“หยุด!!”
คำสั่งประโยคเดียวของกวานซูเหยียนทำให้เมิ่งหรูหยุดชะงักราวกับมีคนถอดปลั๊กไฟ แต่ยังไม่วายหันกลับมาส่งเสียงประท้วง
“ฮูหยิน! เขาสมควรตายนะเ้าคะ! หากเราไม่สู้ เขาก็จะฆ่าเรา!” หญิงสาวชี้มือไปยังหยางเหวินที่เงื้อดาบขึ้นสูงหมายจะบั่นคอนางอยู่เช่นกัน
“หากท่านแม่ทัพคิดจะทำเช่นนั้น คงไม่ปล่อยให้เรามีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้หรอก..จริงหรือไม่?” นางตอบเมิ่งหรู แต่สายตากลับส่งคำถามกลับไปยังหยางเหวิน ซึ่งกำลังเบ้ปากด้วยความเสียดาย เพราะเขาเพิ่งเสียโอกาสที่จะลงมือกับสาวใช้บ้าเืผู้นั้น
“เ้ามีอะไรก็ว่ามา!” กวานซูเหยียนเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง รีบใช้แขนเสื้อซ่อนฝ่ามือที่กำลังสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวไว้อย่างมิดชิด
หยางเหวินเก็บดาบแล้วยื่นมือไปรับกล่องไม้ยาวใบหนึ่งมาจากทหารอีกคน
“นี่คือบันทึกการพิชิตแคว้น” หยางเหวินกล่าว “ท่านแม่ทัพสั่งให้นำมามอบแก่ฮูหยินน้อย”
เมิ่งหรูมองกล่องไม้ราวกับมันเป็งูพิษ ส่วนกวานซูเหยียนเพียงปรายตามอง แล้วถามเสียงเรียบ
“คำสั่งคืออะไร”
หยางเหวินยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ พร้อมกับเปิดฝากล่องเผยให้เห็นตำราหนาเล่มหนึ่งพร้อมกับหมึก กระดาษและพู่กันครบชุด
“คัดหนึ่งร้อยจบ” เขาลากเสียงช้าๆ ตั้งใจเน้นคำพูด “ด้วยลายมือของฮูหยินน้อยเองห้ามมิให้ผู้ใดช่วยเหลือ”
กวานซูเหยียนหยิบบันทึกเล่มนั้นออกมาเปิดดูอย่างไม่ใส่ใจ เพราะนางรู้อยู่แล้วว่าเนื้อหาของบันทึกเล่มนี้เขียนสิ่งใดเอาไว้
“อืม..ข้ารู้แล้ว”
หยางเหวินชะงัก ถึงนางจะเปิดอ่านผ่านๆ แต่ก็นานพอที่จะได้เห็นเนื้อหาบางส่วนบ้าง เขาคิดว่าจะได้เห็นความเ็ปหรือการต่อต้านจากกวานซูเหยียน แต่กลับไม่เป็เช่นนั้น!
“ท่านแม่ทัพหวังว่า เมื่อได้อ่านและเขียนซ้ำหลายครั้งเข้า ฮูหยินน้อยคงจะจดจำขึ้นใจว่าเหลียงซานล่มสลายไปอย่างไร” เขาแสร้งตอกย้ำอีกรอบ
กวานซูเหยียนพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เซียวหลิงเจาช่างสรรหาวิธีมาทรมานจิตใจผู้คนเหลือเกิน ฉากนี้กวานซูเหยียนในนิยายโมโหจนกระอักเื แต่เสียดายที่นางไม่รู้สึก!
“หมดธุระของเ้าแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็กลับไปบอกท่านแม่ทัพเถิดว่าข้าจะทำให้เสร็จภายในสองเดือน”
หยางเหวินหงุดหงิดแต่ด้วยนิสัยบุรุษจึงไม่ต่อปากต่อคำ เขาคำนับตามมารยาท ก่อนหมุนตัวจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
เมื่อเสียงฝีเท้าลับหายไป เมิ่งหรูก็เปิดบันทึกเล่มนั้นออกมาดูบ้าง
“นี่มันจงใจเหยียบย่ำกันชัด ๆ!” นางร้อง “ให้นายหญิงคัดเื่ราวที่ทำลายบ้านเมืองของตัวเอง ยังมี..เื่การตายของราชวงศ์แต่ละพระองค์อีกด้วย!”
“เมิ่งหรู ใจเย็นก่อน..เื่พวกนี้…สำหรับข้ามันก็แค่เื่ในอดีต”
เมิ่งหรูอึ้งไป “ฮูหยินยอมรับง่ายๆ ได้อย่างไรกันเ้าคะ! ชาวเหลียงซานอย่างเราไม่กลัวตาย แต่เราจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาหยามเกียรติเราได้เป็อันขาด!”
กวานซูเหยียนหมุนตัวกลับเข้าเรือนไปโดยมีเมิ่งหรูเดินตามไปติดๆ
นางนั่งลงบนเก้าอี้พลางจ้องหน้าเมิ่งหรูด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตอนนี้ข้ากลัวตาย! หากเ้าไม่กลัวก็วิ่งตามหยางเหวินไปเลย เสียดายนักที่ข้าหลงเชื่อว่าเ้าจะฟังคำสั่งข้า!”
เมิ่งหรูทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น แม้จะแสดงท่าทีอ่อนลงแต่ยังไม่วายโต้แย้ง
“บ่าวสาบานว่าจะปกป้องท่านบ่าวยังมิอาจตายได้..แต่คนเ่าั้ล้วนเป็ญาติพี่น้องที่เลี้ยงดูฮูหยินมานะเ้าคะ เหตุใดท่านจึงไม่รู้สึกอันใดเลย” หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
กวานซูเหยียนพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ สีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ
“เสด็จลุงฮ่องเต้องค์ก่อนสังหารบิดาข้า เสด็จอาฮ่องเต้องค์ต่อมาเลี้ยงดูข้าอย่างดีก็จริง แต่เขาก็เป็ผู้ลงมือสังหารมารดาข้า หากข้าคิดจะแก้แค้นสังหารผู้ใดก็ควรลงมือกับเขาหรือเหล่าโอรสและธิดาที่แสร้งว่ารักข้าราวกับเป็พี่น้องแท้ๆ พวกนั้นก่อนมิใช่รึ? แม่ทัพเซียวล้างแค้นแทนข้าไปแล้ว ข้ามีอะไรต้องเสียใจ?"
เมิ่งหรูถูกความจริงกระแทกใส่หน้าเข้าอย่างจังจนหงายหลัง นางลำดับเื่ราวที่ผ่านมา ในหัวอย่างรวดเร็ว
ราชวงศ์กวานสังหารพี่น้องลูกเมียกันเองเป็ว่าเล่น โชคดีที่นายหญิงของตนเป็เพียงสตรีที่ไม่มีคนคอยสนับสนุนอยู่เื้ั ทั้งยังมีนิสัยดุร้ายโเี้ถูกใจเสด็จอาของนางยิ่งนักจึงรอดชีวิตมาได้
นางพยายามค้นหาความดีของคนเ่าั้มาโต้แย้ง แต่กลับหาไม่เจอ!
“เพราะเหตุนี้ท่านจึงได้ยินยอมแต่งให้แม่ทัพเซียว..เป็เพราะ้าตอบแทนบุญคุณเขาใช่หรือไม่เ้าคะ” นางชกกำปั้นเข้ากับฝ่ามือตนเอง เข้าใจความคิดของนายหญิงได้อย่างถ่องแท้แล้ว!
“เช่นนั้นเื่ที่ผ่านมาก็..ถือเสียว่าถูกสุนัขกัดไปหลายทีหน่อยก็แล้วกัน ฮูหยินไม่ต้องไปใส่ใจนะเ้าคะ!”
“แค่กๆๆๆ” กวานซูเหยียนสำลักลมหายใจตัวเองจนต้องรีบยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มแก้เขิน
“เ้าหยุดพูดถึงเื่ระหว่างข้ากับเขาเสียทีได้หรือไม่เมิ่งหรู! จากนี้เขาก็แค่คิดจะมากลั่นแกล้งให้ข้าเจ็บใจเล่นเท่านั้น ถ้าเราไม่เจ็บก็ไม่มีใครทำอะไรเราได้ ต่างคนต่างอยู่!”
“ใช่ๆๆ เมื่อครู่บ่าวเห็นหยางเหวินทำหน้างงเป็ไก่ตาแตกเลย หากเราไม่สะทกสะท้านพวกเขาต่างหากที่ต้องเจ็บใจแทนที่ทำอะไรเราไม่ได้”
“เมิ่งหรูของข้าฉลาดยิ่งนัก! ต่อไปก็อย่าทำอะไรโง่ๆ อีกแล้วกัน..มา! เ้าเตรียมของมาให้ข้าเถิด ข้าจะเริ่มคัดลอกตำราให้เสร็จ จะได้ไม่มีสิ่งใดมากวนใจข้าอีก”
……….
ใต้ร่มพุ่มเหมยที่กำลังผลิดอกในสวนด้านตะวันออก ถังลี่จูนั่งจิบชาเงียบ ๆ พลางมองผีเสื้อที่บินเหนือแปลงดอกไม้ สีหน้าของนางยังคงหม่นเล็กน้อย แม่นมหวังยืนปรนนิบัติอยู่ด้านข้างอย่างสงบ
“ข้าคิดดูหลายครั้งแล้ว ซูเหยียนมีบ่าวรับใช้แค่คนเดียว…มันน้อยเกินไปจริงๆ” ถังฮูหยินเอ่ยเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยความกังวล
“ตอนนี้ทหารยามก็ยอมให้เ้าเข้าออกเรือนกูหยวนได้สะดวกแล้วมิใช่หรือ ทุกคนที่เห็นก็ปิดปากสนิท ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยอะไร ข้าควรจะส่งสาวใช้สักคนไปช่วยนางจริง ๆ”
แม่นมหวังค้อมศีรษะ “หากฮูหยิน้า บ่าวจะไปคัดเลือกคนที่ไว้ใจได้เองเ้าค่ะ แต่ฮูหยินน้อย…เหมือนจะยังไม่อยากให้ใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายในเรือนของนางมากนักนะเ้าคะ”
ถังฮูหยินถอนหายใจอย่างไม่สบายใจ “เพราะนางรู้ว่าตนเองไม่เป็ที่ชอบหน้าของคนในจวนหรือ?”
แม่นมหวังไม่ตอบ แต่สีหน้าเป็คำตอบได้อย่างดี
ขณะทั้งสองสนทนากันนั้น
อวี้เซียงที่แอบเดินเลียบกำแพงต้นไม้เข้ามาก็หยุดชะงัก นางกำลังจะไปเด็ดดอกไม้ไปจัดแจกันในห้องหนังสือของคุณชายอยู่พอดี แต่กลับได้ยินบทสนทนาของคนทั้งคู่เสียก่อน
ดวงตาของอวี้เซียงเบิกกว้าง
ส่งคนไปรับใช้ฮูหยินน้อยเพิ่ม? ตอนนี้?
หลายวันที่ผ่านมา นางเห็นแม่นมหวังเดินป้วนเปี้ยนอยู่ท้ายจวนถึงสองครั้งแล้ว แต่เมื่อคิดจะติดตามไปดูกลับถูกทหารขัดขวางเอาไว้
ที่แท้ก็เป็ฮูหยินใหญ่นี่เอง ที่แอบให้แม่นมหวังนำอาหารไปให้นางคนป่าเถื่อนนั่น!
“ถึงว่า นางสุนัขบ้านั่นถึงได้ไม่ออกมาอาละวาด ที่แท้ก็กินอิ่มนอนอุ่น ช่างสุขสบายเหลือเกินนะ!”
ยิ่งได้ยินว่าถังฮูหยินคิดส่งคนเข้าไปเพิ่ม ความอิจฉาในใจอวี้เซียงยิ่งลุกวาบขึ้น
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ..
หากนางอาสาเข้าไปเองเล่า? สตรีผู้นั้นยังจะสุขสบายต่อไปได้หรือไม่!
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก แล้วจงใจขยับตัวเสียดสีกับกับกิ่งไม้ให้เกิดเสียง พร้อมเดินเซออกจากพุ่มไม้เพื่อเปิดเผยตัว
“อุ้ยๆ” นางทำทีสะดุดล้มแล้วทำท่าใอย่างหนักเมื่อเห็นนายหญิงใหญ่
“ฮูหยินใหญ่ แม่นมหวัง” อวี้เซียงย่อกายคำนับอย่างนอบน้อม “บ่าวไม่ทราบว่าท่านทั้งสองสนทนากันอยู่ จึงมิได้ระวังตัว รบกวนพวกท่านแล้วเ้าค่ะ”
ถังฮูหยินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่เพิ่งโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางวางถ้วยชาลงช้าๆ
“เ้ามายืนอยู่ตรงนี้นานเท่าใดแล้ว? เมื่อครู่…เ้าได้ยินสิ่งใดบ้าง?”
แม่นมหวังเองก็มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันใด ด้วยเกรงว่าความลับที่พวกเขาแอบช่วยเหลือฮูหยินน้อยจะรั่วไหลออกไปถึงหูเซียวหลิงเจา