ยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล)

    ตอนที่ 18 ทำลายหลักฐาน (2)

    ตอนที่ 18 ทำลายหลักฐาน (2)

            อย่างไรก็ตามเถียนไฉ่เวยไม่สนใจเรื่องของคนตระกูลเถียนมากนัก ดังนั้นจึงไม่ได้คิดมากเรื่องนี้ นางกับเสี่ยวหม่านกลับไปยังเรือนมุงฟางหลังเล็กที่พวกนางอาศัยอยู่ หลินซื่อกำลังกินนกเขาลาย เมื่อเห็นทั้งคู่เข้ามาจึงถามเถียนไฉ่เวยด้วยความประหลาดใจ “เจ้ายิงนกเขาลายอย่างไร”

            เถียนไฉ่เวยไม่อาจปล่อยให้หลินซื่อสงสัยในตัวนางได้ ผู้คนสมัยโบราณเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ การฟื้นคืนชีพอย่างกะทันหันของบุตรสาวที่ตายไปก็น่าตกใจมากพอแล้ว หลังจากฟื้นขึ้นมานิสัยยังเปลี่ยนไปมากจนกลัวว่าจะถูกผีเข้าสิง

            นางจึงเอ่ยว่า “ข้าล่าสัตว์เป็นที่ไหน เพราะหิวจึงซื้อหนังสติ๊กมาหนึ่งอัน ยิงไปมั่วๆ เหมือนแมวตาบอดเจอหนูตาย อยู่ดีๆ ก็ยิงโดนตกลงมา...”

            “ยิงโดนตกลงมาตั้งหกตัว ถ้าไม่เชื่อท่านถามเสี่ยวหม่านสิ” นางพูดลื่นไหลจนเกือบหลุดปากพูดคำว่า ‘สามตัว’ ออกมา

            เสี่ยวหม่านพยักหน้ารัวๆ

            หลินซื่อยิ้มแล้วเอ่ย “ข้าก็ว่าเหตุใดจู่ๆ เจ้าถึงล่าสัตว์เป็น ทำเอาข้าตกใจหมด นึกว่าไม่ใช่บุตรสาวคนเดิมของข้า”

            เถียนไฉ่เวยรู้สึกหวั่นๆ อยู่พักหนึ่ง แต่โชคดีที่ตัวเองกลบเกลื่อนทัน “ท่านแม่พูดเช่นนี้ข้าเสียใจนะ ข้าไม่ใช่บุตรสาวของท่านแม่แล้วจะเป็นบุตรสาวของใครล่ะ ฮือๆๆ”

            เถียนไฉ่เวยแสร้งร้องไห้

            หลินซื่อมีสีหน้ารู้สึกผิด “สาเหตุหลักคือตั้งแต่เจ้าฟื้นขึ้นมานิสัยก็เปลี่ยนไปมาก แม่แค่เป็นห่วงนิดหน่อย กลัวว่าจะมีผีตนอื่นมาสิงร่างเจ้า”

            “โธ่! ฟ้าดินสว่างกระจ่างแจ้งเช่นนี้ ผีที่ไหนจะมา” เถียนไฉ่เวยนั่งลงข้างหลินซื่อ “เพราะข้าเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงเข้าใจในหลายสิ่ง แทนที่จะปล่อยให้คนอื่นรังแก ให้คนอื่นฆ่าแกง มิสู้ลุกขึ้นต่อต้านสักครั้ง อย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้ว หากเอาคำว่าโหดเหี้ยมไปให้คนอื่นบ้าง ไม่แน่อาจมีหนทางรอดรางๆ อย่างไรพวกเราก็เดินเท้าเปล่าอยู่แล้วไยต้องกลัวพวกที่ใส่รองเท้าไม่เป็น[1] ฉะนั้นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ตัวข้า แต่แค่วิธีคิดของข้าเท่านั้น ท่านแม่อย่าคิดมากเลย”

            หลินซื่ออมยิ้มแล้วพูดว่า “รู้แล้ว”

            เถียนไฉ่เวยเห็นว่าขจัดข้อสงสัยในใจของหลินซื่อไปได้อย่างสิ้นเชิงแล้วก็โล่งใจมาก

            หลินซื่อคิดว่ากลิ่นนกเขาลายในน้ำตุ๋นโป๊ยกั้กนั้นแรงเกินไป ถึงบ้านหลังเล็กของพวกนางจะอยู่ในมุมห่างไกลที่สุดของบ้านไร่ แต่ก็ยังกลัวว่าใครจะได้กลิ่น ด้วยเหตุนี้จึงรีบกินเร็วๆ เพียงครู่เดียวนกเขาลายสองตัวก็หมดลง และยังแทะจนเกลี้ยงด้วย ส่วนไข่สองฟองก็กินอย่างมูมมาม

            หลินซื่อเพิ่งกินเสร็จ ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินมาหาพวกนางอย่างรวดเร็ว ฟังจากน้ำหนักก็รู้ว่าเป็นเถียนจินจวี๋

            หลินซื่อกับเสี่ยวหม่านตึงเครียดขึ้นมาทันใด หากให้นักกินอย่างเถียนจินจวี๋จับได้ว่าพวกนางแอบกินนกเขาลาย เกรงว่าฟ้าคงถล่มแน่ ทั้งสองจึงพร้อมใจกันมองไปที่เถียนไฉ่เวย

            เถียนไฉ่เวยรีบกวาดกระดูกและเปลือกไข่บนโต๊ะลงในหม้อดินเผาใบเล็กด้วยความเร็วสูง จากนั้นก็ถือหม้อดินเผาปีนออกไปนอกหน้าต่าง แล้ววิ่งออกไปไกลหลายสิบหมี่[2]เหมือนลูกธนูที่พุ่งออกจากสาย เทกระดูกกับเปลือกไข่ในหม้อดินเผาใบเล็กลงตรงใต้ต้นสนต้นหนึ่ง แล้วใช้เท้าดันดินฝังกลบ จากนั้นรีบปีนขึ้นไปบนต้นสน ใส่เกลือลงในหม้อดินเผาใบนั้น ก่อนจะแขวนหม้อไว้บนกิ่งไม้สูง เสร็จแล้วจึงกระโดดลงมา

            แม้ว่าชาติก่อนเถียนไฉ่เวยจะเป็นตำรวจสืบสวนมือใหม่ แต่ก็มีทักษะขั้นพื้นฐานนี้ มิเช่นนั้นนางคงไม่ได้ชื่อว่าตำรวจสืบสวนอาชญากรรมแต่เป็นเป้าคนเดินได้เอาไว้ให้ศัตรูฝึกยิงแม่น

            เมื่อทำทั้งหมดนี้แล้ว เถียนไฉ่เวยจึงวิ่งกลับบ้านตัวเองเหมือนลูกธนูอีกครั้ง นางยืดตัวกระโดดโดยใช้สองมือจับชายคาและดันตัวขึ้นไปบนหลังคาบ้าน แอบฟังนักกินเถียนจินจวี๋ที่อยู่ข้างในพูดจาดุร้าย “พวกเจ้าเล่นลิ้นต่อหน้าข้าให้มันน้อยๆ หน่อย คิดว่าข้าโง่หรือ ข้าได้กลิ่นเนื้อตุ๋นชัดๆ!”

            

            เชิงอรรถ

    ^ คนเดินเท้าเปล่าไยต้องกลัวพวกที่ใส่รองเท้าไม่เป็น หมายถึง คนที่ไม่มีอะไรจะเสียจึงไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น^ หมี่ เทียบได้กับหน่วยวัดเป็นเมตร

    คล้ายกับเรื่องยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน