Sol xx Mifa 24
Sol Talk
คืนนี้เป็นอีกคืนที่ เราต้องค้างอยู่ในค่ายอาสา สถานที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีครูมีนักเรียนไม่กี่คน แต่อาคารที่นี่ทรุดโทรม โทรมขนาดที่ไม่รู้ว่าจะพังลงตอนไหนเวลาต้องลมต้องพายุ ถึงแม้สถานที่จะทรุดโทรมแต่เราก็สามารถเสริมความมั่นคงและทำให้อาคารเรียนดูสวยงามสะอาดตาได้แล้ว ผ่านคืนนี้ไปอีกไม่กี่วันเราก็จะถึงกำหนดกลับ ผมไม่ได้ไม่ชอบการมาค่ายแบบนี้นะเพียงแต่ผมเป็นห่วงมีฟา ผมรู้ว่าแต่ละคืนเธอก็ไม่ค่อยได้นอนหรอก แต่ด้วยความที่อยากมาตั้งแต่ต้นทำให้ผมต้องปล่อยให้เธอได้ลองใช้ ลองทำสิ่งที่อยากทำ มาวันแรกเราทะเลาะกันเพราะผมอยากให้เธอได้นอนหลับจึงบอกกึ่งบังคับให้เข้าไปนอนในตัวเมือง ผลคือโดนงอนไปเลยล่ะครับ ใจผมหวิวไปหมดกลัวว่ามีฟาจะโกรธหนักแล้วหายไปอีก
สงสัยล่ะสิว่าผมตามมาได้ยังไง เพราะนี่เป็นค่ายของทางคณะมีฟาจัดขึ้น ผมน่ะพอรู้ว่าฟามีค่ายอาสาผมก็หารายละเอียดว่าทางค่ายยังไม่มีอะไรบ้างจากนั้นก็ใช้เงินตัวเองส่วนหนึ่งบริจาคและขอสปอนเซอร์หลักจากพี่ ๆ ทั้งสองคน พี่ซีนน่ะช่วยอุปกรณ์กีฬารวมถึงงบในการทำอาคาร ส่วนพี่ซีนช่วยเรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพราะแบบนี้ไงทางคณะจึงจัดจุดกางเต้นท์ให้พวกเราอย่างดี
และคืนนี้มีกิจกรรมเลยทำให้เรายังไม่ได้เข้านอน เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนผมแยกออกมาคุยโทรศัพท์กับพี่ซี คุยกันอยู่นานเกี่ยวกับงานตัวใหม่ที่เราสามพี่น้องจะร่วมทุนกันเปิด แต่เพราะผมชะล่าใจไปเองเมื่อเดินกลับมาร่วมวงกิจกรรมก็ไม่เจอร่างบางคุ้นตาที่เคยนั่งอยู่จุดเดิมของเรา มีฟาหายไปไหน ทั้งที่เพื่อนเธอก็นั่งอยู่กันครบ
“ฟาไปไหน?” เมื่อก้าวเข้าไปใกล้ก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ด้วยความตกใจ
“ก็นั่งอยู่ตรงนี้...” ประโยคที่กำลังเอ่ยบอกนั้นเงียบไปพร้อมกับใบหน้างุนงง เข็มและสรเพื่อนของมีฟาทำหน้าตกใจ มองซ้ายทีขวาทีอย่างตื่นตระหนก
“เราไปห้องน้ำด้วยกัน ตอนกลับมาก็ออกมาพร้อมกันแล้วนะ”
“จริง นี่เห็นมีฟาเดินออกมาพร้อมกัน”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมเอ่ยถามต่อทันทีด้วยจิตใจที่ร้อนรุ่ม ผมเป็นห่วงมีฟา กลัว กลัวไปหมด กลัวทั้งคนและสิ่งที่มองไม่เห็น
“เกือบสี่สิบนาทีแล้วนะ” สรตอบ
“ไปห้องน้ำใช่ไหม?” ผมถามย้ำ มือเริ่มเย็นชื้นด้วยความกลัว ที่นี่น่ะ น่ากลัวมากเลยนะ
“ใช่”
“ไปไหนซอล” เสียงดาวเหนือเอ่ยถามเมื่อผมเดินผ่านกลุ่มเพื่อนตัวเองที่นั่งถัดมาจากเพื่อนของฟา
“ไปตามฟา”
“อ้าว ไปกันหมดเลยเหรอ? ไปด้วย” ตอนนี้กลายเป็นว่าเรามาตามมีฟาด้วยกันเกือบหมด ที่เหลืออยู่มีเพียงริคและมาร์ชนั่งรออยู่ที่เดิมเผื่อมีฟาเดินสวนกลับไปจะได้ไม่ต้องวนหากัน
“นี่ ฟาเข้าห้องนี้ เราออกมาก่อนก็ยืนรอตรงนี้พอฟาเดินออกมาเราก็เดินกลับไปด้วยกัน” สรเล่าด้วยท่าทีจริงจัง ผมพยักหน้าเข้าใจ แต่ไม่รู้ว่าทำไมในความรู้สึกถึงบอกว่าสิ่งที่เดินกลับไปพร้อมกับสรและเข็มไม่ใช่มีฟา
“ได้คุยกับฟาไหมตอนที่เดินกลับ”
“ไม่ได้คุย ฟาเอาแต่ก้มหน้า...” สรและเข็มเผลอสบตากันอย่างตกใจเมื่อเอ่ยถึงคำว่าก้มหน้า
“เวลาฟาไปด้วย ฟาจะกอดแขนคนใดคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ?” ผมถามกลับเท่าที่สังเกตมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ
“ชะ ใช่ ใช่ ขอโทษที่ลืมสังเกต” สรและเข็มเบียดตัวเข้าหากันด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าตอนนี้สองคนนั้นคิดอะไรอยู่ แต่น่าจะเป็นเรื่องเดียวกับที่ผมคิดนี่แหละ
“ช่วยหน่อยได้ไหม ช่วยตามฟาได้หรือเปล่าหาช่วยกัน ถ้าไม่เจอจะได้รีบบอกอาจารย์” ผมเอ่ยขอร้องเพื่อนทันที
“ได้ ๆ ”
“เพลิงไปกับสร เข็มไปกับเหนือ สิบห้านาทีถ้าไม่เจอให้กลับไปหน้าห้องพักอาจารย์เราจะต้องบอกอาจารย์” ผมรีบแบ่งหน้าที่ เมื่อเพื่อนพยักหน้ารับรู้เราก็เดินแยกกันไป ผมเดินวนดูรอบห้องน้ำถือวิสาสะเข้าไปเปิดดูห้องน้ำทุกห้องก็ไม่เจอ ก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นอาคารเรียนเพื่อสำรวจดูภายในห้องเรียนทีละห้อง หวังให้มีฟาลืมของไว้ในห้องเรียนที่หายไปเพราะกลับไปเอาของ
ผมเปิดดูทุกห้องก็ยังไม่มีวี่แววที่จะเจอมีฟา กระทั่งถึงห้อง ๆ หนึ่ง พอเปิดเข้าไป ไฟที่สว่างอยู่ก็ติด ๆ ดับ ๆ ช่วงเวลาที่ไฟพรึบ ๆ พรับ ๆ อยู่นั่น เงาหนึ่งก็ปรากฏอยู่เสามุมห้อง เป็นเงาที่บ่งชัดว่าเป็นผู้ชายแก่ ๆ ท่าทางใจดีพร้อมกับกลิ่นหอมแบบแป้งเย็นอ่อน ๆ แต่ผมไม่รู้ว่าจะใจดีหรือมาแกล้งเล่นอะไรหรือเปล่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเห็นอะไรแบบนี้ ให้ตายเถอะ มันก็น่าตื่นเต้นอยู่หรอกแต่ตอนนี้ผมต้องรีบหาแฟนผมให้เจอไม่ใช่มาตื่นเต้นกับอะไรแบบนี้
จังหวะที่จะถอยหลังกลับ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ผมหันกลับไปมองเงานั้นที่ยังคงยิ้มใจดีให้อยู่ เอาวะ ลองดู
“เห็นแฟนผมไหม?” ตัดสินใจเอ่ยถามกลับไป ผมแทบจะไม่มีหวังเลยถ้าไม่รู้สึกว่าเงานั้นพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ เนิบ ๆ หัวใจผมเต้นรัวแรงอย่างดีใจ แต่ว่าผมไม่รู้ว่าร่างที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นพูดได้ไหม ผมควรจะทำยังไงดี
“เขาอยู่ไหนครับ” ร่างนั้นไม่ตอบแต่ยกนิ้วชี้กลับไปทางเดิมที่ผมเคยเดินมา
“ห้องน้ำเหรอครับ?” ร่างนั้นพยักหน้าช้า ๆ อีกครั้ง ผมรีบวิ่งกลับไปยังห้องน้ำทันที พอเดินไปถึงทุกอย่างก็เงียบงันไม่มีแม้กระทั่งเงาของมีฟา ผมก้มมองนาฬิกาก็พบว่าเลยเวลานัดกับเพื่อนเกือบสี่สิบนาทีแล้วกลายเป็นว่าผมต้องวิ่งกลับไปยังจุดที่นัดเพื่อนไว้ เพื่อนที่รออยู่สีหน้าไม่สู้ดีสักคน เมื่อวิ่งไปถึงก็เห็นอาจารย์คนหนึ่งยืนรออยู่ น่าจะเป็นอาจารย์เวรของคืนนี้
“สวัสดีครับอาจารย์”
“สวัสดี ว่าไงเกิดอะไรขึ้น” อาจารย์ตรงหน้าเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เพื่อนหายไปครับ เกือบสองชั่วโมงแล้ว เราตามหากันแล้วหนึ่งรอบแต่ไม่มี”
“หายที่ไหน จุดสุดท้ายที่ไหนลูก” อาจารย์เวรเริ่มมีท่าทีร้อนรนเมื่อได้ยินแบบนั้น
“ห้องน้ำครับ เธอไปเข้าห้องน้ำกับเพื่อนแต่ขากลับเธอหายไป” ผมเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงบางอย่างเพราะนี่เป็นคณะที่วิทยาศาสตร์มากคณะหนึ่ง ขืนพูดไปคงโดนหัวเราะใส่แล้วว่าผมเลอะเลือนแน่
“เดี๋ยวอาจารย์จะให้รุ่นพี่ช่วยตามหากันอีกแรง ไปเรียกผู้ชายปีสูงมาช่วยกัน ส่วนผู้หญิงให้พารุ่นน้องเข้าไปพักให้หมด และสั่งห้ามให้ใครออกมา”
“ครับอาจารย์”
ระหว่างที่รุ่นพี่เกณฑ์กำลังช่วยกันหามีฟาอยู่นั้น ผมเอาก็เอาแต่คิดวนไปมา คิดไม่ตกกับสิ่งที่คุณตาคนนั้นบอกใบ้มา เกือบสามชั่วโมงที่เราค้นหากันไปทั่วบริเวณโรงเรียนและรอบ ๆ โรงเรียนแต่ก็ยังไร้วี่แววของมีฟา ใจผมเริ่มไม่มีแล้วสิ
“โทรบอกผู้ปกครองนักศึกษาคนนั้นด้วยนะ”
“ครับอาจารย์” ผมรับคำ มือที่สั่นเทายกขึ้นกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาคุณพ่อของมีฟา รอไม่นานท่านก็รับสาย
“พ่อครับผมซอลนะครับ” ผมรีบเอ่ยแนะนำตัวไปทันที
(ว่าไงลูก โทรมาดึกดื่นเลย)
“พ่อครับ...”
(ว่าไง)
“ฟาหายไปครับ ตอนนี้เรากำลังเร่งหากันอยู่ ผมขอโทษที่ดูแลฟาไม่ดี ขอโทษครับพ่อ” ผมรีบรายงานพ่อของมีฟาไปอย่างรู้สึกผิด
(พ่อจะรีบไปตอนเช้ามืด ส่งพิกัดมาให้พ่อด้วย)
“ครับ”
(ไม่ต้องรู้สึกผิด ระหว่างนี้ฝากซอลตามหาฟาด้วยนะลูก พ่อกับแม่จะรีบไป)
“ครับพ่อ”
“ว่าไง ผู้ปกครองว่าไงบ้าง” อาจารย์หันมามองอย่างกังวล ตอนนี้มีอาจารย์คนอื่นออกมาช่วยดูแลแล้ว ทุกคนต่างทำหน้าเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย
“ท่านทั้งสองกำลังจะเดินทางมาครับ ระหว่างนี้ ช่วยตามหามีฟาด้วยนะครับ...”
ห้าชั่วโมงรุ่นพี่กลับมาอย่างหมดแรง ทุกคนไม่เจอแม้กระทั่งเงาของมีฟา มันดูไร้ร่องรอยราวกับว่ามีฟาไม่ได้ไปไหนไกล เหมือนมีฟายังอยู่ใกล้ ๆ เรา ความรู้สึกผมบอกมาแบบนั้น ใกล้จนมองไม่เห็น
“เกิดอะไรขึ้นครับ?” ผู้ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาใกล้ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้นี่สินะ ถ้าเป็นคนในพื้นที่ผมบอกเรื่องนั้นได้ไหม เรื่องที่ผมเจอ
“เด็กหายไปครับ ผอ. หายังไงก็ไม่เจอ รอบนอกก็ไม่มีร่องรอยอะไรเลย” อาจารย์ที่รู้เรื่องตั้งแต่แรกเอ่ยตอบ
“อือ มันน่าแปลกนะครับ” ผอ.พึมพำพรางทำหน้ากรุ่นคิด
“แปลกจริง ๆ ครับ” อาจารย์กล่าวเสริม
“ผอ.ครับ” เอาวะ ลองดูกันอีกสักครั้ง เพราะนี่มันแปลกมากจริง ๆ ผมตัดสินใจเรียกและเล่าเรื่องราวที่เจอให้กับผอ.ฟัง อย่างน้อยคนในท้องถิ่นก็น่าจะยังมีความเชื่อส่วนนี้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย
“ตอนที่ผมหาเธอครั้งแรก ผมขึ้นไปหาบนอาคาร ในห้องนั้นชี้บอกให้ผมกลับไปจุดเดิมที่มีฟาหายไป”
“ฮะ? ห้อง? ห้องที่มีตู้เก่า ๆ อยู่น่ะเหรอ?” ผอ.ทวนถามเสียงหลง
“ใช่ครับ” ผมยืนยัน
“งั้นรอ ผอ. ก่อน ผอ. จะไปเรียกคนที่จะช่วยเรามาก่อน”
====
โลกของเขา เราไม่เห็น แต่โลกของเรา...เขากำลังจับตาดูเราอยู่