บทที่ 6 เป็เด็กไม่รู้ก็ไม่น่าอาย
ยังไม่ทันได้เริ่มเรียนพูด ฉินอี้หานก็เดินออกมาจากห้องรับแขกก่อน
“ลี่เฉิง อาจะพาอิงอิงตัวน้อยไปโรงพยาบาล”
เยี่ยนลี่เฉิงลุกขึ้นยืนตาม “อาฉิน ผมไปด้วย”
ฉินอี้หานพยักหน้า “อื้ม”
ทั้งสองคนไปหาอิงอิงตัวน้อย
จากนั้นก็พบว่าเธอหายไปแล้ว
เยี่ยนลี่เฉิงพูดไม่ออก “...”
ฉินอี้หานเองก็นิ่งอึ้งไป “...”
เมื่อครู่นี้ทั้งสองคนยังเห็นอิงอิงตัวน้อยนั่งอยู่ข้างโต๊ะหินในศาลาอยู่เลย
โดยเฉพาะเยี่ยนลี่เฉิงที่เดิมทีอยู่ในศาลา เมื่อกี้อิงอิงตัวน้อยก็นั่งอยู่ข้างเขา
พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว
ทั้งสองคนรีบวิ่งไปดูที่โต๊ะหินอีกด้านโดยแทบจะไมได้คิดอะไรทันที
ตามที่คาดไว้ พวกเขาเห็นอิงอิงตัวน้อยกอดเสาของโต๊ะหินอีกด้านโดยก้มหน้าและซ่อนร่างอ้วนกลมเล็ก ๆ อยู่
เด็กน้อยแอบยกถุงนมเล็ก ๆ ขึ้นมาบังและมองไปด้านนอก เหมือนจะทำเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไปกันแล้ว
มองทางซ้าย ไม่มีใคร
มองทางขวา เห็นขายาวั์หนึ่งคู่
“เอ๋?”
ไม่นึกเลยว่าจะยังไม่ไป
ก็ได้!
งั้นเธอก็แอบต่อไป
ถึงท่านี้จะเหนื่อยอยู่นิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าไปโรงพยาบาลให้โดนฉีดยา
ในชีวิตของเธอ ไม่ว่าในฐานะวาฬเพชฌฆาตหรือลูกมนุษย์อายุหนึ่งเดือน เธอเคยเจอกับหมอที่สวมเสื้อคลุมสีขาวตัวใหญ่และมีเข็มฉีดยายาว ๆ มาแล้ว
ครั้งแรกคือตอนเด็กที่เธอเล่นอยู่ชายฝั่งทะเลและเห็นกับตาว่าลูกวาฬสีเทาถูกมนุษย์ยิงด้วยกระบอกเข็มฉีดยาอันใหญ่ จากนั้นก็ถูกบรรทุกลงเรือประมงขนาดและออกจากทะเลไป
สมองอันชาญฉลาดบอกเธอว่า นั่นคืุ์ผู้จับลูกวาฬสีเทา
ส่วนลูกวาฬสีเทาตัวนั้น สุดท้ายแล้วเป็ตายร้ายดีอย่างไรเธอก็ไม่รู้
เรือใหญ่ออกจากท่า เธอคิดจะติดตามไป แต่สุดท้ายก็ถูกแม่เรียกให้กลับไปกินมื้อเที่ยงเสียก่อน
เธอเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับลูกวาฬสีเทาให้แม่ฟังอย่างอดไม่ได้
แม่ ยาย พี่ชาย และลุงของเธอเงียบกันหมด
โดยเฉพาะลุงที่ดูหงุดหงิดอยู่นิดหน่อย ลุงที่ปกติจะพูดอ่อนโยนเป็พิเศษกับเธอ ดูดุร้ายขึ้นอย่างมาก
‘ฉันเคยเห็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับพวกเราถูกอวนจับปลาจับขึ้นเรือขนาดใหญ่และใช้เชือกยาวมัดไว้เพื่อแล่เนื้อ…’
คุณยายพูดเสียงดัง ‘พอแล้วสั่วปี้ ไม่ต้องพูดแล้ว อย่าทำให้เด็กใสิ’
เธอไม่ได้ยินอะไรไปมากกว่านั้น แต่หลังจากนั้นไม่ว่าเธอจะไปไหน พวกผู้ใหญ่ก็ไม่วางใจอีก พวกเขาแทบจะตามไปตลอด เพราะกลัวว่าเธอจะถูกมนุษย์จับไปแล่
ผลคือเธอกลายเป็มนุษย์วัยเยาว์อย่างน่าประหลาด
แต่หลังจากกลายเป็มนุษย์และอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้หนึ่งเดือนเธอก็เจอกับความตายอีกหนึ่งครั้ง
เข็มเงินเรียวเล็กแทงที่หลังมือของเด็กคนหนึ่ง แต่สุดท้ายเด็กคนนั้นก็จากไปอยู่ดี
ผอ.จางขอให้เขาไม่ต้องทรมาน บอกว่าเด็กคนนั้นก็แค่นอนหลับไปก่อน
เด็กส่วนใหญ่เชื่อกันแบบนั้น
แต่เธอรู้ว่ามันไม่ใช่
เด็กคนนั้นตายแล้ว
และไม่มีทางมีชีวิตอยู่ได้อีก
เทียบกับวาฬเพชฌฆาตอย่างเธอ เด็กคนนั้นน่าสงสารกว่ามาก
อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าตัวเองเป็ใคร มาจากไหนและรู้จักญาติของตัวเอง
เธอเคยได้รับความรักจากแม่ ยาย พี่ชาย และลุงมาสามปี แต่เด็กคนนั้นเกิดมาก็ถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ข้างถนน และเพราะมีคนผ่านมาเห็นเข้าถึงได้ถูกส่งตัวมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
เหมือนว่าอีกฝ่ายจะถูกทอดทิ้งเพราะเป็โรคหัวใจพิการั้แ่กำเนิด การจะเลี้ยงเขาจนอายุห้าปีได้ก็ไม่ง่าย
ร่างกายเขาอ่อนแอมาตลอด ว่ากันว่าอายุสามขวบกว่าถึงจะเดินได้ เพราะมีร่างกายไม่แข็งแรงมาโดยตลอดก็เลยตัวผอมแห้ง
เขาอยู่บนโลกนี้ได้ยังไม่ถึงห้าปีเลยด้วยซ้ำ
เธอจำได้ว่า ผอ.จางปลอบเด็กเหล่านี้แล้ว เขาก็แอบร้องไห้ระหว่างทางกลับ
ดวงตาของเธอเองก็รู้สึกร้อนผ่าวตามไปด้วย
ทำไมเธอถึงได้รู้เยอะขนาดนี้นะ?
เธอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จิตใต้สำนึกบอกเธอ
เหมือนว่าเธอจะรู้พฤติกรรมบางอย่างที่เคยชินของมนุษย์โดยที่ไม่มีเหตุผล
เหมือนกับที่เธอเป็วาฬนมแปซิฟิกแล้วกลายเป็มนุษย์ได้อย่างคาดไม่ถึง
มีหลายสิ่งที่ได้เห็นแล้วถึงรู้ แต่ก็เป็เพียงความเข้าใจผิวเผินเท่านั้น
หาก้าที่จะเข้าใจในระดับที่ลึกยิ่งขึ้น สมองของเธอก็จะเลอะเลือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน
มีบางครั้งที่เธอพยายามจะนึกให้มากขึ้น แต่ต่อมาก็ปวดหัว
เป็แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว เธอเลยไม่ได้ลองเรียบเรียงความทรงจำอีก
ให้รู้แค่ผิวเผินก็ผิวเผิน
รู้โดยภาพรวมก็พอแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็ยังเป็แค่เด็กอายุสามขวบครึ่ง
เป็เด็ก ไม่รู้ก็ไม่ใช่เื่น่าอาย!
ฉินอิงอิงนั่งยอง ๆ อยู่นานจนรู้สึกชาที่ขาทั้งสองข้าง เด็กน้อยก็เลยหย่อนก้นลงพื้นเลยละกัน
แต่ยังไม่ทันนั่งลง เธอก็ถูกมือใหญ่โอบพุงอ้วนน้อย ๆ จากด้านหลัง จากนั้นก็กอดก้นเล็ก ๆ ของเธอไว้
“เอ๋!”
ใครกันน่ะ!
ใครมันกล้าแตะก้นของวาฬอ้วนอย่างฉัน!
อ้าปากกลืนลงคอซะเลยดีมั้ย!
ฉินอิงอิงเงยหน้ามองถึงได้รู้ว่าคนที่อุ้มเธอคือพ่อผู้ให้อาหาร
พี่ชายผู้ให้อาหารที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เองก็ขำเธอ
ฉินอี้หานอุ้มเด็กน้อยและเดินไปถามไป "อิงอิงตัวน้อยไม่อยากไปโรงพยาบาลใช่มั้ย?"
ฉินอิงอิงรีบร้อนพยักหน้า
เข็มนั่นน่ากลัวมากเลยนะ
ทำให้ตายได้เลย!
ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามีเด็กเยอะแยะเลยที่บอกว่าฉีดยามันเจ็บมาก
ฉินอี้หานยิ้มอย่างอ่อนโยน "อิงอิงตัวน้อยกลัวการฉีดยาเหรอ?"
ฉินอิงอิงพยักหน้าอีกครั้ง
ใช่แล้ว!
ฉีดยามันเจ็บมาก ๆ เลยนะ!
เยี่ยนลี่เฉิงมองผมหยิกม้วนของเธอที่แทบจะตั้งขึ้นตอนที่ได้ยินคำว่า ‘ฉีดยา’ จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
“อิงอิงตัวน้อย แค่ต้องไปตรวจสุขภาพเบื้องต้นที่โรงพยาบาล ไม่มีการฉีดยาหรอก”
ในสมองของฉินอิงอิงมีคำผุดขึ้นมาห้าคำ “ไม่! ต้อง! หลอก! กัน! เลย!”
เธอไม่ได้โง่นะ!
เธอฉลาดเหนือคนทั่วไป!
เธอเลยไม่ให้ความร่วมมือ
ไม่ว่าฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงจะพูดยังไง เด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของฉินอี้หานก็ดิ้นอย่างรุนแรง
ถึงขนาดที่ว่าตากลมโตมีน้ำใส ปากเล็กยื่นเพราะไม่ได้รับความเป็ธรรม จ้องมองอย่างดื้อรั้นและน่าสงสาร
ฉินอี้หานทนไม่ไหวแล้ว
“อิงอิงตัวน้อย เราไม่ไปแล้ว ไม่ไปแล้วนะ”
“อิงอิงตัวน้อยไม่ต้องร้องนะ”
ฉินอี้หานยอมแพ้ราบคาบ
ไม่ไปก็ไม่ไป
อย่างมากก็แค่เปลี่ยนวิธี หาหมอส่วนตัวสักคนมาดูอาการที่คฤหาสน์ซะก็สิ้นเื่
ขอแค่อิงอิงตัวน้อยไม่รู้สึกทรมานท้อง เขาก็วางใจ
เยี่ยนลี่เฉิงรีบร้อนหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับหน้าให้น้องสาว
“อิงอิงตัวน้อย อย่าร้องเลย อาฉินบอกว่าไม่ไปแล้ว”
ฉินอิงอิงค่อนข้างเชื่อคำพูดพี่ชายผู้ให้อาหารมากกว่า
เธอมองเขาอย่างไม่ได้รับความเป็ธรรมด้วยตากลมโตที่ยังเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา
ท่าทางแบบนั้นดูเกรี้ยวกราดและน่าสงสารไปในที
อายุยังน้อยอยู่ แขนก็กลมเป็ปล้อง แถมยังเป็เด็กน้อยที่ทั้งหน้าดุและน่ารักในเวลาเดียวกัน ใครล่ะจะไม่อยากทำตามความปรารถนาของเธอ?
ดังนั้นในการปะทะครั้งที่สอง พ่อผู้ให้อาหารกับพี่ชายผู้ให้อาหารก็พ่ายแพ้ให้ฉินอิงอิงอีกครั้ง
เมื่อเห็นเด็กน้อยในอ้อมแขนยื่นมือออกไปหาเยี่ยนลี่เฉิงเพื่อกอด ฉินอี้หานก็รู้สึกแปลก ๆ ในใจ
เขามอบความทรงจำที่ไม่ดีมากให้กับอิงอิงตัวน้อยรึเปล่า?
เขาเป็พ่อของอิงอิงตัวน้อยนะ
จะให้อิงอิงตัวน้อยรู้สึกแบบนั้นกับพ่อได้ยังไง?
ดังนั้นหลังจากที่ให้เยี่ยนลี่เฉิงพาอิงอิงตัวน้อยกลับห้องรับแขก ฉินอี้หานก็ไปหาป้าแม่บ้านเพื่อถามหาขนมทันที
ป้าแม่บ้านทำสีหน้าช่วยไม่ได้
“คุณท่าน คุณกับคุณชายลี่เฉิงไม่เคยกินขนมมาก่อน ดังนั้น… บ้านเราก็เลยไม่มีขนมอยู่เลยค่ะ”
“...” ฉินอี้หานพึ่งนึกขึ้นมาได้
“แล้วของเล่นล่ะ?”
ป้าแม่บ้านส่ายหน้าอีกครั้ง “นั่นก็ไม่มีค่ะ คุณชายลี่เฉิงชอบอ่านหนังสือ ในบ้านไม่มีของเล่นที่เด็กผู้หญิงชอบอย่างตุ๊กตาบาร์บี้หรอกนะคะ”
ฉินอี้หาน “...”
ก็ได้!
คุณพ่อจอมบ๊องตัดสินใจโทรไปถามผอ.จาง เพื่อถามอีกฝ่ายว่าอิงอิงตัวน้อยชอบอะไร