"เ้าไม่รู้จักวิหารแห่งกาลงั้นรึ?" เจรอสถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะธาตุแห่งเวลาต้องมีความเกี่ยวข้องกับวิหารแห่งกาลเท่านั้นถึงจะมีได้
"ใช่ขอรับ ข้าอาศัยอยู่กับท่านปู่ั้แ่เด็กๆ ภายในป่า จึงไม่ได้รู้เื่ของโลกภายนอกมากนักขอรับ"ไทก้าตอบกลับ
"แล้วท่านปู่ของเ้าชื่ออะไรกัน เ้าพอจะบอกกับข้าได้รึไม่"เจรอสถามกลับ
"ข้าไม่ทราบขอรับ ท่านปู่เก็บข้ามาเลี้ยงั้แ่เด็กและไม่เคยเอ่ยถึงชื่อของตนเลยขอรับ"ไทก้าตอบกลับแบบไม่ลังเล แน่นอนว่าเื่นี้ไทก้าคิดไว้ก่อนแล้วหากมีคนถามถึงภูมิหลังของเขา ไทก้าก็จะตอบแบบนี้
"ท่านปู่งั้นรึ…อืม"เจรอสคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกไป"ข้าเคยได้ยินมาว่าเ้าวิหารเป็คนหนุ่มอายุราวๆวัยกลางคนเท่านั้น ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่ได้รู้เื่ของวิหารแห่งกาลจริงๆ "
เจรอสนิ่งเงียบและมองไปยังไทก้าครู่หนึ่งและดูเหมือนว่าไทก้าจะไม่ได้โกหกกับเื่ที่กล่าวออกมา
"เอาล่ะ เช่นนั้นข้าจะบอกเ้าละกัน"พูดจบเจรอสก็โบกมือขึ้นร่ายอาคมบางอย่าง
ฟรึ่บ! ฟรึ่บ!
วิ้ง!
อาคมรูปร่างบาเรียกระจายออกเป็สี่เหลี่ยมครอบคุมคนทั้งสี่เอาไว้
"นี่เป็เพียงอาคมป้องกันเสียงเล็ดลอดออกไปภายนอกเท่านั้น"เจรอสกล่าวขึ้น
"วิหารแห่งกาลตั้งอยู่ที่ใดไม่มีใครทราบได้ เพียงแต่คนของวิหารแห่งกาลจะกระจายอยู่ในทุกทวีป และปกปิดตัวตนเพื่อออกทำภารกิจที่ได้รับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ภารกิจปกป้องเหล่ามนุษย์และสืบข้อมูลซะมากกว่าและเนื่องจากพลังของวิหารแห่งกาลนั้นเป็สิ่งที่น่ากลัวมากๆ จึงไม่มีใครกล้าตอแยคนของวิหารแห่งกาล แต่ว่า เมื่อมีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด วิหารแห่งกาลมีศัตรูอยู่เช่นกันนั่นก็คือองค์กรมืด องค์กรมืดนั้นจะทำในสิ่งตรงข้ามกับวิหารแห่งกาล หากองค์กรมืดพบคนของวิหารแห่งกาลจะทำการสังหารทิ้งทันที ดังนั้นเมื่อข้าเห็นเ้าทดสอบจึงได้รีบปกปิดเอาไว้ แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าจะมีองค์กรมืดแอบแฝงอยู่ในที่นี่รึไม่ แต่ข้าคิดว่าการปกปิดไว้ก่อนคงจะดีกว่า" เจรอสค่อยๆอธิบายให้กับไทก้าฟังพร้อมกับเดินวนไปมา
"แต่เ้าไม่ต้องกังวลไป พวกเราสามคนเองก็เป็คนของวิหารแห่งกาลเช่นกัน นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมพวกเราจึงต้องปกป้องเ้า เพราะว่าเ้าเองมีธาตุแห่งเวลา ซึ่งมันหาได้ยากที่สุดในบรรดาธาตุพิเศษ และการเรียนรู้ธาตุนี้นั้น ไม่มีในตำรา ต้องเรียนรู้การใช้งานด้วยตัวเองเท่านั้น" เจรอสหันไปทางไทก้า
"เอ๋…พวกท่านเป็คนของวิหารแห่งกาลงั้นหรือ เช่นนั้นก็แปลว่าพวกท่านมีธาตุแห่งเวลาด้วยใช่รึไม่ขอรับ"ไทก้าถามออกมาด้วยความสงสัย
"ไม่เลย พวกเราไม่ได้มีธาตุแห่งเวลาหรอก มีเพียงเ้าวิหารเท่านั้นที่จะมีธาตุแห่งเวลา ส่วนคนอื่นๆของวิหารจะเป็ธาตุทั่วไปและมีธาตุพิเศษอยู่บ้าง แต่ว่าคนของวิหารแห่งกาลทุกคนจะได้รับยันต์ชนิดหนึ่งที่มีไว้ใช้งานและรับภารกิจคนละไม่กี่แผ่นเท่านั้น แต่พลังของมันนั้นนับว่าน่ากลัวเช่นกัน ซึ่งเป็พลังของเ้าแห่งวิหารที่กระจายออกมาให้กับคนของวิหารแห่งกาลได้ใช้ในยามจำเป็เท่านั้น"เมื่ออธิบายมาถึงตรงนี้เจรอสก็หยุดลงครู่หนึ่ง
"เอาล่ะ เื่อื่นๆ ค่อยว่ากันวันหลังแล้วกัน ส่วนเหตุใดเ้าถึงมีธาตุนี้นั้นข้าก็ไม่ทราบ หากข้ารู้ว่าท่านเ้าวิหารอยู่ที่ใด ข้าคงพาเ้าไปพบเขาเพื่อเรียนรู้อาคมได้ แต่ว่าท่านเ้าวิหารอยู่ที่ใดไม่มีใครทราบได้และพวกเรามีตำแหน่งในระดับกลางของวิหารแห่งกาลเท่านั้น ไม่อาจทราบเื่ต่างๆ ภายในได้มากกว่านี้ แต่ว่าข้าขอเตือนเ้าไว้ว่าเ้าควรปกปิดพลังธาตุนี้เอาไว้จะเป็การดีที่สุด"เจรอสกล่าวจบก็เดินกลับไปยืนตรงกลางที่เดิม
"ในเมื่อตอนนี้เ้าไม่สามารถฝึกธาตุพิเศษได้ แต่ว่าเราสามารถรับเ้าเข้าเป็ศิษย์ชั้นในได้ทันทีเนื่องจากยังไงเ้าก็ผ่านการทดสอบอยู่แล้ว แม้ว่าคนอื่นจะไม่ได้สังเกตุ แต่ว่าพวกเราเฝ้ามองการทดสอบด้วยจิตจากระยะไกลั้แ่แม่หนูนาราธาตุสายฟ้าจนกระทั่งมาถึงตอนเ้าทดสอบ โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่จะทำการทดสอบธาตุอื่นๆ ก่อนที่จะทดสอบธาตุพิเศษ ส่วนนารานั้นนางได้ทดสอบธาตุทั่วไปั้แ่เด็กและนางสามารถใช้ได้สองธาตุนั่นคือนางรู้อยู่แล้ว เมื่อมาถึงนางจึงข้ามไปทดสอบศิลาสีรุ้งทันที ส่วนเ้าก็เช่นกันเมื่อเ้าเข้าทดสอบ เ้าก็เพ่งจิตทดสอบเข้าสู่ศิลาสีรุ้งทันทีซึ่งหมายความว่า เ้ารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเ้าเข้ากับธาตุใดได้บ้าง"ฤาษีเตโชกล่าวกับไทก้า
ฤาษีเตโชนั้นเป็ปรมาจารย์ผู้สูงส่งเื่นี้ย่อมสังเกตุเห็นได้อย่างแน่นอน
ไทก้าพยักหน้ารับจากนั้นจึงกล่าวขึ้น"เรียนท่านฤาษีที่ท่านพูดมานั้นถูกต้องขอรับ"
"ข้าขอบคุณ ที่ท่านจะให้ข้าเข้าเป็ศิษย์ชั้นใน แต่ว่า" ไทก้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
"ข้าคิดว่าจะเริ่มต้นจากการเป็ศิษย์ชั้นนอกและทดสอบขึ้นมาจนถึงศิษย์ชั้นในขอรับ"
"ทำไมงั้นรึ?"ฤาษีถามกลับด้วยความสงสัย ปกติแล้วไม่ว่าใครต่างก็้าเป็ศิษย์ชั้นในกันทั้งนั้น เนื่องจากทรัพยากรที่ได้รับและการดูแลจากอาจารย์ระดับพิเศษ ซึ่งจะทำให้พัฒนาได้เร็วมากกว่าคนทั่วไป แต่ว่าเ้าเด็กนี่กลับเลือกที่จะฝึกและพัฒนาขึ้นมาจากศิษย์ชั้นนอก
"ยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้ายัง้าเรียนรู้หลายๆอย่างของที่นี่ก่อนั้แ่ต้นขอรับ และข้ามีเพื่อนอยู่หนึ่งคนที่อยู่ที่นี่และเขาก็มุ่งมั่นที่จะเก่งขึ้นเช่นกันดังนั้นข้าจึงจะขอฝึกไปพร้อมกันกับเขาขอรับ"ไทก้าตอบกลับด้วยความหนักแน่น
แม้ว่าเขาจะ้าฝึกให้ถึงเป้าหมายโดยเร็วที่สุด แต่เขายังมีเื่ที่ต้องทำอยู่อีกคือตามหาข่าวของแหวนเคลื่อนเวลา อีกอย่างบีนั้นเป็คนดีทั้งยังช่วยเหลือไทก้าพาเข้ามาทดสอบที่นี่ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในตอนทดสอบบียังช่วยพูดให้กับเขาอีก ตอนนี้ไทก้ารู้ดีว่าบียังมีปัญหาอยู่ หนำซ้ำเท่าที่ดูสถานการณ์เขาคงเป็เพื่อนคนเดียวของบีในตอนนี้ หากเขาเข้าเป็ศิษย์ชั้นในไม่เท่ากับทิ้งให้บีต่อสู้กับปัญหาอยู่คนเดียวงั้นหรือ
"โฮ่ๆ…น่าสนใจ ดูเหมือนเพื่อนของเ้าจะสำคัญต่อเ้ามากล่ะสินะ"ฤาษีเตโชยิ้มพร้อมกับลูบเคราเบาๆ จากนั้นจึงหันไปถามเจรอส
"ท่านคิดว่าอย่างไร ท่านเจรอส"
เจรอสคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นหยิบบางอย่างในกระเป๋ายื่นไปให้ไทก้า
ไทก้ารับมาพร้อมกับมองไปยังของที่อยู่ในมือ
"นี่มันคืออะไรหรือขอรับท่านเจรอส?"ไทก้าถามขึ้นด้วยความสงสัย
"นี่คือผ้ายันต์ของวิหารแห่งกาล ข้าให้เ้าไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น ในตอนนี้เ้ามีพลังของธาตุเวลานับว่าเป็เื่สำคัญของวิหารแห่งกาลเช่นกัน เพียงแค่ส่งจิตลงไปเ้าก็ใช้มันได้แล้ว ส่วนเื่การเป็ศิษย์ของนววิทยาเ้าจะตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่เ้ากับท่านฤาษี นี่เป็เื่ภายในข้าไม่สามารถก้าวก่ายได้"เจรอสกล่าว
"ว่าแต่เ้าหนุ่มเ้ามีชื่อว่าอะไร?" เจรอสถามไทก้าขึ้น
"ข้ามีชื่อว่าโฟล์ก ไทก้า ขอรับ"ไทก้าตอบกลับพร้อมประสานมือ
"อะไรนะ"
"เ้าบอกว่า โฟล์ก งั้นรึ?"
ทั้งฤาษีเตโชและเจรอสต่างใพร้อมกันเมื่อได้ยินคำตอบของไทก้า
"เ้าพูดจริงงั้นเหรอ" เจรอสถามย้ำอีกครั้ง
"ใช่ขอรับ ั้แ่เด็กจนโตข้าไม่เคยเปลี่ยนชื่อใดๆ ท่านมีอะไรรึขอรับ?" ไทก้าถามกลับด้วยความสงสัยเพราะเห็นว่าทั้งสองคนจะดูใกับชื่อของเขา มีเพียงปรมาจารย์ไรวินที่ยังสงสัยเช่นกันและยังนิ่งเงียบอยู่
"…"
ผู้คุมกฏเจรอสเงียบไปสักพักก่อนที่จะถามไทก้าออกมา "ตอบมาตามตรง เ้ามีความเกี่ยวข้องอันใดกับ โฟล์ก สกาย รึไม่?"
ไทก้าทำหน้าสงสัยอยู่เล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป
"ท่านรู้จักชื่อพ่อของข้าได้ยังกันขอรับ? หรือว่าจะมีคนที่ชื่อเหมือนกันอีกคน?"