ตอนที่ 38 งานวิจัยกับความเพ้อฝันของพวกขี้แพ้
หลังจากบรรยากาศอึดอัดจางลงพ่อแม่ญาติพี่น้องของนายแว่นก็แยกย้ายกันไปปล่อยให้วัยรุ่นใช้ชีวิต
เราทำอาหารแต่ละเมนูตามที่ทุกคนอยากทานและเมื่อทำเสร็จพวกเรายกอาหารมาที่สวนในบ้านของนายแว่นพร้อมกับลากเตามาย่างหมูที่นายเอิร์ธซื้อมาเกิน เตรียมน้ำอัดลมและถังน้ำแข็งมาวางที่สวนก่อนที่จะเริ่มปาร์ตี้บาบีคิวกันที่สวนของบ้านนายแว่น
จนกระทั่งผ่านไปสักพักทั้งสามคนเมา!!
น้องน้ำ.. นายเอิร์ธ.. และนายแว่น เมา!!
เรื่องมันเริ่มที่นายแว่นที่มองเห็นขวดไวน์องุ่นซึ่งเขาคิดว่าเป็นน้ำผลไม้ เขาจึงหยิบออกมาและเริ่มดื่ม
แน่นอนเมื่อนายแว่นบอกว่านั่นคือน้ำผลไม้น้องน้ำจึงเริ่มดื่มเช่นกัน… ‘ยังไงน้ำอัดลมตอนเย็นก็ไม่ดีต่อสุขภาพ’ นั่นคือสิ่งที่เธอบอก
และนายเอิร์ธที่ดื่มเพราะรู้ว่านั่นคือไวน์องุ่นสิ่งที่แปลกคือทั้งสามคนมีลักษณะที่เมาแล้วหลับเหมือนกัน..
ทั้งสามฟุบอยู่กับโต๊ะ เพราะอากาศที่ดีในสวน ฉันจึงทำเพียงขอผ้าห่มหนึ่งผืนจากญาติของนายแว่นให้กับแต่ละคนเท่านั้น
“เมื่อวันนั้น..เธอลงมาจากรถกับแฟนเหรอ..?”
ในตอนที่ฉันเอาผ้าห่มไปห่มให้นายเอิร์ธเขาถามฉันด้วยใบหน้าที่แดงและตาที่เยิ้มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
“ฉัน.. ไม่คิดว่าใช่.. เขาคงไม่ได้มองว่าฉันเป็นแฟน.. ”
“เธอชอบเขารึเปล่า??”
“…..”
ฉันทำเพียงเงียบ ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไม่ได้ตอบเขาไป.. ฉันชอบบุญเติมมั้ย?? เขาเป็นผู้ชายส่วนน้อยที่ไม่เกลียดฉัน.. ไม่ดูถูก และยังพยายามเข้าใจฉัน… เขาหน้าตาดี.. เขามีน้องสาวหนึ่งคนและเขารักเธอมาก.. เขาเป็นคนเก่งที่หาเลี้ยงตัวเองและน้องสาวอย่างสุดความสามารถ...ฉันเห็นแต่ข้อดีมากมายของผู้ชายคนนี้..ตอนที่เจอคำถามนี้…และหากจะตอบอย่างจริงใจ..ใช่..ฉันชอบเขา
ฉันไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้หัวใจตัวเอง เพียงแค่..หากมันเป็นความรัก.. มันก็น่ากลัวเกินไปสำหรับฉันที่แทบจะไม่มีอะไรดีเลย.. ฉันดูถูกตัวเองมาตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้…และฉันมั่นใจฉันดูไม่ผิด.. มีหลายคนที่จะเห็นด้วยกับฉันทันทีเมื่อฉันพูดถึงเรื่องแย่ๆของตัวเอง ฉันคู่ควรจะเอื้อมไปหาเขาหรือเปล่า.. แล้วถ้าฉันทำแล้วผิดหวังล่ะ
แม้เป็นชีวิตที่ไม่สมหวังทั้งชีวิตของฉัน.. การผิดหวังอีกครั้งกับเรื่องความรักนั้นยังน่ากลัวเกินไป.. ฉันหยุดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
นายเอิร์ธแค่ทำเป็นหลับไปหลังจากที่ฉันไม่ตอบ.. เขาชอบฉันหรือเปล่า.. ฉันไม่รู้… ฉันไม่ได้กล้าคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนั้น… ฉันโง่แต่ฉันก็เข้าใจการประมาณตนเอง.. และฉันประมาณตนไว้ต่ำ
*เปรี๊ยะ.! แป๊ก*
เสียงแตกของถ่านจากกองไฟปลุกฉันจากความคิดเพ้อเจ้อ.. ความจริงกระแทกใส่ฉันอีกครั้ง อาการหลงเข้าไปในความคิดตัวเองของพวกขี้แพ้เป็นเรื่องที่แก้ไม่หาย ฉันใช้เวลาดับไฟในเตาอยู่สักพัก ก่อนที่จะเดินหาจุดที่ดีพอและลากผ้าห่มคลุมตัว.. ท่ามกลางสวน..ใต้แสงดาวฉันจะหลับและเพ้อฝันอีกครั้ง
ในโลกของจินตนาการคนที่ฉันชื่นชอบ เติมจะชอบฉัน.. ที่นี่นายเอิร์ธจะชอบฉัน.. เหล่าผู้หญิงที่ดูถูกฉันจะต้องจ้องมองฉันด้วยใบหน้าที่แหงนขึ้น.. ฉันจะเดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่แม้แต่ชายตามอง.. สิ่งดีๆทุกอย่างไหลเข้ามาหาฉัน.. ผู้คนจะมองฉันด้วยความอิจฉา.. ความสำเร็จทุกอย่างฉันจะได้รับมันมาหลังความพยายามอันยากลำบาก.. เหมือนคำพูดที่ฟังดูดีพวกนั้น.. ‘ความพยายามไม่โกหก’ ฉันจะประสบความสำเร็จเมื่อฉันพยายามมากพอ…
ถ้าเพียงแต่โลกนิทรานี้เป็นความจริง ถ้าแสงของรุ่งเช้าแห่งความเป็นจริงไม่ปลุกฉันขึ้นมา ฉันคงมีความสุขกับโลกนิทรา
ข้อเสียของพวกขี้แพ้ วันใหม่น่ากลัวกว่าคนอื่น
ข้อดีอยู่ยามค่ำคืน เริงรื่นแสนสุขกว่าคนทั่วไป
ขอบผาความจริงและฝัน รุ่งอรุณที่เคลื่อนคล้อยลอยไหล
ปาดสิ้นราตรีหนีไกล วันใหม่ฉันยังทรมาน
ฉันตื่นขึ้นมาเป็นคนแรกหลังจากหลับต่างที่และเป็นคนเดียวที่ไม่เมา เวลาปัจจุบันประมาณตีห้าครึ่ง
หลังจากนั้นไม่นานนายเอิร์ธก็ตื่น.. ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เมามากเหมือนกับอีก 2 คนที่เหลือ
“วันนี้มีเรียนมั้ย”นายเอิร์ธถามฉัน
“อืมม”
“เรียนเช้า??”
“ใช่”
“งั้นพวกเรากลับกันก่อน.. เช้านี้ให้เราไปส่งที่ตึกเรียนมั้ย”
“ก็ดีเหมือนกัน..”
พวกเรากลับหอพักโดยที่ไม่ได้ปลุกนายแว่นและน้องน้ำ
ฉันกลับถึงหอในเวลา 6:45 เพราะของที่เหลืออยู่ในตู้เย็นฉันจึงทำอาหารนิดหน่อยเพื่อรองท้องก่อนจะเตรียมตัวเพื่อไปเรียนในตอนเช้าในเวลา 9:00
8:10 ฉันทักไปหานายเอิร์ธเพื่อบอกว่าฉันเตรียมตัวเสร็จแล้ว ฉันมีแซนวิซไข่ดาวราดน้ำสลัดที่เตรียมไว้สองอันในมือ ฉันจะทานหนึ่งในนั้นและมอบอีกชิ้นให้นายเอิร์ธเพื่อเป็นการขอบคุณ
เมื่อไปถึงที่ตึกเรียนเวลายังเหลืออีกกว่าครึ่งชั่วโมง ฉันและนายเอิร์ธจึงนั่งทานอาหารซึ่งก็คือแซนวิซไข่ดาวสองชิ้นที่ฉันเตรียมมา มีหลายคนมองมาที่พวกเราแต่ฉันไม่ได้สนใจนัก ฉันเป็นจุดสนใจของผู้คนมาตั้งแต่เมื่อก่อนดังนั้นสายตาเหล่านั้นที่มองมาจึงไม่เป็นปัญหาอะไรกับฉัน
และแน่นอนบางทีคนพวกนั้นอาจจะมองหนุ่มหล่อแบบนายเอิร์ธทำให้ฉันยิ่งไม่จำเป็นต้องสนใจเข้าไปใหญ่ ยังไงซะมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด
“เคี้ยว.. ตอนเที่ยงไปกินข้าวด้วยกันนะ”
“อื้ม”
พอใกล้ถึงเวลาเรียนฉันแยกกับนายเอิร์ธและเข้าไปนั่งรอในห้องเรียน
วิชานี้เป็นวิชาพิษวิทยาที่ฉันลงเรียนเพื่อปรับเกรดของตัวเองขึ้น เพราะครั้งสุดท้ายที่เรียนวิชานี้ฉันได้ D หากเกรดของฉันในครั้งนี้สูงถึง B โอกาสจบของฉันจะมากขึ้นเพราะวิชานี้มีหน่วยกิจถึง 3 และเป็นวิชาบังคับของสาขา แม้หน่วยกิจจะคิดรวมทุกรอบก็ตาม
เพราะอยู่ในช่วงซัมเมอร์ วิชาหลายๆวิชาจะถูกเร่งหลักสูตรเพื่อให้จบเร็วขึ้นให้ทันในช่วงเวลาซัมเมอร์ วิชานี้จึงเรียน ถึงอาทิตย์ละสองวันและวันละสามชั่วโมง ฉันต้องเรียนวิชานี้ไปจนถึงตอนเที่ยง
แน่นอนฉันไม่ใช่คนเก่งอะไร การเรียนของฉันเต็มไปด้วยความยากลำบาก ยิ่งเป็นหลักสูตรเร่งรัดมันยิ่งยากขึ้น แม้ครั้งนี้จะเป็นการเรียนครั้งที่สอง มันก็ให้ความรู้สึกสดใหม่เหมือนเพิ่งเคยเรียนครั้งแรกสำหรับฉัน… เกณฑ์จบฉันอาจจะยืดไปอีกเทอม
สามชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เกรงว่าสารพิษของวิชานี้จะตกค้างอยู่ในหัวฉัน ฉันเหมือนพวกอึไม่ออกมาสามวัน สีหน้าพะอืดพะอมหลังจากรับสารพิษสดใหม่เหมือนครั้งแรก.. ฉันมาทำอะไรที่นี่
“ไหงทำหน้าแบบฉันมาทำอะไรที่นี่แบบนั้นล่ะ”
เสียงหนึ่งทักทายฉันทันทีที่เดินออกจากห้องเรียน
“เอ็งก็รู้ตารางเรียนหนิ.. ฉันรับพิษมาตลอดสามชั่วโมง.. รู้สึกเหมือนพวก toxic ยังไงไม่รู้”
ฉันตอบกลับเติมที่ทักทายฉัน
“เธอรู้ใช่มั้ยว่าถ้าเกรดครั้งนี้ของเธอต่ำกว่า C เกรดที่จากที่จะขึ้นมันจะลดลงไปอีกน่ะ นี่ตั้งใจจริงๆแล้วใช่มั้ย.. ”
“รู้แล้วเว้ย.. เอ็งเป็นพ่อตูรึไง”
*ป๊อก*
“นี่.. เอกสารสรุปบทเรียนของวิชานี้.. และฉันจะติวให้เธอ.. ห้ามหยุดจนกว่าเธอจะจำได้ครบสองบท.. เท่าที่รู้ อ.น่าจะออกสอบครั้งละ 2-3 บทในช่วงซัมเมอร์ เพราะฉะนั้น ตลอดซัมเมอร์เธออาจมีสอบวิชานี้ทุกอาทิตย์ เอ้อระเหยไม่ได้หรอกนะ”
“รู้แล้ว.. ฉันก็ไม่ได้อยากเกรดตกหรอกน่า”
หลังจากพูดไปอย่างนั้นฉันเหลือบไปเห็นนายเอิร์ธที่ด้านหลังและนึกถึงเรื่องที่ตกลงกันไว้ แน่นอนฉันต้องขอโทษและยกเลิกนัดกับเขาในครั้งนี้.. เขาแค่พยักหน้ารับและไม่ได้พูดอะไร
“เอ็งต้องเลี้ยงข้าวด้วยนะเว้ย… ไม่งั้นสมองฝ่อไม่มีแรงติวหนังสือหรอก” ฉันไปคาดคั้นข้าวเที่ยงกับเติมแทน
“ได้ๆแต่สมองฝ่อนั่นเป็นโรคประจำตัวเธอไม่ใช่ผลข้างเคียงจากการไม่ทานข้าว ต่อให้ทานข้าวไปมันก็ไม่หายหรอก”
“ลูกเตะฟิตแอนเฟิร์ม!!!!!”
วันนี้ฉันได้ลองท่าใหม่ที่พลังทำลายล้างลดลงไปมาก แลกมากับความแม่นยำและจำนวนครั้งในการใช้งานต่อวันแทน