“อาจารย์ข้ายกมาถึงตรงนี้ก็หมดแรงแล้ว ไม่สามารถยกไปที่อื่นได้ ไม่เชื่อถามคนในห้องดู ทุกคนต่างสามัคคีช่วยกันยก แต่ว่ามันยกไม่ขึ้น ข้าเองก็จนใจ ไม่มีโต๊ะให้นั่งเรียนหนังสือ”
“ใช้แรงที่มีไปตัดไม้มา แต่พอยกมาถึงห้อง ก็หมดแรงวางได้เท่านี้ หรืออาจารย์จะให้ข้าไปนั่งตรงไหน”เซียวเหยารีบลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นอาจารย์หน้าขึ้นสีแดง แล้วเดินมาหานาง
เขากะจะอุ้มไม้แล้วโยนออกไปหลังห้อง แต่…มันไม่ขยับเขยื้อน ลองจับเขย่าดูหลายรอบ ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินหน้าแดงกว่าเดิมกลับไปที่โต๊ะ
“อี้เฉิน! เอาชุดวาดรูปแจกให้กับทุกคน ให้วาดสิ่งที่อยู่ข้างในจิตใจ หรือว่าจิติญญาของเรา เพื่อจะรู้ว่าจิตใจของแต่ละคน เป็แบบไหน ให้เวลาแค่หนึ่งก้านธูป”
ชุดวาดรูปที่ว่า มีแผ่นไม้สีขาวแผ่นหนึ่ง พร้อมกับพู่กันไม่มีตลับหมึก เหมือนแดนมนุษย์ ถึงเซียวเหยาจะอยู่หน้าสุด แต่ก็ได้รับแจกเป็คนสุดท้าย นางรับมาแล้วรีบวาดสิ่งที่อยู่ในใจ
ยังไม่ทันหมดเวลาหนึ่งก้านธูป เซียวเหยายืนขึ้น เอารูปไปส่งให้กับอาจารย์เป็คนแรก มีลูกศิษย์ในห้องหลายคน ชะเง้อคอมอง ว่านางวาดรูปสิ่งใดไปส่งอาจารย์ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะนางคว่ำหน้าลง
อาจารย์เลี่ยงรุ่ย ที่ยุ่งอยู่ไม่ได้มอง จนกระทั่งหมดเวลา แล้วมานั่งตรวจ ภาพจิติญญาของผู้คน ดูสวยงามมีระเบียบ มีทั้งรูปของวิมานชั้นฟ้า น้ำตกดอกไม้ ูเาทะเลสายน้ำ
“อืม! ทุกคนเป็คนจิตใจดี ในจิติญญาถึงมีแต่สิ่งที่สวยงาม ดีๆน้ำตกนี่ก็สวยงาม มีนกบินไปมาเหมือนมีชีวิต อี้เฉินเ้ามีฝีมือการวาดที่ยอดเยี่ยมทีเดียว”เขานั่งยิ้มอย่างมีความสุข จนถึงแผ่นล่างสุด ก็คือคนที่เขียนเสร็จเป็คนแรก
“เซียวเหยา นี่มันคือสิ่งใดกัน ทำไมในจิติญญาของเ้า ถึงมีแต่อาหารแล้วนี่ มันไม่ใช่ของเซ่นไหว้ บรรพบุรุษของมนุษย์หรอกหรือ มีทั้งหมูเป็ดไก่ อาหารทะเล ผลไม้ขนม”
ทุกคนในห้องได้ยินแบบนั้น ต่างก็มองไปที่เซียวเหยา
“อาจารย์อย่าว่านางเลยเ้าค่ะ นางอาจจะอดอยาก ในใจถึงคิดแต่เื่อาหารก็ได้เ้าค่ะ!”
“ใช่แล้ว! นางถึงได้อยู่ในนามเด็กรับใช้ คงจะอดอยากไม่น้อย ทำให้อาหารเ่าั้ ไปฝังอยู่ในจิติญญา ของนาง”
“อย่างนี้นางต้องเร่งบำเพ็ญเพียร ให้เป็เซียนระดับสูง ซึ่งก็น่าจะใช้เวลาอีกสัก หนึ่งร้อยปีข้างหน้า หรือสองร้อยปี นางจะได้ไม่ต้องกินอาหาร ไม่แน่ว่าตอนนั้นจิติญญาของนาง อาจจะมีภาพที่สวยงาม”เป่าเป้ยพูดขึ้นด้วยท่าทางเห็นใจ
“อาหารของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน มนุษย์แบบหนึ่ง สัตว์แบบหนึ่งเทพเซียนก็อีกแบบหนึ่ง ทำไมอาหารถึงจะไม่สำคัญ เพราะข้าคิดว่าถ้าไม่มีอาหาร พวกเราจะอยู่ยังไง ในเมื่อยังไม่บรรลุถึงเซียนขั้นสูง ที่ไม่ต้องกินอาหาร”
“ในเมื่อข้าให้ความสำคัญกับอาหาร ก็เลยวาดรูปอาหารออกมา มันผิดแปลกตรงไหน ข้าไม่เข้าใจ”
“อาจารย์ให้เ้าวาดสิ่งที่สวยงาม ที่อยู่ในจิตใจของเ้าต่างหากล่ะ ไม่ได้ให้วาดถึงสิ่งที่เ้าจำเป็ต้องกิน ต้องใช้ เ้าไม่เข้าใจอะไรเลย”
“สิ่งที่สวยงามในใจข้าไม่มี แม้แต่แดน์ ก็ยังไม่ใช่สถานที่สวยงาม ที่ข้าจะต้องเก็บมาใส่ใจแล้ววาดออกมา มีแต่อาหารเท่านั้น สวยงามสำหรับข้า”
“อาจารย์อยากพูดกับนางเลยเ้าค่ะ พูดกับสัตว์เลี้ยงของสำนัก ยังเข้าใจได้ดีกว่านางเสียอีก”หนิงอ้ายเพื่อนเปาเป้ยพูดขึ้น
เซียวเหยานั่งนิ่งเงียบ ไม่สนใจว่าใครจะพูดหรือคุยอะไร กันต่อกับเื่ของนาง ‘เฮ้อ! มองดูลายไม้ ยังน่ามองกว่า คนพวกนี้เสียอีก’
“อาจารย์นางเป็ใครหรือเ้าคะ เจอหน้านางหลายวันแล้ว ยังไม่รู้ว่าหน้าตาเป็แบบไหน นางใช้ผ้าปิดหน้าไว้ตลอด แต่คงว่าล่ะคงจะอาย ถ้ามีคนรู้จักตัวตนของนาง”หวังลี่เพื่อนกลุ่มเดียวกับเป่าเป้ย
ทั้งกลุ่มจะมีอายุเท่ากันหมดคือ สิบหกปีเป็สาวเต็มตัว หน้าตาแต่ละคนงดงาม เพราะเป็เซียนมาั้แ่เกิด เทียบกับเซียวเหยาอายุสิบสี่ ที่ยังมีความเป็เด็กมากกว่าหญิงสาว
“อย่าไปว่านางเลย นางเป็เด็กรับใช้ หน้าตานางก็คงจะไม่น่าดู พวกเราปล่อยไปเถอะ นางน่าสงสารออก”เหิงเย่วพูดขึ้น
เซียวเหยายืนขึ้น “อาจารย์จะสอนอะไรอีกหรือไม่เ้าคะ หรือว่าจะมาฟังเสียงของหญิงสาวพวก วิพากษ์วิจารณ์ตัวข้า”นางพูดพร้อมกับกวาดสายตาไปทั้งห้อง
“หน้าตาข้าจะเป็แบบไหน มันสำคัญกับพวกเ้ามากนักหรือ เรียนกันมากี่ปีแล้วล่ะ ความคิด ถึงได้มีเท่านี้”พูดจบนางก็นั่งลงอีกครั้ง
‘ถ้าไม่ติดว่าต้องไปทำภารกิจ ในนามของสำนักแล้วละก็ ข้าจะไม่กลับมาเรียนอีก ถ้าความรู้ที่เรียนมาได้แค่นี้’ เซียวเหยานั่งสงบสติอารมณ์
“ทุกคนหยุดพูดเดี๋ยวนี้! อีกห้าวันต้องเดินทาง ไปทำภารกิจแล้ว ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เสื้อผ้าชุดเดินทาง ต้องไปกินนอนอยู่ในป่าเป็เดือน อาจารย์จะหยุดสอน เพื่อให้พวกเ้าได้ไปเตรียมตัว”
“หลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้น ค่อยกลับมาเรียนกันต่อ”
“อาจารย์แล้วนาง เรียนวิชายังไม่ครบเลย ด้านอักขระค่ายกล นางก็ยังไม่ได้เรียน แล้วจะเข้าป่าไปแบบนี้หรือเ้าคะ”เป่าเป้ยถามขึ้น
“ไม่มีเวลาแล้ว ต้องไปทั้งแบบนี้ เ้าเป็ลูกศิษย์ห้องเดียวกัน มีอะไรก็ให้คอยช่วยเหลือกัน”
“ไม่ได้เ้าค่ะท่านอาจารย์ เราใช้เวลาเรียนมาตั้งนาน แล้วอีกอย่างหนึ่ง นางไม่ได้ไปในนามของลูกศิษย์ แต่ไปในนามของเด็กรับใช้ ใครจะช่วยนางก็ช่วย ข้าไม่ช่วยเด็ดขาด”
“ใช่แล้วต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด ทุกคนเห็นด้วยใช่ไหม”อี้เฉินลุกขึ้นยืน และหันไปมองเพื่อนรอบห้อง
“พวกเราเห็นด้วยกับอี้เฉิน ไม่ใช่ว่ามีแค่พวกเราในห้องนี้ เพื่อนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน อีกตั้งหลายห้อง ใครจะสนใจไปอยู่กับคนที่เพิ่งมาเรียนกัน”
“เดี๋ยวก่อน! พวกเ้าถามข้าหรือยัง? ว่าอยากไปอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเ้าไหม! จำคำพูดของพวกเ้าทุกคนไว้ ! ต่างคนต่างอยู่!” เซียวเหยา มองหน้าทุกคนได้ชัด เพราะนางอยู่หน้าห้อง
“เ้าต่างหากเด็กรับใช้ ต้องจำคำพูดของเ้าไว้ อยู่ให้ไกลจากพวกข้า”
“อาจารย์เ้าค่ะ ภารกิจครั้งนี้พวกถ้าทำสำเร็จ ไม่เกี่ยวกับนาง”
“ภารกิจนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่พวกเ้าคิด ผ่านมากี่ยุคกี่สมัยยังไม่มีใครทำสำเร็จ สิ่งที่พวกเ้าได้คือประสบการณ์ต่างหาก กลับไปเตรียมตัวกันได้แล้ว อีกห้าวันเจอกันที่นี่!”
เซียวเหยาอุตส่าห์ดีใจไม่ต้องเรียน แต่อาจารย์เหวินฟู่ มาสอนนางเช้าจรดค่ำ ทุกวันจนมาถึงวันที่สี่
“กว่าอาจารย์จะกลับไปได้ ข้าต้องไปหาซื้อขนมไว้กิน ตอนอยู่ในป่าสักหน่อย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มไม่ต้องก็ได้”
“ผ้าห่มน่าจะเตรียมไปสักผืนหนึ่ง อยู่ในป่าเป็เดือน”ผิงผิงบอกกล่าว
“ก่อนไป เก็บสมุนไพรไปสักห้าต้น ไม่อยู่เป็เดือนเอาไว้ให้ลุงเป่าเอาไปขาย ไม่สิเอาไปสักสิบต้น กลับออกจากป่ามา ข้าจะได้มีศิลาิญญาเอาไว้ซื้อสิ่งใดก็ได้”
“ผิงผิงเ้าเอาช่วยจดหมาย ไปส่งที่ร้านขายขนมหน่อย”
“เ้าจะไม่อยู่เป็เดือนเลยหรือ? แถมยังเก็บสมุนไพรระดับสูง มาให้ข้าอีกถึงสิบต้น เ้ารับศิลาิญญาไปด้วยสองพันห้าร้อย ของรอบก่อน”
“เออลุงเป่า ข้าต้องนอนในป่าเป็เดือน อยากได้ผ้าห่มที่มีความพิเศษสักหน่อยหนึ่ง บางแต่ว่าห่มแล้วอบอุ่น ท่านรู้จักที่ซื้อขายมากมายหลายที่ พอจะรู้บ้างไหมว่าที่ไหนมีขาย ข้าอยากได้สักผืน”
“เ้าเดินทางพรุ่งนี้แล้วไม่ใช่หรือ เ้าน่าจะบอกข้าไว้ก่อน จะได้เตรียมหาไว้ให้ วันนี้ยังพอมีเวลา แต่ไม่รู้ว่าทันไหม ไปที่ตำหนักเหินฟ้า ที่นั่นมีขายสิ่งของที่ดี ถึงแม้ราคาแพงแต่ก็คุ้มค่า ไปกันข้าจะพาไปส่ง”
เซียวเหยานั่งรถม้า มากับเหอเป่า ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยาม กว่าจะมาถึงตำหนักเหินฟ้า
“เหอเป่าเ้ามาซื้อสิ่งใดกัน ร้านเกือบจะได้เวลาปิดแล้ว”ใช้วัยกลางคนรุ่นเดียวกัน กล่าวทักทาย
“ข้าพาเ้านายน้อย มาซื้อผ้าห่มเข้าไปนอนในป่า ขอแบบบางและอย่างดี ราคาไม่เกี่ยง”ชายผู้นั้น มองมาทางเซียวเหยา ก่อนจะพาเดินเข้าไปตรงมุมขายผ้าห่ม
“มีผ้าห่มสีฟ้าอ่อนนี้ ราคาหนึ่งพันศิลาิญญา เป็ได้ทั้งผ้าปูนอนผ้าห่ม เอามาคุมแทนเสื้อคลุมยังได้เลย เวลาอากาศหนาว แล้วอีกอย่างหนึ่ง ถ้ามีพลังปราณระดับสูง ใส่พลังเข้าไปมันจะกลายเป็มุ้งครอบ กันอันตรายจากสัตว์มีพิษได้ดี”
เซียวเหยาตาโต “พลังปราณระดับสูง คือระดับไหนหรือเ้าคะ”
“ระดับหกขึ้นไป ก็ใช้ได้แล้ว! เ้าไม่สนใจรองเท้าบ้างหรือ ถ้าอยู่กลางป่านานขนาดนั้น มีอยู่คู่เดียวสีขาว แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเปื้อน”
“ข้าสนใจเ้าค่ะ เอาออกมาให้ข้าเลย ทั้งหมดเท่าไหร่กัน ร้านท่านจะปิดแล้ว จะได้ไม่เสียเวลา”
“หนึ่งพันห้าร้อยศิลาิญญา ในฐานะที่เ้าเป็ลูกค้าใหม่ และเป็เหอเป่าแนะนำพามา เ้าจะเข้าป่า ข้าแถมเชือกที่เหนียวที่สุดให้”
เซียวเหยาจ่ายศิลาิญญา ที่นอนอยู่ในถุงย่ามไม่ทันอุ่น รับผ้าห่มรองเท้าเชือกเส้นเล็ก ก่อนจะนั่งรถม้ากลับ
“ลุงเป่าให้รถม้าไปส่งข้า ที่ร้านขนมเปิดใหม่ ชื่อร้านขนมหยกมรกต ถ้าข้าจำไม่ผิด”
“อย่าบอกว่าร้านที่เปิดขายใหม่ เ้ารู้จักหรือว่ามีหุ้นส่วนด้วย”
“จะว่ามีก็มีเ้าค่ะ ข้าให้ศิลาิญญาเขาไปลงทุน ข้ารับแต่ขนมไปกิน”
“ดีเลยวันหลังถ้าข้านัดเพื่อน มาคุยกันเื่การค้า จะได้นัดกันที่ร้านนี้ อุดหนุนร้านของเ้าไปด้วย”
“เซียวเหยาเ้ามาแล้ว รอสักครู่ข้าขอไปเตรียมขนมก่อน ข้าได้รับข้อความจากที่นกน้อยมาส่งแล้ว”เขารีบไปหยิบขนมที่ใส่ถุงผ้าไว้เรียบร้อยแล้ว
“ท่านทั้งสองมารู้จักกันก่อน วันหลังมีอะไรจะได้พูดคุยกัน นี่คือลุงเหอเป่า คนที่ช่วยหาศิลาิญญา มาให้ท่านเปิดร้านยังไงล่ะ”
“ข้าหย่งเล่อ ขอคารวะท่านลุงเหอเป่า ข้าตัวคนเดียวฝากเนื้อฝากตัวด้วยขอรับท่านลุง”
“ดูเ้าจะรุ่นเราคราวเดียว กับลูกชายคนโตของข้า”ทั้งสองทักทายกัน พูดคุยกันอย่างถูกคอ
เซียวเหยาขอตัวกลับ วันนี้นางจะไปนอนที่กระท่อมข้างเขา รุ่งเช้ามาจะได้ไม่ต้องรีบออกมาจากหุบเขา
“ลืมอะไรกันนะ ผิงผิง ข้าเหมือนจะลืมอะไรไปสักอย่างหนึ่ง”
“ข้าวของเ้าเก็บไว้หมดแล้วหรือ เชือกเ้าก็ผูกติดกับเอวไปเลย ผ้าห่มพับใส่เรียบร้อยหรือยัง รองเท้าค่อยสวมใส่พรุ่งนี้ ขนมก็อยู่เต็มถุงย่าม เ้ายังลืมอะไรอีก”
“อ้อ! เ้าอย่าลืมไม้กายสิทธิ์ล่ะ หรือว่าลืมมีดเล็กเอาไว้ตัดต้นไม้ เ้าไม่มีกระบี่หรือดาบ”
“ข้านึกออกแล้วว่าลืมอะไร ข้าทำต้นไม้ใหญ่ล้ม ว่าจะเอาน้ำไปรดก็ลืมไปเลย ไม่ได้อาบน้ำหลายวันแล้ว ถึงตัวจะไม่เหนียวก็เถอะ ต้องให้ตัวไปโดนน้ำสักหน่อย”
คืนนั้นฝนตกหนัก ต้นไม้ใบหญ้าทั่วทั้งเขาสำนักเหยี่ยวฟ้า ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน จนรุ่งเช้ามามีแต่คนไม่อยากตื่น เพราะอากาศที่เย็นสบาย
อาจารย์เหวินฟู่แวะมาหาแต่เช้า เพราะรู้ว่าลูกศิษย์จะต้องเดินทางเข้าป่า เป็แรมเดือน
“เซียวเหยา อาจารย์เอามีดพกขนาดเล็ก มาให้เ้าเผื่อ้าผ่าผลไม้กิน หรือใช้ตัดหญ้าระหว่างทาง”
“ดีเลยเ้าค่ะท่านอาจารย์ ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องใช้มือแกะ หรือปากกัดเป็แน่”เซียวเหยารับมีดมาจากอาจารย์