ครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 32 เกราะหลัง

           สวี่เหรากลับมาเกี่ยวข้าวสาลีต่ออีกครั้ง การเก็บเกี่ยวในฤดูร้อนนั่นก็คือการแย่งอาหารออกจากหัตถ์ของเทพเซียน หากฝนตกขึ้นมาการเก็บเกี่ยวในปีนี้ก็จะล้มเหลว ดังนั้นก่อนหน้านี้ตอนที่สั่งให้คนในสำนักงานเขตมาช่วยกันเกี่ยวข้าวสวี่เหราได้กำชับแล้วกำชับอีก ว่าจะต้องให้ทุกคนรีบลงมือ อย่าได้เห็นว่าแดดดีแล้วจะเก็บเกี่ยวล่าช้าได้อากาศในตอนนี้เปลี่ยนไปไวมากเกินไป ผู้ใดจะไปรู้ว่าเมฆสีใสพวกนี้จะนำพาฝนมาด้วยหรือไม่?

            ตรงหน้าแปลงนาได้สร้างลานขนาดใหญ่เอาไว้ เพื่อตอนที่เก็บเกี่ยวเสร็จยังพอที่จะเอามาใช้ตากแห้งได้ปกติแล้วตรงนี้จะเป็นพื้นที่กว้าง ซึ่งมักจะมีพวกเด็กๆ มาวิ่งเล่นกัน

            ข้าวสาลีที่เกี่ยวออกมาจะถูกนำมาวางและตากเอาไว้ตรงลานกว้าง บุรุษที่มีกำลังวังชาดีก็จะลากคราดที่ทำจากไม้วิ่งไปวิ่งมาอยู่ในแปลงนาเมื่อถึงเวลาเอาข้าวสาลีมาตี ร่อนข้าว ตากแดด ทุกวันตรงลานกว้างจะเต็มไปด้วยความครึกครื้น

            ตอนกลางวันแสงแดดจากดวงอาทิตย์ร้อนมาก ทว่าหลังจากพระอาทิตย์ตกดินแล้วลมกลางคืนกลับหนาวเย็น

            สวี่ตี้ที่งานยุ่งมาทั้งวันก็ย้ายเก้าอี้ไม้เล็กๆ มานั่งตรงด้านข้างลานตากข้าวแล้วมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวหัวหน้าหมู่บ้านที่มาจากหมู่บ้านจางเห็นเด็กชายอายุสิบสองปีผู้นี้ ในใจรู้สึกว่าเด็กอายุน้อยคนนี้น่านับถือจริงๆตอนกลางวันก็ทำงานทำการ และมิใช่เพราะว่าตนเองมีบิดาเป็นถึงผู้พิพากษาประจำท้องถิ่นจึงไม่คิดจะทำอะไรแล้วก็มิใช่เพราะตนเองอายุน้อยจึงทำงานน้อย นี่ทำให้เหล่าบุรุษในหมู่บ้านต่างนับถือเขามาก

            เมื่อเห็นว่าหัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว สวี่ตี้รีบไปยกเก้าอี้ไม้ในเรือนมาอีกหนึ่งตัวแล้วก็สั่งให้หัวหน้าผู้ดูแลสวนสกุลจ้าวไปย้ายโต๊ะไม้มาที่นี่พร้อมชงชามาให้

            หัวหน้าหมู่บ้านรีบกล่าวขอบคุณ และไม่ได้พูดอ้อมโลกอันใดอีก เขาเปิดประเด็นขึ้นมาตรงๆ“คุณชายขอรับ ข้ามาที่นี่เพื่ออยากจะบอกว่าหมู่บ้านของพวกเราอยากจะปลูกข้าวสาลีกับท่านในฤดูใบไม้ร่วงขอรับ”

            หมู่บ้านสกุลจางได้เช่าที่นามานานหลายปีแล้วสวี่ตี้เองก็ไม่อยากจะทำการเปลี่ยนแปลงอะไรจึงกล่าว “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านหมู่บ้านของพวกท่านอยากจะปลูกข้าก็ต้องยินดีอยู่แล้วท่านมองดูข้าวโพดในที่นาพวกนั้นสิขอรับ รอจนถึงฤดูใบไม้ผลิก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้วเก็บข้าวโพดเสร็จแล้วก็จัดการหน้าดิน จากนั้นค่อยปลูกข้าวสาลี วนกันไปเช่นนี้หนึ่งปีก็เท่ากับว่ามีธัญพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวได้สองครั้ง”

            หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้าอย่างแข็งขัน“คนส่วนมากในหมู่บ้านของพวกเราเห็นท่านปลูกเช่นนี้มาสองปีแล้วได้ผลผลิตอย่างไรในใจของพวกเราย่อมรู้ดีที่สุด ชาวบ้านอย่างพวกเราน่ะไม่มีความต้องการอย่างอื่นเพียงคิดว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากๆ เติมท้องให้อิ่มในแต่ละมื้อหาเงินได้มากขึ้น ทำให้บุตรหลานในเรือนสามารถแต่งงานหาภรรยาหรือสามีแต่งออกไปได้เท่านี้ก็พอแล้วขอรับ”

            สวี่ตี้ยิ้มรับคำพูดที่หัวหน้าหมู่บ้านพูดกับตน หัวหน้าหมู่บ้านชราพูดอยู่นานก็มองเด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้ก่อนที่ตนเองจะหัวเราะออกมา “ข้าอายุปูนนี้แล้วท่านอย่าได้รังเกียจที่ข้าบ่นเลยนะ”

            สวี่ตี้ส่ายหน้า “ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านขอรับ ข้าไม่รังเกียจเลยไม่รังเกียจ ท่านเห็นทางน้ำในที่นาของข้าหรือไม่ข้าอยากจะทำให้ที่ดินพวกนี้ทำเหมือนกัน ขุดทางน้ำเอาไว้ในที่นาเช่นนี้ตอนที่รดน้ำก็จะสะดวกมากขึ้น ท่านกลับไปปรึกษากับคนในหมู่บ้านของท่านดูนะขอรับหากยินยอม รอจนถึงตอนที่ปลูกข้าวสาลีแล้วค่อยมาขุดทางน้ำด้วยกัน ต่อไปปลูกพืชผักยามรดน้ำก็จะสะดวกขึ้นเยอะเลยขอรับ”

            หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้ารับ หนึ่งปีกว่านี้มองดูคุณชายอายุน้อยคนนี้ทำที่ดินขนาดใหญ่ให้เป็นระเบียบซึ่งหัวหน้าหมู่บ้านเองก็เป็นคนที่มีความรู้รู้ว่าพืชพันธุ์ที่คุณชายปลูกส่วนมากเป็นสิ่งที่ตนเองไม่เคยเห็นมาก่อน เขาจึงสนใจกับมันมากในใจก็คิดอยู่ตลอดว่าเมื่อใดจะสามารถเอาเมล็ดจากทางคุณชายมาปลูกได้พอเห็นสวี่ตี้หาคนมาทำที่นาหลายไร่ ทั้งยังใช้เถาวัลย์ล้อมเอาไว้ก็รู้แล้วว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่เหมือนกับของปกติ โชคดีที่คนในที่นามีไม่มากตอนที่งานในที่นาเยอะก็จ้างคนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านจึงเริ่มที่จะให้ความสนใจกับเรื่องนี้

            แน่นอนว่าสวี่ตี้เข้าใจว่าหัวหน้าหมู่บ้านนั้นหมายความว่าอย่างไรตอนนี้กลัวก็แค่เขามีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ขอแค่มีความคิดเหมือนกันเขาก็สามารถทำตามความคิดของสวี่ตี้ได้ผักหลายชนิดที่อยู่ในนา ต่อไปการดูแลจะต้องใช้คนมากขึ้น สวี่ตี้จึงคิดที่จะจ้างคนในหมู่บ้านจางเจีย

            สวี่จือมาถึงที่นาก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากในทุกๆ วันเย็นวันนี้อาหารที่กินก็คือข้าวธัญพืช ธัญพืชสดใหม่หลังจากใช้หินมากลิ้งทับหลายรอบเมื่อได้ที่ก็เอามาต้มใส่ถั่วเขียว ต้มจนเหนียวติดกันก็ได้ที่ รับประทานคู่กับอาหารดอง เพียงกับข้าวถ้วยใหญ่ๆ แค่นี้ก็อิ่มได้แม้ไม่ต้องทานข้าว

            หลังจากสวี่จือช่วยมารดาของตนเองทำงานบ้านงานเรือนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินไปที่หน้าประตูเรือนเห็นสวี่ตี้กำลังนั่งอยู่ตรงนั้นจึงเดินเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงด้านข้าง “เกอเกอ ท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ?”

            นี่เป็นยามราตรีในเดือนห้า ท้องนภาทางตะวันตกเหลือเพียงเส้นสีแดงทึบท้องนภาทางด้านตะวันออกมีเศษเสี้ยวของพระจันทร์ทั่วทั้งฟากฟ้าสามารถมองเห็นดวงดาวนับพันอยู่รางๆ

            สภาพแวดล้อมที่ไร้มลพิษจากโรงงาน ดวงดาวบนท้องฟ้ามองแล้วจึงสว่างเป็นพิเศษสวี่ตี้รู้สึกว่าไม่ต้องทำอย่างอื่น เพียงแค่อยู่ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนมองดวงดาวพร่างพราวส่องสว่างเต็มท้องฟ้าอารมณ์ก็ดีมากๆ แล้ว

            สวี่ตี้ถอนหายใจยาว “พี่กำลังคิดว่าดาวบนท้องฟ้านี่สวยจริงๆ”

            สวี่จือเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าแล้วถามออกมาด้วยความสงสัย“ดวงดาวมีอะไรงดงามหรือเจ้าคะ ตั้งแต่เด็กจนโตก็เป็นเช่นนี้มาตลอดมิใช่หรือเจ้าคะ?”

            สวี่ตี้หัวเราะ น้องสาวของตนคนนี้ไม่เคยผ่านเรื่องราวอย่างที่ตนเองเคยผ่านมา จึงไม่รู้อยู่แล้วว่าเด็กที่เติบโตในเมือง ตอนกลางคืนมองเห็นเพียงแสงจากไฟฟ้าเท่านั้น มีหรือจะเห็นดวงดาวเช่นนี้?

            สวี่จือมองพี่ชายของตนเองไม่ได้พูดอะไรต่อจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา “ท่านพี่เจ้าคะที่แท้การปลูกพืชก็ทำให้ในใจของคนอารมณ์ดีนะเจ้าคะ เอาเมล็ดใส่ลงไปในดินจากนั้นก็รอดูเมล็ดค่อยๆ งอกรากออกมา เติบโต ออกดอก ออกผลสุดท้ายก็เป็นอาหารของพวกเรา ทำให้ท้องของทุกคนไม่หิว เกอเกอ ต่อไปข้าจะเรียนการปลูกพืชตามท่านดีหรือไม่เจ้าคะ?”

            สวี่ตี้ได้ยินคำพูดของน้องสาวก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง หากเคยอยู่ในยุคที่ตนเองเคยอยู่น้องสาวชอบเรียนเกษตร อย่างมากก็ให้น้องสาวไปสอบวิชาเกษตรได้ต่อไปบางทีก็ทำวิจัยหรือปลูกพืชได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้น้องสาวได้รับสิ่งตอบแทนจากสิ่งที่ได้เรียนมาแต่ว่าที่นี่ อุตสาหกรรมไม่ได้พัฒนา เครื่องจักรทางการเกษตรยิ่งไม่ต้องพูดถึงเกษตรกรนั้นต้องพึ่งแรงงาน การจะเก็บเกี่ยวแต่ละครั้งจะดีร้ายก็ต้องดูสีหน้าของเหล่าเทพเซียนบนสวรรค์อยากจะปลูกพืชเป็นเรื่องที่ยากมากๆ 

            สวี่จือเห็นพี่ชายมองมาที่ตนเองอยู่ตลอดไม่ได้พูดอะไร จึงเอ่ยปาก “เกอเกอ ไม่ได้หรือเจ้าคะ?”

            สวี่ตี้พูดว่า “จือเอ๋อร์ การปลูกพืชไม่ใช่เรื่องที่สตรีเขาทำกันพวกเราไปทำอย่างอื่นกันเถิด อย่างเช่นเรียนรู้การค้าขายต่อไปเปิดร้านหลายร้านก็สามารถหาเงินมาให้ตนเองได้”

            สวี่จือเอ่ย “แต่ว่าพวกพี่สาวในหมู่บ้านต่างก็ทำไร่ทำนามิใช่หรือเจ้าคะ?พวกพี่สาวทำได้ ข้าเองก็สามารถทำได้เช่นกันเจ้าค่ะ”

            จางจ้าวฉือออกมาจากในเรือนได้ยินคำพูดนี้ของสวี่จือนางจึงกล่าวขึ้นว่า “จือเอ๋อร์กำลังพูดถึงอะไรหรือ?อะไรที่พวกพี่สาวทำได้ เจ้าเองก็ทำได้กัน?”

            สวี่จือเห็นจางจ้าวฉือมาแล้วก็พูดออกมาด้วยความดีใจ “ท่านแม่ ท่านรีบมาเจ้าค่ะข้ากำลังพูดกับท่านพี่ว่าต่อไปข้าอยากจะเรียนรู้การปลูกพืชผักตามท่านพี่เจ้าค่ะ”

            จางจ้าวฉือฟังแล้วก็รู้สึกตลกมากหลังจากนั่งลงข้างสวี่จือแล้วก็ดึงสวี่จือเข้ามาในอ้อมกอด “มา พูดกับแม่สิว่าเหตุใดถึงอยากเรียนการปลูกพืชตามพี่เขา?”

            สวี่จือตอบ “การปลูกพืชผักเป็นเรื่องที่ดีเจ้าค่ะ เมื่อมีอาหารท้องก็จะไม่หิวเจ้าค่ะ”

            เรื่องนี้เป็นความแตกต่างของคนโบราณกับคนยุคปัจจุบันหรือ?

            ในใจของจางจ้าวฉือมีความสงสัยอยู่เล็กน้อย ตนเองเคยมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งบ้านเก่าอยู่ที่หมู่บ้านห่างไกล ลูกในครอบครัวไม่ตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนดูแลไม่ไหว จึงพาลูกอายุสิบกว่าปีกลับบ้านเก่า พวกเขาบอกกับลูกว่าจะไม่เรียนหนังสือก็ได้นะ เช่นนั้นก็กลับไปปลูกพืชไปพอดีกับตอนนั้นเป็นช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง เด็กไปเด็ดฝักข้าวโพดในไร่ ทำได้อยู่หนึ่งวันเด็กคนนั้นรับไม่ได้จึงร้องไห้บอกว่าจะกลับบ้านไปตั้งใจเรียน ต่อมาการเรียนของเด็กๆก็ไม่ได้ทำให้พ่อแม่หนักใจอีกต่อไป

            แต่ว่าลูกสาวที่แสนน่ารักของนางกลับบอกว่าจะเรียนปลูกพืชผักตามพี่ชายการปลูกพืชนั้นเหนื่อยแค่ไหนหลายวันมานี้เด็กคนนี้ได้เห็นอยู่ในสายตาแล้ว

            จางจ้าวฉือเอ่ย “จือเอ๋อร์ ตอนนี้เจ้ายังเล็กอยากจะทำอะไรตนเองอาจจะยังไม่ได้รู้ดีมากนัก พวกเราน่ะมีเวลาก็ตามพี่ชายไปทำงานที่สามารถทำได้ รอจนเจ้าโตขึ้นมาอีกหน่อยหากยังอยากจะเรียนปลูกผักแบบพี่ชาย เช่นนั้นพวกเรากลับเมืองหลวงไปแล้วจะซื้อสวนที่ชานเมืองหลวงให้เจ้าปลูกพืชดีหรือไม่?”

            สวี่จือพยักหน้า “เจ้าค่ะท่านแม่ รอจนข้าปลูกพืชได้ดีแล้วจะเอาอาหารมาให้ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ แล้วก็แม่นมลู่ทานนะเจ้าคะ”

            จางจ้าวฉือฟังแล้วก็หัวเราะออกมาแล้วก้มลงไปหอมแก้มสวี่จือ “ได้สิเช่นนั้นแม่จะรอจือเอ๋อร์ของพวกเราเอาอาหารมาให้กินนะ”

            ตอนกลางคืนหลังจากสวี่จือหลับไปแล้วสวี่ตี้ก็พูดกับจางจ้าวฉือ“เรื่องเรียนของจือเอ๋อร์เราต้องรีบหน่อยนะขอรับ ลูกสาวบ้านใดจะเหมือนนางที่จะเรียนปลูกพืชกัน”

            จางจ้าวฉือหัวเราะก่อนจะเอ่ย “ความคิดของเด็ก วันหนึ่งเป็นอย่างหนึ่งพรุ่งนี้ก็อีกอย่าง จะไปเอาแน่เอานอนได้ที่ไหน? ตอนเจ้าเด็กๆยังอยากจะเป็นนักบินอวกาศอยู่เลย ข้าเองก็ไม่เห็นเจ้าเป็นนักบินอวกาศนะ”

            สวี่ตี้ตอบ “มันจะเหมือนกันได้อย่างไรขอรับ? นี่มันยุคไหนยุคนั้นของพวกเราเป็นอย่างไร? ยุคนี้ไม่เป็นมิตรกับเด็กผู้หญิงมากขนาดนั้นไม่สั่งสอนให้เด็กมีเกราะป้องกันเอาไว้ ข้าก็ไม่กล้าให้จือเอ๋อร์ออกจากเรือนไปหรอกนะขอรับ”

            จางจ้าวฉือหัวเราะแล้วเอ่ย “เจ้าคิดมากไปแล้วมันจะไปรุนแรงอย่างที่เจ้าคิดเสียเมื่อไหร่ จือเอ๋อร์ยินดีทำอะไรก็ให้ทำไป ยังมีแม่กับเจ้าแล้วก็พ่อของเจ้าอยู่ไม่ใช่หรือ”

            สวี่ตี้ฟังแล้วถอนหายใจ มองไปยังน้องสาวที่นอนหลับจนใบหน้าเล็กๆ นั่นแดงระเรื่ออยู่บนตั่งก็รู้สึกว่าตนเองจะต้องตั้งใจเรียน เรียนดีแล้วไปสอบเข้าขุนนางเด็กหญิงตอนที่อยู่ในเรือนจะเป็นอย่างไรก็ได้ แต่เมื่อแต่งงานออกไปแล้วเขาก็คือเกราะหลังที่แข็งแกร่งของนาง ในเมื่อมีครอบครัวฝั่งมารดาที่แข็งแกร่งแล้วครอบครัวสามีก็ไม่กล้าที่จะรังแกได้ง่ายๆ

            หลังจากจบการเก็บเกี่ยวหน้าร้อน  ฝนก็ตกลงมาสองรอบข้าวโพดในที่นาก็เติบโตได้ดี ผักชนิดต่างๆ ที่ปลูกลงไปก่อนหน้านั้นก็เติบโตงดงามเช่นกัน

            สวี่ตี้เดินตรวจตราในที่นาของตนเอง รู้สึกว่าที่ไหนๆก็ทำให้ตนเองนั้นรู้สึกดีใจ โดยเฉพาะพริกพวกนั้นต้นกล้าของพริกถูกปลูกลงไปเป็นแถวๆ ปุ๋ยใส่อย่างเพียงพอ มองเห็นใบพริกสีเขียวเป็นแถวๆ เช่นนี้ดูแล้วรู้สึกแข็งแกร่งมาก

            พริกพวกนี้เป็นต้นทุนของตนเองกับสกุลเว่ยร่วมมือกัน

            เว่ยหลางได้พูดกับคนในตระกูลแล้วคนในครอบครัวจึงส่งพี่สาวคนโตของเว่ยหลางให้มาร่วมมือกับจางจ้าวฉือเพื่อเปิดร้านหม้อไฟ

            เพราะเหตุนี้ ตอนที่เพิ่งจะเข้าฤดูใบไม้ผลิ พี่สาวของเว่ยหลางจึงมาที่เหอซีซึ่งจางจ้าวฉือไม่ได้พูดอะไร หลังจากรับประทานหม้อไฟด้วยกันมื้อหนึ่งพี่สาวคนโตของเว่ยหลางก็กลับไปเตรียมตัวเรื่องเปิดร้านหม้อไฟที่เมืองหลวงสกุลเว่ยมีหน้าร้านอยู่อีกทั้งในที่ดินที่ดีที่สุดก็ยังมีโรงเตี๊ยมอยู่แห่งหนึ่งเว่ยหลางวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะเอาโรงเตี๊ยมมาเป็นร้านหม้อไฟ กลับไปทำการซ่อมแซมดีๆสักหน่อยก็เป็นอันใช้ได้แล้ว

            ในเมื่อจะเปิดร้าน เช่นนั้นก็จะต้องซ่อมแซมก่อน ครอบครัวสวี่ทั้งสามคนปรึกษากันเรื่องซ่อมแซมร้านหม้อไฟอยู่นานมากหลังจากพี่สาวคนโตของเว่ยหลางมาถึง ทั้งสองฝ่ายจึงนั่งลงแล้วปรึกษารายละเอียดกันจนเรียบร้อย ทางด้านสกุลเว่ยก็เลือกวันเริ่มซ่อมแซมทางด้านสกุลสวี่หรือ หลังจากรอให้พริกชุดแรกสุก ก็ทำเครื่องแกงหม้อไฟส่งไปที่เมืองหลวง

            สวี่ตี้มองพริกเป็นแถวๆ ในแปลงก็ถอนหายใจ นี่มันใช่พริกที่ไหนกันนี่มันเป็นเงินทั้งนั้น ต่อไปเงินค่าใช้จ่ายของตนเองก็จะมาจากตรงนี้นี่แหละ

            เมื่อมีแรงผลักดันจะทำเรื่องอะไรก็ราบรื่นมาก บวกกับฟ้าฝนเป็นใจพืชพันธุ์ในไร่จึงเติบโตดีมาก ผักในแปลงผักเองก็เติบโตดีทุกวันสวี่ตี้จึงมีเรี่ยวแรงในการทำงานอย่างเต็มเปี่ยม

            ทางด้านสวี่ตี้ยุ่งอยู่กับไร่นาเพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับการค้าขายของร้านหม้อไฟที่ตนเองร่วมมือกับสกุลเว่ย ทุกวันจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในไร่นาจางจ้าวฉือพาสวี่จือกลับไปที่ในเมืองเหอซี สวี่เหราหรือก็ยุ่งอยู่กับการแลกเปลี่ยนของกับกลุ่มคนในเขตทุ่งหญ้าขนแกะที่แลกกลับมาก็ส่งไปที่จวนแม่ทัพเพื่อทำให้เป็นเส้นไหม

            ชุดกันหนาวที่ใช้ขนแกะมาถักนั้นได้ราคาดีมาก หนึ่งชุดใหญ่ๆ มีมูลค่าถึงหนึ่งถึงสองร้อยตำลึงเว่ยหลางแอบทำสัญญากับสกุลจางพอถักชุดกันหนาวออกมาแล้วก็จะใช้ร้านค้าสกุลจางส่งไปขายที่เมืองหลวงและหัวเมืองต่างๆเพราะว่าชุดขนแกะทำให้เว่ยหลางกับสวี่เหราหาเงินมาได้มากมายเว่ยหลางนั้นเอาเงินมาใช้กับกองทัพ ส่วนสวี่เหรานั้นเอาเงินมาใช้กับการพัฒนาเมืองเหอซี

            เมืองเหอซีในตอนนี้ มองจากด้านนอกก็ดูเก่าแต่ถนนหนทางในเมืองได้ปูพื้นหินแล้ว สวี่เหราได้ซื้อเรือนเอาไว้หลายหลังแล้วสร้างเรือนที่งดงามมากๆ หลังหนึ่งให้เป็นที่เรียนรู้ของที่นี่ในเมืองมีห้องเรียน และเขาก็ได้จ้างซิ่วไฉจากด้านนอกมาหลายคน ก่อนจะรับสมัครเด็กที่อายุเหมาะสมในเมืองมาเรียนหนังสือสวี่เหรายังจัดตั้งซิ่วไฉเหล่านี้ไปสอนหนังสือชาวบ้านตามหมู่บ้านหากปกติว่างจากงานเกษตรเขาก็จะไปที่หมู่บ้านเพื่อสอนหนังสือให้ทุกคนรู้ตัวหนังสือง่ายๆจะได้ไม่เป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะว่าการทำเช่นนี้ทำให้ประชาชนในเหอซีต่างนับถือสวี่เหราผู้เป็นผู้ปกครองเขตเมืองนี้กันมาก

            เหอซีอยู่ทางเหนือ ท้องฟ้าเปิดกว้าง ตอนที่ฝนตกก็เป็นฝนตกหนักเพียงครู่หนึ่งหลังจากฝนตกไปแล้วฟ้าก็สดใสไม่เหมือนกับทางใต้ที่พอถึงฤดูฝนก็จะอากาศอึมครึมทั้งวันมักจะรู้สึกว่าเสื้อผ้าบนตัวตากไม่แห้ง

            ฤดูฝนที่นี่น้ำฝนค่อนข้างมาก เพราะว่าอยู่ใกล้กับแม่น้ำบางครั้งฝนตกถี่ขึ้น น้ำในแม่น้ำก็จะเอ่อล้นออกมา สวี่ตี้เฝ้าที่ไร่นาของตนเองอยู่หลายครั้งโชคดีที่ข้าวฮ่านต่าวที่ปลูกใกล้กับแม่น้ำ หลังจากฝนตกไปแล้วขอแค่ระบายน้ำออกจนหมดก็ไม่เสียหายอะไร

            ตลอดทั้งฤดูร้อน ผักในแปลงเก็บมาได้ตลอดเวลา จางจ้าวฉือก็ได้กินมะเขือเทศผัดไข่ที่ตนเองอยากกินมาตลอด สวี่เหราก็เอาแตงกวามาหลายลูกส่วนแตงกวาที่โตไม่ค่อยจะดีมากเท่าไหร่ก็ถูกจางจ้าวฉือเอามาทำเป็นแตงกวาดองตอนกลางคืนยามทานโจ๊กธัญพืชก็ไม่ต้องทานคู่กับกับข้าวอื่นๆ เพียงแค่ทานคู่กันกับแตงกวาดองก็พอ

            ผักทุกอย่างสวี่ตี้ได้เก็บเมล็ดเอาไว้เพียงพอแล้ว ผักพวกนี้สวี่ตี้ได้แบ่งเอาไปให้คนในหมู่บ้านตอนนี้ทุกคนต่างคาดหวังว่าปีหน้าจะปลูกข้าวสาลีและผักอื่นๆ กับคุณชาย

            ในที่สุดพริกก็สุก พริกในแปลงมีทั้งแดงทั้งเขียว ก่อนจะเลือกเด็ดอันที่มีสีแดงมาทีละอันๆก่อนจะเอาไปวางในตะกร้าใบใหญ่อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็เอาไปตากแดดให้แห้ง

     

    นิยายแนะนำ

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320