ตอนที่ 22 ระงับสถานการณ์ไม่ได้ (1)
สวี่เฉิงอวี๋ไม่วางใจจึงส่งโจวฮูหยินกลับห้องพักตลอดทางและดูนางขึ้นเตียงไปพักผ่อน ทั้งยังกำชับลี่ว์จูกับอวิ๋นจูให้สาวใช้ทั้งสองคนอยู่ดูแลมารดานางเช่นนี้จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก นำสาวใช้รุ่นใหญ่หลายคนในห้องโจวฮูหยินออกไปแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องครัวด้านหลัง
นางเป็นบุตรสาวสายตรงของบ้านใหญ่ ทั้งได้รับคำพูดจากโจวฮูหยินที่ต้องควบคุมหญิงรับใช้สูงวัยและบ่าวไพร่ได้โดยไม่ยากเย็นเป็นแน่
ตอนนี้มารดานางกำลังตั้งครรภ์ บ่าวเก่าแก่หลายคนกลับทำให้ต้องกังวล วันนี้นางจะจัดการทั้งหมด ส่วนบ้านรองกับบ้านสามก็พูดอะไรไม่ได้ด้วยเหตุนี้
เมื่อสวี่เฉิงอวี๋พาพวกหลานอี้ไปถึงห้องครัวเฝิงมามากับเฉินมามาก็ยังทะเลาะกันอยู่ เสื้อผ้าถูกดึง ผมก็ยุ่งเหยิง พวกสาวใช้รุ่นเล็กระดับล่างก็กังวลและไม่กล้าเข้าไปห้าม มีเพียงหญิงรับใช้สูงวัยมีอายุไม่กี่คนเท่านั้นที่คอยดึงคอยขวางไว้ ทว่าก็ยังอึกทึกครึกโครมไปหมด
นางมองประเมินด้วยสายตาเย็นชา พบว่าห้องครัวสภาพดูไม่ได้ แค่บริเวณหน้าลานด้านนอกก็เละเทะแล้วด้านในยังไม่รู้ว่าจะวุ่นวายขนาดไหน
ยิ่งกว่านั้นกำแพงด้านขวาครึ่งหนึ่งมีร่องรอยเขม่าควัน คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่เกิดไฟไหม้เมื่อครู่นี้
นี่เรียกว่าไฟไหม้ไม่มากหรือ
ไม่ได้ทำร้ายใครแต่กลับทำให้ทรัพย์สินของตระกูลสวี่ของพวกนางเสียหาย ต้องให้ไฟเผาทาสสักหนึ่งหรือสองคนก่อนถึงจะเรียกว่าร้ายแรงหรือ
สวี่เฉิงอวี๋รู้สึกว่าหัวใจจมลงไปในก้นหุบเขา ส่งเสียงเรียกหลานอี้
หลานอี้เป็นสาวใช้ที่ปรนนิบัติข้างกายโจวฮูหยินมานานที่สุด ในปีนั้นสาวใช้ที่ติดตามการแต่งงานของโจวฮูหยินแต่งงานไปทีละคนแล้วแม่นมก็จากไปอีก จนถึงตอนนี้สาวใช้ข้างกายโจวฮูหยินที่ได้รับความเอ็นดูที่สุดจึงเหลือเพียงหลานอี้คนเดียว คนอื่นๆ ที่เหลือแม้เป็นสาวใช้ชั้นหนึ่งเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ถูกใจเท่าหลานอี้
เวลานี้หลานอี้ได้ยินเสียงเย็นชาของนาง ทั้งเห็นสีหน้าเช่นนั้นของนางในใจก็เข้าใจ จึงเดินไปข้างหน้าหลายก้าวด้วยความเคร่งขรึม พูดเสียงดังขึ้นว่า “คุณหนูห้ามาแล้ว ยังไม่รีบหยุดมืออีก!”
ในลานที่เดิมทีอึกทึกครึกโครมเงียบสงบลงทันที
พวกสาวใช้รุ่นเล็กที่ยืนมองเฉยๆ ชำเลืองตามามอง เวลานี้จึงพบว่าคุณหนูซึ่งเป็นเจ้านายยืนอยู่ตรงหน้าประตูตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
พวกหญิงรับใช้สูงวัยที่ยุ่งกับการห้ามปรามแต่ละคนต่างปล่อยมือ เก็บมือ ก้มศีรษะพร้อมกับถอยไปด้านหลังอย่างต่อเนื่องราวกับกลัวว่าจะถูกเห็น
ตรงกลางจึงเหลือเพียงเฉินมามากับเฝิงมามาสองคน คำพูดหยาบคายในปากก็หยุดลง เสียงก็หายไป แต่ยังคงมองกันและกันอย่างขัดตาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทว่ากลับไม่กล้าทำตัวเกินเลยต่อหน้าสวี่เฉิงอวี๋
สวี่เฉิงอวี๋เลิกคิ้ว “ในสายตาของพวกเจ้านับว่ามีเจ้านายอยู่บ้าง ข้ายังนึกว่าบัดนี้ในบ้านนี้พวกเจ้าเป็นเจ้านาย ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเสียอีก”
น้ำเสียงของนางไม่เป็นมิตร เฉินมามากับเฝิงมามาสองคนไหล่สั่นและแย่งกันพูดว่าไม่กล้า
เสียงของคนมีอายุทั้งแหลมทั้งดัง ฟังแล้วแสบแก้วหูมาก
สวี่เฉิงอวี๋ไม่อยากฟังพวกนางพูดจึงเรียกคนเสียงดังว่า “ไปย้ายม้านั่งมา ก่อความวุ่นวายจนสกปรกไปทั้งตัวเช่นนี้ คงเข้าไปพูดคุยให้กระจ่างที่ห้องข้าดีๆ ไม่ได้แล้ว วันนี้พวกเราจะคุยทุกอย่างให้ชัดเจนเสียในลานเรือนนี่ละว่าตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กลางวันแสกๆ ก่อเรื่องในครัวจนกลายเป็นเช่นนี้ ทั้งทะเลาะวิวาท ทั้งทำลายข้าวของ แล้วยังทำให้ไฟไหม้จนเผาข้าวของเสียหายไปไม่รู้เท่าไร” ความจริงเฉินมามากับเฝิงมามาไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
ถึงแม้เป็นโจวฮูหยินมา พวกนางก็ไม่กลัวเท่าไรนัก