น้ำใสขับรถกลับมาบ้านใน่เย็นตามสัญญาแต่เมื่อขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถ หญิงสาวกลับไม่เห็นรถคันใหญ่ที่เคยมาจอดบ่อย ๆและน่าจะมาจอดในวันนี้ น้ำใสเดินเข้ามาในบ้าน ในใจคิดสงสัยคุณลุงธเนศคงจะไม่มาเพราะไม่เห็นทั้งรถทั้งคนปกติเวลาที่คุณลุงธเนศมาบ้านของน้ำใส จะต้องมีบอดี้การ์ดตามมาด้วยอย่างน้อยสองสามคนแล้วก็ต้องเดินป้วนเปี้ยนวนเวียนไปมา นอกบ้านบ้าง หน้าบ้านบ้าง แต่นี่เงียบไม่มีเลย ดีจัง
น้ำใสมองหามารดา ห้องรับแขกไม่อยู่ คงอยู่ห้องนั่งเล่นหญิงสาวเดินหาไม่นานก็เห็นมารดานั่งดูเครื่องเพชรชุดใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้า จึงเดินรี่ไปหา
“คุณแม่กำลังดูเพชรอยู่หรือคะของที่ร้านหรือเปล่า”
“เปล่าจ๊ะ ของเพื่อนแม่เองเขาให้แม่ช่วยดูให้หน่อยว่าใช่ของจริงหรือเปล่า”
“เหรอคะ”
“น้ำใสไม่อยากรู้เหรอลูกว่าเพชรจริงเพชรปลอมต่างกันยังไง”นฤมลถามบุตรสาวอีกครั้ง เมื่อก่อนหล่อนก็เคยถามแบบนี้แต่น้ำใสไม่สนใจ
“ฮืม ก็ดีค่ะ ถือว่าเป็ความรู้” น้ำใสตอบรับแล้วจัดแจงวางกระเป๋าและหนังสือลงบนโต๊ะ ดึงเก้าอี้ออกมานั่งข้าง มารดา นฤมลอมยิ้มดีใจที่น้ำใสอยากรู้ ความจริงหล่อนไม่เคยบังคับน้ำใส หล่อนให้อิสระทางความคิดให้ลูกเป็คนตัดสินใจเลือกทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเขาด้วยตัวเองถ้าน้ำใสไม่อยากสืบทอดกิจการ
‘ร้านเพชร’
หล่อนก็จะไม่บังคับ เหมือนที่ไม่เคยบังคับเื่เรียนกับลูกดังนั้นน้ำใสจึงเป็เด็กกล้าพูดกล้าทำ หล่อนดีใจที่น้ำใสเป็แบบนั้น เป็คนกล้าเป็คนเข้มแข็ง และสามารถที่จะดูแลตัวเองได้
“ไหนคะ เพชรจริงดูยังไงแล้วก็ไอ้ชุดที่คุณแม่ดูอยู่นี่ มันจริงหรือเปล่าคะ” สาวน้อยสงสัยใช้นิ้วจิ้มเขี่ยไปที่ต่างหูเพชรสองข้างที่เหน็บอยู่บนกล่องหรูหราซึ่งบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงสด
“เพชรเทียมจ๊ะ”
“จริงหรือคะ แต่แหม สวยจัง” น้ำใสตื่นเต้น มองประกายแวววาวของเพชรแล้วรู้สึกว่ามันก็สวยดี ถึงจะปลอมถ้าเป็หล่อน สวยเหมือนกันแต่ราคาเบากระเป๋า มันน่าสนใจมากกว่าของจริงตั้งเยอะ
“เพชรเทียมบางทีเขาก็ใช้วัสดุจากธรรมชาติมาทำซึ่งก็จะได้เพชรเทียมที่ใกล้เคียงของจริงมากที่สุด เช่น เพทาย แล้วก็เพชรเทียมนี่บางคนเขาก็เรียกเพชรเลียนแบบ”
“งั้นคุณแม่บอกวิธีดูเพชรให้น้ำรู้หน่อยนะคะ”น้ำใสกระตือรือร้น
“เอาวิธีแรกก่อนนะ เป็วิธีที่ง่ายที่สุดเราหากระดาษมาแผ่นหนึ่ง เป็กระดาษสีขาวเปล่า ๆ ไม่ต้องใหญ่มาก จากนั้นก็ใช้ดินสอหรือปากกาขีดเส้นตรงลงไปบนกระดาษ แล้วเอาเพชรวางลงไปแล้วมองเส้นตรงผ่านเพชร น้ำใสลองเดาดูสิลูกว่าถ้าเป็เพชรแท้หรือเพชรจริงจะเห็นเส้นตรงบนกระดาษที่เราวาดลงไปหรือเปล่า” น้ำใสมองไปที่เพชร
“น้ำว่าเพชรมันแวววาวของจริงมันคงจะใสมากน้ำขอตอบว่า เห็นค่ะ”
“ผิดจ๊ะ”
“ทำไมคะ” น้ำใสสงสัย
“เพชรแท้จะไม่สามารถมองทะลุได้ก็คือมองไม่เห็น แต่ถ้าเป็เพชรเทียมหรือเพชรปลอม จะมองทะลุได้จ๊ะ”
“แล้วมีวิธีอื่นหรือมีเครื่องมือที่จะตรวจสอบอีกหรือเปล่าคะ”
“มีแน่นอนจ๊ะเพชรแท้จะมีเหลี่ยมคมที่ชัดเจนมาก ถ้าเราฝึกบ่อย ๆ เราก็จะมองออก นอกจากนั้นก็จะมีเครื่องมือที่จะช่วยให้ดูเพชรได้ง่ายขึ้น เราเรียกว่า‘เครื่องมือจี้เพชร’
เครื่องมือนี้จะใช้ปลายเข็มทองแดงจี้กดลงบนหน้าเพชรถ้าเป็เพชรจริง ตัวเข็มจะชี้ไปที่ตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า ‘ไดมอน’ แต่ถ้าเป็เพชรปลอมเข็มจะชี้ไปทางอื่นจ๊ะ”
“วิธีนี้ง่ายดีนะคะ”
“ใช่จ้ะ”
“แล้วมีอีกไหมคะ” น้ำใสชักสนุกจึงถามต่อ
“เราก็จะมีน้ำยาสำหรับตรวจเพชรวิธีการก็ง่าย ๆ คือ เราจะเทน้ำยาใส่ถ้วยหรือแก้ว แล้วหย่อนเพชรลงไปถ้าเป็เพชรแท้ มันจะค่อย ๆ จมลงอย่างช้า ๆ แต่ถ้าเป็ของปลอม มันจะจมลงเร็วมากจ๊ะ”
“อึม วิธีนี้ก็ง่ายอีกนั่นแหละ แม่คะแล้วเพชรรัสเซียจัดเป็เพชรแท้หรือเปล่าคะ”
“เพชรรัสเซียจัดอยู่ในประเภทเพชรเลียนแบบคือไม่ใช่เพชรแท้ แต่เป็เพชรเลียนแบบที่ดีที่สุด คือเหมือนมากที่สุดบางคนเขาเรียกเพชรรัสเซียว่า ‘เพชรเขาพระงาม’
ภาษาอังกฤษเรียกคิวบิคเซอร์โคเนียจ๊ะ”
“โอ้โห คุณแม่เก่งจัง” น้ำใสตาวาวอุทานด้วยความทึ่ง เมื่อก่อนหล่อนไม่เคยสนใจไม่นึกว่ามารดาจะรู้เื่เพชรละเอียดแล้วก็เก่งขนาดนี้ มิน่าบรรดาคุณหญิงคุณนายหรือหลังบ้านของท่านผู้ใหญ่หลายคนถึงชอบมาซื้อเพชรที่ร้านของแม่หล่อน หรือไม่ก็ส่งเพชรมาให้ดูให้ว่าจริงหรือปลอมเหมือนอย่างเ้าของเพชรเทียมชุดนี้ ที่มาอาศัยความสามารถของแม่หล่อนให้ช่วยดูให้
“ก็มันเป็อาชีพของแม่นี่จ๊ะ”
“น่าสนุกดีเหมือนกันนะคะน้ำอยากลองเช็คเพชรดูมั่งจัง”
“ว่าง ๆ น้ำก็ไปที่ร้านกับแม่สิเด็กที่ร้านดูเป็กันหมดทุกคน”
“ว้า น้ำนี่แย่จริง เป็ลูกสาวเ้าของแท้ๆ แต่กลับดูเพชรไม่เป็เลย” น้ำใสตำหนิตัวเอง
นฤมลยิ้มให้ลูกสาวด้วยความเอ็นดูสิ่งที่มีค่ามากที่สุดของหล่อนคือน้ำใส น้ำใสคือเพชรที่สวยที่สุดเท่าที่หล่อนมี
“คุณแม่คะ น้ำเกือบลืมเลยทำไมวันนี้คุณลุงธเนศไม่มาละค่ะ”
“คุณธเนศเขาติดธุระสำคัญนะลูกเขาโทรมาบอกแม่แล้ว”
“ดีแล้วค่ะที่ไม่มา น้ำี้เีปั้นหน้าี้เีฟังแกโม้เื่การเมือง น้ำเด็กศิลป์นะคะ ไม่ใช่เด็กรัฐศาสตร์ซะหน่อย”น้ำใสพูดในสิ่งที่ตรงกับใจ น้ำใสไม่ใช่ไม่ชอบคุณธเนศทุกครั้งที่มาบ้านคุณธเนศจะคุยอยู่แต่เื่การเมือง ความร่ำรวยรวย แล้วก็เื่ความหนุ่มของตัวเอง ที่ดูหนุ่มกว่าอายุจริงเพราะมียาดี เหมือนโอ้อวดตัวเองบอกตามตรง น้ำใสเบื่อ
“ลูกคนนี้นี่ คุณลุงเขาเป็นักการเมืองเขาก็พูดเก่งเหมือนนักการเมืองคนอื่น แม่เห็นเวลาปราศรัย พูดกันได้ยาวนานเป็ชั่วโมง” คุณนายสาวปรามลูกเบา ๆ
“น้ำเข้าใจคะแม่ น้ำก็บ่นไปตามประสาวัยอย่างน้ำคงไม่เหมาะที่จะคุยกับคุณลุงธเนศหรอกค่ะแต่น้ำก็จะพยายามรักษามารยาทไม่ให้คุณแม่ขายหน้า”
“ดีจ๊ะลูก มีคนชอบดีกว่ามีคนเกลียดนะ”
“ค่ะแม่” น้ำใสรับคำมารดา สองคนแม่ลูกยิ้มให้กัน
น้ำใสนึกเื่เที่ยวขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากขออนุญาตกับมารดา
“คุณแม่คะหลังสอบเสร็จประมาณซักปลายเดือน น้ำขออนุญาตไปเที่ยวกับเพื่อนนะคะ”
“ที่ไหนลูก”
“อากาศมันร้อน น้ำว่าน้ำจะไปทะเลค่ะ”
“แล้วไปกับใครหล่ะลูก ภคกรเหรอ” นฤมลเข้าใจว่า น้ำใสคงไปกับภคกรซึ่งเป็เพื่อนชายที่ลูกสาวสนิทที่สุดและก็เป็เพื่อนชายเพียงคนเดียว ที่หมั่นแวะเวียนมาเป็แขกประจำบ้าน เป็ชายหนุ่มที่คุณนายนฤมลไว้ใจให้คบหากับลูกสาว เพราะหล่อนรู้จักกับครอบครัวของภคกรดี
“ไม่ใช่ค่ะแม่ ไปกับสุดาทิพย์คะที่จริงน้ำก็ชวนนายกรเขานะคะ แต่เขาว่า เขาต้องช่วยงานพ่อ เบี้ยวไม่ได้”
“สุดาทิพย์ คนที่หน้าคม ๆ เงียบ ๆแล้วก็ดูเรียบร้อย คนที่เคยมาบ้านเราตอนงานวันเกิดน้ำเหรอ ลูก”
“ค่ะแม่”
“เพื่อนสนิทน้ำเหรอแม่เห็นเขามาบ้านเราแค่ครั้งสองครั้งเอง ไม่เหมือนภคกร”
“สุดาทิพย์เขาต้องทำงานพิเศษ่เย็นหลังเลิกเรียนนะคะแม่เขาไม่ค่อยมีเวลา”
ถ้าต้องทำงานพิเศษแสดงว่าฐานะทางบ้านคงไม่ดีเท่าไหร่แสดงว่าน้ำใสไม่เลือกคบคนที่ฐานะ นฤมลดีใจที่ลูกสาวเป็คนไม่แบ่งชั้นวรรณะ
“ไปกันกี่คนหล่ะลูก มีคนอื่นไปด้วยมั๊ย”
“สองคนค่ะแม่ น้ำกับสุดาทิพย์น้ำอยากไปพักผ่อนค่ะไม่อยากวุ่นวาย”
“จะไปที่ไหนวันไหนก็บอกแม่ด้วยแล้วกัน”
“ค่ะแม่ ถ้างั้นน้ำขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะเหนียวตัวจังอยากอาบน้ำ” น้ำใสหยิบกระเป๋ากับหนังสือที่วางบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน
“จ๊ะ” นฤมลยิ้มให้ลูกสาวแล้วหันมาสนใจเครื่องเพชรตรงหน้าต่อ
+++++++++++++++++++++++++