6 มุมหนึ่งของหัวใจ
“เฮ้อ!! กว่าจะไล่อีตาหนังหนากลับบ้านได้เหนื่อยเลยเรา” เฌอเอมบ่นพึมพำพลางยกมือปาดเหงื่อบนขมับรีบปิดประตูรั้วหน้าบ้านด้วยกลัวว่าคนที่จากไปจะย้อนกลับมาใหม่อีกครั้งก่อนหันหลังสาวเท้าเดินกลับเข้าบ้านอย่างโล่งอกเมื่อไม่มีเงาของเจสันย้อนกลับมาแต่หูกลับได้ยินเสียงบางอย่างซึ่งเรียกความสนใจให้เหลียวไปมองแล้วดวงหน้าผุดผาดก็แดงสลับขาวซีดเมื่อเห็นคนที่เดินมา
“พี่น้ำผึ้ง!” ร้องเรียกเสียงดังและคลี่ปากยิ้มจืดเจื่อนเพราะความผิดที่เกาะกุมใจจนเกิดความกลัว ทว่า...มีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติเป็อะไรนะหรือ...เฌอเอมร้องครางในลำคอ เมื่อเห็นท่าทางเดินคล้ายคนหมดเรี่ยวแรงของสายน้ำผึ้งอย่างกับคนไปรบทับจับศึกมาอย่างนั้นแหละ
“ว้าย!! เกิดอะไรขึ้นคะพี่น้ำผึ้งทำไมเป็อย่างนี้ แล้วนี่พี่กลับมายังไงคะ” เอ่ยถามเสียงแหลมตื่นตระหนก พร้อมกับความสงสัยที่ทวีขึ้นด้วยเธอกลับบ้านก็เจอรถอีกฝ่ายจอดอยู่ในบ้านแต่เมื่อมองหากลับไม่เห็นสายน้ำผึ้งอยู่ในบ้านเลย เฌอเอมรีบตรงเข้าไปประคองคนร่างสูงที่เดินราวกับไม่ได้ยินคำถามของเธอเพราะสภาพคล้ายคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผิดกับสาวมั่นคนเก่งคนเดิมที่เธอเคยเห็นเคยััมาก่อน
“พี่น้ำผึ้ง เกิดอะไรขึ้นคะใครทำอะไรพี่” เอ่ยถามอย่าง้าคำตอบอีกครั้งด้วยแม้เข้ามาในบ้านและเธอดึงเอาแฟ้มเอกสารที่อีกฝ่ายกอดไว้แน่นราวกับ้ายึดเอาไว้กันอะไรสักอย่างลงบนโต๊ะไม้แต่สายน้ำผึ้งก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว อีกทั้งเสื้อผ้าที่อยู่บนกายก็ไม่ใช่ชุดที่ใส่ออกไปเมื่อเช้าผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็ทรง ใบหน้าแดงระเรื่อ กลีบปากอิ่มนุ่มบวมเจ่อราวกับไปเดินชนอะไรเอ๊ะ...ไม่ใช่นะ คล้ายถูกกดทับและบดคลึงอย่างรุนแรง
อย่างกับสายน้ำผึ้งไปเจอเื่ร้ายแรงมาประมาณว่าถูก...ไม่หรอก คนเก่งเอาตัวรอในสังคมเมืองใหญ่มานานหลายปีอย่างนี้คงไม่พลาดท่าเสียที่ให้ใครทำร้ายอย่างที่เธอคิดหรอกแต่...คิ้วโก่งได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากัน เมื่อเช้าบอกไปพบลูกค้านี่น่าคงไม่ใช่ถูกลูกค้า... เฌอเอมสะบัดหน้าขวับไปหาสายน้ำผึ้งอย่างเร็วรี่แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามมีสิ่งใดเกิดขึ้นอีกฝ่ายก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“พี่ไม่เป็ไรหรอกเอม”ตอบกลับเสียงเบาเมื่อเรียกสติตัวเองกลับคืนมาได้ แต่เพราะอาการเหนื่อยใจจนต้องเอนกายอิงแอบร่างนุ่มนิ่มใกล้ๆยกแขนโอบรอบกายกลมกลึง ที่ยังไงก็ผ่อนคลายความหนาวเหน็บในทรวงไม่ได้
“แค่วันนี้ต้องรบรากับเื่บ้าๆมากไปหน่อย มันก็เลยเหนื่อย เพลียและหมดแรงเท่านั้นเอง”เอ่ยบอกคนอยากรู้เสียงเบาหวิว เพลียจนหมดเรี่ยวแรง อยากอยู่เงียบๆและคิดอะไรกับปมเชือกที่ขมวดเข้าหากันจนจับต้นชนปลายไม่ถูกให้คลายออกแล้วเมื่อเริ่มต้นคิด สมองก็คิดและคิดจน...คล้ายในสมองมีเสียงนกขุนทองแผดร้องดังลั่นสลับจิกปากลงบนแท่งเหล็กดังโปกถี่รัวเร็วเสียดแทงทุกจังหวะการหายใจเข้าออก
โอ๊ย...ปวดหัวจัง! สายน้ำผึ้งร้องครางในลำคอ เมื่ออาการปวดศีรษะริ้วๆพุ่งลิ่วขึ้นมาพร้อมความปั่นป่วนในท้อง ปลายมือปลายเท้าเย็นจัดและสั่นเทาอย่างรุนแรงคล้ายยืนอยู่บนูเาสูงมีลมกระโชกแรง เหงื่อผุดไหลออกมาตาร่องรูขุมขนเหมือนข้าวของที่เคยกินมาพาขึ้นชวนคลื่นไส้
วันนี้เธอเจอเื่ร้ายแรงจนสติที่มีขาดผึงอย่างไม่เคยเป็มาก่อนทว่าเมื่อมีปัญหาก็ใช่ว่าจะร้างทางออกเสียหน่อย ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ ขอเพียงแค่ใจเย็นๆและมีสติเท่านั้น แม้พยายามคิดอย่างนั้น ทว่า...
“พี่น้ำผึ้ง ปวดหัวใช่ไหมคะ”
“เปล่า พี่ไม่ได้เป็อะไร”หมดแรงได้แต่ไม่ควรอ่อนแอ ขบกัดฟันจนแก้มนุ่มนูนขึ้นสันจิกปลายเล็บในฝ่ามือเย็นจัดราวกับ้าให้ความเ็ปช่วยดึงรั้งอาการที่เป็อยู่ออกไปทว่า...ไม่ไหวแล้ว ปวดหัวจน...สายน้ำผึ้งยกมือขึ้นทาบขมับ อึดอัดหายใจไม่ค่อยออกปวดศีรษะราวกับจะแตกเป็เสี่ยงๆ
“ขอโทษนะเอมที่พี่ไม่ได้ไปรับเอมวันนี้” อยากถามต่อ เฌอเอมกลับกับใคร พาใครมาที่บ้านหรือเปล่าแต่อาการที่เป็อยู่ทำให้พูดไม่ออก
“ไม่เป็ไรค่ะ พี่น้ำผึ้งไม่ต้องกังวลเลยนะคะรีบไปอาบน้ำพักผ่อนดีกว่า เดี๋ยวเอมจะไปทำอะไรอุ่นๆ ให้ทานก่อนทานยานอนนะคะ”
“ไม่เป็ไร พี่ไม่หิวเหนื่อยและร้อน อยากอาบน้ำนอนมากกว่า” ไม่มีกะจิตกะใจจะไปกินอะไรทั้งนั้นแหละตอนนี้ขอหลบเข้ามุม เรียกพละกำลังที่สูญเสียไปกลับมา เพื่อพรุ่งนี้ตื่นมาเป็สายน้ำผึ้งคนเก่าที่พร้อมสู้ชนทุกปัญหาไม่ว่ายากเย็นและร้ายแรงแค่ไหน
“ไม่ค่ะ” เฌอเอมตอบกลับเสียงดังปกติเธอยอมได้หมด ยกเว้น่เวลานี้ “พี่น้ำผึ้งป่วยอยู่นะคะ ห้ามดื้อค่ะ”คนตัวเล็กกว่าขึ้นเสียงสูง รีบสอดแขนรัดรอบกายสายน้ำผึ้งพาไปห้องนอน
บ้านหลังนี้มีทั้งหมดสี่ห้องด้วยกันจากห้องรับแขกซึ่งมีเครื่องเรือนคือตู้โชว์สองใบตู้วางทีวีอีกหนึ่งกับโซฟาบุนวมและเก้าอี้ม้าโยกอีกหนึ่งตัวถัดไปเป็ทางเดินมีห้องนอนสองห้องอยู่ตรงข้ามกัน ห้องเล็กเป็ของเธอห้องใหญ่เป็ของสายน้ำผึ้ง ทั้งสองห้องมีห้องน้ำในตัวและยังมีห้องน้ำอีกห้องอยู่ติดกับห้องครัวด้านหลังเป็ลานดินกว้างที่ตอนสายน้ำผึ้งอยู่คนเดียวก็ปล่อยให้รกร้างอยู่แต่เมื่อเธอมาอยู่ก็ริเริ่มปลูกผักหญ้าปราศจากยาฆ่าแมลงไว้เก็บกิน
มาเห็นครั้งแรกเธอใบ้านหลังไม่ใหญ่แต่กว้างขวาง มีสนามหญ้าหน้าบ้านและที่จอดรถอีก ราคาค่าเช่าคงแพงน่าดูไม่น่าจะใช่คนเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ อย่างสายน้ำผึ้งจะผ่อนพร้อมรถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่อีกคันได้แต่พี่สาวคนนี้กลับพูดกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ถือว่าได้อาศัยอยู่บ้านสวยๆฟรีก็ได้ เสียแค่ว่าต้องดูแลรักษาให้ดีเท่านั้นเอง
เล่นเอาเธอสงสัยจนหัวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากัน แล้วก็เป็อีกฝ่ายที่ยื่นมือมานวดให้พร้อมเอ่ยเล่าเื่ให้ฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทั้งที่คงมองออกว่าเธอนั้นคิดไปในทางไม่ดี
‘บ้านหลังนี้เป็ของเพื่อนซึ่งย้ายตามครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศ แต่เสียดายไม่อยากขายด้วยว่าเป็บ้านซึ่งตกทอดมาจากพ่อแม่ แล้วการมีคนที่รู้จักมาดูแลบ้านให้ก็ดีกว่าปล่อยให้รกร้างหรือให้ใครก็ไม่รู้เช่าอยู่ อีกอย่างเวลาที่กลับมาเมืองไทยจะได้มีที่พักไม่ต้องไปเช่าโรงแรมอยู่ให้เปลืองเงินด้วย’
“ขอโทษนะคะพี่น้ำผึ้งที่เอม...เอ่อ...”
“ไม่เป็ไรหรอก พี่ชินแล้ว”ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย อย่างไม่ถือโทษโกรธเคืองเฌอเอมจริงๆ ที่คิดไปในแง่ร้ายก็บ้านเธอไม่ได้ร่ำรวยมีกินมีใช้สิบชาติไม่หมดนี่น่าเป็เพียงแค่ชาวนาชาวสวนธรรมดา ที่มีโอกาสได้มาเล่าเรียนและทำงานในเมืองใหญ่หน้าที่การงานและการเงินพอเลี้ยงตัวเองพร้อมกับเหลือเก็บเล็กน้อยไอ้ที่จะเช่าบ้านหลังหนึ่งสี่ห้าห้อง มีสนามหญ้ากว้างขวางในเมืองที่ขึ้นชื่อเื่ความแพงของที่ดินอย่างนี้ย่อมทำให้คนคิดไปในแง่ไม่ดีได้อยู่แล้ว
“พี่น้ำผึ้งอาบน้ำก่อนนะคะเดี๋ยวเอมจะไปทำอะไรอุ่นๆ มาให้ทาน”
สายน้ำผึ้งไม่สนใจเสียงหวานๆที่สั่งความด้วยความเป็ห่วง “ไมล่ะ พี่ไม่หิว กินอะไรไม่ลงจริงๆ เอมไปอาบน้ำนอนเถอะพี่จะอาบน้ำนอนเหมือนกัน” ได้แช่น้ำเย็นๆ และสระผมด้วยคงทำให้สมองโล่งปลอดโปร่งขึ้น ไอ้อาการคล้ายลิ่มเหล็กแหลมคมๆตอกลงบนสมองและเหนือหัวคิ้วคงจะลดน้อยลงไปเยอะอยู่
“ถ้าไม่ทานอะไรรองท้องแล้วทานยาอาการปวดหัวจะหายหรือคะ” จำได้ว่าสายน้ำผึ้งบ่นเสมอ ปวดหัวแบบนี้ทีไรถ้าไม่กินยานอนก็จะไม่หาย แต่คราวนี้กลับเลือกปฏิเสธทุกอย่าง มันเกิดอะไรขึ้นใครทำอะไรพี่สาวคนเก่งของเธอ
“พี่อยากอาบน้ำพักผ่อนเอมออกไปเถอะ”
บทจะดื้อสายน้ำผึ้งก็รั้นหัวชนฝาเชียวแหละมีหนทางเดียวคือไปทำแล้วเอามายื่นตรงหน้าเท่านั้น คิดได้อย่างนั้นเฌอเอมก็รีบหันหลังออกจากห้อง
“เดี๋ยวเอม”
“มีอะไรคะ” หันกลับมาพร้อมด้วยเครื่องหมายคำถามที่แปะติดบนดวงหน้า ศีรษะทุยเอียงเล็กน้อยในใจไหววูบขึ้นมา เพราะตัวเองมีความผิดเป็ชนักติดหลังอยู่
“ทำงานวันแรกเป็ยังไงบ้าง ทำได้ไหมแล้วมีอะไรทำให้หนักใจบ้างหรือเปล่า”
แอบผ่อนลมหายใจออกจากปอดอย่างโล่งอกเพราะคิดว่าสายน้ำผึ้งจะเอ่ยถาม เธอพาใครมาที่บ้านหรือเปล่า“หนักกว่านี้เอมก็เคยมาแล้ว แค่นี้นะจิ๊บๆ ค่ะ” ตอบกลับน้ำเสียงรื่นเริงฉีกยิ้มกว้าง ั์ตากลมใสพร่างพราวระยับราวกับแสงแห่งดวงตะวันที่สะท้อนพื้นน้ำยามเที่ยงวัน“ส่วนไอ้ที่ว่ามีใครทำให้หนักใจบ้างหรือเปล่า...” ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย
“เราเด็กใหม่คล้ายเด็กฝากกลายๆถ้ามีแต่คนชอบซิคะ ถึงจะเป็เื่แปลก แต่ไม่ต้องห่วงค่ะพี่สาว หนูเอมรับมือไหว”ยกมือชูสองนิ้ว บอกว่าเธอสู้ไหวจริงๆ งานสมัยนี้หายากจะตายไป เธอเป็เด็กเพิ่งจบใหม่อย่างนี้อีกกว่าจะหาได้คงเดินกันส้นรองเท้าสึกล่ะ
“อือ...ได้ยินอย่างนี้พี่ก็สบายใจพี่ไม่ได้ไปรับ เรากลับยังไงล่ะ” ไม่้าให้มีอะไรติดค้างอยู่ในใจกลัวเป็เหตุให้คิดมากจนนอนไม่หลับเพิ่มขึ้นมาอีกเหตุผลหนึ่ง
เฌอเอมสะดุ้ง อุตส่าห์คิดว่ารอดตัวแล้วเชียวขนาดเหม่อๆ นะสายน้ำผึ้งยังตาไวชะมัดเลย “เอ่อ...” เล่นเอาเธอหาคำตอบไม่ทันได้แต่ฉีกปากยิ้มแหยๆ “กลับกับเพื่อนค่ะ”เพื่อนตัวยุ่งที่เธอพยายามกำจัดแทบตายก็ไม่ได้ จนต้องบอกว่าทำงานมาเหนื่อยร้อนอยากพักผ่อน ถ้าไม่ยอมกลับอีกก็...จะร้องไห้โฮ นั่นแหละอีกฝ่ายถึงได้ถอยกลับไปแต่ไม่วายทิ้งคำพูดที่ทำให้เธอสะดุ้งเพราะเบื่อหน่ายกับความเอาแต่ใจของหมีขาวขั้วโลกเหนือ
“ที่พี่ถามไม่ได้คิดจะก้าวก่ายเื่ส่วนตัวนะแต่พี่เห็นห่วง กลัวเราเจอคนไม่จริงใจ ทำอะไรก็ระวังตัวด้วย คนสมัยนี้ไว้ใจกันยากอย่าไว้ใจคนอื่นมากเกินไป เดี๋ยวจะจนใจเอง”
“ขอบคุณค่ะ เอมจะจำไว้”เฌอเอมตอบกลับแล้วรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องสายน้ำผึ้ง ก่อนถูกซักจนมุมยอมเอ่ยปากเล่าความจริงให้อีกฝ่ายฝัง ปากอิ่มขบกัดเข้าหากัน เพราะเจสันแท้ๆ เลยทำให้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างนี้ ก่อนกลับยังพูดคล้ายจะมารับมาส่งเสียอีกชิ...นึกว่าเธอยอมหรือไง คอยดูนะ เสนอหน้ามาอีกเมื่อไหร่จะหาคำพูดแสบคันปวดร้อนไว้รอต้อนรับให้หน้าหงายเงิบไปเลย
ลับร่างเล็กสายน้ำผึ้งก็รีบเดินไปคว้าเอาผ้าขนหนูมาพันกายและปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มโยนลงตะกร้าผ้าเดินลิ่วเข้าห้องน้ำ ให้สายน้ำเย็นๆ ราดรดร่างสองมือลูบไล้ถูไถไปทุกแห่งบนเรือนกาย เพื่อลบร่องรอยที่ไอ้ผู้ชายบ้าๆทำเอาไว้ให้หมดสิ้น แต่ล้างเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกถึงกลิ่นคราบปากหนาและมือใหญ่ที่ยังคงติดอยู่บนกายและฝังลงไปในความรู้สึกจนยากจะถอน
“บ้าที่สุด”มือเล็กกำหมัดทุบไปบนพื้นเย็นๆ ปล่อยน้ำตาร่วงหล่นไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บแค้นใจขบกัดฟันจนแก้มตอบนูนขึ้นสัน ั์ตากลมโตเป็ประกายกร้าวแข็งอย่าให้ต้องเจอะเจอกันอีกนะ เธอจะเอาคืนให้สาสมแล้วจะเอากำปั้นยัดปากไอ้บ้านั่นให้ได้ด้วย