หลี่ มู่ไป๋ และ เสวี่ย ลั่ว ออกเดินทางสู่ หุบเขาเมฆาคราม ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของสำนัก การเดินทางครั้งนี้เป็ภารกิจชดใช้ที่ ซุน เฉิง มอบให้เพื่อหา สมุนไพรศิลาวารี สำหรับรักษาอาจารย์าุโชิว
มู่ไป๋รู้ดีว่า ซุน เฉิง ไม่ได้ปล่อยพวกเขาไปอย่างง่ายดาย ภารกิจนี้ยากเกินกว่าผู้ฝึกตนระดับ ก่อรากฐานขั้นกลาง ทั่วไปจะทำได้
"ท่านพี่หลี่" เสวี่ย ลั่ว กล่าวอย่างกังวล "ข้าเพิ่งทราบมาว่า หุบเขาเมฆาคราม เป็แหล่งอาศัยของ อสูรเมฆาเกราะเหล็ก ที่แข็งแกร่งมาก"
"ซุน เฉิง จงใจให้ภารกิจนี้กับข้า" มู่ไป๋ตอบอย่างเ็า "เขา้าให้ข้าได้รับาเ็ หรือตายไปเสียเลย"
เขาหยุดเดินแล้วหันไปมองเสวี่ย ลั่ว "เ้าควรกลับไปสำนักซะ การเดินทางครั้งนี้อันตรายเกินไป"
เสวี่ย ลั่ว ส่ายหน้า "ข้าเป็ผู้ปรุงโอสถ ข้าต้องไป! ข้าจะไม่ทิ้งท่านพี่ให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว"
มู่ไป๋ไม่ได้โต้แย้ง เขารับรู้ถึงความมุ่งมั่นและ ตรรกะ ของเธอ: เธอเป็ประโยชน์ต่อภารกิจนี้
อสูรเมฆาเกราะเหล็กเมื่อเข้าใกล้ หุบเขาเมฆาคราม ทั้งสองก็ถูกโจมตีโดย อสูรเมฆาเกราะเหล็ก ทันที อสูรมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งและคล่องแคล่วว่องไว
มู่ไป๋ใช้พลัง ก่อรากฐานขั้นกลาง อย่างเต็มที่ในการปะทะ เขารู้ว่าพลังที่ได้มานั้นเหนือกว่า ก่อรากฐานขั้นกลาง ทั่วไป แต่ก็ยังต้องใช้เทคนิคที่ร้ายกาจ
เขาใช้ วิชาเคลื่อนไหว ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนความทรงจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีอันหนักหน่วงของอสูร จากนั้นจึงใช้ ปราณพยัคฆ์คำราม โจมตีเข้าที่จุดอ่อนของอสูรอย่างแม่นยำ
เสวี่ย ลั่ว คอยให้การสนับสนุน เธอใช้สมุนไพรและผงพิษอ่อน ๆ เพื่อ ทำให้การเคลื่อนไหวของอสูรช้าลง เล็กน้อย การทำงานร่วมกันของทั้งสองเป็ไปอย่าง มีประสิทธิภาพ และ ไร้คำพูด จนกระทั่งมู่ไป๋สามารถสังหารอสูรลงได้ในที่สุด
มู่ไป๋ยืนหอบอยู่ข้างซากอสูร เขาไม่มีาแใหญ่ แต่ปราณของเขาถูกใช้ไปมาก การต่อสู้เพียงครั้งเดียวก็เกือบทำให้เขาหมดแรงแล้ว
การเผชิญหน้ากับความเห็นแก่ตัวมู่ไป๋และเสวี่ย ลั่ว ค้นหา สมุนไพรศิลาวารี ได้ในที่สุด มันเป็พืชหายากที่เติบโตบนหน้าผาที่มีน้ำตกไหลผ่าน และมีพลังิญญาสูง แต่พวกเขาก็ได้พบกับ ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ที่มาเก็บสมุนไพรเช่นกัน
กลุ่มผู้ฝึกตนสามคนนั้นมีระดับพลัง ก่อรากฐานขั้นกลางถึงขั้นสูง พวกเขาสังเกตเห็น สมุนไพรศิลาวารี ที่มู่ไป๋ถืออยู่ และตระหนักว่ามันมีมูลค่ามหาศาล
"เด็กน้อย" ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่ดูเป็หัวหน้ากล่าวอย่างเย้ยหยัน "สมุนไพรนั่นมีค่าเกินกว่าที่เ้าจะได้ จงส่งมันมาซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้าและสหาย"
มู่ไป๋รู้สึกถึงความเ็าที่กัดกิน จิตสำนึก ของเขาอีกครั้ง ตรรกะของบันทึก กำลังเสนอทางเลือกที่โหดร้าย: ฆ่าพวกเขาอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาทรัพยากรไว้!
แต่เขานึกถึงคำพูดของเสวี่ย ลั่ว และการที่เขาเคย ต่อต้าน บันทึกในศึกกับเย่ อู่ฉาง
มู่ไป๋ไม่้าแลก คุณธรรม เพิ่มอีกแล้ว แต่ก็ไม่สามารถมอบสมุนไพรที่มีค่าต่อชีวิตของอาจารย์าุโชิวไปได้
"สมุนไพรนี้มีไว้เพื่อรักษาผู้าุโของข้า ข้าจะไม่มอบให้ใคร" มู่ไป๋กล่าวเสียงเรียบ
"โอ้? อยากลองดีงั้นรึ?"
ผู้ฝึกตนทั้งสามพุ่งเข้าโจมตีมู่ไป๋พร้อมกัน นี่คือการต่อสู้ที่ต้องใช้พลังและไหวพริบอย่างแท้จริง! มู่ไป๋กำลังใช้พลัง ก่อรากฐานขั้นกลาง ที่เพิ่งบรรลุเข้าต่อสู้กับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าและมีระดับพลังสูงกว่า
ชัยชนะที่แปดเปื้อนในการปะทะครั้งนี้ มู่ไป๋ใช้ทุกเทคนิคที่เรียนรู้มา เขาใช้ ปราณพยัคฆ์คำราม ที่รุนแรงของเขาเข้าปะทะกับผู้ฝึกตนทั้งสามอย่างหนักหน่วง พยายามโจมตีที่เส้นลมปราณเพื่อลดทอนกำลังศัตรู
เมื่อเห็นว่ากำลังจะพ่ายแพ้ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งก็กรีดร้องและหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนอีกสองคนาเ็สาหัสไม่สามารถต่อสู้ได้อีก
มู่ไป๋เอาชนะพวกเขาได้ แต่ใบหน้าของเขาซีดเผือดจากการใช้พลังอย่างหนัก และที่สำคัญ... เขาต้อง ทอดทิ้ง ผู้ฝึกตนที่าเ็ทั้งสองไว้ข้างหลังเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง
"ท่านพี่หลี่..." เสวี่ย ลั่ว มองการตัดสินใจของมู่ไป๋ด้วยความหวาดหวั่น เขาสังหารคนบริสุทธิ์ไม่ได้ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ช่วยพวกเขา
มู่ไป๋เก็บ สมุนไพรศิลาวารี ไว้ในอกเสื้อ เขาไม่รู้สึกเสียใจ แต่รู้สึกถึง ความจำเป็ ที่ต้องทำ
"เราต้องรีบกลับสำนัก" มู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
หลี่ มู่ไป๋ ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาแข็งแกร่งขึ้น แต่ทุกย่างก้าวของการเดินทาง กำลังทำให้ ความเป็มนุษย์ ของเขาถูกกัดเซาะลงเรื่อย ๆ