"หมินหมิ่นตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาสนใจเรื่องของการผสมพันธุ์ เจ้ายังเยาว์วัยนักและมีโอกาสได้เรียนรู้มันอีกเยอะ ตอนนี้เรื่องที่สำคัญคือ 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' นี้ต่างหาก หากเจ้ารักฉงฉงจริงและอยากผสมพันธุ์กับนางจริงๆ ล่ะก็ข้าก็มีวิธีช่วยเจ้า เจ้าลองไปขอแลกเปลี่ยนฉงฉงคืนจากเจ้าสามีมนุษย์นั้นของนางสิ เอาเหล็กสีเลือดในตำนานนี้ไปมอบให้เขา โดยเจ้าต้องบอกกับเขาอย่างซื่อตรงว่า เจ้าต้องการใช้สิ่งนี้แลกเปลี่ยนกับภรรยาแสนรักของเขาอย่างฉงฉง แต่ข้าไม่รู้ว่าเขาจะยอมแลกเปลี่ยนฉงฉงกับ 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' อย่างง่ายๆ รึเปล่า"
"หมินหมิ่นเจ้าต้องรู้นะ เจ้ามนุษย์นั้นรักฉงฉงมากขนาดไหน เขารักฉงฉงมากถึงขนาดแบ่งของกินแสนอร่อยให้นาง และพวกเราเหล่าคนแคระทั้งหมดหลายร้อยคนได้ นี่เป็นการแสดงออกอันยิ่งใหญ่ ว่าเขารักฉงฉงมากขนาดไหน ดังนั้น หากจะมีสิ่งใดที่ทำให้เขาตัดใจจากฉงฉงได้ ข้าก็คิดว่า มีแค่ 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' นี่แหละ เจ้าโชคดีมากหมินหมิ่น เจ้ายังมีโอกาสได้ผสมพันธุ์กับหลานสาวข้าอยู่ เพียงแต่เจ้าอาจจะต้องพยายามมากกว่านี้ ข้าเกรงว่าเหล็กสีเลือดในตำนานเพียงก้อนเล็กๆ เพียงก้อนเดียว เขาอาจจะไม่สามารถตัดใจจากฉงฉงได้ แม้จะว่ากันว่า 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' หนึ่งหยดมีค่าเท่ากับหนึ่งล้านบูลนี่ก็ตาม แต่ไอ้เงินบูลนี่ของมนุษย์มันจะไปมีค่าอะไร มันก็แค่ผลึกสีน้ำเงินที่ไม่ค่อยแวววาวจริงไหม ต่อให้มีเป็นล้านก้อน ก็สู้ขนมปังแสนอร่อยและแร่เหล็กที่แวววาวแม้แต่ก้อนเดียวไม่ได้ มนุษย์นะโง่จริงๆ"
"ใช่ขอรับท่านผู้เฒ่า" หมินหมิ่นพยักหน้าให้กับปู่ของฉงฉง
"เอาล่ะหมินหมิ่น พวกเรารีบไปจากที่นี่ก่อนเถอะ พวกเราต้องอย่าให้พวกมนุษย์ที่โง่และชั่วร้ายนั่น รู้ว่าที่นี่มี 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' และเจ้าก็ต้องเก็บซ่อนมันไว้ให้ดี"
หมินหมิ่นตอนนี้ เอา 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' เก็บเข้าที่กระเป๋าหน้าท้องของตัวเอง
ปู่ของฉงฉงเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว "หมินหมิ่นเจ้าเก็บซ่อนไว้แบบนั้นได้อย่างไร ในกระเป๋าหน้าท้องมันใช่ที่ซ่อนที่ดีงั้นเหรอ เจ้าคิดว่าพวกมนุษย์จะไม่ค้นในจุดนั้นเหรอ"
"มนุษย์จะรู้ได้อย่างไร ว่าข้าซ่อนไว้ที่นี่ ในเมื่อข้าจะเก็บเป็นความลับและไม่บอกพวกเขาอย่างแน่นอน"
"ไม่ใช่ว่าเวลาที่เจ้าออกไปส่งแร่เหล็ก ทุกครั้งที่ออกและเข้าเหมืองแห่งนี้ พวกมนุษย์จะค้นกระเป๋าและเสื้อผ้าเจ้าทุกจุดงั้นเหรอ"
"ใช่จริงด้วย จริงอย่างที่ท่านผู้เฒ่าพูดจริงๆ..." จากนั้นใบหน้าของหมินหมิ่นก็บึ้งตึง ดูเหมือนเข้ากำลังใช้สมองเกินขีดจำกัดของตัวเอง
ปู่ของฉงฉงเห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้า เจ้าเด็กนี่มีความกล้าหาญแต่ยังเยาว์วัยเกินไป 'ข้าควรชี้แนะให้เขา' คิดแบบนี้ท่านปู่ของฉงฉง ก็เดินไปหยิบ 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' ที่ตอนนี้กลายเป็นลูกบอลทรงกลมขนาดเล็ก ประมาณใหญ่กว่าหัวแม่โป้งนิดหน่อยจากมือของหมินหมิ่น จากนั้นเขาก็ถกเสื้อของหมินหมิ่นขึ้น จากนั้นก็ถอดกางเกง แล้วจับเอา 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' ไว้ที่หมัดกล้ามเนื้อด้านหลังของคนแคระ ใช่แล้ว ที่ตูดนั่นเอง
"เก็บไว้ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน"
"ท่านผู้เฒ่าท่านฉลาดจริงๆ"
"ไปกันได้แล้วหมินหมิ่น นี่ไม่ใช่เวลามาพูด แต่การเก็บ 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' ไว้ที่ก้น แม้มนุษย์จะโง่และหามันไม่เจอ แต่หมินหมิ่นเจ้าต้องอดทนกับมันนิดหน่อย และอย่าลืมทุกครั้งที่เจ้าถ่ายทุกข์ อย่าลืมเอามันออกก่อนด้วยล่ะ นอกจากนั้นเจ้าต้องอย่าลืมขมิกก้นของเจ้า ไม่งั้นเหล็กสีเลือดในตำนานอาจจะหล่นหายได้"
"ขอรับท่านผู้เฒ่าฉลาดจริงๆ" ตอนนี้หมินหมิ่นดวงตาเป็นประกาย เขาคิดถึงภาพวันที่เอา 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' ไปแลกกับหญิงคนรักของตัวเองไปแล้ว
...
เซี่ยซีหานกลับมาถึงป้อมปราการลับ และเมื่อเขากลับมาถึง เขาก็ไม่ลืมแวะไปหาเหล่าคนแคระ เซี่ยซีหานซื้อของอร่อยอร่อยมาฝากเหล่าคนแคระมากมาย เหล่าคนแคระต่างดีใจอย่างยิ่ง บ้างถึงกับเต้นรำเฉลิมฉลอง
แต่ในระหว่างเฉลิมฉลอง บางครั้งเซี่ยซีหานมักจะรู้สึกแปลกๆ
นั่นคือ ทุกครั้งที่เขาไปหาเหล่าคนแคระ มักมีคนแคระหญิงนางหนึ่ง ใบหน้าน่ารักดูเหมือนเด็กทารกหญิง นางทำผมเปียมัดสองข้าง นางมักเดินมาหาเขา จากนั้นก็มากอดขาและนอนตัก อาจจะเพราะใบหน้าของนางน่ารัก เซี่ยซีหานจึงเอ็นดูเป็นพิเศษ และมอบขนมที่อร่อยที่สุดให้นางเสมอ และด้วยความที่เซี่ยซีหานได้แวะซื้อเสื้อผ้าให้เหล่าเด็กหญิงด้วย ตอนนี้เขามีหนังสือมิติเก็บของถึงสองเล่ม ดังนั้น การเก็บสิ่งของจำนวนมากจึงไม่ใช่ปัญหา
เขามอบเสื้อผ้าดูน่ารักและใส่สบายให้นางหลายตัว แต่ไม่รู้ทำไมลึกๆ เขากับนางเด็กหญิงคนแคระจึงคล้ายมีความสัมพันธ์แปลกๆ ตั้งแต่รู้จักกับนางมา นางแทบไม่พูดกับเขาเลย ส่วนครแคระคนอื่นๆ ออกจะพูดเก่งจะตาย
แต่ช่างมันเถอะเซี่ยซีหานไม่เก็บมาใส่ใจ ของแค่ได้จับแก้มนางเล่นได้บางครั้งเซี่ยซีหานก็พอใจมากแล้ว
...
"ดูสิฉงฉงได้ชุดใหม่อีกแล้ว นอกจากนั้นนางยังได้กินขนมที่ดูอร่อยมากมากด้วย การได้สามีเป็นมนุษย์ช่างดีเหลือเกิน ข้าอยากได้สามีที่เป็นมนุษย์บ้างจัง"
"ข้าก็ด้วย"
หญิงคนแคระใบหน้ามอมแมมหันไปด้านข้าง นางพบว่าคนที่พูดว่า 'ข้าก็ด้วย' คือสามีของนาง จากนั้นนางจึงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจกับสามีของนาง "เจ้ากับเขาต่างเป็นเพศชาย"
"เพื่อได้ขนมอร่อยๆ ข้าจะยอมให้เขานอนทัพข้า"
หญิงคนแคระมองสามีตัวเองด้วยใบหน้ารังเกียจ
ไม่ไกลกันนักในเหมืองขุด หมินหมิ่นได้ยินทุกอย่าง เขาแสยะยิ้มก่อนพูดกับตัวเองเบาๆ "อีกไม่นาน อีกไม่นานข้าจะแย่งฉงฉงคืนมา แต่ตอนนี้ข้าเริ่มเกิดปัญหาแล้ว ข้าสามารถหา 'เหล็กสีเลือดในตำนาน' ได้หลายก้อนก็จริง แต่ปัญหาตอนนี้คือ ที่เก็บของข้าเริ่มไม่พอ ข้าต้องไปปรึกษาปู่ของฉงฉงแล้ว เขาคือคนที่ฉลาดที่สุดของที่นี่"
หมินหมิ่นก้าวข้าได้อย่างลำบาก ก้นของเขามีภาระที่สำคัญซ่อนอยู่
...
วันเวลาค่อยๆ ก้าวผ่านไป ในที่สุดเวลาก็ผ่านไปอีกสามเดือน เซี่ยซีหานมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างเป็นลำดับ ศักยภาพของเขาเติบโตทั้งในด้านปราณพลัง พลังโอน่าของผู้วิเศษ เซี่ยซีหานก้าวมาอยู่บันไดขั้นที่สองของอาณาจักรผู้วิเศษอย่างง่ายดาย โดยที่เขาไม่มุ่งเน้นการฝึกฝนมากนัก
นอกจากนั้นทักษะแห่งไฟก็ขยับเป็นระดับที่ 6 ได้อย่างรวดเร็วจากระดับ 2 ที่เคยมีเมื่อสามเดือนก่อน ที่เป็นแบบนี้เพราะทุกครั้งที่เซี่ยซีหานไปหลอมสร้างยุทธภัณฑ์ ที่ใช้ในการหลอมสร้างเจ้าโกเลมยักษ์ซึ่งคือ ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามที่อาณาจักรไม้หมื่นกิ่งแอบสร้างนั้น
เขาได้ใช้ไฟที่เกิดจากพลังวิเศษของตัวเองช่วยในการหลอม นั่นจึงทำให้ทักษะธาตุไฟของเซี่ยซีหานดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนตอนนี้พลังวิเศษธาตุไฟของเซี่ยซีหานกางเป็นอาณาเขตได้แล้ว
นอกจากนั้นเซี่ยซีหานยังสามารถเปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็นเปลวไฟได้ นี่คือการพัฒนาการของทักษะการใช้ธาตุไฟระดับ 6
นอกจากนั้นเซี่ยซีหานก็ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เช่น ทักษะช่างหลอม ตอนนี้เขากลายเป็นระดับ 8, ทักษะวงจรเวทย์กลายเป็นระดับ 7, และแม้แต่ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ เขาก็ยังมาถึงระดับ 6 ได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณแผ่นจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม ความรู้เพื่อจะสร้างสิ่งนี้ให้สำเร็จนั้นลึกล้ำมาก ยิ่งเซี่ยซีหานศึกษามัน เขาก็พบว่าตัวเขากำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
และเซี่ยซีหานก็เข้าใจว่า การสร้างยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามนั้น จริงๆ ไม่ง่ายเลย มันไม่อาจจะใช้ความรู้เส้นทางใดเส้นทางหนึ่งมาสร้างได้ แต่จำต้องผสมผสานความรู้ที่หลากหลาย หากจะมีใครที่สร้างมันได้ด้วยตัวคนเดียว คนคนนั้นคงต้องเป็น 'ผู้สร้าง' ที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น ซึ่งเซี่ยซีหานรู้สึกว่าเป็นตัวเขา
แต่หลังจากผ่านการเข้าไปตระหนักรู้ และทำความเข้าใจมวลความรู้ ที่ใช้สร้างยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม อย่างเจียนตายมาหลายร้อยครั้ง
เขาก็พบว่า เขาเจอปัญหา หากต้องการสร้างยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามที่สมบูรณ์
"ข้ากำลังมีปัญหา หากข้าจะสร้าง 'เกราะรบเทพยุทธ์' ที่สมบูรณ์ขึ้นมาจริงๆ ข้าจำต้องหาแร่เหล็กในตำนาน ซึ่งมีเพียงเก้าชนิดในโลกใบนี้" พูดถึงตรงนี้เซี่ยซีหานก็ถอนหายใจดัง เขาเคยเอาเรื่องนี้ไปถามหยางจื่อถงผู้วิเศษอ้วนแก่ เกี่ยวกับการหาแร่เหล็กในตำนานว่า จะหาได้จากที่ใด
หยางจื่อถงได้แต่บ่นอุบอิบว่า แร่เหล็กในตำนานนั้นหายากเกินไป ว่ากันว่าแม้เพียงก้อนเล็กๆ แค่ข้อนิ้วมนุษย์ก้อนหนึ่ง ก็มีราคาถึงหนึ่งล้านบูลนี่เข้าไปแล้ว เซี่ยซีหานไม่อยากคิด หากเขาต้องการหลอม แค่เพียงเกราะส่วนไหล่หรือส่วนมือเล็กๆ เขาจะหมดเงินไปเท่าไหร่ นี่แค่เพียงส่วนแรกของการสร้าง 'เกราะรบเทพยุทธ์' เท่านั้น
แต่โชคดีเซี่ยซีหานไม่ใช่คนโลภ เขาไม่คิดว่าตัวเขาจำต้องหลอม 'เกราะรบเทพยุทธ์' ที่สมบูรณ์ ด้วยมวลความรู้ทักษะอันหลากหลายที่มี เซี่ยซีหานสามารถลดคุณภาพวัสดุได้ เขายังไม่ต้องไปสังหารเทพเจ้าที่ไหน ดังนั้น เขาแค่ต้องการสร้างชุดเกราะเอาไว้ใช้สำหรับต่อสู้กับนักรบ และผู้วิเศษแท้จริงระดับสูงได้ก็พอ
"ตอนนี้ข้าจะคิดเรื่องนี้ไปทำไม นี่ใกล้ถึงวันที่ข้านัดกับตาแก่เคอซวนกับพี่ชายถางเทียนเจี๋ยแล้วด้วย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำสำเร็จรึเปล่า เรื่องการขโมยสัญญาณทาสของเหล่าคนแคระ... พูดถึงตรงนี้ข้าไปหาฉงฉงดีกว่า อยู่ที่นี่มีแต่การไปจับแก้มจ้ำม่ำของนางเท่านั้นที่ทำให้ข้ารู้สึกผ่อนคลาย" พูดจบเซี่ยซีหานก็ลุกขึ้น
เขาโยนจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามจมหายไปในหนังสือมิติเก็บของ จากนั้นก็ปิดมันและเดินไปอย่างอารมณ์ดี