สี่เดือนก่อน... แคว้นเหอหนาน
“คณะทูตกลับไปกันแล้วเหรอเพคะ? แคว้นไท่โจวประสงค์สิ่งใด? เล่าประทานได้ไหมเพคะเด็จพ่อ?”
สุรเสียงใสแห่งวัยสาวของเ้าหญิงเวยหนิงอันตรัสถามท่านอ๋องเวยหลงและพระชายาผู้ครองแคว้นเหอหนาน ทันที่ที่ทรงก้าวผ่านบานพระทวารแห่งห้องทรงพระอักษรเข้าไปภายใน ท่านอ๋องผู้เงยพระพักตร์มองพระราชธิดาองค์น้อย ที่ปัจจุบันไม่อาจเรียกได้ว่าองค์น้อยอีกแล้ว บัดนี้ทรงเจริญพระชนม์เป็สตรีที่มีพระสิริโฉมงดงามยิ่ง
“ทางไท่โจว้าเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเรา เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนของเราทั้งสองแคว้น”
ท่านอ๋องตรัสเล่าประทานพระราชธิดา น้ำเสียงอ่อนโยน ปลอบประโลมอยู่ในที เค้าแววของความกังวล ทุกข์ใจฉายชัดจากแววพระเนตร
“เหอหนานของเราไม่มีปัญหา ‘ในตอนนี้’ ก็จริง แต่การทหารเราไม่แข็งแรง ในเวลานี้ที่ ต้าซื่อ จ้องเราตาเป็มัน เราเป็แคว้นเดียวในระแวกนี้ที่มีเส้นทางคมนาคมทางทะเล มีเมืองท่าที่พร้อมต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ถ้าควบรวมหรือเราได้ ต้าซื่อจะมีอำนาจเหนือทุกแคว้นในแผ่นดินแถบนี้เลยทีเดียว ไท่โจวก็เห็นปัญหาเดียวกัน ถ้าเกิดเราถูกต้าซื่อ ไท่โจวจะลำบากทันที เพราะจะถูกปิดเส้นทางคมนาคมสู่โลกภายนอก ขาดพันธมิตร เพราะต้าซื่อเองก็จ้องจะ “ทุกแคว้น” เพื่อสร้างให้ตัวเองเป็ใหญ่เหนือทุกแคว้น การที่เรามีสัมพันธไมตรีที่ลึกซึ้งกับไท่โจว จะช่วยคานอำนาจของทั้งสี่แคว้นใหญ่ไม่ให้เกิดการเป็มหาจักรวรรดิที่มีอำนาจเหนือแคว้นอื่นได้ และประชาชนของทั้งสองแคว้นก็ได้ประโยชน์ เราจะมีการทหารที่แข็งแกร่งของไท่โจวเป็ปราการป้องกันต้าซื่อ มีรายได้จากส่วนแบ่งจากเหมืองอัญมณีของไท่โจว เกิดการค้าและการลงทุนตลอดเส้นทางการค้าขายระหว่างแคว้น ส่วนไท่โจวก็จะได้เส้นทางคมนาคม นำการค้าและรายได้สู่แคว้นได้มากยิ่ง ทรัพยากรเขาเยอะ แต่ไม่มีเส้นทางค้าขาย”
“สัมพันธไมตรีสองแคว้น...ผ่านการอภิเษกสมรส...หญิงกับเ้าชายสักพระองค์แห่งไท่โจวใช่ไหมเพคะ?”
เ้าหญิงทรงคาดเดาเื่ราวทั้งหมดได้ทันที ในที่สุดวันนี้ เหตุการณ์แบบนี้ก็มาถึง ... ทรงตรัสกับพระองค์เองว่าจะแปลกอะไร พระบรมวงศานุวงศ์มากมายก็กระชับความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นด้วยวิธีนี้กันมาั้แ่โบราณกาล แต่ถึงจะเข้าใจและทำใจมาตลอดั้แ่เจริญพระชนม์เป็ ‘สาว’ มา พระหฤทัยยังคงอดที่จะรู้สึกแปลบปลาบไม่ได้
“หญิง..พ่อกับแม่รักหญิงนะ” ท่านอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่ง
“แต่การเกิดเป็เ้าหญิง สูงดั่งฟ้า มีศักดิ์ คือ ‘ภาระ’ และมี ‘หน้าที่’ ตำแหน่งของหญิงเต็มๆ คือ เ้าฟ้าหญิง...ฟ้ามีหน้าที่ ‘ให้’ กับแผ่นดินและผสกนิกร ในฐานะพ่อและแม่ย่อมไม่้าให้ลูกไม่มีความสุข แต่ในฐานะผู้ปกครองแผ่นดิน พ่อจำต้องให้หญิงทำหน้าที่ “เ้าฟ้าหญิง” เพื่อแผ่นดินและประชาชนทุกคน”
พระหัตถ์ใหญ่วางลงบนพระเศียรของพระราชธิดาพระองค์เดียวที่ทรงรักสุดหัวใจ ..
“อย่างน้อยก็เป็การอภิเษกสมรสระหว่างหญิงกับ ‘เ้าชายรัชทายาท’ ไม่ใช่ ‘เ้าชายสักพระองค์’ ... ไท่โจวถวายพระเกียรติยศสูงสุดให้กับหญิงเช่นกัน พ่อถึงพอจะวางใจว่าหญิงคงไม่ลำบาก เพียงแต่มันเป็การสมรสที่ไม่ได้เกิดจากความรัก...หญิง...จะทำเพื่อเหอหนานได้หรือไม่ลูก?”
น้ำหนักมือใหญ่ที่วางทาบทับลงบนศีรษะเพียงบางเบา แต่ส่งผลรุนแรงถึงหัวใจ
“หญิงจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อประชาชนของเราเพคะ”
“เตรียมเครื่องหนาวไปเยอะหน่อยนะ ไท่โจวอยู่ทางเหนือ อากาศจะหนาวมากว่าบ้านเรามากนัก” สุรเสียงของพระชายาสั่งกำชับเหล่านางกำนัลที่กำลังวุ่นวาย เร่งเตรียมข้าวของ เครื่องใช้ส่วนพระองค์
เ้าหญิงหนิงอัน เสด็จไปทรง “กอด” พระชายาจากทางด้านหลัง พร้อมขโมย “หอม” แก้มพระชายา แล้วทรงยิ้มพระเนตรหยีถวาย .... “แหม...เ้าชายรัชทายาทจะไม่ทรงประทานเครื่องหนาวให้พระคู่หมั้นเลยเหรอเพคะ เราถึงต้องเตรียมไปเองขนาดนี้?”
พระชายาทรงยิ้มตอบ... “ก็ระหว่างเดินทาง เราก็ต้องเตรียมไปก่อนสิลูก หญิงไม่เคยคุ้นกับอากาศหนาวมากๆ เดี๋ยวจะไม่สบาย ระยะทางตั้งไกล ขบวนเสด็จของหญิงต้องแวะพักกลางทางหลายที่กว่าจะถึงไท่โจว แทนที่หญิงจะ ‘เสด็จ’ อย่างพญาหงส์ จะกลายเป็ เดินน้ำมูก น้ำตาไหล ทั้งจาม ทั้งไอ เข้าเฝ้าว่าที่เ้าบ่าว... จะไม่งาม!” ทรงตรัสด้วยเสียงหัวเราะ ... เพียงแต่ความขบขันนั้นส่งไปไม่ถึงพระเนตรของพระองค์
ในฐานะแม่...ย่อมห่วงลูกน้อย ยามต้องปล่อยออกไปให้เผชิญชีวิตเพียงลำพังในต่างแดน
ในฐานะผู้หญิง...ย่อมเข้าใจความรู้สึกของการเดินเข้าพิธีสมรสกับ...คนแปลกหน้า...
“ขอบคุณค่ะ แม่” เ้าหญิงทรงใช้คำเยี่ยงสามัญชนเสมอ เมื่ออยู่ในที่รโหฐานลำเพียงสองพระองค์
“แม่เล่าเื่แคว้นไท่โจวให้หญิงฟังบ้างสิคะ จะได้...รู้เขารู้เรา.. ตามที่เด็จพ่อสอนไงคะ”
“แม่ว่าท่านราชครูน่าจะสอนหญิงให้รู้จักแคว้นแต่ละแคว้นดีพอแล้วนะ งั้นแม่เล่าเื่เกี่ยวกับเ้าชายรัชทายาทดีกว่าไหม?” ทรงเย้าพระราชธิดาด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“แหม..แม่รู้ทันหญิงทุกทีเลย..” ...ก็ใครล่ะ จะไม่อยากรู้จัก “คู่หมั้น” ของตัวเองน่ะ
“ไท่โจว จริงๆ มีเ้าชายรัชทายาทสองพระองค์ พระคู่หมั้นของหญิง คือองค์พี่ เ้าชายฟางมู่หยาง กับเ้าชายฟางเร่อหยางองค์น้อง เท่าที่แม่รู้ เ้าชายมู่หยางทรงควบคุมดูแลด้านการทหาร และการปกครองรองจากไท่โจวอ๋อง ท่านเป็รัชทายาทลำดับที่ 1 ส่วนองค์น้องเ้าชายเร่อหยาง น่าจะพระชนม์เท่าๆ หรือแก่กว่าหญิงไม่กี่ปี เหมือนๆ จะดูแลทางด้านเศรษฐกิจ การคลัง ไท่โจวอ๋อง ทรงโชคดีมากที่มีรัชทายาทที่เก่งกาจทั้งสองพระองค์”
“ทรงเป็ทหารเหรอคะ?” ทรงเบ้พระโอษฐ์ เป็ทหาร..ต้องทรงดุแน่ๆ เลย ...
“ใช่จ้ะเท่าที่ได้ยินมา... ท่านได้รับความไว้วางพระทัยจากไท่โจวอ๋องมาก และที่แม่ได้ยินมาอีกอย่างคือ ท่านหล่อมากนะ...” ทรงเย้า เพราะไม่อยากให้พระธิดาหวั่นวิตก และหดหู่ไปมากกว่าที่เป็
“แม่คะ... จะมีวันที่เ้าชายจะรักหญิงเหมือนที่เด็จพ่อรักแม่ไหมคะ?” ทรงสวมกอดพระชายา พร้อม “ซุก” พระพักตร์ที่พระอุระเหมือนเมื่อยังทรงพระเยาว์
พระชายาทรงใช้พระหัตถ์ลูบศีรษะของพระธิดาด้วยความรัก... “ลูกแม่น่ารักออกอย่างนี้ จะไม่รักได้อย่างไรล่ะ?”
“แต่..หญิงฟังแม่นะลูก.. การเป็ภรรยา และอนาคต..เป็แม่คน... หญิงต้องหนักแน่นดั่งขุนเขา แต่อ่อนโยนดั่งต้นหญ้า เป็มือนุ่มที่คอยโอบกอด เป็เสียงสะท้อนของความเป็จริง เป็ภรรยาบนเตียง เป็เพื่อนคู่คิดบนโต๊ะทำงาน เป็ความสดใสในวันที่เขาหม่นหมอง เป็สายฝนเย็นในเวลาที่เขาร้อนเป็ไฟ...เช่นนี้ หญิงจะเป็ยิ่งกว่า “พระชายา” แต่หญิงจะได้เป็ “ภรรยาคู่คิด” คู่ทุกข์ คู่ยาก.. ความสาว ความสวย ไม่นานก็หมดไป แต่ความเป็คู่ทุกข์ คู่ยาก ความผูกพันเ่าั้ต่างหากที่เชื่อมหัวใจของคนสองคนไว้ได้.. นั่นล่ะที่แม่คิดว่ามันคือ...ความรัก…
“วันนี้...ทั้งเ้าชายรัชทายาทและหญิงเอง อาจเป็เพียงคนแปลกหน้าต่อกัน แต่ถ้าเรามอบความปรารถนาดี ความจริงใจ และเป็คู่คิดที่ดีต่อกัน ความรักมันก็สุกงอมขึ้นมาได้เองแหละลูก... ลูกแม่ยังไม่มีใครจับจองหัวใจไม่ใช่หรือ? เปิดใจรับเ้าชายมู่หยาง มอบกายและใจให้พระองค์ และร่วมกันสร้างครอบครัวที่อบอุ่นขึ้นมาใหม่สิลูก...”
“หญิงจะจำคำสอนแม่ไว้ค่ะ...หญิงรักแม่กับเด็จพ่อที่สุดเลย!” ...
✱✱✱✱
หน้าที่...มาก่อนหัวใจ... ติดตามเส้นทางเดินของเ้าหญิงหนิงอันว่า หัวใจจะมาแทรกแซงหน้าที่หรือไม่?
อย่าลืมกดติดตามเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ .. เลิฟๆ ขอบคุณจ้า