37 แผนยืมดาบฆ่าคน เจอ ดาบนั้นคืนสนอง
ชายหนุ่มตอบแม่เล้าอย่างสุภาพ ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนของตนเอง ทำให้นางร้อนใจยิ่งนัก ก่อนที่นางจะพูดกดดันแกมข่มขู่อีกฝ่ายเพราะไม่มีทางเลือก “ คุณชาย ท่านคงยังไม่รู้ว่าคุณชายซุนเตียวหุยผู้นี้ เป็นพวกอารมณ์ร้อนสมกับชื่อเตียวหุยจริง ๆ บุตรชายเพียงคนเดียวของท่านเสนากลาโหมผู้นี้เก่งกาจด้านการรบ เป็นแม่ทัพหนุ่มที่มีอนาคตไกล ขนาดองค์หญิงใหญ่ที่เป็นเจ้าของหอแห่งนี้ยังต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน เพราะฉะนั้นท่านอย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจเลยเจ้าค่ะ” มามา เอ่ยยกย่องอีกฝ่ายเพื่อทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ากริ่งเกรงและยอมถอยให้ แต่กลับทำให้เขายิ่งมีมานะ และไม่ยอมหลีกทางให้แต่โดยดี “ มามา ท่านว่าข้าทำให้ท่านลำบากใจ แล้วท่านไม่คิดหรือว่าที่ท่านมาพาแม่นางหลี่ซาไปเช่นนี้ จะเป็นการทำให้แม่นางหลี่ต้องลำบากใจเช่นกัน” เสียมหลอหลงเอ่ยกับนางด้วยเหตุด้วยผล แต่ด้วยความที่นางร้อนใจเพราะกลัวคุณชายซุนจะโมโหจนอาละวาดพังหอของนาง นางจึงสั่งให้คนของนางพาตัวหลี่ซาไปในทันที “ คุณชายเสียมหลอ ท่านอย่าได้ทำให้มามาต้องลำบากใจเลย ท่านอย่าทำให้ตัวเองต้องมาเดือดร้อนและเจ็บตัว เพียงแค่ผู้หญิงเพียงคนเดียวเลย” เป็นคุณชายสาม ซ่งติง ที่วกกลับมาอีกครั้งพร้อมกับบรรดาลิ่วล้อของเขา แต่คราวนี้เขาไม่ได้พาฉินอี้เซียนมาด้วย เพราะไม่อยากเห็นนางส่งสายตาอันลึกซึ้งให้กับศัตรูหัวใจของเขารายนี้ “ คุณชายเสียมหลอ ข้าต้องขออภัยแทนน้องเล็กของข้าด้วย ท่านอย่าได้ถือสาหาความเขาเลย” คุณชายรอง ซ่งผาน ที่มากับน้องสามของตน เอ่ยขอโทษเสียมหลอหลงที่น้องชายของตนเสียมารยาทต่ออีกฝ่าย “ พี่รอง ท่านจะไปขอโทษคุณชายเสียมหลอทำไม ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ที่ข้าเตือนเขาก็เพราะหวังดี ไม่อยากให้เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะความไม่รู้อีโหน่อีเหน่ของเขาต่างหาก” “ เขาคงไม่รู้ว่าแม่ทัพซุนผู้ป่าเถื่อนคนนี้ รู้จักแต่ใช้กำลัง หามีสติปัญญาไม่ คุณชายเสียมหลอคงไม่พ้นถูกเขาทุบตีทำร้ายจนสาหัสแน่ ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า” ยอดบัณฑิตอันดับสามแห่งเมืองเทียนหยางโต้แย้งพี่รองของตนอย่างไม่ยินยอม ในขณะที่อาหลงรีบหยิบมือถือในกระเป๋าออกมา ก่อนจะกล่าวท้าทายอีกฝ่ายว่ากล้าที่จะพูดคำเมื่อกี้อีกหรือไม่ ซึ่งซ่งติงหัวเราะออกมาอย่างเวทนาอีกฝ่าย ก่อนที่จะเอ่ยวาจาดังกล่าวออกมาอีกครั้งโดยไม่คิดอะไร “ ข้าบอกว่าแม่ทัพซุนผู้ป่าเถื่อนคนนี้ รู้จักแต่ใช้กำลัง หามีสติปัญญาไม่ คุณชายเสียมหลอคงไม่พ้นถูกเขาทุบตีทำร้ายจนสาหัสแน่ ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านได้ยินหรือยัง?” หลังจากพูดเสร็จ ซ่งติงก็สงสัยว่าเมื่อครู่อีกฝ่ายทำอะไรกันแน่ เพราะตอนที่เขากำลังพูด เสียมหลอหลงก็หยิบวัตถุประหลาดบางอย่างออกมาส่องที่ตนตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ในขณะที่ซ่งผานเองเข้าไปกระซิบคำบางคำกับเสียมหลอหลง ทำให้เขาพยักหน้ารับ เป็นการส่งสัญญาณว่าเขาจะไม่ถือสาอีกฝ่าย “ ที่แท้ธนูลับกลางป่าดอกนั้นก็เป็นของคุณชายรองนั่นเอง ต้องขอบคุณท่านอย่างมากที่ช่วยเตือนให้ข้ากับพวกได้ทันระวังตัวก่อน” เสียมหลอหลงเอ่ยของคุณอีกฝ่ายจากใจจริง หลังจากที่ได้รู้แล้วว่าเจ้าของธนูลึกลับดอกนั้นคือผู้ใด ก่อนที่ซ่งผานจะเอ่ยถามอาหลงด้วยความแปลกใจว่า เขารู้ได้อย่างไรว่าน้องสามของเขาคือผู้บงการนักฆ่าพวกนั้น “ เป็นคุณชายสามเองที่เปิดเผยต่อข้าโดยไม่ตั้งใจ เพราะตอนที่ข้าเข้ามาที่หอวันนี้ เขาเข้ามาทักข้าเหมือนกับว่าเขารู้ว่าข้าโดนลอบสังหาร ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลย นอกจากข้ากับคนของข้าอีกสองคนเท่านั้น” ชายหนุ่มอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอย่างใจเย็น โดยที่เขาปิดบังเรื่องที่ตนเองรู้จากความคิดของหัวหน้านักฆ่าผู้นั้น เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนสามารถอ่านใจคนได้ “ ท่านวางใจเถอะ ครั้งนี้ข้าจะยกโทษให้กับเขา เพราะเห็นแก่ที่ท่านมีน้ำใจยื่นมือเข้าช่วย ขอเพียงเขาไม่ตามราวีข้า ข้าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาแน่นอน” “ ขอบคุณคุณชายที่ใจกว้างดั่งมหาสมุทร เอาเป็นว่าข้าจะพยายามคอยสอดส่องดูแลไม่ให้เขาไปก่อความเดือดร้อนวุ่นวายอีก” ซ่งผาน คำนับอีกฝ่ายเป็นการขอบคุณอย่างจริงใจ โดยเขารู้สึกยอมรับนับถือชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นอันมาก เพราะว่าเขาเป็นคนที่ไม่ซ้ำเติมผู้ที่พ่ายแพ้ แถมยังรู้จักให้เกียรติผู้อื่นอยู่เสมอ “ เสียมหลอหลงอยู่ที่ใด ข้าซุนเตียวหุยมาแล้ว ออกมากล่าววาจากันอย่างลูกผู้ชาย อย่าได้เอาแต่หดหัวเหมือนเต่าอยู่ในกระดองอยู่เลย” จู่ ๆ บุตรชายคนเดียวของเสนากลาโหมก็ปรากฏกายขึ้น พร้อมกับทหารคนสนิทอีกหลายคนที่ท่าทางถมึงทึงและดุเอาเรื่อง “ คุณชายซุนเจ้าคะ ใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ ข้ากำลังให้คนพาแม่นางหลี่ซาไปหาท่านเดี๋ยวนี้แหละเจ้าค่ะ” มามารีบเข้ามาประจบและเอาใจอีกฝ่ายอย่างเกรงกลัวในบารมีและชื่อเสียงด้านความเจ้าอารมณ์ของเขา ก่อนที่เขาจะกวาดสายตามองหาคนที่ท้าทายตนอย่างเอาเรื่องและด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว “ ผู้น้อยเอง เสียมหลอหลง ไม่ทราบท่านแม่ทัพมีสิ่งใดต้องการจะชี้แนะ” อาหลงเดินก้าวเข้ามาเผชิญหน้าและประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรง ท่ามกลางความหวาดเสียวของผู้คนรอบข้างที่กลัวว่าจะมีเหตุร้ายแรงตามมาในอีกไม่ช้า โดยเฉพาะแม่เล้าที่ยืนลุ้นอยู่ข้างด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ “ คุณชายซุน ถือว่าเห็นแก่ข้า โปรดละเว้นคุณชายเสียมหลอด้วย เป็นข้าเองที่มัวแต่สอบถามความรู้เรื่องการประดิษฐ์ จนทำให้ท่านต้องคอยนาน ขอเชิญท่านกลับไปที่ห้องกับข้าเถิด ข้าจะดูแลท่านเอง เชิญเจ้าค่ะ” หลี่ซารีบออกหน้าแทนเสียมหลอหลง เพราะกลัวว่าเขาจะได้รับอันตราย ด้วยการยอมฝืนใจกลับไปดูแลคุณชายเจ้าอารมณ์ผู้นี้ “ สมแล้วกับที่เป็นเสียมหลอหลง ที่คอยเกาะชายกระโปรงผู้หญิงเอาตัวรอด ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วกันไปเถอะ ถือว่าวันนี้ข้าอารมณ์ดี และเห็นแก่แม่นางหลี่ที่ขอร้องแทนเจ้า ข้าจะละเว้นเจ้าสักครั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า ไป” ซุนเตียวหุย แสดงอำนาจบาตรใหญ่ด้วยความเคยชิน เพราะบิดาของเขาเป็นขุนนางที่มากด้วยอำนาจและบารมี เพราะคุมกำลังทางการทหาร ส่วนตัวเขาเองก็เป็นถึงแม่ทัพหนุ่มที่มากด้วยความสามารถและอนาคตไกล ซึ่งได้รับคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหกราชบุตรเขยในอีกไม่ช้า หลังจากข่มขู่อีกฝ่ายจนเป็นที่พอใจ ก็เตรียมที่จะพาหลี่ซากลับไปยังห้องของตน ในขณะที่ซ่งติงก็แอบลุ้นให้แม่ทัพซุนผู้นี้ช่วยจัดการศัตรูหัวใจแทนตนเอง “ แม่ทัพซุน ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านมาที่ห้องนี้ด้วยเรื่องอันใด?” คนสนิทคนหนึ่งของคุณชายสามเอ่ยขึ้นมาเพื่อเตือนสติเขา และต้องการให้เขาจัดการสั่งสอนบัณฑิตหนุ่มหน้าขาวผู้นี้แทนเจ้านายของตน “ อ้อ ข้าก็มาเพื่อตามนางในดวงใจของข้ากลับไปดูแลข้าไง?” ซุนเตียวหุยกล่าวอย่างพาซื่อ สมกับที่ซ่งติงเคยปรามาสไว้ว่าเขาถนัดแต่ใช้กำลังแต่ไม่มีสมอง “ แล้วที่คุณชายเสียมหลอกล่าวดูถูกและสบประมาทท่านไว้ ท่านจะว่าอย่างไร?” ลิ่วล้ออีกคนของซ่งติงพยายามจุดไฟและยุยงให้สองฝ่ายเกิดการปะทะกันให้ได้ ทำให้อีกฝ่ายนึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์อีกอย่างที่ตนมายังห้องนี้ “ อ้อ ใช่แล้ว เสียมหลอหลง มีคนบอกข้าว่า เจ้าเอ่ยวาจาสบประมาทข้า หาว่าข้าดีแต่ใช้กำลัง แต่ไม่มีสมอง เจ้ากล่าวเช่นนั้นจริงหรือไม่?” แม่ทัพหนุ่มเจ้าอารมณ์เอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างเกรี้ยวกราดและดุดัน ท่ามกลางความหวาดเสียวของผู้คนรอบข้าง ที่เห็นใจชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายผู้นี้ที่ต้องตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของบุตรชายท่านเสนากลาโหม “ ตอบท่านตามสัตย์ ข้าไม่เคยกล่าวเช่นนั้น แต่ว่าข้ากลับเคยได้ยินคำพูดนั้นจากปากใครบางคนแถว ๆ นี้” เสียมหลอหลงตอบคำถามอีกฝ่ายอย่างใจเย็น และไม่มีทีท่าเกรงกลัวต่อแม่ทัพหนุ่มเจ้าอารมณ์ผู้นี้เลยแม้แต่น้อย พร้อมทั้งเหลือบมองไปทางคุณชายสาม เป็นเชิงว่าคนที่เอ่ยวาจานั้นยืนอยู่ตรงนี้นี่เอง “ หรือว่าเป็นเจ้า คุณชายสาม เจ้าเอ่ยวาจาดูหมิ่นข้าใช่หรือไม่?” ซุนเตียวหุยผู้มีสติปัญญาน้อยนิดพอ ๆ กับนิ้วก้อยของเขาเองเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างมีอารมณ์ ทำเอาซ่งติงถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยหวาดกลัวต่ออารมณ์อันแปรปรวนของแม่ทัพผู้นี้ “ โธ่ ท่านแม่ทัพ จะเป็นข้าได้อย่างไรกัน ท่านอย่าไปหลงเชื่อคารมของคนผู้นี้ เขาผู้นี้แหละที่พูดจาสบประมาทตัวท่าน” ซ่งติงกลับพูดจาจากดำเป็นขาว ใส่ร้ายอีกฝ่ายซึ่ง ๆ หน้าอย่างหน้าไม่อาย ก่อนที่ลิ่วล้อของเขาจะรีบเออออกับเจ้านายของตน ว่าพวกตนก็ได้ยินเสียมหลอหลงกล่าวเช่นนั้น “ เสียมหลอหลง เจ้าเป็นผู้ชายหรือเปล่า กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ ข้าว่าเจ้าไปหากระโปรงมานุ่งแทนซะเถอะ” แม่ทัพหนุ่มพูดจาปรามาสอีกฝ่ายด้วยความโมโห ก่อนที่เขาจะปฏิเสธว่าตนเองมิเคยพูดเช่นนั้น และไม่เคยคิดเช่นนั้นเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าเขาไม่เคยรู้จักกับอีกฝ่ายมาก่อน “ ถ้าเช่นนั้น เรามาประลองกันดีกว่า ลูกผู้ชายจะต้องตัดสินกันด้วยฝืมือเชิงชาย หรือว่าบัณฑิตหน้าขาวอย่างเจ้ากลัวขายขี้หน้าสาวงามและทุก ๆ คนที่นี่ ฮ่าฮ่าฮ่า” ซุนเตียวหุยยังไม่เลิกพูดจาดูถูกอีกฝ่าย ด้วยความเคยชินที่ติดเป็นนิสัย เพราะไม่มีใครคอยกำราบและปราบพยศเขา เลยทำให้เขายิ่งได้ใจ “ เมื่อท่านต้องการเช่นนั้นก็ย่อมได้ แต่ก่อนที่เราจะมาประลองฝีมือกัน ข้ามีสิ่งหนึ่งจะให้ท่านได้ดู แต่ข้าขอคุยกับท่านเป็นการส่วนตัวเท่านั้น” อาหลงยื่นข้อเสนอต่ออีกฝ่าย ทำให้แม่ทัพหนุ่มขี้โมโหลังเลอยู่สักพัก เพราะกลัวว่าเขาจะเล่นลูกไม้อะไร ในขณะที่ลิ่วล้อของซ่งติงบอกว่าอย่าไปรับข้อเสนอของเสียมหลอหลง “ ที่ท่านไม่กล้ากล่าววาจาตรงนี้ เพราะท่านมีเรื่องอับอายที่ต้องปิดบังทุกคนใช่มั้ยคุณชายเสียมหลอ หรือว่าท่านกลัวคนอื่นจะเห็นเวลาที่ท่านกอดขาขอร้องและขอความเมตตาจากท่านแม่ทัพ” คุณชายสามเอ่ยวาจาดูถูกและเหยียดหยามอีกฝ่ายให้ได้อับอายต่อหน้าผู้คน ในขณะที่บรรดาลิ่วล้อของเขาต่างบอกให้แม่ทัพหนุ่มอย่าไปรับข้อเสนอของเสียมหลอหลง ทางด้านตัวของอาหลงเองกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ นอกจากยิ้มน้อย ๆ อย่างไม่ถือสาความคิดของอีกฝ่าย “ หุบปาก ไม่ถึงรอบของขี้ข้าอย่างเจ้าจะสอดปากมายุ่ง เรื่องนี้ข้าตัดสินใจเองได้” แม่ทัพซุนตวาดให้คนสนิทของซ่งติงหุบปาก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจรับข้อเสนอของอีกฝ่าย พร้อมทั้งเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปยังห้องข้าง ๆ ที่ว่างอยู่ หลังจากคนทั้งคู่เข้าไปในห้องสักพัก เสียมหลอหลงก็เดินออกมาก่อนด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลาย ไม่มีท่าทีกังวลหรือร้อนใจแต่อย่างใด ต่างกับแม่ทัพหนุ่มที่เดินหน้าดำคร่ำเครียดออกมาจากห้อง พร้อมทั้งพุ่งเข้าหาคุณชายสามด้วยความเกรี้ยวกราดสุดขีด “ ท่านแม่ทัพ หวังว่าท่านจะไม่ลืมที่ท่านได้รับปากไว้กับข้า” เสียมหลอหลงเอ่ยเตือนอีกฝ่ายให้ใจเย็นและไม่ทำอะไรที่วู่วามออกไป ทำให้เขาต้องระงับอารมณ์ตัวเองให้เย็นลง ก่อนจะเดินกลับไปหาทหารคนสนิทที่ติดตามมาด้วย “ ท่านแม่ทัพ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ เสียมหลอหลงพูดคุยอะไรกับท่านบ้าง เขาได้กอดขาขอความเมตตาจากท่านหรือเปล่า?” หานชิงเว่ย รองแม่ทัพซึ่งเป็นนายทหารคนสนิทของเขาเอ่ยถามแม่ทัพของตน ก่อนที่เขาจะบอกลูกน้องของตนว่าเสียมหลอหลงไม่ได้เป็นคนเอ่ยวาจาดูถูกตน แต่กลับเป็นอีกคนที่ใส่ร้ายเขาต่างหากที่เป็นคนเอ่ยวาจาเหล่านี้ ที่จริงแล้ว สาเหตุที่ซุนเตียวหุยยอมเชื่อว่าเสียมหลอหลงไม่ได้กล่าววาจาดูถูกตน ก็เพราะบัณฑิตหนุ่มเอามือถือที่ตนถ่ายตอนที่ซ่งติงกำลังพูดจาดูถูกแม่ทัพซุน ออกมาให้อีกฝ่ายได้ดู ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของแม่ทัพหนุ่มที่ได้ดูวีดีโอนั้น ที่เขาตกใจไม่ใช่เพราะได้รู้ว่าซ่งติงกล่าววาจาว่าร้ายตน แต่เป็นเพราะเขาได้เห็นว่าอีกฝ่ายมีเจ้าวัตถุประหลาดที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้เขาต้องประเมินบัณฑิตหนุ่มหน้าผู้นี้เสียใหม่ “ ตกลงว่าเป็นอย่างไรบ้างท่านแม่ทัพ ท่านคงไม่ปล่อยให้คนที่พูดจาดูถูกข้าลอยนวลไปเช่นนี้หรอกนะขอรับ” ลิ่วล้อของคุณชายสามเอ่ยยุแหย่อีกฝ่าย โดยหารู้ไม่ว่า นอกจากจะไม่ได้เป็นการช่วยเจ้านายของตนแล้ว ยังเป็นการหาเคราะห์ให้นายของตนอีกด้วย “ แน่นอน ข้าไม่มีวันปล่อยให้คนที่พูดจาดูถูกข้าลอยนวลอยู่แน่ แต่เอาไว้ข้าจะจัดการสั่งสอนมันทีหลัง ขอบคุณเจ้ามาก คุณชายเสียมหลอ ที่ช่วยให้ข้าได้เปิดเปิดตา และได้รู้ว่าความจริงเป็นเช่นไร” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน ที่เขาเปลี่ยนแปลงท่าทีต่อเสียมหลอหลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำเอาแม่นางลิซ่าถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก สาเหตุที่ซุนเตียวหุยยังไม่กล่าวเปิดโปงซ่งติง ซึ่งเป็นผู้ที่พูดจาดูถูกตน ก็เพราะว่าเสียมหลอหลงได้ขอร้องเอาไว้ เพราะเขาเห็นแก่หน้าคุณชายรอง ไม่อยากให้สกุลซ่งต้องขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำให้แม่ทัพหนุ่มรู้สึกเลื่อมใสในความใจกว้างของอีกฝ่ายจากใจจริง และยอมยุติเรื่องราวไว้เพียงเท่านี้ “ ท่านแม่ทัพ ยังไง ๆ วันนี้ข้าต้องขอคำชี้แนะจากคุณชายเสียมหลอหลงสักหน่อย หวังว่าท่านจะช่วยส่งเสริมข้าน้อย” หานชิงเว่ย ซึ่งเป็นถึงรองแม่ทัพ เอ่ยปากขออนุญาตอีกฝ่ายเพื่อออกหน้าสั่งสอนศัตรูหัวใจเจ้านายของตนแทน เพราะไม่อยากให้คนกล่าวหาว่าแม่ทัพของตนรังแกคนที่ไม่มีทางสู้ “ ไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านแม่ทัพ ขอท่านละเว้นคุณชายเสียมหลอสักครั้ง ข้ายินยอมออกไปล่องเรือชมทิวทัศน์กับท่านตามที่ท่านเคยร้องขอไว้ก็ได้เจ้าค่ะ” หลี่ซา รีบเอ่ยปากห้ามไม่ให้ทั้งคู่ประลองกัน เพราะนางเป็นห่วงกลัวว่าคุณชายเสียมหลอจะได้รับอันตราย ซึ่งท่าทางของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่าย ทำให้แม่ทัพหนุ่มผู้นี้เกิดความรู้สึกหึงขึ้นมา จึงอนุญาตให้ลูกน้องของตนได้เล่นสนุกและเป็นการสั่งสอนคู่แข่งความรักของตนไปในตัว โดยเขาจะห้ามให้ลูกน้องของตนหยุดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้รับบทเรียนพอสมควรแล้ว จากนั้นคนทั้งหมดจึงออกไปที่ลานด้านหลังของหอ ซึ่งเป็นลานกว้างและเหมาะในการใช้ประลองยุทธของทั้งคู่ “ แม่นางหลี่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงไป ข้าจะไม่เป็นอะไร ท่านรองแม่ทัพเพียงแค่อยากจะชี้แนะข้าสักเล็กน้อยเท่านั้น” เสียมหลอหลงปลอบโยนอีกฝ่ายไม่ให้เป็นกังวลในตัวเขา ก่อนที่เขาจะคำนับอีกฝ่ายพร้อมทั้งเตรียมรับมืออีกฝ่าย “ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ถ้าภายใน 30 กระบวนท่า ท่านรองแม่ทัพหานไม่สามารถทำอะไรข้าได้ ให้ถือว่าเราทั้งคู่เสมอกัน” ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอต่ออีกฝ่าย ก่อนที่อีกฝ่ายจะหัวเราะออกมาเพราะสมเพชที่เสียมหลอหลงช่างไม่รู้จักเจียมตนเอาซะเลย ดังนั้นจึงตอบอีกฝ่ายไปว่า แค่ 20 กระบวนท่าก็เกินพอแล้ว “ แม่ทัพหาน เจ้าอย่าได้ประมาทไป ข้าว่าคุณชายเสียมหลอผู้นี้คงจะมีดีบ้างไม่น้อย เจ้าอย่าทำให้กองทัพของเราต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะความประมาทของเจ้าเป็นอันขาด” ซุนเตียวหุยเอ่ยเตือนลูกน้องของตนไม่ให้ประมาทอีกฝ่าย ก่อนที่หานชิงเว่ยจะรับคำแม่ทัพของตนพร้อมกับหันไปบอกให้อีกฝ่ายเตรียมรับมือให้ดี “ ขอท่านแม่ทัพโปรดออมมือด้วย” เสียมหลอหลงเอ่ยกับอีกฝ่าย ก่อนที่หานชิงเว่ยจะเปิดฉากควงกระบี่บุกเข้าจู่โจมชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อหวังเผด็จศึกโดยเร็ว ในขณะที่เสียมหลอหลงเองกลับใช้เคล็ดวิชาบาทาล่องลอยหลบหลีกอีกฝ่ายอย่างคล่องแคล่ว จนผู้ชมทั้งหมดต้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ ในการเคลื่อนไหวที่มีความว่องไวจนแทบจะมองไม่ทันของบัณฑิตหนุ่มหน้าขาวผู้นี้ รวมทั้งแม่นางหลี่ซาที่มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความชื่นชมมากขึ้นไปอีกหลายส่วน “ เจ้า เจ้า เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใด ทำไมถึงได้เคลื่อนไหวรวดเร็วเยี่ยงนี้?” หานชิงเว่ย รองแม่ทัพหนุ่มผู้เจนศึกเอ่ยถามออกมาด้วยความประหลาดใจสุด ๆ เพราะเขายังไม่เคยเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีความว่องไวมากกว่าตนถึงสี่เท่ามาก่อน โดยในตอนนี้ผ่านไปแล้วเกือบสิบกระบวนท่า แต่กลับไม่มีวี่แววว่าแม่ทัพผู้นี้จะสามารถเข้าใกล้คู่ประลองของตนได้เลย “ ผ่านไปสิบกระบวนท่าแล้ว ท่านแม่ทัพคงต้องเร่งมือหน่อยแล้ว” เป็นเสียมหลอหลงที่เอ่ยปากเตือนอีกฝ่าย ให้เร่งมือและแสดงฝีมือออกมาให้มากกว่านี้ หลังจากได้ยินคำท้าทายดังกล่าว แม่ทัพหานรีบเร่งจู่โจมเข้าหาอีกฝ่ายอย่างเต็มกำลังรวมทั้งจัดการงัดวิทยายุทธทุกอย่างที่ตนมีออกมาเพื่อหมายเผด็จศึกอีกฝ่ายให้ได้โดยเร็ว แต่เวลายิ่งผ่านไปก็ยิ่งเหมือนว่าจะเป็นการสูญเปล่า เพราะยังไม่มีแนวโน้มที่แม่ทัพหานจะเข้าไปในระยะประชิดตัวอีกฝ่ายได้เลย “ แฮ่ก ๆ แฮ่ก ๆ เจ้าอย่าเอาแต่หนีสิ แน่จริงก็มาประลองกับข้าให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย” ...................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับสำหรับตอนที่ 37 เพื่อไม่ให้รีดของเราต้องมีอาการค้างนานจนเกินไป สำหรับตอนนี้อาหลงของเราต้องเผชิญหน้ากับแม่ทัพหนุ่มเจ้าอารมณ์อย่างซุนเตียวหุย บุตรชายเพียงคนเดียวของซุนหงอคง เสนากลาโหมผู้เรืองอำนาจ และพระเอกของเราก็เกือบจะเสียทีโดนคุณชายสาม ซ่งติง ใช้แผนยืมดาบฆ่าคนซะแล้ว ยังดีที่อาหลงของเราจัดการใช้แผนดาบนั้นคืนสนองให้อีกฝ่ายได้ทัน ส่วนเรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นไร รอติดตามอ่านและลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณมากจริง ๆ................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ถ้าข้าคือผู้ที่พาตัวข้าเองมายังจุดที่อยู่ ณ ตอนนี้ ข่าวดีก็คือ ยังคงเป็นข้าเองที่สามารถพาตัวเองไปยังจุดหมายที่ข้าต้องการได้”