ตอนที่ 12 สองด้านที่ต่างกัน
ราดิชลากซากงูั์เข้าหาผนังถ้ำด้านหนึ่งเพื่อความปลอดภัยเขาคงไม่กล้ากินมันกลางทางเดินเป็แน่เขาเริ่มขอดเกล็ดมันออกและตัดเนื้อมันออกมาทีละชิ้นก่อนลงมือกิน
มันยังคงมีกลิ่นคาวแต่ไม่รุนแรงมากนักรสชาติแม้ไม่แย่แต่ก็ไม่อร่อยอยู่ดี มันยังมีรสขมอยู่มาก แถมยังแสบปากและชาด้วยเขารู้สึกได้ว่าตัวเองติดพิษอีกแล้วท่าทางเ้านี่จะมีพิษและกรดแถมพ่วงด้วยอัมพาตในการโจมตีแน่อนเขากินไปพลางประเมินตัวเองไปพลาง
เผ่า มนุษย์ LV 7 ชื่อ ราดิช เวน เคเดม
ค่าสเตตัส
HP 545/712 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 235/501 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 235/401 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 235/401 (สีแดง) (รายละเอียด)
ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 681 (รายละเอียด)
ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 487 (รายละเอียด)
ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 486 (รายละเอียด)
ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 586 (รายละเอียด)
ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 670(รายละเอียด)
“ค่าสเตตัสเราเพิ่มขึ้นมาเยอะทีเดียวพลังชีวิต มานาก็เพิ่มขึ้น พลังป้องกันกับความทานที่เพิ่มขึ้นมากคงเป็ผลจากสกิลอหังการและขันติสินะถ้ามีสกิลที่เพิ่มค่าสเตตัสแบบนี้โผล่ขึ้นมาต้องเรียนแน่นอนระหว่างนี้ก็ฝึกฝนเพิ่มไปก่อน”
“อืม...แม้จะสู้กับตัวที่เก่งกว่าแล้วเจ็บหนักแบบนี้แต่มันก็ได้ผลตอบแทนดีมากดีกว่าไปฆ่าพวกตัวกระจอกแล้วไม่ได้อะไรเลย แผนของเราคือตามล่าพวกตัวเก่งๆ ฮ่าๆๆ”
และแล้วเขาก็ได้วางแผนการเพิ่มระดับเสร็จเรียบร้อยถ้าเป็ตัวอ่อนแอเขาไม่สนใจมันเท่าไรเว้นแต่มันเข้าจู่โจมเขาก่อนเขาจะเน้นพวกตัวที่เลเวลสูง สเตตัสสูงที่พอสู้ได้ไว้ก่อน
“แต่ตอนนี้ต้องกินชดเชยพลังงานที่เสียไปก่อน”
ราดิชเบ้ปากก่อนจะกินเนื้องูลงไปอีกเขาพยายามฝืนกินจนสุดความสามารถงูตัวใหญ่ขนาดนี้น่าแปลกที่เขากินมันได้จนหมดแม้ต้องใช้เวลาพักหนึ่งก็ตามตอนนี้เ้างูเหลือแต่ซากโครงกระดูกแล้ว ค่า SP สีแดงของเขากลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง แถมมีพลังงานสำรองเก็บไว้ด้วย
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล กินจุ LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านกรด LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านสถานะผิดปกติ LV 6 เพิ่มเป็ LV 7
“เฮ้อ..คงต้องทนแสบปากไปอีกนานเลย..”
ราดิชรู้สึกได้ถึงความยากลำบากแต่เพื่ออนาคตของตัวเอง เขาต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้ เขานั่งพักฟื้นร่างกายจนค่าพลังชีวิตและมานากลับมาเต็มก็เริ่มออกสำรวจต่อด้วยความระมัดระวัง ประสาทััของเขาถูกใช้งานอย่างเต็มที่
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล มองเห็นในที่มืด LV 6เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเสริมประสาทััทั้งห้า LV 2เพิ่มเป็ LV 3
ยิ่งใช้ประสาทััมากเท่าไรก็ยิ่งได้ค่าความเชี่ยวชาญมากขึ้นเท่านั้นและด้วยผลของสกิลอหังการก็ยิ่งทำให้ค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นไปอีกถึงอย่างไรสกิล่เลเวลต่ำหรือเป็สกิลขั้นแรกก็มักจะขึ้นไวแบบนี้อยู่แล้วแต่พอกลายเป็สกิลขั้นกลางหรือเลเวลสูงที่ใกล้เปลี่ยนผ่านก็จะยิ่งขึ้นยากมากเรียกว่าต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้นด้วย
มหาวงกตไดดาลอสอีกด้านหนึ่ง
“ว๊ากๆ!!!”
“จะแหกปากไปทำไมหันกลับไปสู้สิ”
คณะของจ่าเวสตอนนี้กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างกันอยู่คนที่แหกลั่นไม่ใช่เ้าจิมนั่นเอง ส่วนตัวจ่าเวสแม้ปากจะบอกให้สู้แต่ตัวเองก็เผ่นหนีเหมือนกัน ตอนนี้ทั้งหกวิ่งกันป่าราบโดยมีบางสิ่งไล่ตามอยู่
สิ่งที่ไล่ตามพวกเขาเป็งูั์ฝูงหนึ่งพวกมันคือไดดาลอสบาลาโดนั่นเอง พวกมันแต่ละตัวมีเลเวลั้แ่ห้าถึงเก้าด้วยจำนวนขนาดนี้สามารถถล่มหมู่บ้านเล็กๆได้เลยและตอนนี้พวกมันกำลังไล่ตามคนกลุ่มนี้
เื่นี้ต้องย้อนไปก่อนหน้านี้ขณะที่พวกเขาก็ไล่จัดสัตว์อสูรไปเรื่อย เรียกว่าเจอตัวไหนฆ่าตัวนั้นเ้างูพวกนี้ก็เช่นกัน ถ้าพวกมันแค่ตัวเดียว ไม่ว่าใครในกลุ่มก็สามารถจัดการมันได้ทว่าเื่ก็เกิดขึ้นจนได้
ขณะที่พวกเขาสู้กับสัตวอสูรกวางฝูงหนึ่งจิมที่กำลังยิงเวทไฟเพลิน ก็ยิงเวทเลยฝูงกวางไปไกล เ้ากำลูกไฟร้อนแรงขนาดใหญ่ลูกนั้นดันไปตกใส่รังของไดดาลอสบาลาโดเข้าพอดีแน่นอนว่าพวกมันที่นอนกันอยู่ย่อมโกรธมาก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการไล่ล่า
“หยุดวิ่งได้แล้ว!!!เ หันกลับไปเตรียมสู้ได้”
จ่าเวสะโลั่นและเป็คนแรกที่หันกลับไปสู้อาวุธของเขาเป็หอกเล่มหนึ่งที่ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยพลังเวทจนมันลุกไหม้ขึ้นมาทั้งที่ได้ยินคำสั่งต่างก็พากันเบรกและหันกลับมาเผชิญหน้าพวกงูั์
จ่าเวสพุ่งเข้าไปเป็คนแรกถ้าวัดที่ค่าสเตตัสอย่างเดียว จ่าเวสสามารถฆ่าพวกมันเรียงตัวได้เลยถ้ามันเข้ามาทีละตัว ส่วนพวกที่เหลือแม้จะต้องสู้สักหน่อยก็จัดการมันได้ไม่ยาก
จิมและเจ๊คเริ่มร่ายเวทโจมตีสนับสนับสนุนขณะที่แจ๊คและจ๊อบซึ่งใช้ดาบและหอกเป็อาวุธพุ่งตามจ่าเวสไปด้วยการขนาบซ้ายขวาและแล้วการต่อสู้อันดุเดือดก็เริ่มต้นขึ้น
หอกในมือจ่าเวสทะลวงร่างงูั์ตัวหนึ่งจนมันตัวแทบขาดมันสิ้นใจทันทีโดยไม่อาจตอบโต้ได้ แต่ความจริงต่อให้เป็ร่างพัฒนาของมันถ้าเจอจ่าเวสก็ยากจะฆ่าจ่าได้เหมือนกัน
แจ๊คและจ๊อบโจมตีประสานกันและสังหารพวกมันไปได้อีกตัวขณะหลบการโจมตีด้วยพิษและกรดร้ายแรงที่พุ่งไปมาในสมรภูมิขณะเดียวกันลูกไฟมากมายก็พุ่งผ่านจุดปะทะไปยังพวกงูที่ตามหลังมาและเผาพวกมันจนไหม้เกรียมเป็แถบ
“เอ่อ...”
คนนำทางที่ตอนแรกกลัวแทบตายมาตอนนี้ถึงกับพูดอะไรไม่ออกตอนแรกเขาเห็นคนกลุ่มนี้ต่อสู้ก็คิดว่าน่าจะมีฝีมือและเลเวลระดับหนึ่งแต่ใครจะคิดว่าพวกเขาจะเก่งกันขนาดนี้คนนำทางได้แต่ยืนอึ้งมองดูการต่อสู้ของพวกเขา
งูั์ที่ราดิชกว่าจะจัดการลงได้ถูกทั้งห้าสังหารลงไปทีละตัวอย่างไม่ยากเย็นนี่คือการต่อสู้แบบกลุ่มซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีในการต่อสู้กับสัตว์อสูรไม่นานก็มีซากงูนับสิบตัวนอนเกลื่อนพื้น ขณะที่ทั้งห้าคนแทบไม่ได้าเ็เลย
“บอกแล้วให้หันไปสู้ั้แ่แรกก็ไม่เชื่อใครกันเป็คนออกวิ่งคนแรก”
จ่าเวสที่หอบเล็กน้อยเอ่ยและหันไปมองทั้งสี่คนที่ตอนนี้ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้แต่คนที่โวยวายและออกวิ่งคนแรกน่าจะเป็เ้าจิมอย่างไม่ต้องสงสัยและด้วยความใของคนอื่นก็เลยออกวิ่งหนีตามด้วยไม่เว้นแม้แต่จ่าเวสที่วิ่งตามไปเหมือนกัน
“ก็พวกเราในี่ครับ”
จิมตอบไม่เต็มเสียงนัก
“เอ่อ...ทุกคนไม่เป็อะไรกันนะครับ”
คนนำทางถามด้วยความเป็ห่วงขณะเข้ามาหา
“ไม่เป็ไรหรอกพวกเรามาจัดการกับซากของเ้างูพวกนี้กันดีกว่า”
จ่าเวสตอบยิ้มๆจากนั้นพวกเขาก็ลงมือจัดการกับซากของงูั์เหล่านี้ และยังแบ่งให้คนนำทางด้วยอย่างน้อยถ้าเอาไปขายก็พอทำให้เขามีเงินใช้เลย คนนำทางขอบคุณพวกเขาเป็การใหญ่หลังเสร็จจากตรงนี้พวกเขาก็มุ่งหน้ากันต่อไป
มหาวงกตไดดาลอสอีกด้านหนึ่ง
ราดิชยังคงแฝงตัวไปกับความมืดและสภาพแวดล้อมรอบตัวเขาไม่อยากเจอเ้างูนั่นโดยไม่มีการเตรียมพร้อมอีกระหว่างนั้นเขาเจอกิ้งก่าอีกหลายตัว ตอนแรกก็จะปล่อยผ่านไปแต่พวกมันกลับพุ่งเข้าจู่โจมเขา เขาเลยจำต้องสังหารพวกมัน แถมมันทำให้เขาโกรธด้วย
“ตายซะ!!”
ราดิชหลบการโจมตีของเ้ากิ้งก่าขณะฟันดาบใส่มันจนหัวหลุดกระเด็นแต่ว่ายังไม่ทันได้ดีใจเขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มหนักขึ้นเล็กน้อยขาของเขาเริ่มกลายเป็หิน เขารีบหันกลับมาและพบกับเ้ากิ้งก่าอีกสามตัว
“กรอด...”
เขากัดฟันด้วยความโกรธดาบในมือถูกฟันใส่ตัวที่อยู่ใกล้สุดและปลิดชีพมันลงได้ถึงอย่างไรเขาก็มีสกิลต้านสถานะผิดปกติ ที่เป็สกิลรวมของการต้านพิษต้านกลายเป็หิน ต้านอัมพาตเ่าั้ แต่ถ้ายังไม่ถึงขึ้นสูงการโจมตีของเ้าพวกนี้ก็ยังมีผลต่อเขาอยู่บ้าง
อีกสองตัวก็มีชะตาไม่ต่างกันพวกมันถูกเขากุดหัวอย่างไร้ความปราณีแถมเขายังฟันซ้ำลงไปบนร่างมันอีกด้วยความหงุดหงิดอาจเป็เพราะเขาอยากเจอตัวแข็งแกร่งจะได้เพิ่มเลเวลไวๆแต่เดินมาตั้งนานก็เจอแต่เ้าพวกนี้ทั้งนั้น
แต่ที่เขาไม่รู้คือพื้นที่แถบนี้เป็ถิ่นอาศัยหลักของพวกกิ้งก่าจึงไม่แปลกที่จะเจอพวกมันจำนวนมาก ส่วนพวกงูนั้นจะมาแถวนี้ก็ต่อเมื่อมาหาเหยื่อเท่านั้นแหละการพบสัตว์อสูรชนิดอื่นในแถบนี้นั้นไม่ง่ายเลย
หลังระบายความโกรธแล้วราดิชก็กินพวกมันด้วยอารมณ์ที่ยังคุกกรุ่นอยู่ แม้จะรู้สึกขมและชาแต่ก็ไม่สนใจแล้วแถมเขายังเอาซากตัวอื่นมากินด้วยจนหลอด SP สีแดงของเขาล้นและเริ่มสั่งสมเป็พลังงานสำรอง
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล กินจุ LV 4 เพิ่มเป็ LV 5
หลังจัดการพวกกิ้งก่าจนเหลือแต่กระดูกแล้วเขาก็เคลื่อนที่ไปต่อโดยไม่รู้ว่าตนกำลังจะไปถึงไหนเพราะมองไปแต่ทางไหนก็มีแต่ความมืดมิดไปหมดเขาคิดว่าถ้าเดินไปอีกพักแล้วไม่เจออะไรก็หยุดและพักเสียหน่อยการนอนในเขาวงกตนั้นอันตรายมากถ้าไม่เตรียมพร้อมให้ดี
อย่างไรร่างกายก็้าพักผ่อนและฟื้นฟูเกรงว่าถ้าฝืนต่อไปค่า SP สีแดงจะลดลงอย่างรวดเร็วทันทีราดิชหาเจอซอกในผนังแห่งหนึ่ง มันมีขนาดแค่ตัวเขาเข้าไปได้และด้านในลึกประมาณสองเมตรเพียงพอจะให้หลบเข้าไปนอนได้
“คงต้องนอนในซอกนี้แหละนะ”
ราดิชวางกับดักขับไล่สัตว์อสูรและผงไล่สัตว์อสูรไว้ด้านหน้าของเหล่านี้เป็สิ่งประดิษฐ์ที่จำจากหญ้าชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นประหลาดถ้าเป็คนทั่วไปดมจะรู้สึกเหม็นเขียวเล็กน้อยแต่ถ้าสัตว์อสูรได้กลิ่นมันจะหนีทันทีเพราะในความรู้สึกของมันคือสิ่งที่ไม่อยากเข้าใกล้หลังจากเข้าไปในซอกและจัดการแล้วเขาก็เอนหลังพิงนอนแต่ก็ยังเปิดประสาทััไว้ตลอดเวลาเพื่อความไม่ประมาท
เขาลืมตาตื่นขึ้นเมื่อััได้ถึงบางอย่างที่ใกล้เข้ามาราดิชลืมตาตื่นขึ้นและขยับร่างกายให้เงียบที่สุดเขาเคลื่อนตัวไปที่ปากทางและมองฝ่าความมืดออกไปและเห็นสัตว์อสูรฝูงหนึ่งกำลังเดินมา เขาประเมินพวกมันตามความเคยชิน