เมืองทิวลิปเป็เมืองที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านโกแลนซ์มากที่สุด ใช้เวลาเดินทางประมาณแปดชั่วโมง แต่สำหรับไลท์เขาใช้เวลาเดินทางเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว
ตอนนี้ไลท์กำลังต่อแถวเข้าเมืองพร้อมกับคนอื่นๆ
การเข้าเมืองก็ง่ายมากเพียงแค่จ่ายเงินคนละห้าสิบจีเซลเท่านั้น
หลังจากที่ไลท์เข้ามาในเมืองแล้วเขาก็พบว่ามีผู้คนจำนวนมากเดินตามท้องถนน สองข้างทางมีร้านค้าแผงลอยจำนวนมาก
‘ นี้สินะเมืองแห่งต่างโลก ’ ไลท์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นภาพแบบนี้ส่วนมากจะเห็นตามอนิเมะเท่านั้นแต่วันนี้เขาเห็นภาพแบบนี้ด้วยตาตัวเอง
หลังจากที่ถามทางกับชาวเมืองว่าสมาคมนักผจญภัยอยู่ไหน ไลท์ก็เดินตามที่ชาวเมืองบอกทันที
ความจริงแล้วมีสามแห่งที่ไลท์สามารถเลือกเข้าร่วมได้ก็คือสมาคมนักผจญภัย กิลด์จอมเวทย์และสภาจอมเวทย์
กิลด์จอมเวทย์ความจริงแล้วไลท์ก็สามารถเข้าร่วมได้เพียงแต่ไลท์ไม่ชอบอยู่กับที่เขาเป็คนชอบท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ถ้าจะอยู่ก็อยู่หลายเดือนหน่อยแล้วค่อยออกเดินทางต่อ เขาจะหาสถานที่ที่เหมาะกับการเรียกว่าบ้าน เมื่อนั้นเขาจึงจะปักหลักอยู่ที่นั้นตลอด
ถ้าเขาเข้าร่วมกับสภาจอมเวทย์เขาก็ต้องคอยรับคำสั่งเบื้องบนซึ่งเขาเองก็ไม่ค่อยชอบรับคำสั่ง ทำให้ตัดตัวเลือกนี้ทิ้งไปทันที
สมาคมนักผจญภัยเข้าเป็สมาชิกแล้วสามารถออกเดินทางได้เรื่อยๆ ทำให้ไม่ต้องอยู่ที่เดียวตลอดไปซึ่งนี้เหมาะกับนิสัยของไลท์มากที่สุด
ไม่นานไลท์ก็มาถึงสมาคมนักผจญภัย ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้นและรู้สึกปลื้มปริ่ม
เมื่อไลท์เข้าไปด้านในสมาคมนักผจญภัยเขาก็พบว่าด้านในมันเหมือนกับในอนิเมะมาก ไม่ว่าจะกลิ่นเหล้าที่ลอยหึ่งไปทั่ว ผู้คนจำนวนมากกำลังนั่งพูดคุยกัน
‘ นี้แหละๆภาพที่ฉันอยากเห็น ’ ไลท์แสดงสีหน้าตื่นเต้น จากนั้นเขาก็เดินไปยังเคาน์เตอร์พนักงานของสมาคมนักผจญภัย
“ ผม้าสมัครเป็นักผจญภัยครับ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
พนักงานเป็หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปลายๆ ใบหน้าน่ารักรูปร่างผอมเล็กน้อย
พนักงานสาวมองดูไลท์ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ เธอคงรู้ว่านักผจญภัยเป็งานอันตรายถ้าหากไม่มีฝีมือจริงๆเธออาจจะตายได้ เธอแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะรับความเสี่ยงนี้ได้? ”
“ ผมเข้าใจครับ ” ไลท์พยักหน้ารับ
“ งั้นรอสักครู่ ” พนักงานสาวพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปเรียกใครสักคนมา
ไม่นานก็เป็ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าคุ้นเคยกับไลท์เดินเข้ามา
ชายคนนี้คือไซรัส อดีตผู้ฝึกสอนการต่อสู้ให้กับเด็กๆในหมู่บ้านโกแลนซ์
“ ไลท์?” ไซรัสเรียกขึ้น
“ สวัสดีครับคุณไซรัส ” ไลท์กล่าวทักทาย
“ เธอจะมาสมัครเป็นักผจญภัยสินะ ดีเลยๆ ” ไซรัสหัวเราะอย่างมีความสุข
“ ไซรัสคุณรู้จักเด็กคนนี้ด้วยหรอ? ” พนักงานสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ รู้จักสิแมรี่ นี้คือไลท์เธออย่าดูว่าเขาเป็เด็กเชียวนะ ขนาดสองปีก่อนฉันยังแพ้ให้กับไลท์เลยอีกอย่างนะไลท์เป็คนสอนฉันเกี่ยวกับการใช้ดาบอีกด้วย ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นมายังไงล่ะ ” ไซรัสหัวเราะ
แมรี่หรือพนักงานสาวมองมาที่ไลท์ด้วยความประหลาดใจ เพราะเธอรู้จักกับไซรัสมานาน เธอรู้ว่าไซรัสเป็นักผจญภัยระดับDเมื่อสองปีก่อน แต่จู่ๆความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมาหลังจากที่กลับมาจากการรับภารกิจของหมู่บ้านโกแลนซ์ จนตอนนี้เขาเป็นักผจญภัยระดับCแถวหน้าของเมืองทิวลิปไปแล้ว
“ ในเมื่อเธอมาแล้วก็ไปทดสอบพลังก่อน ” ไซรัสพูดขึ้นพร้อมกับพาไลท์ไปยังห้องทดสอบพลัง ซึ่งมีแมรี่เดินตามไปด้วยความสนใจ
ในห้องทดสอบพลังเป็ห้องขนาดใหญ่ ตรงกลางมีก้อนคริสตัลขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งก้อนคริสตัลนี้สูงกว่าสามเมตรเลยทีเดียว
“ นี้คือคริสตัลทดสอบพลัง เธอโจมตีใส่คริสตัลนี้ได้เต็มที่เลย ซึ่งมันสามารถรับการโจมตีของนักผจญภัยระดับAได้ เธอไม่ต้องเป็ห่วงว่ามันจะพัง ” ไซรัสพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้าเขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเก็บพลังไว้สามส่วนเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเปิดเผยให้คนอื่นรู้ นี้ก็ถือว่าเป็ไพ่ตายใบหนึ่งเช่นกัน
ไลท์หยิบดาบที่สะพายไว้ออกมาก่อนที่จะโจมตีแบบธรรมดาใส่คริสตัลทดสอบพลัง
ตู้ม!!
เสียงะเิดังขึ้นพร้อมกับคลื่นพลังกระจายไปทั่วห้องทดสอบ
ไซรัสและแมรี่ถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว
“ ทรงพลังมาก!! ” แมรี่อุทานออกมา
“ ให้ตายสิแค่สองปีเ้าหมอนี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเลย ” ไซรัสส่ายหน้าและเขายังรู้สึกว่าไลท์ยังไม่ได้ใส่พลังเต็มที่อีกด้วย
ทันใดนั้นคริสตัลทดสอบพลังก็ส่องแสงออกมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็ลำแสงสีทองสี่ขีด
“ ระดับB!! ” แมรี่ใเพราะนักผจญภัยระดับBในเมืองทิวลิปหาได้น้อยมากๆซึ่งมีเพียงแค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้นจากสมาชิกกว่าสามพันคน
“ นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักผจญภัยระดับB ” ไซรัสหัวเราะ
ไลท์ยิ้มและไม่ได้ตอบอะไร
‘ ดูเหมือนว่านักผจญภัยระดับBเองก็ไม่เลวเหมือนกัน ’ ไลท์ครุ่นคิดเพราะมันไม่ต่ำเกินไปและก็ไม่ได้สูงเกินไปด้วย
หลังจากนั้นแมรี่ก็ลงทะเบียนและออกบัตรสมาชิกนักผจญภัยให้กับไลท์พร้อมกับระบุแรงค์ว่าเป็แรงค์B
หลังจากนั้นแมรี่ก็อธิบายกฏต่างๆให้กับไลท์ฟัง ซึ่งไลท์ก็ฟังอย่างตั้งใจ
เมื่อฟังเสร็จแล้วไลท์ก็ถูกไซรัสลากไปกินเหล้าพร้อมกับแนะนำตัวไลท์ใหักับสมาชิกนักผจญภัยคนอื่นๆฟัง จนในที่สุดทุกๆคนในสมาคมนักผจญภัยก็รู้จักไลท์กันทั้งหมด ยกเว้นคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี้ในตอนนี้
ผ่านไปสักพักไลท์ก็ขอตัวมาเพื่อดูว่ามีภารกิจอะไรให้เขารับได้ไหม
ด้วยสถานะนักผจญภัยระดับBแทบจะรับภารกิจได้ทั้งหมดในบอร์ดภารกิจ
ไลท์เลือกมาสามภารกิจซึ่งเป็ภารกิจต่อสู้และเก็บสมุนไพร ซึ่งภารกิจที่เขาเลือกก็อยู่ในป่าโวกันติ ซึ่งเป็ป่าขนาดใหญ่อยู่ทางทิศเหนือของเมืองทิวลิป
“ นี้ครับพี่แมรี่ ” ไลท์หยิบภารกิจทั้งสามให้กับแมรี่
แมรี่ตรวจสอบดูเล็กน้อยก็หยิบตราประทับออกมาปั้มให้กับไลท์
“ กำหนดระยะเวลาคือเจ็ดวัน ขอให้โชคดีนะไลท์ ” แมรี่พูดด้วยรอยยิ้ม
“ ขอบคุณครับพี่แมรี่ ” ไลท์พยักหน้าจากนั้นเขาก็เดินออกมาจากตึกนักผจญภัยและมุ่งหน้าไปยังป่าโวกันติ
ป่าโวกันติเป็ป่าขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่าสามร้อยกิโลเมตร ภายในป่ามีทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ร้ายจำนวนมากอาศัยอยู่
ภารกิจของไลท์ในคราวนี้คือสังหารกระทิงหลังเหล็กและเก็บเขาของมันมาสามสิบคู่ สังหารก็อบลินห้าสิบตัวและตัดหูของมันมาเป็หลักฐาน สุดท้ายคือเก็บสมุนไพรดอกหญ้าฟ้าซึ่งเป็สมุนไพรที่ใช้ในการทำยารักษาทั้งหมดสามสิบดอก
การเดินทางจากเมืองทิวลิปไปยังป่าโวกันติใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง แต่สำหรับไลท์แล้วเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง
เมื่อมาถึงทางเข้าป่าโวกันติแล้วไลท์ก็ปลดปล่อยจิตััระดับสูงออกมาทันที
จิตััระดับสูงก็เหมือนกับเรดาร์ตรวจสอบในระยะห้ากิโลเมตรรอบๆตัวของไลท์ ยิ่งไลท์อยู่ในระดับสูงเท่าไรความกว้างของจิตััก็ยิ่งทรงพลังมากยิ่งขึ้น
ไลท์พุ่งตัวเข้าไปในป่าพร้อมกับความเร็วที่เกินขีดจำกัดของมนุษย์
ไลท์หลบเลี้ยงการต่อสู้โดยไม่จำเป็ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็สัตว์ป่าหรือสัตว์ร้ายแม้กระทั้งสัตว์เวทย์ที่สามารถใช้เวทย์มนต์หรือพวกที่มีพละกำลังแข็งแกร่งกว่าสัตว์ร้ายทั่วๆไป
ภารกิจแรกที่ไลท์จะทำคือการสังหารและตัดหูก็อบลินจำนวนสามสิบชิ้น ซึ่งหูที่ตัดคือหูข้างขวาที่มันมีต่างหูสีเงินประจำตัวเผ่าก็อบลิน
ผ่านไปกว่าสิบนาทีในที่สุดไลท์ก็พบกับกลุ่มก็อบลินจำนวนห้าตัวที่กำลังเดินลาดตระเวณอยู่
พวกก็อบลินเป็ปีศาจระดับต่ำ พวกมันมีสติปัญญาเหมือนกับเด็กห้าขวบเท่านั้น
ไลท์ไม่รอช้าเขาพุ่งเข้าหาพวกก็อบลินทันทีและด้วยความแข็งแกร่งที่ต่างกันมากเกินไปทำให้ไลท์ฆ่าพวกก็อบลินได้อย่างไม่ยากเย็น โดยใช้เวลาไม่ถึงสามนาที
หลังจากที่เสร็จจากกลุ่มแรกแล้วไลท์ก็มุ่งหน้าไปยังกลุ่มก็อบลินกลุ่มที่สองทันที
ไลท์ใช้เวลาอยู่ครึ่งชั่วโมงจึงจะฆ่าก็อบลินทั้งสามสิบตัวเสร็จสิ้น
ภารกิจต่อมาคือการหาสมุนไพรดอกหญ้าฟ้าสามสิบดอก ซึ่งภารกิจนี้สามารถเก็บดอกหญ้าฟ้ากลับไปได้มากกว่าจำนวนภารกิจ ซึ่งดอกหญ้าฟ้าหนึ่งดอกเท่ากับสองร้อยจีเซลเลยทีเดียว นับว่าเป็รายได้มหาศาลจริงๆ
หลังจากที่เก็บหูก็อบลินใส่ในถุงเก็บของเสร็จแล้วไลท์ก็กางแผนที่ขึ้นจากนั้นเขาก็มองดูสภาพรอบๆเพื่อหาข้อมูลว่าตอนนี้เขาอยู่ส่วนไหนของป่าโวกันติ
หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าอยู่บริเวณไหนของป่าโวกันติไลท์ก็มั่นใจว่าเขาสามารถหาดอกหญ้าฟ้าได้แน่นอน
“ จากที่พี่แมรี่บอกมาดอกหญ้าฟ้าจะโตอยู่บนยอดเขานี้ ” ไลท์พึมพำเบาๆพร้อมกับเก็บแผนที่และมุ่งหน้าไปยังยอดเขาแห่งหนึ่งที่คิดว่าเป็จุดหมาย
เพียงยี่สิบนาทีไลท์ก็พบดอกหญ้าฟ้าจำนวนมาก ไลท์ไม่เสียเวลาเขาทำการเก็บดอกหญ้าฟ้าทั้งหมดลงในถุงทันที จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าที่อยู่ด้านข้างป่าโวกันติซึ่งเป็ที่อยู่ของกระทิงหลังเหล็ก
ไลท์ใช้เวลาไม่นานในการสังหารกระทิงหลังเหล็กกว่าสามสิบตัวก่อนที่จะเก็บเขาของพวกมันมาและมุ่งหน้ากลับเมืองทิวลิป
ไลท์กลับมาที่เมืองทิวลิปก็เป็เวลาเย็นแล้ว เขามุ่งหน้าไปยังตึกนักผจญภัยเป็อันดับแรกเพราะสิ่งของที่เขาแบกมานั้นมันเยอะมาก
“ ไลท์เธอกลับมาไวมาก! ” แมรี่อุทานหลังจากที่เห็นไลท์กลับมาพร้อมกับถุงขนาดใหญ่
“ ทั้งหมดเป็เงินสามหมื่นห้าพันจีเซล ” แมรี่หยิบตั๋วเงินให้กับไลท์
“ พี่แมรี่มีอุปกรณ์จำพวกมิติไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ถ้าเธอหมายถึงพวกแหวนมิติ กำไลมิติล่ะก็มีอยู่แต่ว่ามันราคาแพงมาก พื้นที่เล็กๆหนึ่งลูกบาศก์เมตรก็ราคาไม่ต่ำกว่าสองล้านจีเซลแล้ว ” แมรี่พูดขึ้น
“ แล้วมีวิธีที่สามารถหาเงินได้เร็วๆไหมครับ? ” ไลท์ถามด้วยความสงสัย
“ ถ้าหากอยากได้เงินเร็วๆก็มีทางอยู่ซึ่งก็คือการไปล่าค่าหัวยังไงล่ะ ” แมรี่อธิบาย
“ ล่าค่าหัว ” ดวงตาของไลท์เปร่งประกาย
“ ใช่แล้วล่ะยิ่งมีค่าหัวสูงก็ยิ่งอันตราย บางทีแม้แต่สภาจอมเวทย์ก็ยังไม่สามารถจัดการได้ ” แมรี่อธิบาย
“ ผมขอดูใบค่าหัวหน่อยได้ไหมครับ? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ ได้สิ ” แมรี่หัวเราะก่อนที่จะหยิบใบค่าหัวของเหล่าอาชญากรให้กับไลท์ดู
“ นี้เป็พวกอาชญากรที่อยู่ในอาณาจักรฟรอสและพื้นที่รอบๆอาณาจักรฟรอสทั้งหมด ”
ค่าหัวของเหล่าอาชญากรถูกตั้งโดยสภาจอมเวทย์ การขึ้นเงินสามารถขึ้นได้ที่สมาคมนักผจญภัยหรือสภาจอมเวทย์ก็ได้ แต่ถ้าหากอยู่ในกิลด์จอมเวทย์ก็สามารถขึ้นเงินที่กิลด์จอมเวทย์ของตัวเองได้เลย
ไลท์ดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพบว่าค่าหัวต่ำสุดคือหลักหมื่นส่วนสูงสุดคือหลักสิบล้าน เพียงแต่การที่จะล่าค่าหัวหลักสิบล้านได้จำเป็ต้องเป็นักผจญภัยระดับAถึงจะล่าได้ ไม่งั้นก็มีแต่ความตายที่รออยู่
“ พี่แมรี่ที่นี้มีอุปกรณ์มิติราคาเท่าไรหรอครับ? ” ไลท์ถามขึ้น
แมรี่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบว่า “ เป็แหวนมิติราคาห้าล้านห้าแสนจีเซลจ๊ะ ”
“ ผมขอใบล่าค่าหัวพวกนี้ได้ไหมครับ? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ได้สิยังไงก็มีสำรองจำนวนมากอยู่แล้ว ” แมรี่พยักหน้า
ไลท์เก็บใบล่าค่าหัวไว้ในกระเป๋าก่อนที่จะถามว่า “ พี่แมรี่อาชญากรที่อยู่ใกล้ที่สุดคือใครหรอครับ? ”
“ ถ้าหากอยู่ใกล้ที่สุดคือ หมีโลหิตแบร์มัต ค่าหัวสามล้านสามแสนจีเซล ค่ายของมันอยู่ในหมู่บ้านเจิร์ด ” แมรี่พูดขึ้น
“ ถ้าหากรู้ที่อยู่ของพวกมันชัดเจนแล้วทำไมทางสภาจอมเวทย์ถึงไม่ออกไปจัดการมันล่ะครับ? ” ไลท์สงสัย
“ พวกเราเป็เพียงทวีปเล็กๆเท่านั้นทางสภาจอมเวทย์เองก็ยังต้องปกป้องพื้นที่ของตัวเองและไหนจะต้องส่งเ้าหน้าที่ระดับสูงคุ้มครองพื้นที่ในหอคอยแห่งนิรันดร์อีก แม้ว่าสภาจอมเวทย์จะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมดทำให้บางพื้นที่ยังมีพวกอาชญากรหรือกลุ่มโจรเดินเพ่นพ่านไปทั่ว
อีกอย่างการที่จะจัดการกับพวกอาชญากรหรือกลุ่มโจรที่มีค่าหัวเกินหลักสิบล้านจนถึงร้อยล้านต้องใช้เ้าหน้าที่ระดับผู้ตรวจการไม่อย่างนั้นก็แทบจะเอาชนะพวกมันไม่ได้ ” แมรี่อธิบาย
“ เ้าหน้าที่ระดับผู้ตรวจการงั้นหรอ พี่แมรี่พอจะรู้ระดับขั้นของสภาจอมเวทย์ไหมครับ? ” ไลท์ถามด้วยความสนใจ
" แน่นอนสิ ระดับขั้นของสภาจอมเวทย์แบ่งเป็เจ็ดระดับ เริ่มจากต่ำสุดคือเ้าหน้าที่ทั่วไป เ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้ดูแลพื้นที่ ผู้ตรวจการ จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้พิทักษ์และผู้บัญชาการสูงสุด
ผู้บัญชาการสูงสุดเป็ตัวตนที่แข็งแกร่งระยังเป็จอมเวทย์ระดับSS ซึ่งผู้พิทักษ์เองก็เป็จอมเวทย์ระดับSS ซึ่งความแข็งแกร่งก็เทียบเท่ากับนักผจญภัยระดับSS
จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เองก็แข็งแกร่งมากสามารถสังหารอาชญากรที่มีค่าหัวหลักร้อยล้านได้สบายๆ เพียงแต่พวกเขามีจำนวนน้อย ถ้าฉันจำไม่ผิดสภาจอมเวทย์มีจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ถึงห้าสิบคนเลยด้วยซ้ำ ซึ่งคนเหล่านี้เทียบเท่ากับนักผจญภัยระดับS
ส่วนผู้ตรวจการคือเ้าหน้าที่พิเศษพวกเขาจะออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อตรวจสอบกิลด์จอมเวทย์ในพื้นที่ต่างๆว่าได้ติดต่อกับพวกกิลด์แห่งความมืดหรือไม่ ซึ่งความแข็งแกร่งก็เทียบเท่ากับนักผจญภัยระดับA
ผู้ดูแลพื้นที่คือเ้าหน้าที่ที่ถูกส่งตัวมาดูแลพื้นที่ต่างๆในโลก พวกเขาคอยรายงานสถานการณ์ต่างๆให้กับสำนักงานใหญ่ของสภาจอมเวทย์ ความแข็งแกร่งของพวกเขาส่วนมากจะเทียบเท่ากับนักผจญภัยระดับB แต่บางคนก็แข็งแกร่งพอๆกับนักผจญภัยระดับAก็มี " แมรี่อธิบาย