วันเฉลยสายรหัส
ใครบางคนกำลังตื่นเต้นเมื่อคิดว่าวันนี้จะต้องเปิดหน้าอย่างที่สัญญาเอาไว้
“ว้าว ในที่สุดก็เปิดหน้าหล่อ ๆ นี่สักทีนะ” พายุหันมามองเพื่อนพลางทำหน้าตาล้อเลียน
“ทำไงดี กลับหอดีไหม” สายนทีรู้สึกว่ายังไม่พร้อมเผชิญหน้าอย่างที่คิด สายตามองซ้ายมองขวาหาที่หลบ
“ไม่ต้องเลย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แมน ๆ คุยกัน มายืนตรงนี้เลย” พายุล็อกคอเพื่อนเอาไว้ สีหน้าระรื่นพยายามโน้มน้าวใจให้อีกฝ่ายเดินหน้าเต็มกำลัง
ในที่สุด เด็กใหม่ของสาขาก็เข้ามานั่งเก้าอี้ในห้องเรียบร้อย นรินทร์มองออกไปข้างหน้าห้องพลันสบตากับเ้าของดวงตาสีน้ำเงินพอดี คลี่รอยยิ้มบาง
“เฮ้ย น้องเขายิ้มให้นายว่ะ” พายุหันดูคนทางโน้นทีทางนี้ที “เขารู้ได้ไงว่าเป็นาย”
“ไม่รู้ดิ” สายนทียังคงนึกไม่ออก “ยิ้มให้นายมั้ง เขารู้จักนายนี่”
ขณะที่ทั้งคู่เถียงกันไปมาก็ได้เวลาถือขนมและของขวัญไปให้น้องรหัสตัวจริงของตัวเอง หลายคนตื่นเต้นเพราะทายกันกับเพื่อนว่าใครจะเป็พี่รหัสที่แอบส่งขนมมาให้
“นายคิดว่าใครเป็พี่รหัสนะ” ดรัลถามนรินทร์เพราะเขาชี้ไปที่สายนทีแต่ว่าดรัลไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายมาก่อน
“คนนั้นไง ตาสีน้ำเงิน” นรินทร์เอ่ยตอบสีหน้ายิ้มแย้ม
การได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เรียนที่เดียวกันและอาจจะเป็พี่รหัสของตัวเอง ไม่รวมถึง่สองอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาได้รับการดูแลจากสายนทีเป็อย่างดี
นรินทร์จึงหวังว่าสายนทีจะเดินมาหาเขาที่ตรงนี้แล้วบอกว่าเป็พี่รหัสตัวจริง
“นรินทร์” สายนทีเอ่ยเรียกเสียงพึมพำ “ไม่นึกว่านายจะเรียนต่อที่นี่ คือว่าพี่...”
“ผมดีใจที่ได้เจอพี่นะ” เขารีบบอกอีกฝ่าย “พี่เป็พี่รหัสของผมใช่ไหม”
“รู้ได้ไง” เขาเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า คิดว่าตัวเองปลอมตัวอย่างแเีแล้ว
“ไม่บอก” รอยยิ้มของนรินทร์ทำให้สายนทีเผลอยิ้มตามไปด้วยแล้วความทรงจำเก่า ๆ ก็ผุดออกมา
“นายไม่กลัวพี่ใช่ไหม” เขาถามเพราะรู้สึกว่านรินทร์ยังคงมีท่าทีระแวดระวังคนอื่น ๆ อยู่ไม่น้อย แม้แต่กับพายุเอง เขาก็ยังเว้นช่องว่างไม่ใกล้ชิดสนิทสนมเหมือนกับดรัล
“ไม่นึกว่าพี่ยังจำเื่ตอนนั้นได้ แต่ว่าผมดีขึ้นมากแล้ว ทุกวันนี้ก็พยายามเข้มแข็งอยู่” น้ำเสียงของเขายังคงกังวลเล็กน้อย “ผมรู้สึกว่าพี่ไม่เหมือนใคร ใช่ไหมครับ...”
“ไม่เหมือนคือแบบไหนนะ” พายุเริ่มอยากรู้อยากเห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองคน “แต่ฉันว่านายดูลำเอียงหน่อย ๆ” นั่นเพราะพายุรู้สึกได้ว่าสายตาที่รุ่นน้องคนนี้มองเพื่อนสนิทกับคนอื่นดูต่างกันจริง ๆ
“นายอย่าพูดอะไรให้น้องอึดอัดใจได้ไหมพายุ” เขาตบบ่าเพื่อนอย่างแรงเพื่อเตือนสติ “ฉันกับน้องเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันก็เลยรู้จักกันนิดหน่อย”
“อ้อเหรอ” พายุทำสายตาไม่เชื่อคำพูด หันหน้ามาทำล้อเลียนเพื่อน
ดรัลได้ยินดังนั้นจึงสงสัย “พี่ไม่ได้ชื่อพายุเหรอ”
“อ๋อ หมอนี่ปลอมตัวน่ะ พายุน่ะชื่อพี่ ส่วนคนข้าง ๆ พี่ที่ตอนแรกใส่คอนแทคเลนส์สีดำกับหน้ากากชื่อสายนที” น้ำเสียงตื่นเต้นอธิบายอย่างคล่องแคล่วเพราะรู้เื่ราวทั้งหมด
“แสดงว่าพี่จีบนรินทร์จริง ๆ ใช่ไหม” ดรัลปะติดปะต่อเื่ราวแล้วถามสิ่งที่อยากรู้มาั้แ่วันแรกที่เขาเคยถามไป
คนที่ถูกกล่าวถึงใจเต้นตึกตักทั้งคู่ นรินทร์หน้าแดงระเรื่อจนฟีโรโมนจาง ๆ ลอยล่อง ดรัลจึงหันมากระซิบบอกคนข้างกาย “นายตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น ฟีโรโมนฟุ้งไปหมดแล้ว”
นรินทร์ยิ่งไม่เข้าใจตัวเองเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น เขาจึงหัดควบคุมฟีโรโมนของตัวเองตามคำแนะนำของคณินไม่ว่าจะตื่นเต้นหรือรู้สึกอะไรก็จะไม่ปลดปล่อยมันออกมาและถ้าไม่โดนกระตุ้นด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่า ไม่มีทางที่เขาจะเผลอไปเช่นนี้
ขณะกำลังสับสนในตัวเอง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของสายนทีถามเขาขึ้นมา “นายคบกับใครอยู่หรือเปล่า”
พายุทำตาเบิกโต เม้มปากไว้แน่นแล้วลุ้นไปกับเพื่อนด้วย ส่วนดรัลยืนนิ่งดูสถานการณ์เพราะแม้จะได้กลิ่นของนรินทร์แต่กลับมีกลิ่นฟีโรโมนคนอื่นที่มักจะติดมาเป็ประจำแฝงอยู่ด้วย
“เปล่าครับ” เ้าตัวก้มหน้าเขินอายไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย
“ถ้างั้นพี่จีบนายได้ไหม” สายนทีถามคนตรงหน้าพลางรอคำตอบหวังว่าจะได้ยินคำตกลง
“ผมเหรอ” เขาไม่เชื่อหูตนเองรีบเงยหน้ามองพี่รหัส
“เอ่อคือ... ถ้านายไม่พร้อมก็แบบว่าคุย ๆ กันไปก่อน ถ้านายคิดว่าฉันโอเคก็ค่อยตอบตกลงทีหลังก็ได้” สายนทีอธิบายยืดยาวเพราะไม่เคยถามแบบนี้กับใครมาก่อน
“...”
“ถ้างั้นเป็พี่รหัสน้องรหัสก็ได้” เขารีบบอกเพิ่มเติมเพราะลึก ๆ แล้วกลัวโดนปฏิเสธ “แต่พี่ชอบนายมาตั้งนานแล้ว เป็แฟนกันไหม นรินทร์”
“...” สีหน้าของคนลุ้นผลอยู่ข้าง ๆ ดูจะทนไม่ไหวรีบส่งสายตากดดันนรินทร์ให้ตอบรับสักทีไม่ว่าจะเป็ตกลงหรือไม่ตกลง เขาก็พร้อมปลอบใจเพื่อนตัวเองอยู่แล้ว
“ครับ” เขาพยักหน้า รอยยิ้มบางประดับพร้อมกลิ่นฟีโรโมนที่ฟุ้งกระจายกว่าเดิมจนดรัลต้องรีบเตือน
เมื่อเห็นดังนั้นสายนทีจึงพานรินทร์ออกมาข้างนอกปล่อยให้พายุกรี๊ดลั่นห้องสาขาแล้วกระจายข่าวราวกับเป็โทรโข่งเพราะสโลแกน พายุรู้ โลกรู้
ด้านนอกนั้น สายนทียังคงเว้นระยะห่างระหว่างตัวเขากับนรินทร์เช่นเคย หากแต่สีหน้าและน้ำเสียงกลับเปลี่ยนไปราวกับดีใจจนหยุดไม่ได้ แล้ววันนั้นทั้งสองคนก็ไปนั่งกินน้ำปั่นที่ห้องสมุดกันสองต่อสองโดยไม่มีใครรบกวน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน นรินทร์ส่งข้อความหาอีกฝ่ายทันที “ผมกลับถึงบ้านแล้ว พี่ถึงยัง”
“อื้ม” สติ๊กเกอร์รูปหัวใจลอยเต็มหน้าจอของนรินทร์ เ้าตัวไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ารุ่นพี่อย่างเขาจะมีใจตรงกัน ยิ่งพออีกฝ่ายบอกว่าชอบั้แ่ตอนไหนก็ยิ่งไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ
“อนุบาลเลยเหรอ” เขาพิมพ์ข้อความหาสายนทีอีกรอบ
ไม่ใช่ว่านรินทร์จำไม่ได้ เขาเพียงไม่คิดว่าเด็กผู้ชายคนนั้นที่ยื่นลูกอมบ๊วยให้เขาจะเป็สายนทีต่างหาก
“นึกว่านายจำไม่ได้เสียอีก นรินทร์” เขาเองก็แปลกใจไม่น้อย “เพราะงั้นนายก็เลยชอบกินลูกอมบ๊วยเพราะพี่ใช่ไหมล่ะ”
“ชอบครับ” เขาตอบสั้น ๆ แล้วส่งรูปหัวใจกลับไป
“เด็กน้อย อย่ากินเยอะล่ะ เดี๋ยวฟันผุ” ข้อความของอีกฝ่ายทำให้เขาหัวเราะออกมา “ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ แล้วก็ไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นด้วย”
“ดีแล้ว พี่ไม่อยากเห็นนายเจ็บตัว แต่ว่า...”
“แต่อะไร...”
“นายก็ยังเป็เด็กน้อยในสายตาพี่เหมือนเดิม” สายนทีส่งรูปตัวการ์ตูนยิ้มกว้างให้เขา “วันเสาร์นี้นายว่างไหม”
“ว่างครับ”
“งั้นไปเดตกัน”
“...” นรินทร์นิ่งไปเพราะไม่ทันตั้งตัว
“ไม่อยากไปเหรอ”
“เปล่าครับ แต่ว่าผม...” แม้เขาจะรู้สึกว่าสายนทีไม่เหมือนคนอื่น ๆ แต่ความกังวลที่ยังฝังอยู่ในใจไม่ได้ลบออกไปง่าย ๆ
ความจริงที่ว่าอย่าไว้ใจอัลฟ่าและเบต้า แม้เื่ตอนนั้นจะผ่านมานานมากแล้ว แต่ว่ามันยังคงฝังใจเขาอยู่ลึก ๆ
“เดตที่ห้องสมุด นายยังไม่รู้ใช่ไหมล่ะว่าชั้นสองใต้ดินมีที่ดูหนังด้วยนะแล้วร้านอาหารห้องสมุดก็อร่อย คราวนี้พี่เลี้ยงเอง” ราวกับว่าสายนทีรู้ว่ารุ่นน้องกังวลอะไรจึงเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ดูปลอดภัยกับความรู้สึกของเขาก่อน
สายนทีคิดในใจ อย่างน้อยนรินทร์ก็เคยมาห้องสมุดหลายครั้งแล้วและคงจะไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรมิดีมิร้ายในมหาวิทยาลัยหรอกมั้ง
พอได้รู้ดังนั้น นรินทร์จึงบอกเขาไปว่า “ได้ครับ”
หลังจากตอบตกลงไปเรียบร้อยเขาจึงเพิ่งสังเกตว่าฟีโรโมนของตัวเองฟุ้งกระจายเต็มห้องมากขนาดไหนจึงรีบเปิดหน้าต่างแล้วไล่อากาศออกไปก่อนที่คณินจะกลับมาบ้าน