นางพราย กระหายรัก

    ตอนที่ 7: กลิ่นลวงริมตลิ่ง


    ยามเช้าของวันใหม่เริ่มต้นด้วยม่านหมอกสีเทาอ่อนที่ลอยเอื่อยเฉื่อยหนาทึบเหนือน้ำยม ละอองไอน้ำเคลื่อนไหวช้าๆ ครอบคลุมไปทั่วอาณาบริเวณประหนึ่งพยายามจะบดบังทัศนียภาพของผืนดินรกร้างริมน้ำ แสงแดดบางเบายามเช้าพยายามส่องลอดผ่านทิวไม้ป่าและดงไผ่เพื่อมอบความอบอุ่นแก่ผืนดิน ทว่าสายลมที่พัดกรรโชกมาเป็นระลอกกลับหอบเอาความเย็นชื้นมาปะทะร่าง ทำให้บรรยากาศรอบบริเวณเขตรีสอร์ตริมแม่น้ำยมดูเงียบเหงา คิวขับรถกระบะสี่ประตูคันใหญ่เลี้ยวเข้ามาจอดริมแนวป่าไผ่ที่เตรียมจะถมดินตลิ่งเพื่อเริ่มต้นโครงการก่อสร้างขั้นแรก ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโดยสารที่ดำเนินมาตลอดการเดินทาง

    ฝ้ายนั่งเงียบอยู่บนเบาะข้างคนขับ ใบหน้าสวยเก๋ซูบซีดและแฝงความเหนื่อยล้าทางจิตใจอย่างหนักหน่วง ดวงตากลมอิ่มสั่นระริกแฝงความระแวงและรอยช้ำที่เกิดจากนิมิตฝันร้ายและการเผชิญหน้ากับความจริงเรื่องคราบเป้ากางเกงนอนของคิวเมื่อคืนที่ผ่านมา ภาพในฝันที่เธอย้อนกลับไปเป็นภรรยาหลวงผู้สูงศักดิ์ ยืนมองดูสามีสุดที่รักโอบกอดเสพสมอยู่กับรัญจวน หญิงรับใช้ในบ้านริมตลิ่งยมอย่างแสนรัก ยืนมองภาพความทรยศหักหลังนั้นด้วยความเจ็บปวดร้าวรานเจียนตาย ความรู้สึกชอกช้ำใจและแรงหึงหวงในความฝันนั้นยังคงตกค้างและแผ่ซ่านอยู่ในอกของเธอจนแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก แม้จะตื่นขึ้นมาพบว่ามันเป็นเพียงความฝัน และคราบน้ำรักบนกางเกงนอนของคิวจะมีเพียงกลิ่นคาวกามปนเปกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในห้องนอนธรรมดาแต่ความสอดคล้องอย่างน่าประหลาดระหว่างฝันร้ายเรื่องการมีชู้ของสามีปางก่อน กับคราบน้ำรักที่หลั่งออกมาในโลกจริงยามตีสามของคิว ก็ทำให้ฝ้ายรู้สึกอ้างว้างหนาวสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

    หญิงสาวเอื้อมมือไปจับและเหลือบมองแหวนหมั้นทองคำขาวบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอด้วยความรู้สึกแตกร้าวระแหงในใจ แหวนวงนี้ที่คิวเคยสวมให้เธอพร้อมคำสัญญารักนิรันดร์ บัดนี้กลับดูหม่นหมองไร้ประกายภายใต้แสงสลัวของเช้าวันใหม่ ความระแวงว่าคิวในชีวิตจริงกำลังคิดนอกใจหรือปกปิดความลับบางอย่างกับเธอทับถมปะทุขึ้นในดวงจิต คิวแอบสังเกตความผิดปกติของคู่หมั้นสาวทว่าเขากลับทำเป็นเฉยเมยและเลือกที่จะกดเลื่อนกระจกรถลงเพื่อรับลมชื้นริมแม่น้ำยมแทนการโอบกอดปลอบโยนเหมือนแต่ก่อน

    คิวเองก็ตกอยู่ในภวังค์ความสับสนวุ่นวายใจไม่แพ้กัน ในสมองของเขาไม่สามารถสลัดภาพความฝันย้อนอดีตชาติอันแสนหวานและเร่าร้อนเมื่อคืนนี้ออกไปได้เลย นิมิตฝันที่เขาตื่นขึ้นมาพบตนเองในตลาดโบราณริมน้ำยม ได้สบตากับรัญจวน หญิงสาวชาวบ้านโฉมงามสะคราญตาจนตกหลุมรักทันที ก่อนจะพากันจูงมือลักลอบหนีสายตาภรรยาหลวงไปร่วมรักเสพสมกันอย่างหวานชื่นลึกซึ้งใต้ต้นไทรใหญ่ริมน้ำยม ความสยิวซ่านและแรงเสน่หาอันบ้าคลั่งในความฝันนั้นรุนแรงและเหมือนจริงเสียจนเขายังรู้สึกวาบหวามค้างคาในอกเมื่อตื่นขึ้นมา ความลุ่มหลงในตัวรัญจวนในความฝันทำให้คิวเกิดความรู้สึกหวั่นไหวและร้อนรุ่มในใจ ยิ่งเมื่อเขาลืมตาตื่นมาพบว่ากางเกงนอนเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำรักจากการฝันเปียกจริงๆ เขาก็ยิ่งสับสนว่าตนเองกำลังลุ่มหลงใบหน้าจิ้มลิ้มของรัน สาวชาวบ้านที่เขาเพิ่งเจอเมื่อวาน จนเก็บเอาไปฝันเป็นเรื่องราวปางก่อนอย่างจริงจังปานนั้นเชียวหรือ

    คิวดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองฝ้าย แววตาของเขาดูห่างเหินและมีความกังวลพะวักพะวนแฝงอยู่ลึกๆ ชายหนุ่มเปิดประตูลงจากรถโดยไม่พูดจาอะไร ฝ้ายลอบถอนหายใจยาวก่อนจะก้าวตามลงมา ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันมุ่งหน้าไปยังแนวเขตตลิ่งสูงชันที่เริ่มส่งเสียงดินทรุดตัวร่วนซุยเนื่องจากกระแสน้ำยมกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง

    ณ จุดนั้น รัน ในร่างจำแลงสาวชาวบ้านผู้อ่อนหวานกิริยางดงามมารอต้อนรับพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว รันส่งยิ้มจิ้มลิ้มไร้เดียงสาอ่อนหวานนอบน้อมส่งให้คนทั้งสอง หล่อนสวมเสื้อแขนกระบอกผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดสะอ้านและผ้าซิ่นสีสุภาพเรียบร้อยที่เน้นให้เห็นรูปทรงอ้อนแอ้นบอบบางสะดุดตา ผิวพรรณนวลผ่องผุดผาดสะท้อนแสงแดดยามเช้าทำให้เธดูโดดเด่นและเรียบง่ายสะอาดตากว่าหญิงสาวทั่วไป คิวจ้องมองรันแล้วหัวใจก็พลันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตากลมโตแสนหวานของเธอช่างละม้ายคล้ายคลึงกับหญิงสาวในนิมิตฝันโบราณเมื่อคืนนี้จนเขาตาพร่าพราย ความรู้สึกเสน่หาและความต้องการทางกายตามธรรมชาติพุ่งทะยานขึ้นมาในอกทันทีเมื่อเห็นดวงหน้าของเธออีกครั้ง

    ขณะเดียวกัน ฝ้ายจ้องมองดวงหน้าซื่อใสของรันแล้วความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวใจ มันเป็นความรู้สึกหนาวเยือกและขัดแย้งในใจลึกๆ คล้ายกับมีเสียงกระซิบเตือนภัยจากฝันร้ายเมื่อคืนเตือนว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่แย่งชิงผัวของเธอในอดีตชาติ ทว่าเมื่อมองกิริยาท่าทางเรียบร้อยนอบน้อมถ่อมตนและรอยยิ้มอันเหนียมอายไร้พิษสงของรัน ฝ้ายก็พยายามสะกดกั้นความรู้สึกบ้าๆ นั้นออกไปและบอกตัวเองว่าเป็นเพราะความเครียดและฝันร้ายไร้สาระ ฝ้ายถามไถ่ถึงสุขภาพของลุงเดชด้วยความห่วงใย รันตอบกลับเสียงนุ่มว่าลุงเดชไข้ขึ้นนอนซมพักผ่อนอยู่ในบ้าน ฝ้ายจึงรู้สึกสงสารและขยับตัวเข้าไปจับมือรันเบาๆ เอ่ยปากฝากฝังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนโดยไม่มีความระแวงสงสัยในความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย

    “รันจ้ะ พอดีฝ้ายรู้สึกปวดหัวและเมื่อยล้าตัวนิดหน่อยน่ะจ้ะ คงเดินบุกฝ่าแนวป่าไผ่รกชัฏด้านในไม่ค่อยไหว ฝ้ายขอฝากฝังรันช่วยพาคิวเข้าไปสำรวจดินตลิ่งทรุดริมตลิ่งด้านในป่าไผ่ก่อนนะคะ ส่วนฝ้ายจะขอยืนตรวจสอบแผนงานถมดินกับวิศวกรตรงจุดที่ดินราบภายนอกนี้รอจ้ะ ฝากคุณคิวด้วยนะจ๊ะรัน”

    “ได้เลยค่ะคุณฝ้าย รันจะดูแลคุณคิวให้อย่างดีที่สุดเลยค่ะ คุณฝ้ายพักผ่อนรอข้างนอกนะคะไม่ต้องเป็นห่วงเลยจ้ะ” รันยิ้มหวานตอบรับนอบน้อม แววตาใสซื่อแสร้งห่วงใยจนฝ้ายไม่เฉลียวใจระแวงสงสัยในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย

    คิวพยักหน้าตกลงเห็นพ้องด้วย ชายหนุ่มก้าวเดินตามรันเข้าสู่ดงป่าไผ่รกชัฏที่ขึ้นหนาทึบริมแม่น้ำยม ยิ่งเดินลึกเข้ามาภายใต้เงามืดสลัวของกอไผ่สูงท่วมหัว แสงแดดยามเช้าถูกบดบังจนสลัวรางราวกับเป็นห้องส่วนตัวรกร้าง บรรยากาศรอบกายก็ยิ่งวิเวกวังเวงและตัดขาดออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง มีเพียงเสียงยอดไผ่เสียดสีกันดังครืดคราดตามแรงลม และเสียงกระแสน้ำยมไหลเอื่อยอยู่เบื้องล่าง คิวเฝ้ามองแผ่นหลังบอบบางและสะโพกกลมกลึงของรันที่เดินนำหน้าไปอย่างลุ่มหลง ความต้องการและแรงปรารถนาตามธรรมชาติที่ได้รับอิทธิพลตกค้างมาจากนิมิตฝันหวานชู้สาวเมื่อคืน ยิ่งทวีความร้อนรุ่มพวยพุ่งขึ้นมาจนสติสัมปชัญญะของชายหนุ่มเริ่มพร่าเลือน ลมหายใจของเขาเริ่มร้อนผ่าวและจดจ้องมองเพียงเรือนร่างของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเสน่หาเต็มอก

    รันใช้จริตมารยาหญิงธรรมชาติอย่างช่ำชองเพื่อลอบทอดสะพานและดึงดูดใจชายหนุ่ม เมื่อเดินมาถึงจุดดินร่วนทรุดชันริมตลิ่ง หล่อนแกล้งก้าวเท้าสะดุดรากไผ่โบราณที่ปูดโปนพ้นดินเลนชื้นแฉะ ร่างบางซวนเซส่งเสียงอุทานเบาๆ อย่างตื่นตระหนกแล้วโผเข้าหาอ้อมอกของคิวทันที ชายหนุ่มตกใจรีบขยับสองแขนแกร่งโอบรับประคองร่างน้อยไว้เพื่อป้องกันไม่ให้หล่อนร่วงหล่นลงตลิ่งชันไป

    รันซบใบหน้าจิ้มลิ้มนวลผ่องลงบนไหล่กว้างของคิว ปล่อยให้อกคู่อวบอิ่มนุ่มนิ่มเบียดชิดกับอกแกร่งของคิวเต็มอัตรา สัมผัสอุ่นร้อนนุ่มนวลและเนื้อกายสาวที่เบียดชิดแนบแน่นส่งผ่านความรู้สึกซ่านสยิวลึกซึ้งแล่นริ่วเข้าสู่ขั้วประสาทของคิว สัมผัสเนื้ออุ่นนุ่มนวลนี้ปลุกเร้าความต้องการตามสัญชาตญาณและความปรารถนาเร่าร้อนในตัวชายหนุ่มให้พวยพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง คิวลูบไล้ฝ่ามือหนาไปตามแผ่นหลังเนียนลื่นและเคล้นคลึงสะโพกกลมกลึงของรันอย่างเผลอตัวด้วยความเต็มใจ

    ชายหนุ่มพ่ายแพ้ต่อความต้องการตามสัญชาตญาณที่มีต่อหญิงสาวแสนซื่อตรงหน้า รันเองก็ลอบเอามือเรียวบางลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของคิวเบาๆ และช้อนตามองเขาแสร้งเหนียมอายปลุกอารมณ์เสน่หาของคิวให้ตื่นเกร็งกะทันหัน ภาพรัญจวนร่วมรักริมน้ำในฝันซ้อนทับเข้ามาจนคิวอยากจะดึงร่างบางนี้ลงไปนอนเสพสมบทสวาทริมตลิ่งจริงในทันที

    รันช้อนดวงตาหวานเชื่อมหยาดเยิ้มปนเย้ายวนสบตากับคิวในระยะกระชั้นชิด เรียวปากอิ่มเผยอขึ้นน้อยๆ อย่างล่อลวง ลมหายใจอุ่นๆ ของรันเป่ารดริมฝีปากของคิวจนเขาตาพร่าพรายเสียวซ่านแทบจะโน้มตัวลงจูบประทับรักด้วยใจสั่นสะท้านพ่ายแพ้ต่อสัมผัสเย้ายวนเร่าร้อน

    ในขณะที่สองร่างกำลังโอบกอดรัดรึงคลอเคลียกันอย่างวาบหวามเสน่หาในมุมมืดของป่าไผ่ จู่ๆ เสียงหวานตะโกนเรียกของฝ้ายก็ดังแว่วมาจากด้านนอกแนวป่าไผ่กะทันหัน

    “คิวคะ! สำรวจแนวตลิ่งเสร็จหรือยังคะ! วิศวกรเขาถามหาแบบแปลนแล้วค่ะ!”

    เสียงเรียกของคู่หมั้นสาวเปรียบเสมือนเครื่องดึงสติของคิวให้ตื่นตัวขึ้น ชายหนุ่มสะดุ้งน้อยๆ ทว่าอารมณ์เสน่หาและความต้องการยังคงคุกรุ่นรุนแรง รันลอบส่งยิ้มหวานแฝงแววตาร้ายลึกเยียบเย็นเงียบๆ หล่อนใช้นิ้วเรียวบางค่อยๆ ผลักอกของคิวออกเบาๆ อย่างเหนียมอายไร้เดียงสา ก่อนจะขยับใบหน้าจิ้มลิ้มเข้าไปใกล้ใบหูของเขาและกระซิบหยอกเย้าเบาๆ ชิดขอบริมฝีปากอุ่นของคิวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเย้ายวนใจ

    “วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะคุณคิว... เดี๋ยวคู่หมั้นคุณจะสงสัยเอา รันกลัวคุณฝ้ายจะโกรธ...”

    คำกระซิบหยอกเย้าของรันทิ้งท้ายอารมณ์สะท้านใจและรสรักค้างคา ปลุกปั่นความต้องการในตัวคิวให้พุ่งสูงขึ้น คิวสะท้านยืนตัวแข็งเกร็งไม่อาจดึงสายตากลับได้ในทันที รันก้มหน้าเหนียมอายและจัดเสื้อผ้าของเธอให้เข้าที่อย่างเรียบร้อยรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเดินออกไปพูดคุยยิ้มแย้มกับฝ้าย ทิ้งให้คิวยืนสั่นสะท้านใจปรับลมหายใจเข้าลึกๆ จ้องมองใบหน้าของเธอด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความต้องการ หญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่อาจถอนตัว

    ...