“กล้าช่วยป้าอิ่มล้างจานเสร็จแล้ว กล้าขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ” หลังจากวางจานใบสุดท้ายบนชั้นเสร็จ กล้าถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินเข้ามาเกยคางที่ไหล่ของแม่
“อืม อาบน้ำแล้วพักเถอะลูก”
“ค้าบ หอมหัวแล้วบอกฝันดีก่อน”
“โอ้ย ตาย ๆ ตาลูกคนนี้อ้อนเป็เด็กไปได้”
สุดท้ายแล้วชื่นก็ต้านทานลูกอ้อนของลูกชายตัวเองไม่ได้จนต้องทำตามคำขอของกล้า เมื่อเ้าคนขี้อ้อนเดินกลับขึ้นเรือนไปสายตาของคนเป็แม่ก็มองตามอย่างอดเป็ห่วงไม่ได้ พลันถอนหายใจออกมาอีกเฮือก เฮ้อ... สงสัยว่าที่ลูกของตนยังไม่มีแฟนสักทีอาจจะเป็เพราะตนก็มีส่วนด้วย แม้จะคุยกันหลายครั้งเื่รสนิยมแต่กล้าก็ไม่เคยเผยความชอบของตนให้ผู้เป็แม่ฟังสักที
กล้าเดินขึ้นมาบนห้องผลัดเสื้อผ้า คว้าผ้าเช็ดตัวตรงเข้าห้องน้ำ ไปในทันที เสียงน้ำไหลจากฝักบัวเรนชาวเวอร์กระทบผิวกายของกล้า ในระหว่างที่กล้ากำลังขัดถูร่างกายหูแว่ว เสียงของใครบางคนที่คุ้นหูนัก
‘พ่อกล้า พ่อกล้าฟื้นขึ้นมาเถิด พี่ขอโทษ’
กล้าหันมองไปทั่วห้องน้ำเพื่อหาต้นตอของเสียงแต่กลับไม่พบอะไร บ้านเราไม่น่าจะมีผีหรอกนะ... กล้าสลัดความคิดบ้า ๆ ทิ้ง ‘สงสัยเราจะหูแว่วไปเองมั้ง ่นี้ยิ่งนอนน้อย ๆ อยู่ด้วย’
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกล้ากลับมานั่งบนเตียง มือก็เปิดกระเป๋าคว้านหาหนังสือนิยายที่พลอยให้ยืมมา “อยู่ไหนวะ ตอนลงจากรถก็เอาใส่กระเป๋าแล้วนี่นา”
กล้าเทของในกระเป๋าออกมาทั้งหมดลงบนเตียง แต่หนังสือนิยายเล่มที่หาก็ไม่อยู่ในกองข้าวของ หรือว่า... มันจะตกตอนที่เขาเดินชนกับเจ้แก้วเมื่อตอนเย็น กล้ารีบวิ่งออกจากห้องลงมาที่บริเวณทางเชื่อมก่อนขึ้นเรือน ในมือถือไฟฉายสาดส่องหาหนังสือที่ตัวเองทำหาย ภาวนาขอให้มันตกอยู่แถว ๆ นี้เพราะหนังสือเล่มนี้เป็หนังสือของพลอยที่มันออกปากพูดเลยว่ารักมากและหาซื้อยากสุด ๆ
“อยู่ไหนวะ” กล้าหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาช่วยแหวกพงหญ้าดู เผื่อว่ามันจะกระเด็นกระดอนมาตกอยู่ในนี้ แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
“หาอะไรเหรอเ้ากล้า” เสียงของแก้วดังขึ้น จนเ้าของชื่อสะดุ้งโหยง
“เฮ้อ... เจ้แก้ว ใหมดเลย เออ กล้าหาหนังสืออ่ะ”
“หนังสือ? ใช่เล่มนี้ไหม พี่เห็นมันตกอยู่แถวนี้เมื่อตอนเย็นอ่ะ” แก้วเอาหนังสือที่ถืออยู่ในมือให้น้องชายดู
“ใช่ ๆ ขอบคุณเจ้แก้วมากครับ นี่ถ้าหายนะไอ้พลอยเอาผมตายแน่ มันอุตส่าห์ให้ยืมมาอ่าน”
“ว่าแต่เป็หนังสืออะไรอ่ะ?”
“เขาเรียกว่านิยายวายมั้งนะ เจ้รู้จักไหม”
“รู้จักสิ นี่กล้าชอบอะไรแบบนี้หรอ”
“ไม่รู้ดิ กล้ายังไม่ได้อ่านไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบต้องลองอ่านก่อนมั้งถึงจะบอกได้”
“แต่หนังสือแบบนี้ผู้ชายเขา...”
“อย่าไปคิดอย่างนั้นดิเจ้ หนังสือมันไม่ได้ผิดอีกอย่างมันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าห้ามเพศไหนอ่าน มีแต่คนเราเท่านั้นแหละที่ไปตั้งกฎเกณฑ์พวกนั้นเอง หนังสือแบบนี้มันไม่ได้จำจัดว่าเพศไหนห้ามอ่าน เพศไหนอ่านได้เสียหน่อย สุดท้ายมันก็อยู่ที่ตัวเราเองว่าจะตกตะกอนความคิดออกมายังไง อาจจะได้เปิดกว้างมุมมองเื่เพศ ความเท่าเทียมทางเพศ หรืออาจจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากความสนุก แต่หนังสือนิยายก็คือหนังสือนิยายไงเจ้” กล้าอธิบายยาวเหยียดออกมา เขาไม่ได้มีความคิดเื่แบ่งแยกทางเพศหรือเหยียดเพศ
“ก็จริงของกล้า มีแต่คนเราเท่านั้นแหละที่ไปกำหนดเพศให้มัน เอาเป็ว่าอ่านจบแล้วก็มาแนะนำพี่ด้วยนะ ถ้าสนุกพี่จะได้ไปหาอ่านบ้าง”
“ไม่รู้ว่ากล้าจะอ่านจบตอนไหนนี่สิ กล้าไม่ใช่สายอ่านนิยายด้วยดิ นี่ที่เอามาอ่านเพราะไอ้พลอยมันคะยั้นคะยอว่าต้องไปอ่านให้ได้ เพราะตัวเอกชื่อเหมือนกล้า”
“จ้ะ ป่ะ ขึ้นบ้านได้ละยุงเยอะ”
กล้าเดินขึ้นเรือนไปพร้อมกับหนังสือนิยายที่ตัวเองตามหา แก้วเดินตามน้องขึ้นเรือไปอย่างเงียบ ๆ ในใจก็รู้สึกทึ่งในความคิดของกล้า หรืออาจจะเป็เพราะเธอคิดไปเองว่าน้องชายคนนี้ยังเป็เด็กอยู่เสมอ
กล้าทิ้งตัวลงบนเตียงพลิกดูหนังสือที่ตัวเองทำตกไปมา โชคดีที่พี่สาวของตนเก็บไว้ให้โดยไม่มีตรงไหนชำรุดเสียหาย ถ้าพลอยรู้เื่นี้เขาคงโดนบ่นหูชาแน่ ตอนนี้เป็เวลาประมาณสี่ทุ่มกล้าพอจะมีเวลาอ่านนิยายประมาณสองชั่วโมงก่อนที่จะได้เวลาเข้านอน กล้าลุกจากเตียงไปปิดไฟดวงใหญ่ในห้องเปิดแค่โคมไฟหัวเตียงไว้เพียงดวงเดียว กล้าเอนตัวลงนอนแล้วค่อย ๆ กางหนังสือออก จมูกได้กลิ่นไม้กฤษณาโชยออกมา กลิ่นนี้อีกแล้วหรือหนังสือเล่มนี้จะทำจากไม้กฤษณาตามชื่อ
เพียงแค่ได้กลิ่นสมองของกล้าก็เริ่มเข้าสู่โหมดชัตดาวน์ เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งจนเขาต้องยอมแพ้และปิดเปลือกตาลง...
“คุณกล้า! คุณกล้าขอรับ” เสียงเรียกจากอ้ายด่างร้องะโเรียกหาผู้เป็นาย แม้ว่าเรือจะพลิกตั้งลำกลับมาแล้วแต่ทว่าคุณกล้าของมันก็ยังไม่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ
หมื่นบดินทร์ผุดขึ้นมาเหนือผืนน้ำสูดเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะดำลงไปใต้น้ำเพื่อหากล้าอีกครั้ง น้ำใสในคลองทำให้เขามองหาตัวของคนต้นเื่ได้ไม่ยาก หมื่นบดินทร์ว่ายตรงเข้าไปหาร่างของกล้าที่หลับตาพริ้มไร้สติ เมื่อถึงตัวของกล้าหมื่นบดินทร์รั้งร่างที่หมดสติเข้ามาในอ้อมแขนแล้วดีดตัวขึ้นสู่ผืนน้ำ ว่ายพาร่างของกล้าเข้าไปใกล้ตัวเรือโดยที่มีด่างและเข้มที่ขึ้นไปอยู่บนเรือก่อนหน้าช่วยอีกแรง
“พ่อกล้า พ่อกล้า” หมื่นบดินทร์เขย่าร่างเพื่อเรียกสติของกล้า พลันอุ้มร่างขึ้นพาดบ่าแล้วเขย่าแต่ก็ไม่มีทีท่าว่ากล้าจะฟื้นขึ้นมา
“หรือว่าจักต้องเป่าปากเยี่ยงพวกฝาหรั่งทำกันขอรับ” เข้มเอ่ยบอกกับนายของมัน
เมื่อไม่มีทางเลือก หมื่นบดินทร์ที่เคยศึกษาวิธีการดังที่เข้มบอกก็ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบจมูกของกล้า ส่วนมืออีกข้างเชยคางของกล้าขึ้น ท่านหมื่นก็ก้มหน้าลงเอาปากของตนประกบปากของกล้าจนแนบสนิท จากนั้นก็เป่าลมเข้าไปในปากของกล้าอย่างช้า ๆ เพื่อให้อากาศเข้าไปในปอดของคนไร้สติ
ผ่านไปไม่นานกล้าก็สำลักน้ำ แต่ก็ยังไม่ได้สติฟื้นขึ้นมา หมื่นบดินทร์ใช้หูแนบฟังเสียงหัวใจของกล้าที่เต้นเป็จังหวะอ่อนและแ่เบา
“รีบนำพ่อกล้ากลับเรือเถิด” หมื่นบดินทร์พูดด้วยเสียงหนักแน่น บ่าวสองคนต้องรีบเร่งฝีพายนำเรือแล่นตามสายน้ำไปยังท่าน้ำหน้าบ้านของคุณกล้า
ข่าวการตกน้ำของกล้าพลันถึงหูคุณหญิงชื่น หัวอกของผู้เป็แม่เมื่อรู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนตกน้ำตกท่าก็ร้อนรนดังไฟสุม ร้องห่มร้องไห้ในใจก็ได้แต่ภาวนาหวังให้พ่อกล้าลูกของตนไม่เป็กระไรมาก เร่งให้บ่าวไปเชิญหมอมาดูอาการ
สายตาของผู้เป็แม่นั่งมองดูลูกของตนที่ยังคงนอนหลับใหลไร้สติ เสียงลมหายใจอ่อนแรง ใบหน้าซีดเซียว
“ไอ้ด่างมึง เป็บ่าวใยจึงมิดูแลลูกกูให้ดี อีแย้ม อีจันไปเอาหวายมาเฆี่ยนสั่งสอนมัน” คุณหญิงชื่นสั่งบ่าวคนสนิทให้ลงโทษอ้ายด่างที่ดูแลลูกตนได้ไม่ดี แม้นใจจะมิอยากทำเช่นนี้แต่หน้าที่ของผู้ปกครองเรือนเมื่อมีคนทำผิดก็ต้องมีการลงโทษเพื่อมิให้เป็เยี่ยงอย่าง
“เ้าค่ะคุณหญิง” อีแย้มและอีจันตอบอย่างพร้อมเพรียงแล้ววิ่งลงเรือนไปเอาหวายมา
“จักให้บ่าวเฆี่ยนมันกี่ทีเ้าค่ะคุณหญิง”
“สิบที”
“คุณหญิงชื่น หลานขอได้ฤๅไม่ขอรับ” หมื่นบดินทร์ ออกตัวขอลดโทษให้แก่ด่าง
“หาใช่กิจของท่านหมื่นไม่ เมื่อคนในเรือนของข้ากระทำผิด ข้าย่อมต้องมีบทลงโทษเพื่อมิให้เป็เยี่ยงอย่าง” คุณหญิงชื่นพูดทั้งน้ำตา แม้ใจจักรักและเอ็นดูด่างครั้นเห็นมันแต่เล็ก แต่ด้วยหน้าที่คุณหญิงต้องใจแข็งลงโทษมัน
“อีแย้ม อีจันชักช้าอยู่ไย” สิ้นเสียงคุณหญิงชื่นหวายก็ฟาดลงหลังของด่าง แรงเหวี่ยงทำให้คนบนเรือนที่ล้อมวงดูอยู่ถึงกับสะดุ้ง
หมื่บดินทร์เดินตามหมอเข้าไปดูอาการของกล้าที่นอนไร้สติอยู่บนเตียง ท่านหมอจับตรวจชีพจร เปิดเปลือกตา และดูช่องปากของกล้า โดยมีหมื่นบดินทร์ยืนขมวดคิ้วจนเกือบจะผูกกันเป็ปมอยู่ข้าง ๆ
“มิเป็อันตรายกระไรแล้วขอรับ อีกมิกี่เพลาคุณกล้าก็จักฟื้นขอรับ อย่างไรแล้วกระผมจักให้สูตรยาไปเบิกที่โรงหมอแล้วนำมาต้มให้คุณกล้าดื่มขอรับ เช่นนั้นกระผมกราบลาขอรับหมื่นท่าน”
หมื่นบดินทร์ยกมือไว้ขอบคุณท่านหมอที่เข้ามาดูอาการ เมื่อท่านหมอออกไปแล้วเขาก็นั่งคุกเข่าลงข้างเตียง สายตามองคนไร้สติด้วยความรู้สึกผิด
“เดชะบุญนักที่ฟ้ายังมิพรากพ่อไปจากพี่ พี่ขอโทษหนาพ่อกล้า เ้าฟื้นขึ้นมาเถิด พี่ขอโทษ” หมื่นบดินทร์ใช้มือทาบลงที่ข้างแก้มนวลส่วนมืออีกข้างก็กอบกุมมือกล้าอย่างทะนุถนอม
เฮือก! กล้าสะดุ้งตื่นลุกขึ้นมานั่งตัวตั้งจนทำให้หมื่นบดินทร์ใจนล้มก้นจ้ำเบ้าไปด้วย
“นี่ผม โอ้ยยย ให้ตายเถอะฝันมากองถ่ายอีกแล้ว” กล้ายกมือขึ้นมาหยิกแก้มเพื่อปลุกให้ตัวเองตื่น แต่การกระทำที่ทำร้ายตัวเองแบบนั้นทำให้หมื่นบดินทร์ รีบถลาตัวเข้ามาหยุด
“หยุดทำร้ายตัวเองเยี่ยงนั้นเถิดพ่อ พี่ผิดไปแล้ว พี่ขอโทษ” ใบหน้าของคนตัวโตถลาเข้ามาใกล้พลางทำหน้าตาสำนึกผิดจนคิ้วแทบจะชนกัน
“ขอโทษ? ขอโทษอะไรของคุณ”
“ขอโทษที่..”
“อ๋อ ขอโทษที่ทำให้ผมตกน้ำสินะ ไม่เป็ไรหรอก ผมต้องขอบคุณ คุณมากกว่าถ้าไม่ตกน้ำผมคงไม่ตื่น จริงสิหรือว่าจะต้องตกน้ำอีกสักรอบ” กล้าสะบัดผ้าห่มออกให้พ้นตัว ก้าวขาลงไปยืนข้างเตียง แล้ววิ่งออกไปที่หน้าหอนอน เสียงหวายที่กระทบหลังของไอ้ด่างทำให้กล้าหยุดชะงัก
“นี่! พวกคุณทำอะไรกัน” กล้าวิ่งแหวกวงล้อมเข้ามาห้ามปราม
“คุณกล้าฟื้นแล้วเ้าค่ะ คุณกล้าฟื้นแล้ว” เสียงอีจันเรียกหาคุณหญิงชื่นที่นั่งเอนหลังอยู่เรือนหลังใหญ่
แต่ภาพที่น่าสลดคือหลังของด่างที่มีรอยเฆี่ยนจนเนื้อปริและมีเืออกจากรอยแผลนั่นค่อย ๆ คลานเข่าเข้ามากราบเท้าของกล้าอย่างยากลำบาก เมื่อมือของมันััเท้า ด่างพนมสองมือกราบลงที่เท้าของกล้าด้วยความสั่นสะท้าน พร้อมกับก้มหัวลงแทบเท้าของกล้า
“บ่าวกราบขออภัยขอรับที่ดูแลคุณกล้ามิดี จนคุณกล้าต้องตกน้ำตกท่าบ่าวผิดเองขอรับ คุณกล้าหายดีเยี่ยงนี้บ่าวก็ดีใจขอรับ” ด่างค่อย ๆ พูดออกมาทั้งน้ำตา จนกล้าต้องคุกเข่าลงไปเช็ดน้ำตาให้
“ผมสิต้องขอโทษที่ทำให้ด่างถูกเฆี่ยน”
“คุณกล้ามิผิดขอรับ เป็ด่างที่มิดีเองขอรับ” ด่างก้มกราบทั้งน้ำตาจนทำให้บ่าวในเรือนที่ล้อมวงดูเหตุการณ์นี้ถึงกับสะอื้นไห้
กล้าที่ทนเห็นคนเบื้องหน้าเจ็บตัวเจียนตายก็รู้สึกสลดและสงสารจับใจจนต้องหลั่งน้ำตาออกมา ทำไมกันนะ ทำไมฝันนี้ถึงเหมือนจริงเหลือเกิน กล้าปาดน้ำตาพร้อมกับความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นในใจ...