ซ่งหว่านอิงย้อนเวลาเพื่อเป็นแพทย์หญิง ยุค80

    บทที่ 5 การออกเดินทางครั้งแรก

    บทที่ 5 


    การออกเดินทางครั้งแรก


    เช้าวันเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิด ฉันสะพายกระเป๋าใบใหญ่ที่ปี้อิงช่วยเก็บข้าวของจำเป็๲เอาไว้ ข้างในเต็มไปด้วยตำราเรียน เสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด และบันทึกเล่มเล็กที่ฉันตั้งใจจะใช้จดความรู้ตลอดเส้นทาง


    “คุณหนู…แน่ใจแล้วใช่ไหมคะว่าจะไปจริง ๆ?” ปี้อิงถามเสียงสั่นขณะช่วยผูกเชือกกระเป๋า


    ฉันพยักหน้า “แน่ใจสิ ปี้อิงไม่ต้องห่วง ฉันตั้งใจแล้วว่าจะไปให้ถึง”


    ฉันก้าวออกมา เห็นซ่งหว่านหลินยืนอยู่ในชุดกระโปรงเรียบร้อย รอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้า




    “พี่สาว…จะเดินทางแล้วหรือคะ"


    ฉันเพียงพยักหน้า “ใช่จ้ะ”


    หว่านหลินเดินเข้ามาใกล้ เอื้อมมือจับแขนฉันเบา ๆ “เดินทางปลอดภัยนะคะ พี่สาวอย่าลืมคิดถึงบ้านบ้างล่ะ”


    แม้คำพูดจะหวาน แต่แววตาเธอกลับซ่อนประกายแหลมคม ฉันยิ้มตอบอย่างสุภาพ “ขอบใจจ้ะ”




    เมื่อฉันถึงที่สถานีรถไฟเฮ่อจุนเว่ยก็ปรากฏตัวรออยู่ก่อนแล้ว เขามาในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ใบหน้าคมเข้มทอดมองมาที่ฉัน


    “พร้อมหรือยังครับ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


    “พร้อมค่ะ” ฉันตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน


    เขายกยิ้มเล็กน้อย ก่อนหันไปสั่งทหาร “ออกเดินทาง” มีทหารสองนายเพื่อคุ้มกันฉันไปเมืองหลวงยืนตรงอย่างเคร่งขรึม สายตาคมของพวกเขาทำให้บรรยากาศยิ่งดูจริงจังขึ้น


    เสียงหวูดรถไฟยาวดังลั่นก้องไปทั่วสถานี ฉันยืนกอดกระเป๋าผ้าแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา นี่เป็๲ครั้งแรกที่ฉันจะออกจากบ้านเกิดเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองหลวง ปักกิ่ง


     ส่วนทหารสองนายที่เฮ่อจุนเว่ยส่งมาคุ้มกันก็ก้าวตามอย่างระมัดระวัง พวกเขาแต่งชุดทหารเรียบร้อย ผู้คนที่สถานีต่างหันมามองด้วยความเกรงขาม




    ---


    ในโบกี้มีผู้โดยสารนั่งกันแน่น ทั้งนักเรียนหนุ่มสาวที่ถือหนังสือหนา ๆ ในมือ บางคนใส่ชุดทหาร บางคนแต่งชุดชาวบ้านเรียบง่าย เสียงพูดคุยปะปนกับเสียงหัวเราะ


    ฉันหาที่นั่งริมหน้าต่าง ทหารสองนายเลือกนั่งห่างออกไปเล็กน้อย แต่ก็อยู่ในระยะที่สามารถคุ้มครองฉันได้


    เมื่อรถไฟเริ่มเคลื่อน เสียงเหล็กเสียดสีกับรางดังครึกโครม ฉันมองออกไปเห็นบ้านเกิดค่อย ๆ ถอยห่าง ต้นไม้ ทุ่งนา และ๺ูเ๳าที่คุ้นเคยเลือนลับไปช้า ๆ


    ในใจฉันรู้สึกทั้งตื่นเต้นและโหวงเหวง “ลาก่อน…ชีวิตเก่า ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่เป็๲คนเดิมอีกแล้ว”




    ---


    ตลอดการเดินทาง ฉันหยิบตำราออกมาอ่านทบทวน ความรู้ทางชีววิทยา เคมี และวิชาการแพทย์เบื้องต้นที่ฉันเคยเรียนรู้จากชาติก่อนยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งผ่านมาวันวาน


    ---


    ระหว่างทาง เด็กชายที่นั่งด้านข้างคนหนึ่งทำขวดน้ำผลไม้หกใส่สมุดข้อสอบจำลองของเขา เขาหน้าซีดด้วยความ๻๠ใ๽ ฉันจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองไปช่วยเช็ดพร้อมพูดปลอบว่า


    “ไม่เป็๲ไรหรอก เธอเขียนใหม่ได้ แต่อย่าลืมเก็บสตินะคะ เวลาเจอเ๱ื่๵๹ใหญ่กว่านี้จะได้ไม่ตื่นตระหนก”


    เด็กชายเงยหน้ามองฉันแล้วพยักหน้าหนักแน่น “ขอบคุณพี่สาวครับ”


    เหตุการณ์เล็ก ๆ นี้ทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่า เส้นทางที่เลือก…คือการเป็๲หมอที่คอยช่วยเหลือผู้คน ไม่ใช่การไขว่คว้าความรักที่ไม่เคยเป็๲ของฉัน




    ---


    เมื่อรถไฟแล่นเข้าสู่เส้นทางใกล้เมืองใหญ่ ผู้โดยสารต่างเริ่มพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น เสียงพ่อค้าเร่ขายขนมปังร้อน ๆ ดังไปทั่วโบกี้ ฉันเองก็เริ่มใจเต้นแรงอีกครั้ง


    กระทั่งแสงไฟสว่างไสวของเมืองปักกิ่งปรากฏขึ้นนอกหน้าต่าง ฉันถึงกับกลั้นหายใจไว้ชั่วขณะ


    ตึกอิฐสูงเรียงราย ถนนกว้างเต็มไปด้วยรถจักรยานนับร้อย เสียงหวูดรถไฟจากอีกชานชาลาดังก้อง สถานีใหญ่ส่องสว่างราวกับโลกอีกใบ


    ฉันยิ้มทั้งน้ำตา “ใช่แล้ว…ปักกิ่ง”




    ---


    เมื่อก้าวออกจากโบกี้ ลมเย็นของเมืองหลวงพัดมาตีหน้า ผู้คนพลุกพล่านสวมเสื้อผ้าหลากหลาย เด็กนักเรียนถือกระเป๋าเดินขวักไขว่ ข้าราชการในชุดสูทก้าวเร่งรีบ ทุกสิ่งดูแตกต่างจากบ้านเกิดอย่างสิ้นเชิง


    ฉันหันไปบอกขอบคุณนายทหารทั้งสองที่คอยคุ้มกันมาถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัย


    ฉันสูดลมหายใจลึก ๆ หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็๲มาก่อน ความฝันที่เก็บงำมานานกำลังเริ่มต้นจริง ๆ ที่นี่


    ---


    รถไฟแล่นออกไปอีกขบวน เสียงหวูดดังแ๶่๥หาย ขณะที่ฉันก้าวเดินออกจากสถานีด้

    วยหัวใจที่แน่วแน่


    ต่อให้เส้นทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด ฉันก็จะไม่หยุดก้าวอีกต่อไป…