ฉันถอดรองเท้าส้นสูงมาถือไว้ ก้าวเท้าเปล่าเดินทอดน่องอยู่ข้างถนนริมสะพานลอย สายน้ำที่ไหลอย่างสงบ พัดพามาพร้อมลมที่เย็นจนขนลุกซู่
แม่น้ำฮัน ที่ขึ้นชื่อของประเทศเกาหลี ความสว่างจากดวงไฟข้างทาง และแสงดาวสะท้อนกับผิวน้ำที่เงียบสงบ ฉันหยุดยืนมอง เหม่อถึงเหตุการณ์ที่เ็ปนั้นซ้ำๆ
ต่อให้คิดทวนอีกกี่ร้อยครั้ง ฉันก็ไม่เข้าใจเหตุผลที่แจฮยอนขอเลิกอยู่ดี ...เพราะความห่างไกลจริงๆ หรอ ที่ทำให้เขาหมดรักฉัน
น้ำตาที่หยุดไหลไปชั่วขณะก็ได้กลับมาอีกครั้ง ความเปล่าเปลี่ยวกำลังคืบคลานเข้าหาฉันอย่างไม่รู้ตัว เป้าหมายชีวิต แผนในอนาคต ความสุขส่วนหนึ่งหายวับไปโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
“ฮึก… แม่งเอ้ย คิดถึงอีกแล้ว ฮืออออ”
ฉันทิ้งรองเท้าส้นสูงลงพื้น ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ ปืนเกาะขอบสะพานไว้ ก่อนจะปลดปล่อยความในใจออกมา
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด......”
-----------------------------------------------
พัคแทซัน Said
เป็เวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ผมพึ่งออกจากบริษัท เพราะทำโอทีแผนงานไตรมาสสิ้นปีแทนพนักงานคนนึงในทีมที่ชื่อ ยูอึนอา
“...นี่ รู้รึยังว่าอึนอาพึ่งโดนแฟนทิ้งน่ะ”
“ห้ะ ที่ว่าอยู่คนละจังหวัดกันน่ะหรอ“
“ใช่ น่าสงสารมากเลย ฉันเห็นเธอนั่งเช็ดน้ำตาวันนึงเป็สิบๆ รอบ”
“เฮ้อ สวยขนาดนั้นยังโดนทิ้งได้เลยเนาะ”
“ฉันเคยได้ยินเธอพูดเื่งานแต่งกับผู้ช่วยอีด้วยล่ะ”
“ก็ต้องคาดหวังเป็ธรรมดาแหละ คนรักกันนี่นา”
“นั้นสิ อุส่าห์คบกันมาตั้ง 6 ปี /]+}+<€.\€.,€]¥#++,¥…”
ผมยืนฟังเสียงซุบซิบของพนักงานสาวในทีมที่หน้าห้องชงกาแฟของแผนก
‘เธอเลิกกับแฟน แล้วงั้นหรอ‘
นั่นเป็สาเหตุหลักที่เธอทำงานพลาดหรือเปล่า ปกติเธอไม่ใช่คนที่ทำงานพลาดบ่อยๆ โดยเฉพาะจุดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ผมมักชื่นชมเธอ(ในใจ) เสมอ เพราะนอกจากเธอจะทำงานเก่ง ไว เข้าใจง่าย และนิสัยดีแล้ว เธอก็ยังสวยสะกดทำผมหวั่น หันหน้าหนีเก็บอาการหลายต่อหลายครั้ง
ใช่ครับ ผมแอบชอบเธอ … ใครจะไม่ชอบคนสวย ที่ทำงานเก่ง และนิสัยดีกันบ้างล่ะ
ผมแอบชอบเธอั้แ่แรกพบที่เข้ามาแนะนำตัวในฐานะพนักงานใหม่ ตอนนั้นยอมรับว่าคงหลงไหลที่หน้าตาของเธอ แต่พอได้เห็นฝีมือในการทำงาน ความคิดที่กว้างและรอบคอบ บวกกับนิสัยที่ยิ้มเก่ง เป็มิตร ใครๆ ก็เข้าหาเธอ จนดูเหมือนมีดอกไม้สวยๆ ประดับทีม ให้ชื่นชมทุกวัน ผมยิ่งถลำลึกจนเหมือนว่าเธอเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว
ผมพร่ำเพ้อแอบมองเธอเสมอ แต่เพราะเธอมีแฟนอยู่แล้ว ผมเลยต้องเก็บอาการ และอยู่ห่างเธอให้มากที่สุด จนวันนึงผมคิดว่า …ควรตัดใจได้แล้ว
แต่พอมาได้ยินแบบนี้… ผมกลับรู้สึกดี ที่เธอเ็ปกับความรักนั้น
ปี้นนน
เสียงแตรสั้นๆ จากรถหลายคันที่ขี่ไปมาบนท้องถนน ดึงความสนใจจากผมไป.... ผู้หญิงคนนึงกำลังปืนขอบสะพานแม่น้ำฮัน
โดยปกติผมไม่ใช่พวกชอบยุ่งเื่ของคนอื่นหรอก ยิ่งเป็พวกที่มาปืนขอบสะพานแม่น้ำ ยิ่งบ่งบอกว่าจุดประสงค์ของพวกเขาคืออะไร
แต่พอผมขับรถเข้าไปใกล้มากเท่าไร หัวใจผมยิ่งสั่น เพราะทั้งรูปร่าง สีเสื้อผ้า และใบหน้าที่มองเห็นลางๆ ผ่านแสงไฟ มันคุ้นตาเหลือเกิน
ทันทีที่ผมขับรถผ่านร่างเล็กนั้น ใบหน้าสวยหันมองข้างๆ ด้วยน้ำตานองหน้า ผมเหยียบเบรคชะงักทันที และไม่รีรอที่จะวิ่งลงไปคว้าตัวเธอไว้
“ยูอึนอา!!!”
ผมกระชากตัวเธอลงจากขอบสะพาน พากันล้มพับไปกับพื้นถนน เธอเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยน้ำตานอง กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งจนแสบจมูก เธอกอดผมแน่น สะอื้นอย่างหนัก ไร้เสียงทักทายหรือด่าทอ ผมทำได้เพียงเป็ไอ้บื้อ นั่งนิ่งให้เธอระบายอารมณ์ใส่ ลูบหลังปลอบเธอเบาๆ จนเธอหลับไป
“แล้วฉันต้องไปส่งเธอที่ไหนล่ะ”
ผมพึมพำ พลางถอดเสื้อสูทมาคลุมตัวให้เธอ ตอนนี้ผมอุ้มเธอมานอนในรถแล้ว ส่วนตัวผมก็เดินไปเดินมาอยู่หน้ารถ เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับเธอต่อดี
บ้านช่องเธอ ผมก็ไม่รู้จัก จะเอาไปฝากไว้ที่สถานีตำรวจรึก็ถ้าตื่นมาเห็นตัวเองในสภาพนั้น ผมคงจะดูใจร้ายไปหน่อย จะเอาไปส่งโรงแรมสักที่ แล้วถ้าเธอเกิดอยากคิดสั้นอีกล่ะ จะโทรหาผู้ช่วยอี เพื่อนสนิทของเธอ… นี่ก็จะตีหนึ่งแล้ว เป็การรบกวนพวกเขาเปล่าๆ
ไปบ้านผมสิ … ผมอยู่คนเดียว มีห้องว่างตั้งเยอะ แถมคอยดูแลได้ ไม่ต้องห่วงว่าเธอจะคิดสั้นอีกรึเปล่าด้วย อย่างน้อย ก็ให้เธอมีสติขึ้นมาสักหน่อย แล้วค่อยมาส่งทีหลัง
“ทางนี้ดีสุดแล้วมั้ง…”
ผมพูดเบาๆ ตอบรับกับความคิดตัวเอง แล้วขับรถมุ่งไปยังจุดหมายทันที