอีกขั้น รอข้าปรับสมดุลให้มั่นคงก็พร้อมทะลวงระดับอีกครั้ง”
ระดับพลังเวทของอควาเพิ่มขึ้นเป็จอมเวทชั้นต้นแล้ว
“จิน” อควาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “เ้าเองก็ยกระดับพลังได้ดีเยี่ยม แต่ข้ามีคำเตือน”
จินตั้งใจฟัง “ว่ามาสิ”
“การเร่งระดับพลังเวทนั้นง่าย แต่การทำให้แต่ละขั้นมั่นคงนั้นสำคัญยิ่ง” อควาอธิบาย “ยิ่งเ้าเร่งรีบมากเท่าไหร่ พื้นฐานของเ้าก็อาจจะไม่แข็งแกร่งพอ นักเวทหลายคนมักจะติดกับดักนี้ พุ่งทะยานขึ้นระดับอย่างรวดเร็ว แต่กลับควบคุมพลังได้ไม่สมบูรณ์ หรือไม่สามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้เต็มที่”
“หากเ้าค่อยๆ ก้าวไปทีละขั้นอย่างมั่นคง ทำให้แต่ละระดับเสถียรอย่างแท้จริง เ้าจะสามารถแสดงพลังเวทได้เหนือกว่าพวกที่เร่งรีบเพิ่มระดับอย่างไม่ยั้งคิด การควบคุมพลังและความเข้าใจในเวทมนตร์อย่างลึกซึ้ง จะทำให้เ้าเป็จอมเวทที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง” อควากล่าว
จินพยักหน้าอย่างเข้าใจ คำเตือนของอควานั้นมีเหตุผล เขารู้ว่าการสร้างรากฐานที่มั่นคงนั้นสำคัญเพียงใด ไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลขระดับพลังเท่านั้น
“ข้าเข้าใจแล้วอควา ข้าจะจำคำเตือนของเ้าไว้” จินกล่าว