บรรยากาศภายในโถงหลักของจวนตระกูลว่านมีความคุกรุ่นที่อธิบายไม่ได้ล่องลอยอยู่ในอากาศ แม่นางน้อยสองคนกำลังจ้องตากันด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่ยอมแพ้ คนหนึ่งอายุสิบสี่ส่วนอีกคนมีอายุแค่เพียงสิบสองปีเท่านั้น ว่านอวิ๋นเฟยยกยิ้มที่มุมปากพลางจ้องมองน้องสาวต่างมารดาโดยไม่คิดจะยอมแพ้
‘เ้าไม่คิดจะเป็แม่ดอกบัวขาวตัวน้อย ที่เสแสร้งว่ารักใคร่เทิดทูนพี่สาวอย่างเช่นในชาติที่แล้วหรอกหรือ ดียิ่ง! เช่นนั้นบทบาทแม่ดอกบัวขาวของเ้าข้าขอยืมมาใช้ก่อนก็แล้วกัน’ เมื่อคิดได้ดังนั้นว่านอวิ๋นเฟยก็เดินไปหาว่านจวินด้วยท่าทางอ่อนระโหยโรยแรงดูเปราะบางคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร หยาดน้ำตาหลั่งไหลร่วงลงมาดุจห่าฝน
“ท่านพ่อเ้าคะ ลูกเองก็ไม่ได้คิดจะกล่าวโทษว่าเป็เพราะยาของท่านแม่นะเ้าคะ ลูกแค่้าจะบอกว่าท่านแม่ดูแลข้าเป็อย่างดี ส่งยาไปให้ข้าที่เรือนมิได้ขาด แล้วเหตุใดน้องสาวจึงต้องเข้าใจว่าข้าคิดจะให้ร้ายท่านแม่ด้วยเล่าเ้าคะ” ว่านอวิ๋นเฟยเอ่ยพลางก้มหน้าใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยซับน้ำตาเบาๆ ท่าทางของนางคล้ายคลึงกับกู้หรงเหยาผู้เป็มารดาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้ว่านจวินที่ยังคงระลึกถึงและรู้สึกผิดต่อฮูหยินคนเก่าของตนอยู่เสมออดเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงปลอบโยนไม่ได้
“น้องสาวของเ้าคงจะคิดมากไปเองนางยังเด็กเ้าอย่าได้ถือสานางเลย อวิ๋นเฟยเ้ายังไม่หายดีนั่งลงก่อนเถอะ” เขาเอ่ยพลางส่งสัญญาณให้ซ่งมามาช่วยประคองว่านอวิ๋นเฟยไปนั่งยังเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่แล้วจึงได้หันไปเอ่ยกับบุตรสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงตำหนิ
“อวิ๋นซี ผู้ใหญ่พูดคุยกันเด็กสาวที่ยังไม่เติบใหญ่เช่นเ้าไม่ควรเอ่ยว่าจากสอดแทรก เคราะห์ดีที่วันนี้ไม่มีผู้อื่นอยู่ด้วยไม่เช่นนั้นผู้อื่นอาจจะมองว่าเ้าเป็เด็กไร้การอบรม” ได้ยินบิดาเอ่ยวาจาตำหนิต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ว่านอวิ๋นซีถึงกับดวงตาแดงก่ำ หยาดน้ำตาเอ่อคลอเต็มั์ตา นางอ้าปากจะเอ่ยคำพูดแก้ตัวแต่มารดาของนางกลับส่ายหน้าไม่ให้นางเอ่ย นางจึงจำต้องเก็บถ้อยคำของตนเองเอาไว้ในใจ
‘เหตุใดว่านอวิ๋นเฟยเอ่ยวาจาได้แต่ข้าเอ่ยไม่ได้เล่า นางเองก็ยังไม่เติบใหญ่เช่นเดียวกันกับข้า’ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยออกมาเป็ถ้อยคำแต่สายตาไม่พอใจของว่านอวิ๋นซีก็พุ่งตรงไปยังว่านอวิ๋นเฟยอย่างไม่คิดจะปิดบังความเกลียดชังอีกต่อไป
“พวกเ้าบอกข้ามาว่าเป็ผู้ใดที่กล้าแตะต้องยาของบุตรสาวของข้า” คำถามของว่านจวินทำให้ปี้อวี้ที่คุกเข่าอยู่รีบเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
“เรียนนายท่าน ยาที่ฮูหยินมอบให้แก่คุณหนูพวกข้าไม่กล้าแตะต้องโดยพลการอย่างแน่นอนเ้าค่ะ เนื่องจากคุณหนูอยากให้ซ่งมามาไปคอยดูแลนาง ห่อยาที่ได้รับมาจากสาวใช้ของฮูหยินล้วนเป็ซ่งมามาเป็คนจัดการเ้าค่ะ รวมทั้งยาที่มาจากจวนตระกูลกู้ก็เป็ซ่งมามาเพียงผู้เดียวที่คอยดูแลเ้าค่ะ พวกบ่าวไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องยาของคุณหนูใหญ่อย่างแน่นอนเ้าค่ะ” คำพูดของปี้อวี้ทำให้ซ่งมามารีบคุกเข่าลงตรงหน้าว่านจวินในทันที
“นายท่านเ้าคะ บ่าวเป็คนดูแลยาให้คุณหนูใหญ่จริงๆ เ้าค่ะ รวมทั้งตอนต้มยาให้นายท่านที่เรือนก็ล้วนเป็ฝีมือของบ่าว บ่าวขอสาบานด้วยชีวิตเ้าค่ะว่าบ่าวไม่มีจิตคิดร้ายต่อนายท่านและคุณหนูอย่างแน่นอน ยาที่ได้รับมาจากสาวใช้ของฮูหยินบ่าวไม่ได้แตะต้องตัวยาด้านใน บ่าวต้มตามที่ได้รับมาเลยเ้าค่ะ” คำพูดของซ่งมามาทำให้หวังซื่อที่ยืนอยู่ด้านข้างของว่านจวินรีบกระตุกชายแขนเสื้อของเขาแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ท่านพี่เ้าคะ ยาที่น้องส่งให้เฟยเอ๋อล้วนเป็การจัดการของเฝยชุ่ยทั้งสิ้น ส่วนตัวยาด้านในส่งผลเช่นไรน้องไม่รู้ไม่เห็นจริงๆนะเ้าคะ” คำพูดนี้ของหวังซื่อทำให้ว่านอวิ๋นเฟยแอบยิ้มเย็นอยู่ในใจ นางคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์ต้องเป็เช่นนี้ คนที่นาง้ากำจัดก็คือเฝยชุ่ยผู้เป็สาวใช้ข้างกายและผู้ช่วยคนสำคัญของหวังซื่อนี่แหละ
ชาติก่อนสองแม่ลูกคู่นี้กำจัดปี้อวี้ของนางทำให้นางเคว้งคว้างไร้คนไว้ใจได้อยู่ข้างกาย ได้เกิดใหม่ชาตินี้ถ้าหากนางอยากใช้ชีวิตดีๆ นางก็ควรจะเริ่มโจมตีศัตรูที่ทำลายความสุขของตนเองก่อน และคนแรกที่เป็เป้าหมายของว่านอวิ๋นเฟยก็คือเฝยชุ่ยผู้นี้นี่แหละ
“ฮูหยิน ข้า..” เฝยชุ่ยคล้ายตระหนักดีว่าตนเองกำลังจะถูกทอดทิ้งนางรีบคุกเข่าลงในทันทีพลางจ้องมองหวังซื่อทั้งน้ำตา
“เฝยชุ่ย เ้าบอกมาเป็เ้าใช่หรือไม่ที่คิดร้ายต่อข้า เ้า้าให้ท่านแม่ถูกผู้อื่นติฉินนินทาใช้หรือไม่ ถ้าหากข้ามีบุตรธิดาไม่ได้วันหน้าเมื่อแต่งออกไปก็ไม่มีทางมีชีวิตที่ดี หรือถ้าหากว่าข้าเกิดตายขึ้นมาก็จะยิ่งดีไปใหญ่ใช่หรือไม่” ว่านอวิ๋นเฟยชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน ถ้อยคำของนางทำให้เฝยชุ่ยไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมา
“ท่านพ่อเ้าคะ หลายปีมานี้ข้าคิดมาตลอดว่าท่านแม่ดูแลข้าและน้องชายเป็อย่างดี ผู้อื่นก็ต่างพูดถึงเื่นี้กันทั่ว แต่เพราะการกระทำของสาวใช้ผู้นี้อาจจะทำให้ผู้อื่นมองว่าท่านแม่เป็คนไม่ดี คิดริษยาข้าผู้เป็ลูกเลี้ยง ท่านพ่อต้องจัดการสาวใช้ผู้นี้ให้เด็ดขาดนะเ้าคะ” คำพูดของว่านอวิ๋นเฟยไม่เพียงอุดปากของเฝยชุ่ยที่จะร่ำร้องขอความเมตตาได้ แถมยังทำให้หวังซื่อไม่กล้าเอ่ยวาจาขอลดโทษให้แก่สาวใช้ของตนเองไปด้วย
“ปีหน้าข้าก็จะปักปิ่นแล้วสัญญาหมั้นหมายถึงแม้ว่าจะมีแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ตกลงเื่การหมั้นหมายอย่างเต็มพิธีการ หากข้ากินยาที่เฝยชุ่ยส่งมาแล้วมีลูกไม่ได้จริงๆ นี่ไม่เท่ากับว่าข้าเป็สตรีที่ไม่สามารถมีทายาทสืบสกุลให้ผู้อื่นได้หรอกหรือ หากเื่นี้ผู้อื่นรับรู้เข้าคงไม่มีผู้ใดอยากรับแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้เช่นข้าแต่งเข้าตระกูลเป็แน่ ชีวิตของข้าก็นับว่าจบสิ้นแล้ว” ว่านอวิ๋นเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทำให้ว่านจวินที่กำลังคิดหาผลประโยชน์จากการแต่งงานของบุตรสาวถึงกับโมโหจนใบหน้าเขียวคล้ำในทันที
“เฝยชุ่ย เ้าบอกมาเื่นี้มีคนบงการเ้าหรือว่าเ้าคิดทำเอง” คำถามนี้ทำให้หวังซื่อกำผ้าเช็ดหน้าแน่ ถึงแม่จะดูเหมือนว่าหวังจวินหลงใหลนางแต่หากเอ่ยถึงคำว่าผลประโยชน์ขึ้นมาต่อให้หลงใหลนางมากเพียงใดก็ไม่อาจจะนำมาลบล้างความผิดที่ทำให้เขาอาจจะต้องสูญเสียผลประโยชน์ได้