ตูมตาม
วินาทีที่ก้อนพลังงานพลังวิญญาณฟ้าดินสูงกว่าสิบเมตรกับแสงกระบี่สีเงินกว่าร้อยเมตรพุ่งปะทะกันคลื่นพลังทำลายล้างปะทุทันตาเห็น อากาศธาตุสูงปั่นป่วนรวนเรไร้ที่สิ้น
คลื่นปราณลูกหลงพลังอันไพศาลระลอกแล้วระลอกเล่าพวยพุ่งและสาดเทออกมาอย่างเหิมเกริม
แสงเงินแสงทองระยิบระยับดูดั่งดอกไม้เพลิงเบ่งบานท้องนภาเปลี่ยนสีสันอย่างเงียบงัน ทะเลสาบเบื้องล่างสั่นไหวไม่หยุดนิ่ง คลื่นสะเทือนฟ้าชั้นแล้วชั้นเล่าภาพอันอลหม่านราวคลื่นทะเลคลั่งโหยหวน สั่นสะท้านทั่วทุกสารทิศ
ฉู่เหินผู้เร้นกายในมุมอับมองการต่อสู้ครั้งใหญ่เบื้องหน้าด้วยอาการทึ่ง
นี่หรือพลังของราชาสรรพสัตว์กับผู้แข็งแกร่งระดับผ่าอากาศธาตุ?
ช่างน่าตระหนกตกใจยิ่งนัก
ฉู่เหินไม่ได้ลังเลเลยว่าหากเขาเข้าใกล้การต่อสู้เบื้องหน้าไปอีกสักนิดคลื่นลูกหลงที่เกิดจากการกระทบกระทั่งของพลังงานนั้นคงมากพอจะจู่โจมเขาจนถึงแก่ความตาย
แม้จะนอนอยู่ตรงนี้ ฉู่เหินก็ยังรู้สึกได้ถึงเลือดในกายที่เดือดพล่านไหลเร็ว
การสัประยุทธ์ระดับนี้ สำหรับฉู่เหินผู้เพิ่งออกจากเมืองหลินเหยียนและไม่เคยได้สัมผัสโลกมาก่อนแล้วเรียกได้ว่าเป็นมหรสพต่อสายตาของเขาโดยแท้
ต่อให้ก่อนหน้านี้จะเคยได้ยินมาว่าพลังของผู้แข็งแกร่งระดับผ่าอากาศธาตุน่ากลัวปานใดก็ตามที
แต่ได้ยินกับหูหรือจะสู้ได้เห็นกับตา
ปึ้ง!
ความเคลื่อนไหวรุนแรงยังปะทะเข้าหากันในอากาศไม่หยุดหย่อนหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งสำแดงเดชราชันแห่งสรรพสัตว์อย่างหมดจด มันกระพือปีกใหญ่ยักษ์บนหลังบังเกิดลมกรดและฟ้าแลบแปลบปลาบ อากาศธาตุมีอสนีบาตแล่นผ่านอยู่รางเลือน
อิสตรีเยาว์วัยถือกระบี่เล่มยาวเพ่งสายตาคู่งามดวงหน้าเลิศเลอเผยความนิ่งขรึมหลายส่วน
“ไม่นึกเลยว่าหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งจะตึงมือเช่นนี้เห็นทีต้องใช้ท่านั้นแล้ว” นารียกริมฝีปากแดงพึมพำผะแผ่วกับตนเอง
“บรู๋ว”
กระนั้น หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งกลับเร่งความเร็วขึ้นในพลันมันโฉบเข้าหาน่านฟ้าเหนือร่างนาง อ้าปากยักษ์เต็มไปด้วยเขี้ยวออก ชั่วพริบตาแสงสีขาวอานุภาพเปรียบน้ำหลากก็ถาโถมออกมาชนิดมืดฟ้ามัวดิน จู่โจมใส่ร่างไม่หยุดยั้ง
ห้วงเวลานั้น อุณหภูมิในฟ้าดินพลันลดต่ำจนถึงจุดเยือกแข็ง
ความหนาวเย็นเสียดแทงกระดูกตลบอบอวลไปทั่วทิศทางกระทั่งพลังหยวนแท้ยังเคลื่อนไหวหนืดช้าขึ้นมากนัก
นารีเยาว์วัยสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย แต่ไม่กล้าประมาทแม้แต่นิด นางเคลื่อนกายาเห็นเป็นภาพมายาลากติดกันในอากาศถอยไปเบื้องหลังด้วยความเร็ว
ตูม!
แสงสีขาวไร้ที่สิ้นโจมตีใส่ทะเลสาบเบื้องล่าง
เพียงชั่วกะพริบตา น้ำทั้งทะเลสาบก็เงียบสนิทน้ำทะเลสาบกว้างกว่าพันเมตรเยือกแข็งเป็นน้ำแข็งในบัดดล ชั้นน้ำแข็งหนาปกคลุมทั่วทั้งผืนทะเล
“นี่มัน...”
ฉู่เหินเห็นภาพนั้นแล้วก็อดลืมหายใจไม่ได้
พลังของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเบ็ดเสร็จถึงเพียงนี้ฉู่เหินอดกังวลใจแทนสตรีอ่อนเยาว์ผู้นั้นไม่ได้
กระนั้น นางกลับไม่แตกตื่นอันใด พลันนั้น รังสีพลานุภาพแกร่งกล้าไร้ใดเทียมปลดปล่อยออกจากร่างพลังหยวนแท้ที่พันรอบกายนางเปลี่ยนสีเป็นฉูดฉาดสว่างไสว
แสงสีแพรวพราวราวดึงแก่นแห่งสายรุ้งทั้งเจ็ดสีกระแสอากาศในใต้หล้ารวนเรยิ่งขึ้น อิสตรีบีบมือเล็กน้อย แสงสีสายแล้วสายเล่าดุจเถาวัลย์ที่เติบใหญ่ไต่เข้าหากระบี่เล่มงามในมือ
กึงๆ
กระบี่เปล่งแสงสีเจิดจรัสพลังที่ปกคลุมนั้นแกร่งกล้าเยี่ยงเปลวเพลิงอัคคีเทพ
“กระบี่ปีกหงสา ตัดพิฆาตดาวตก!” นางคำรามเยียบเย็น
กี๊ซ
พลันนั้น เสียงหงส์ร้องอันก้องใสทะยานไปเก้าชั้นฟ้าเห็นภาพมายาหลากสีวูบวาบมาจากกระบี่ในมือนาง ยามเคลื่อนไหวร่างมายานั้นก็ยิ่งทวีขนาดใหญ่ขึ้นไม่ทันไรภาพมายาหงสากว้างร้อยจ้างพลันปรากฏให้ฟ้าดินตะลึงงัน
มาตรแม้นเป็นแต่เพียงภาพมายา ทว่าอานุภาพแห่งอำนาจน่าเกรงขามที่ผังแผ่ออกมาจากหงสานั้นกลับทั้งชัดเจนและแรงกล้า
พร้อมด้วยกลิ่นอายทำลายล้างเป็นอนันต์ที่ไม่อาจต้านทานได้
“บรู๋ว”
หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเผยความดุร้าย ดวงตาของมันเรืองรองดุร้ายเต็มไปด้วยแววแห่งโทสะเช่นเดียวกับมนุษย์
จากนั้นลวดลายหิมะสีน้ำเงินที่กลางหน้าผากหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเรืองแสงประหลาดตั้งแต่เมื่อใดไม่อาจทราบลวดลายมีอักขระซับซ้อนเคลื่อนไหวแสงสีน้ำเงินน่าหวาดหวั่นพลันปะทุจากในกายหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง
ผ่าง!
แต่ทันใดนั้นเองที่ร่างมายาหงสาเร่งความเร็วฉับพลันวินาทีก่อนที่ร่างมายาหงสาทรงเดชานุภาพเป็นยอดจะถึงตัวหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งภาพมายานั้นกลับแปรผันเป็นเงากระบี่ตะลึงสวรรค์คมหมื่นจ้างเล่มหนึ่งแทน
ปึ้ง
เงากระบี่ตะลึงสวรรค์ครองพลังทำลายล้างสุดต้านรับทำลายการป้องกันของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งหมดสิ้น
เมื่อม่านกำบังที่เกิดจากแสงสีน้ำเงินรวมตัวกันรอบกายถูกฉีกออกเป็นรูใหญ่เงากระบี่น่าครั่นคร้ามก็ฟาดฟันร่างหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง
ฉัวะ!
ปากแผลอาบเลือดไล่จากลำคอหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งไปถึงตรงท้องของมันโลหิตร่ายรำสาดชโลมตามใจชอบ
“สวยงาม!”ฉู่เหินที่เร้นกายอยู่ลอบพยักหน้าเป็นการชื่นชม
“บรู๋ว”
กระนั้น ในยามที่ฉู่เหินแน่ใจว่าศึกนี้จบลงแล้วนั่นเองหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งพลันส่งเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวถึงที่สุดอีกครั้งเสียงคำรามนี้ดลใจให้สั่นสะท้านไปถึงส่วนลึกของอณูวิญญาณ
ลวดลายสีน้ำเงินกลางหน้าผากหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเปล่งอักขระพราวพราย
คลื่นพลังมโหฬารดลฟ้าดินทั่วสารทิศสั่นสะเทือน
วาบ!
ชั่ววินาที ลำแสงสีน้ำเงินสุกสกาวพลันพุ่งลงมาจากฟ้าดิ่งตรงลงมาสู่ร่างอิสตรีผู้นั้น
ลำแสงสีน้ำเงินรวดเร็วยิ่งยวด อานุภาพน่าประหวั่นพรั่นพรึงนารีอ่อนเยาว์หน้าเปลี่ยนสี นางหลบไม่ทัน ถูกแสงนั้นโจมตีเข้าอย่างจัง
ร่างงามสั่นไหวรุนแรง พลังหยวนแท้ในกายถูกกดทับมิให้เคลื่อนไหวทันใด
ที่น่าใจหายยิ่งไปกว่านั้นคือความหนาวแทรกซึมลึกถึงกระดูกและเส้นปราณอัศจรรย์ทั้งแปดไม่เพียงแต่พลังหยวนแท้ที่เคลื่อนตัวได้ช้าผิดปกติเท่านั้นกระทั่งจะขยับแขนขายังทำไม่ได้เต็มที่เลย
ฟิ้ว!
ฉับพลัน ร่างของนางร่วงหล่นจากฟากฟ้าลงมาอย่างสุดควบคุมคุกเข่าลงกับผืนทะเลสาบที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง
หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งที่ถูกจู่โจมสาหัสก็ร่วงตามลงมาประจันหน้ากับตัวนาง
มหาศึกดุเดือดครั้งนี้จบลงตรงที่พ่ายแพ้และบาดเจ็บทั้งคู่
กระบี่นั้นของดรุณีสาวสะพรั่งทำหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งบาดเจ็บสาหัสแต่นางเองก็ถูกการโจมตีเต็มกำลังของมันเข้าเช่นกันเจ้าตัวพยายามใช้กระบี่ยันพื้นน้ำแข็งลองฝืนลุกขึ้นยืน แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
แสงสีน้ำเงินเป็นเส้นสายพันรอบร่างกายที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือผิวพรรณขาวผ่องนั้นกำลังถูกชั้นน้ำแข็งอันเล็กละเอียดเข้าปกคลุม
ประมาณพลังของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งต่ำไปแล้ว...
นวลนางขมวดคิ้วเล็กน้อย ฟันขาวกัดริมฝีปากเคลื่อนพลังหยวนแท้ในร่างเพื่อขับไล่อายความหนาวของน้ำแข็งมนตราในร่างไม่หยุดแต่ความจริงนั้นคือ เวลานางเหลือไม่มากแล้ว
กรร
หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งส่งเสียงคำรามต่ำออกมาจากลำคอมันขยับขาเข้ามาอย่างเชื่องช้า แววตาดุร้ายยามย่างสามขุมไปเบื้องหน้ามันใช้ความเย็นแช่ปากแผลไว้ เลือดจึงหยุดไหลอย่างรวดเร็ว
แต่ขนขาวสะอาดราวกับหิมะของมันกลับอาบเลือดสีแดงฉานไปเสียแล้ว
หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งแยกเขี้ยว ใบหน้าดุร้ายปรากฏชัดเขี้ยวอันแหลมคมแวววาวแสงน่าขนลุก
เห็นได้ชัดว่า สิ่งที่รออิสตรีนางนั้นอยู่คืออันตรายอันใหญ่หลวง
...
ฉู่เหินผู้ซ่อนตัวอยู่เห็นภาพนั้นเข้าแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้
เดิมนึกว่าหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งจะพ่ายแพ้ไร้ข้อแม้แต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็นมันที่ดึงสถานการณ์ทั้งหมดกลับมาได้สัตว์ปีศาจขั้นราชาสรรพสัตว์ใช่จะรับมือได้ง่ายดายโดยแท้
ฉู่เหินพอจะเข้าใจหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งนี้ในระดับหนึ่ง
สิ่งที่ฉกาจที่สุดของมันคือ ‘อายหนาวมนตร์น้ำแข็ง’ หากถูกกลิ่นอายความหนาวของมันทำร้าย เส้นปราณอัศจรรย์ทั้งแปดจะถูกกัดกร่อนหากไม่รีบขับอายหนาวนั้นออกมา ทั้งร่างจะเยือกแข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง
ยามนี้นารีอ่อนวัยใช้กำลังภายในอันแกร่งกล้าในร่างควบคุมอายความหนาวไว้ได้ก็จริงแต่จะให้ฟื้นฟูในระยะเวลาอันสั้นนั้น อย่าแม้แต่จะคิด
ทำอย่างไรดี?
จะปล่อยให้บุปผางามเหี่ยวเฉาตายในปากหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งก่อนเวลาอันควรหรือ?
ฉู่เหินคิดหนัก หากเป็นยามปกติพบเจอสถานการณ์เช่นนี้เข้ามีหวังได้เผ่นป่าราบให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้ไม่ว่าจะราชาสัตว์หรือผู้แข็งแกร่งขั้นผ่าอากาศธาตุล้วนแล้วแต่ฆ่าเขาตายได้ง่ายดายไม่ต่างจากบี้มดเลย
แต่ยามนี้หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายแล้ว ดูจากท่าทางการเดินตุปั๊ดตุเป๋ของมันก็รู้
แม้จะเป็นเช่นนั้นพลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าอย่างฉู่เหินก็ไม่อาจจะทำลายการป้องกันของมันได้หากพลาดพลั้งขึ้นมามีหวังได้ตายตกตามกันไปด้วย
ไม่มีเวลาให้คิดแล้ว...
ครั้นเห็นหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งย่างกรายเข้าใกล้นางขึ้นทุกทีแล้วฉู่เหินก็กำหมัด ดวงตาดำมืดพลันเปล่งแสงสีม่วงงามประหลาด
“ได้แต่ต้องลอง!”
...
บนผืนทะเลสาบที่เยือกแข็ง นารีเยาว์วัยดูสุภาพสูงส่งร้อนรนจนเห็นได้ชัด
ดวงหน้างดงามซีดเซียว หากเป็นชายอื่นใดก็ไม่มีทางฝืนใจทำร้ายนางได้ลงคอแต่สัตว์ปีศาจก็คือสัตว์ปีศาจอยู่วันยันค่ำ ในสายตาหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งผู้ยั่วโทสะมันต้องตายสถานเดียว
“กรร”
เสียงคำรามต่ำแผ่กลิ่นอายมรณะหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งอ้าปากอันใหญ่โตอย่างเหี้ยมเกรียม โผเข้าหานางทันที
อิสตรีอ่อนวัยนัยน์ตาหรี่ลงราวเห็นฝีเท้าพญามัจจุราช
“แสงวิปัสสนา!”
ฉับพลัน เสียงตะคอกหนักหน่วงลอยเข้ามา
ฟ้าวๆ
สิ้นอานุภาพผ่าสลาตันเร็วรี่รัศมีแสงสีม่วงสองสายก็เหมือนเช่นลำแสงผ่าฟากฟ้าในราตรีมืดบอด นำพาเดชานุภาพเย็นยะเยือกลอยตรงมารัศมีแสงสีม่วงสองสายตรงเข้าที่ตาข้างซ้ายของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง
การลอบโจมตีกะทันหันนี้ทำให้หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งไม่ทันได้ป้องกันอันใดทั้งสิ้น
ฉัวะ!
พริบตานั้น โลหิตสาดชโลมในอากาศ
………………………