บรรยากาศในห้องหนังสือ ได้กลิ่นอายของปลายพู่ที่จุ่มกับสีหมึก หยางเฟยกำลังละเลงภาพวาดอย่างไม่ลดละ หากไม่นานหนักก็ได้ยินเสียงเคาะประตูและเสียงฝีเท้าที่ย่างเข้ามา ซึ่งเป็องค์รักษ์ข้างกายของเขานั่นเอง
"เรียนคุณชาย คนของท่านอ๋องเเปดได้นำสิ่งของนี้มาให้ บอกรบกวนคุณชายช่วยจัดการนำไปส่งที่จวนตระกูลซู่จินด้วย ขอรับ" เฉินฝูกล่าวพร้อมวางกล่องดังกล่าวไว้บนโต๊ะ
"มันคือ..." หยางเฟยหยุดปลายพู่กันลง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองกล่องทรงยาวใบไม่ใหญ่มาก ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม่ไกลจากเขามากนัก
"คนของท่านอ๋องแจ้งมาว่าเป็โสม ขอรับ"
"นั่นดีเลย...รบกวนเ้าช่วยหาซื้อเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงสักสามชุด"เขาพูดพลางวาดพู่กันลง เมื่อเห็นเฉินฝูยืนนิ่งไม่ตอบ คงจะอึ้งที่เขาใช้ให้ไปซื้อเสื้อผ้าเด็กผู้หญิง เขาลืมไปว่าเฉินฝูอาจไม่ถนัดเื่นี้
"ข้าหมายถึง..ให้เ้าไปสั่งสาวใช้ในจวนให้ซื้อเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงมา"เขาสั่งซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เฉินฟูได้สติ จึงตอบรับคำ
"ไม่ทราบว่าคุณ...ให้ซื้อเสื้อผ้าแล้วส่งไปจวนตระกูลซู่จินใช่หรือไม่ ขอรับ" เฉินฝูเอ่ยพลางมองคนตรงหน้าอย่างค้นหาคำตอบว่าใช่หรือไม่ เพราะเขาไม่คิดว่าคุณชายของเขาจะคิดถึงสิ่งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเห็นว่าคุณชายหยางเฟยไม่สนใจอาการของเด็กหญิงผู้นั้นด้วยซ้ำ เหตุใดวันนี้ถึงได้สั่งให้คนไปซื้อเสื้อผ้าให้กับเด็กคนนั้น
"ท่านอ๋องแปด ส่งของมา ให้ข้าเป็ธุระเื่นี้.. เหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นเพราะเป็รถม้าของท่านอ๋อง การให้สิ่งของเหล่านี้มา เพื่อเป็การปลอบขวัญและขอโทษที่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้น...หากคุณชายอย่างข้าไม่มีของติดไปด้วย เกรงว่าไม่ดูเเล้งน้ำใจไปหน่อยหรอกหรือ"หยางเฟยพูดพลางพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าที่เขาต้องมาอธิบายเื่นี้
"ขอรับ...ข้าเข้าใจแล้ว..จะไปเดี๋ยวนี้" เฉินฟูรับคำสั่งและเดินจากไป โดยไม่ถามอะไรอีก
ไม่นานนักสาวใช้ในจวน ได้หิ้วห่อผ้าแพรขนาดย่อมๆในนั้นมีเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงสีสันสดใสทั้งหมดสามชุดวางไว้บนโต๊ะข้างๆ
"คุณชาย เสื้อผ้าที่ท่านสั่งให้ไปซื้อมา...ได้แล้วเ้าค่ะ" เหมยหลาน เป็สาวใช้ในจวนของคุณชายหยางเฟย เป็บุตรสาวของพ่อบ้านจาง มีหน้าที่ดูเเลจัดสำรับอาหาร และจัดซื้อสิ่งของภายในจวน นางพยายาม ปลดห่อผ้าออกให้เห็นเสื้อผ้าที่นางได้ซื้อมาว่าจะถูกใจผู้เป็นายหรือไม่
หยางเฟยมองดูอยู่เพียงครู่หนึ่ง ไม่ค่อยสนใจอะไรมากนัก ก่อนจะเอ่ยคำสั่งคนตรงหน้า
"เ้า..ไปทำงานต่อเถอะ...แล้วตามเฉินฟูมาพบข้าด้วย"
"เดี๋ยว..บ่าวจะไปตามเ้าค่ะ"
ไม่นานนัก เฉินฝูก็ได้เข้ามาอยู่ตรงหน้าผู้เป็นาย ยังไม่ทันได้ถามอะไร หยางเฟยก็เอ่ยขึ้นก่อน
"เ้า..นำสิ่งของที่คนของท่านอ๋องได้เตรียมไว้ และเสื้อผ้านี้ ส่งไปที่จวนตระกูลซู่จิน และช่วยถามอาการของบุตรสาวของใต้เท้าลู่จิ้นด้วย ว่าอาการเป็อย่างไรบ้าง"
"ขอรับ ..ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้"
ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยาม ก็มาถึงจวนตระกูลซูจิน
"เรียนใต้เท้า...มีคนของคุณชายหยางเฟย มาขอพบขอรับ" มู่ฉินคนสนิทของใต้เท้าลู่จินเข้ามารายงาน
"รีบเชิญเขาเข้ามา" ลู่จิ้นเมื่อรู้ว่าเป็คนของคุณชายหยางเฟยมาขอพบ ก็รู้สึกแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีธุระอันใดกันกับการมาครั้งนี้
เฉินฝูเดินย่างเข้าไปในจวนพร้อมกับเหมยหลานที่ทำหน้าที่ถือกล่องและห่อผ้า เมื่อพบใต้เท้าลู่จินจึงทำความเคารพและกล่าวทักทาย
"เรียนใต้เท้า..ข้ามาวันนี้...ท่านอ๋องแปดได้นำโสมมามอบให้เพื่อเป็การปลอบขวับและขอโทษเมื่อครั้งก่อนและห่อผ้านี้ เป็เสื้อผ้าของคุณหนูซูหลินที่คุณชายหยางเฟยได้มอบให้" เฉินฟูกล่าวพลาง พร้อมหันไปพยักหน้าให้เหมยหลานยื่นสิ่งของให้กับใต้เท้าลู่จิ้น
"ฝากขอพระทัยท่านอ๋องแปดและขอบคุณ คุณชายหยางเฟย ด้วยที่มีน้ำใจมอบสิ่งของเหล่านี้ให้" ลู่จินกล่าวพลางยื่นมือไปรับสิ่งของ
"คุณชายหยางเฟย ได้ฝากถามว่าลูกสาวของท่านอาการเป็อย่างไรบ้าง"
"อ๋อ! ซูหลินดีขึ้นแล้ว ไม่เป็อะไรมาก ฝากขอบคุณ คุณชายหยางเฟยด้วยที่เป็ห่วง" ลู่จินไม่กล้ากล่าวถึงอาการของบุตรสาวให้ฝ่ายตรงหน้ารับรู้ เพราะเขา้าปิดข่าวไม่อยากให้เื่นี้แพร่ออกไป เนื่องจากบุตรสาวของตนต้องไปรักษาตัวที่สำนักเขาเทียนซาน เขาเลยจำเป็ต้องกล่าวเช่นนั้นออกไป
เว่ยอิงเดินเข้าไปยังห้องของซูหลินอย่างร่าเริง พร้อมกับห่อผ้าที่เมื่อครู่นางได้รับมาจากมู่ฉินบอกให้เอามาให้คุณหนูของตน เว่ยอิงส่งยิ้มให้กับผู้เป็นายที่นั่งอยู่บนเตียงจนคนที่นั่งอยู่ถึงกับต้องเอ่ยถามเมื่อเห็นรอยยิ้มดังกล่าว
"พี่เว่ยอิงมีเื่อะไรกัน ถึงทำท่าทางยิ้มแย้มเช่นนี้...แล้วนั่นถืออะไรมาดูมีลับลมคมในเสียจริงๆ"
"ไม่มีอะไรลับลมคมในทั้งนั้น...คุณหนูลองเปิดดูสิเ้าค่ะ" เว่ยอิงกล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้น พร้อมยื่นห่อผ้าให้ และคอยลุ้นตามกับสิ่งของภายในถุงผ้าว่าคือสิ่งใด
ซูหลินค่อยๆเปิดห่อผ้านั้นออกมา ถึงกับยิ้มอย่างดีใจ สายตาเปล่งประกาย มองดูเสื้อผ้าเนื้อดี ซึ่งทำจากผ้าไหม ลายปักดอกไม้ดอกเล็กๆที่กระจายอยู่บนผ้าช่างปราณีตเสียจริงๆทำให้เด็กอย่างนางชื่นชอบและวนดูเสื้อผ้าแต่ละชุดสักพักใหญ่แล้วจึงเอ่ยถามที่มาของเสื้อผ้าดังกล่าว
"พี่เว่ยอิง...เสื้อผ้าพวกนี้..ไปซื้อมาจากไหน..ข้าชอบมากเลย"
"เสื้อผ้าพวกนี้..ข้าไม่ได้ซื้อมา...เเต่เป็คุณชายหยางเฟยได้มอบให้คุณหนูเ้าค่ะ"
"คุณชายหยางเฟย..มอบให้ข้า..เขาเป็ใครกัน..ทำไมข้าถึงไม่รู้จักเขา...แล้วทำไมต้องมอบให้ข้าด้วย" ซูหลินได้ยินชื่อนั้นกลับไม่คุ้นหูเลยสักนิดและไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมต้องมอบเสื้อผ้าให้กับตน เพราะนางไม่รู้จักเขาแม้แต่น้อย
"ใช่ ใช่ ใช่ คุณหนูยังไม่ทราบว่าคุณชายหยางเฟยได้ช่วยคุณหนูไว้เมื่อครั้งก่อนที่รถม้าคันนั้นจะพุ่งเข้าชนคุณหนูไง โชคดีที่คุณชายหยางเฟยช่วยไว้ทัน คุณหนูน่าจะสลบไปก่อนเลยคงไม่ทราบอย่างไรล่ะเ้าค่ะ"
เว่ยอิงเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้น ในขณะที่ซูหลินเองพลางนึกเห็นภาพเหตุการณ์วันนั้น ทำให้นางถึงกับเกิดอาการสั่นกลัวอย่างบอกไม่ถูก นางพยายามข่มความรู้สึกเอาไว้ เพื่อไม่ให้เว่ยอิงเห็นอาการดังกล่าว แต่ความนิ่งและอาการสั่นเมื่อครู่อยู่ในสายตาเว่ยอิงตลอด ทำให้เว่ยอิงต้องพูดออกมาด้วยความเป็ห่วง
"คุณหนูเป็อะไรหรือเปล่า..เมื่อครู่บ่าวเห็นคุณหนูตัวสั่นนะเ้าคะ"
"ไม่รู้ทำไมเวลาคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นทำให้ข้ารู้สึกกลัวแบบบอกไม่ถูก...แต่ตอนนี้ข้าไม่เป็อะไรแล้ว...พี่เว่ยอิงไม่ต้องเป็ห่วง ช่วยเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปเก็บเถอะ" ซูหลินพูดอธิบายความรู้สึกออกมาพร้อมกับออกคำสั่งให้นำเสื้อผ้าเหล่านี้ไปเก็บ ในขณะที่เว่ยอิงเองก็อดเป็ห่วงซูหลินนายหญิงน้อยของตนไม่ได้ เลยนั่งเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"คุณหนู...ให้บ่าวไปตามหมอมาตรวจอาการไหมเ้าคะ"
"ข้าบอกแล้ว...ว่าข้าไม่เป็ไร...พี่เว่ยอิง..ไม่ต้องตามหมอ แล้วอีกอย่างเ้าอย่าบอกท่านพ่อท่านแม่นะ...ข้าไม่อยากให้ท่านเป็ห่วง" ซูหลินเอ่ยสั่งสาวใช้ อดที่จะเป็ห่วงบิดามารดาของตนไม่ได้ บิดามารดาของนาง มักจะเป็ห่วงนางเสมอ หากรู้ว่านางมีอาการดังกล่าวคงไม่สบายใจเป็อย่างมากแน่