ตอนที่ 16: ปีศาจร้องทุกข์ กับช่องโหว่กฎหมายว่าด้วย "ผู้มีส่วนได้เสีย"!
ร่างสีเทาเข้มราวกับศิลาของ 'เย่เฮย' ปีศาจแห่งูเาหิน นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นไม้ของแผนกรับเื่ร้องเรียน รอยแตกร้าวตามร่างกายมีของเหลวสีน้ำเงินเรืองแสงไหลซึมออกมา บ่งบอกถึงอาการาเ็สาหัสจากการถูกโจมตีด้วยพลังปราณระดับสูง
"ท่านเซียวเซียน! เราต้องรีบแจ้งหน่วยปราบปรามอนธการนะเ้าคะ!" เหม่ยหลิงลุกลี้ลุกลน หยิบยันต์สื่อสารขึ้นมามือสั่น "ตามกฎ์มาตรา 404 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า 'ศาล์ห้ามรับพิจารณาคดีความจากเผ่าพันธุ์ปีศาจ หากพบปีศาจลักลอบเข้าเขต์ ให้ทำการสังหารทันที' ถ้ามีใครมาเห็นเขาอยู่ในห้องเรา พวกเราจะโดนข้อหาให้ที่พักพิงฏนะเ้าคะ!"
รพียกมือขึ้นห้ามผู้ช่วยสาว ั์ตาสีดำของเขายังคงนิ่งสงบ เขาเดินไปย่อตัวลงข้างๆ ร่างของปีศาจหิน แล้วล้วงเอาขวดโอสถสมานแผลที่ยึดมาจากคดีก่อนๆ เทราดลงบนรอยแตกร้าวของเย่เฮย
ของเหลวสีน้ำเงินหยุดไหล รอยร้าวบนตัวปีศาจหินค่อยๆ สมานเข้าหากัน เย่เฮยสูดลมหายใจลึก ลืมตาสีอำพันขึ้นมามองหน้านิติกรหนุ่มด้วยความประหลาดใจ
"ท... ทำไมเ้าถึงช่วยข้า? ข้าเป็ปีศาจ... พวกเทพอย่างพวกเ้าเห็นพวกข้าเป็แค่เศษธุลีไม่ใช่หรือ..." เสียงของเย่เฮยแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเ็ป
"ผมไม่สนหรอกครับว่าคุณจะเป็เทพ ปีศาจ หรืุ์ต่างดาว" รพีดึงเก้าอี้มานั่งไขว่ห้างตรงหน้า "แต่ในเมื่อคุณบุกเข้ามาใน 'หน่วยงานให้บริการประชาชน' ของผมแล้ว ถือว่าคุณคือผู้มาติดต่อราชการ... เล่ามาสิครับ ใครทำคุณเจ็บหนักขนาดนี้?"
เย่เฮยกำหมัดแน่น แววตาเคียดแค้น "เทพพสุธา 'กั๋วไท่'... เ้านั่นนำกองกำลังเทพโยธามาใช้ะเิปราณถล่มูเาหินของพวกข้า เพื่อขุดเจาะหา 'หยกิญญาปฐี' เ้านั่นอ้างว่าทุกสรรพสิ่งใต้หล้าเป็สมบัติของ์ การะเิูเาทำให้บ้านเกิดของพวกข้าพังพินาศ พี่น้องปีศาจหินนับร้อยต้องตายทั้งเป็ใต้กองหิน! ข้าพยายามต่อสู้ แต่ก็สู้พลังระดับเทพชั้น 4 ของมันไม่ได้ จึงต้องดิ้นรนหนีตายขึ้นมาที่นี่ เพื่อขอความยุติธรรม!"
เหม่ยหลิงฟังแล้วน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสาร แต่กฎก็คือกฎ "แต่... แต่ศาล์ไม่มีอำนาจรับฟ้องคดีของปีศาจนี่เ้าคะ ต่อให้เื่ที่ท่านเล่าจะเป็ความจริง แต่ในทางนิตินัย ท่านไม่มีสถานะเป็ 'บุคคล' ตามกฎหมาย์ คดีนี้ยื่นฟ้องไม่ได้เด็ดขาดเ้าค่ะ"
ปีศาจหินทุบพื้นด้วยความสิ้นหวัง "์บัดซบ! กฎหมายของพวกเ้ามีไว้เพื่อปกป้องพวกเดียวกันเองเท่านั้น! พวกข้ามันก็แค่หินรองเท้าให้พวกเ้าเหยียบย่ำ!"
"ใจเย็นๆ ก่อนครับ" รพีเคาะนิ้วลงบนพนักเก้าอี้เป็จังหวะ สมองของนิติกรหนุ่มกำลังแล่นฉิวราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่กำลังค้นหาข้อมูลในคลังกฎหมาย 3,000 หน้าที่เขาอัปโหลดไว้ในหัว
"คุณเหม่ยหลิงครับ" รพีหันไปยิ้มให้ผู้ช่วยสาว "กฎหมายบอกว่า 'ห้ามรับพิจารณาคดีความจากเผ่าพันธุ์ปีศาจ' ถูกไหมครับ? นั่นหมายความว่า ห้ามปีศาจตั้งตัวเป็ 'โจทก์' ยื่นฟ้องศาลโดยตรง"
"ช... ใช่เ้าค่ะ"
"งั้นก็ไม่ต้องเป็โจทก์สิครับ" รพียักไหล่ "เราจะพลิกแพลงนิดหน่อย... ูเาหินของคุณเย่เฮย ตั้งอยู่บริเวณไหนครับ?"
เย่เฮยงุนงงแต่ก็ยอมตอบ "ตั้งอยู่บริเวณชายขอบแดนรอยต่อ ระหว่างเขตมนุษย์และเขตป่าอนธการ... เป็แนวกันชนที่ขวางกั้นกระแสลมพิษไม่ให้พัดเข้าไปในเขตมนุษย์"
"เยี่ยม!" รพีดีดนิ้วดังเป๊าะ "คุณเหม่ยหลิง เปิดประมวลกฎหมายปกครอง์ หมวดการจัดการพื้นที่ส่วนรวม มาตรา 156 วรรค 2 ให้ผมทีครับ"
เทพธิดาสาวรีบรื้อแผ่นหยกสีฟ้าขึ้นมาอ่านออกเสียงทันที "เอ่อ... มาตรา 156 วรรค 2 ระบุว่า 'หากโครงการของรัฐ์ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสมดุลของธรรมชาติหรือสร้างความเดือดร้อนในวงกว้าง บุคคลใดก็ตามที่มีสถานะเป็ ผู้มีส่วนได้เสีย ในพื้นที่นั้น สามารถยื่นคำร้องต่อกรมคุมกฎ์ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและระงับโครงการนั้นได้ทันที' เ้าค่ะ!"
รพียิ้มกว้างจนตาหยี "เห็นไหมครับ คำว่า 'บุคคลใดก็ตามที่เป็ผู้มีส่วนได้เสีย' กฎหมายมาตรานี้ร่างขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน ตอนที่์ยังไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจปีศาจแบบโจ่งแจ้ง คนร่างกฎหมายเลยใช้คำกว้างๆ ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าต้องเป็เทพหรือเซียนเท่านั้น!"
นิติกรหนุ่มหันกลับมาหาเย่เฮย "คุณเย่เฮยครับ คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟ้องร้องเทพกั๋วไท่ในคดีอาญาฐานทำร้ายร่างกายหรือบุกรุก เพราะศาลจะไม่รับฟ้อง... แต่คุณมาที่นี่ในฐานะ 'ตัวแทนชุมชนท้องถิ่นผู้มีส่วนได้เสีย' เพื่อยื่นคำร้องทางปกครอง ขอให้ระงับ 'โครงการขุดเจาะเหมืองแร่ที่ไม่ได้ทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA)' ต่างหากล่ะครับ!"
เย่เฮยอ้าปากค้าง แม้เขาจะไม่เข้าใจคำศัพท์แปลกๆ อย่าง EIA แต่เขาก็พอเดาออกว่าชายตรงหน้ากำลังหาทางออกที่น่าเหลือเชื่อให้เขาอยู่
"ต... แต่ว่า" เหม่ยหลิงแย้งเสียงอ่อย "ระบบบันทึกคดีของศาล์ เป็ลานเวทมนตร์นะเ้าคะ ทันทีที่เราประทับตรา มันจะตรวจสอบสายเืของผู้ร้องเรียน ถ้าพบว่าเป็ปีศาจ ฎีกาจะถูกตีกลับและเผาทิ้งทันทีเ้าค่ะ!"
"อ้อ เื่ระบบตรวจจับสายเืน่ะเหรอครับ?" รพีหัวเราะหึๆ เขาล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ แล้วดึง 'คัมภีร์สัจจะ' ออกมาวางบนโต๊ะ "ระบบเวทมนตร์ก็เหมือนระบบคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ ถ้าเรามีแอดมินที่มีสิทธิ์สูงกว่า มันก็ต้องยอมรับข้อมูล"
รพีหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนคำร้องด้วยความเร็วแสง ใช้ศัพท์ทางกฎหมายที่รัดกุมและปิดช่องโหว่ทุกประการ จากนั้นเขาก็วางม้วนคำร้องนั้นทับลงบนคัมภีร์สัจจะ
"ในนามของผู้ถือครองคัมภีร์สัจจะ ข้าขอรับรองว่าข้อความในคำร้องนี้เป็ความจริง พื้นทีู่เาหินกำลังถูกทำลายและส่งผลกระทบต่อสมดุลธรรมชาติจริง และผู้ยื่นคำร้องคือผู้ได้รับผลกระทบจริง!"
วูบ!!
แสงสีทองจากคัมภีร์สัจจะสว่างวาบขึ้น มันพุ่งเข้าไปคลุมม้วนคำร้องสีแดงเอาไว้ เมื่อรพีกดตราประทับของแผนกรับเื่ร้องเรียนลงไป ม้วนคำร้องก็สั่นะเือย่างรุนแรง พลังเวทสีแดงของระบบศาล์พยายามจะดีดคำร้องทิ้งเพราะััได้ถึงกลิ่นอายปีศาจ
ทว่า พลังสีทองของ 'ความจริงสัมบูรณ์' จากคัมภีร์สัจจะ กลับกดทับระบบนั้นไว้อย่างเบ็ดเสร็จ บังคับให้ระบบต้องกลืนข้อมูลนี้เข้าไป!
ติง!
เสียงกังวานใสดังขึ้น พร้อมกับม้วนคำร้องที่ลอยขึ้นไปบนอากาศ แล้วพุ่งหายวับไปทางทิศที่ตั้งของลานศาล์ส่วนกลาง... เป็อันว่า คำร้องถูกประทับรับเข้าสู่สารบบคดีอย่างสมบูรณ์แบบ!
"รับฟ้องแล้ว..." เหม่ยหลิงทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ มองรพีราวกับมองเห็นสัตว์ประหลาด "ท่านบังคับให้ระบบศาล์รับคำร้องของปีศาจได้จริงๆ ด้วย! นี่มันคดีประวัติศาสตร์เลยนะเ้าคะ!"
เย่เฮยมองภาพนั้นด้วยความตื่นตะลึง น้ำตาแห่งความลูกผู้ชาย (ปีศาจ) ไหลอาบแก้มหินของเขา ปีศาจที่ถูกกดขี่มาตลอดหลายร้อยปี บัดนี้มีกระดาษแผ่นหนึ่งเป็เกราะคุ้มครองแล้ว เขาพยายามจะก้มลงกราบรพี
"ไม่ต้องกราบครับ เก็บแรงไว้ไปให้การในศาลดีกว่า" รพีพยุงเย่เฮยขึ้นมา "จำไว้นะครับ ตอนอยู่ในศาล ห้ามใช้อารมณ์ ห้ามด่าทอ ให้ตอบแค่คำถามที่ผมถามเท่านั้น หน้าที่ของคุณคือการเป็ชาวบ้านที่เดือดร้อน ไม่ใช่นักรบปีศาจ เข้าใจไหมครับ?"
"ข้าเข้าใจแล้ว! ชีวิตนี้ของข้า เป็ของท่านแล้วใต้เท้าเซียวเซียน!" เย่เฮยทุบอกตัวเองอย่างหนักแน่น
นิติกรหนุ่มจัดคอเสื้อให้เข้าที่ แววตาเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้
การว่าความให้ฝ่ายปีศาจ ชนะคดีเทพพสุธา... คดีนี้ไม่เพียงแต่จะสั่นะเืกรมคุมกฎ์ แต่รพีรู้ดีว่ามันจะเป็การตบหน้า 'สภาเทพ 12 ตระกูล' ฉาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา!
"เอาล่ะครับคุณเหม่ยหลิง เตรียมแฟ้มคดีให้พร้อม..." รพีเดินนำหน้ามุ่งสู่ประตู "เราไปรื้อถอนเหมืองเถื่อนของเทพกันเถอะ!"