ท่านยายได้พาเสี่ยวเทียนกับเสี่ยวหลิงมา กินอาหารแสนอร่อย เสี่ยวหลิงก็กินอย่างไม่คิดชีวิต
“หลิงน้อย ค่อยๆ กิน ระวังจะติดคอ” เสี่ยวเทียนคอยปรามน้องสาวไม่ให้กินเร็วเกินไป ส่วนตัวของเขานั้น จะค่อยๆ กินทีละน้อย เพราะ ่ที่เขาจำความได้ตอนที่แม่ไม่สบาย กว่าที่เขาจะได้เงินมาซื้อซาลาเปา มาให้แม่กิน นั้นมันยากลำบากแค่ไหน ดังนั้น การกินอาหารของเสี่ยวเทียน ทำให้เขานึกถึงความยากลำบากในการเก็บฟืนจนกว่าจะได้เงินมาซื้อซาลาเปากิน ไม่ว่าอาหารจะอร่อยแค่ไหน เขาก็จะไม่กินมากเกินไป จะกินเพียงแต่พอดีเท่านั้น ทำให้ ท่านยายฉือหลิน สงสัยยิ่งนัก
“ เสี่ยวเทียน ทำไมเ้ากินน้อยขนาดนี้ล่ะ ยังมีอีกเยอะนะ”
“ อิ่มแล้วขอรับ” เสี่ยวเทียนตอบออกไปแล้วมองน้องสาวที่ยังกินไม่หยุด
“ หลิงน้อย กินมากไประวังจะปวดท้องอีกนะ” เสี่ยวเทียนเตือนเสี่ยวหลิง พอเสี่ยวหลิงนึกขึ้นมาได้ ก็หยุดกินทันที
“ หลิงน้อยกลัวปวดท้อง หลิงน้อยไม่กินอีกแล้ว” เสี่ยวเทียนใช้ชายเสื้อที่แขน เช็คคราบมันที่ปากให้กับเสี่ยวหลิง ท่านยายเห็นแล้วก็อดยิ้มไปด้วยไม่ได้
“ เสี่ยวเทียน ตอนอยู่กับแม่เ้า เขาสอนหนังสือให้เ้าบ้างแล้วใช่ไหม”
“ ขอรับ”
“ ดีแล้ว ที่นี่เรามีอาจารย์มาสอนหนังสือ กับ วิชาการต่อสู้ ให้กับลูกหลานตระกูลจาง ดังนั้นก่อนที่เ้าไปศึกษาต่อที่สำนักยุทธ์ที่อื่น ต้องศึกษาวิชาทั้งสองในตระกูลเสียก่อน พรุ่งนี้ ยายจะให้เ้าเรียนหนังสือ ตอนเช้า ส่วนตอนบ่าย ก็ไปฝึกยุทธ์กับพวกรุ่นพี่ ของเ้า เตรียมตัวไว้ล่ะ”
เสี่ยวเทียนรับทราบ แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่จะได้เรียนหนังสือ กับ เรียนวิธีการต่อสู้แล้ว
“ นี่เ้าจะดีใจอะไรนักหนา แค่วิชาพื้นๆ เท่านั้น” ลู่เอินเอ่ยขึ้นมาคล้ายดูถูก
“ พี่ลู่เอิน ข้าไม่เคยเรียนหนังสือกับคนอื่นมาก่อนเลย มีแต่ท่านแม่สอนเท่านั้น ก็ต้องตื่นเต้นดีใจซิ ยิ่งได้เรียนวิชาการต่อสู้ด้วย ข้าก็ต้องดีใจเป็ของธรรมดา ท่านเป็ หยก ท่านไม่รู้อะไรหรอก”
“ เฮอะ ไอ้หนู รู้จักข้าน้อยไปเสียแล้ว หากเ้าคำนับเป็ศิษย์ของข้า ตำแหน่งราชันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ”
“ ขี้โม้จริงๆเลย นอนเถอะ พรุ่งนี้ข้าต้องไปเรียนแต่เช้า”
“ เฮ้ย นี่ข้าพูดจริงๆ นะ เอ.. แล้วข้าจะสอนอะไรเขาดี ขนาดชื่อของข้า ยังจำไม่ได้เลย !!” ลู่เอินเอ่ยกับตนเองด้วยความงุนงง เช่นกัน
จวนแม่ทัพรักษาเมืองฉางอัน
“ เรียนแม่ทัพ เวลานี้มีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย กระจายตัวเข้ามาเกือบ ร้อยคน มันแฝงตัวเข้าในย่านการค้า แต่ที่พวกเราสืบทราบ พวกมันน่าจะมาจากดินแดนพิภพอื่นอย่างแน่นอน พวกมันส่งคนไปด้อม ๆ มองๆ ที่บ้านตระกูลจางหลายคน
คาดว่าไม่เกิน สองสามวันนี้ พวกมันคงลงมืออย่างแน่นอน” สายสืบรายงาน
“ ปล่อยให้พวกมันลงมือ พวกเ้าเฝ้าดูต่อไป หากมันลงมือเมื่อไร ให้ปิดประตูเมืองทันที ห้ามใครออกนอกเมืองเด็ดขาด” แม่ทัพอู๋เลี่ยงสั่งการแบบนี้คล้ายจะปล่อยให้ตระกูลจาง เผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง
ณ ตลาดการค้าที่ใหญ่ที่สุดในฉางอัน
“ สืบทราบแล้วขอรับ ท่านกงกง ใช้ความแค้นส่วนตัว คิดสังหารสองคนแม่ลูก แต่ว่าถูกทางการจับตัวไป รุ่งเช้าก็กลายเป็ศพ พวกเราไปตรวจดูศพแล้ว ถูกหักคอตาย คาดว่าเป็ฝีมือ แม่ทัพอู๋เลี่ยง พวกมันคงรู้แล้ว ว่าพวกเราจะมาที่นี่ จะทำอย่างไรดีขอรับ” สายสืบ ทางแดนพิภพที่สาม หูตากว้างขวางจริง ๆ
“ พรุ่งรอกำลังพวกเรามาเสริมอีก 100 คน แล้วพวกราจะบุกเข้าไปชิงตัวสามคนแม่ลูกกลับแดน พิภพชั้น สามให้ได้ แม้ตายก็ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ” หัวหน้าทีมเอ่ยอย่างหนักแน่น สมแล้วที่เป็ผู้นำของทุกคน
เช้าวันนี้ เสี่ยวเทียนได้มาเรียนการอ่านหนังสือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ต่าง ๆ เสี่ยวเทียนตั้งใจเรียนมาก เขาไม่เคยได้เรียนรู้ เช่นนี้มาก่อน โดยที่มีบุตรหลานตระกูลจางมาเรียนกันหลายสิบคน โดยที่เสี่ยวเทียนนั้นอายุจะน้อยที่สุด
“ เสี่ยวเทียน ข้าชื่อ ต้าเกิน เป็พี่ใหญ่ ในรุ่น 4 หากเ้ามีปัญหากับใครบอกข้าได้ข้าจะดูแลเ้าเอง” ต้าเกิน อายุ 12 ปีแล้วตัวใหญ่ที่สุดเห็นเสี่ยวเทียนตัวน้อยที่สุด
แล้วถูกชะตาเลยแสดงน้ำใจออกมา
“ ของคุณพี่ ต้าเกิน ข้าคงไม่กล้าไปมีเื่อะไรกับใครเขาหรอก ตัวข้าเล็กขนาดนี้ แค่ผลักเบาๆ ข้าก็ปลิวแล้ว”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องกลัว เวลาเรียนวิชาการต่อสู้ เ้าอาจเจอพวกมันเล่นแรง ยังไงข้าจะปกป้องเ้าเอง”
“ ในตระกูลจางมีแบ่งพรรคแบ่งพวกกันด้วยรึ”
“ ก็มี พวกมันถือว่าเป็ลูกลุงใหญ่ ผู้นำตระกูลคนต่อไป เลยชอบข่มแหงรังแกคนอ่อนแอกว่า ยังไงเ้าก็ต้องระวังเอาไว้” ต้าเกิน เอ่ยเตือน พอถึงเวลาเข้าเรียนวิชาการต่อสู้ มีอาจารย์ที่เป็รองหัวหน้าถงเปี้ยน เป็ฝ่ายดูแลความปลอดภัยของตระกูลจางมาเป็อาจารย์ แนะนำสั่งสอนให้กับ บุตรหลาน ตระกูลจางทั้งหมด
“ วันนี้ พวกเรามีสมาชิกใหม่เพิ่มมาหนึ่งคน เสี่ยวเทียนออกมา ด้านหน้าหน่อย”
เสี่ยวเทียนเดินออกไปตามที่อาจารย์ถงเปี้ยนเรียก
“ จางหนิว ออกมา เสี่ยวเทียน เ้าชก จางหนิว สิบหมัด แล้วให้จางหนิว ชกเ้าหมัดเดียว” อาจารย์ถงเปี้ยนเอ่ยเสียงดัง แต่ว่าต้าเกินไม่เห็นด้วยรีบค้านว่า
"อาจารย์ เขาไม่เคยฝึกปราณ เขาจะต่อยจางหนิวได้อย่างไร แล้วตัวเขาก็เล็กขนาดนี้จะทนแรงหมัด ของ จางหนิวไม่ไหวนะ”
“ นี่เ้าเป็อาจารย์หรือว่าข้าเป็กันแน่ ลูกผู้ชายที่เชื้อสายตระกูลจาง เคยเป็ใหญ่ครองแผ่นฮั่น มาหลายร้อยปี เพราะอะไร เพราะว่าเขามีความกล้าหาญ ไม่ย่อท้อ ต่ออุปสรรค การฝึกยุทธ์นั้นก่อนที่จะทำร้ายคู่ต่อสู้ให้เจ็บได้ ต้องรู้จักอดทนต่อการ ถูกทำร้ายด้วยเช่นกัน เสี่ยวเทียน เ้ากลัวหมัดของจางหนิวไหม ถ้ากลัวก็กลับไปยืนที่เดิม ข้าจะไม่ทดสอบเ้าอีกต่อไป
“ ข้าไม่กลัว ข้าจะสู้” เสี่ยวเทียนตัวเล็ก สูงไม่ถึงหน้าอกของจางหนิว ที่อายุ 12 ปี แต่ร่างกายเหมือนชายหนุ่มที่อายุ 15-16 ปีแล้ว
“ เสี่ยวเทียน ข้าให้เ้าชกก่อน ไม่ต้องห่วง ข้าจะปล่อยพลังหมัดใส่เ้าแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น” จางหนิวเอ่ยแล้วก็อมยิ้มเหมือนกับว่า แค่ครึ่งเดียว ก็สามารถอัด เสี่ยวเทียนให้หยอดน้ำข้าวต้มได้ สามวันเลย
“ ต่อยที่ชายกระดูกซี่โครงด้านขวาของมัน” เสียงของลู่เอินเอ่ยใส่หูของเสี่ยวเทียน
“ เริ่มชกได้” อาจารย์ถงเปี้ยนประกาศเสียงดัง เสี่ยวเทียนเดินไปรอบ ๆ แล้วยกมือขวาเตรียมที่จะชก แล้วมองหาตำแหน่ง ชายกระดูซี่โครงด้านขวาตามที่ลู่เอินบอกเอาไว้ พอจับพิกัดได้ ก็ง้างหมัดพุ่งเข้าใส่ทันที ทุกคนเห็นเช่นนี้ ก็ต่างหัวเราะกันทุกคน แม้แต่ จางหนิว ก็ยกมือออกให้เสี่ยวเทียนปล่อยหมัดแทงมาตรงๆ ได้ตามสบาย พอหมัดที่เสี่ยวเทียน กระแทกเข้าที่ชายโครงของ จางหนิว
เส้นเืที่อยู่แถวนั้น เป็จุดที่มันจะต้องเข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจ แต่พอถูกกระแทกเลยทำให้มันไม่ไหลเข้าหัวใจ กลับไหลย้อนออกมา ชั่วคราว ทำให้จางหนิว ถึงกับช็อคหมดสติ ไปเลย
“ พี่ลู่เอิน เขาจะตายไหมเนี่ย”
“ นับหนึ่งถึง ยี่สิบแล้วมันก็ฟื้นมาเองแหละ” แล้วก็เป็จริงอย่างที่ลู่เอินว่าไว้ พอเืลมที่ตีกลับกลายสภาพมาเป็ปกติ ร่างกายของของจางหนิว กลับมาเป็ปกติอีกครั้ง ทุกคนเลยโล่งใจ เสี่ยวเทียน ขยับเต้นไปรอบ ๆ หมายจะชกอีก 9 หมัดที่เหลือ ส่วน จางหนิว เริ่มกังวลใจว่า ตนเองจะวูบไปอีก
“ ไหวไหม จางหนิว” อาจารย์หันมาถามเห็น จางหนิวสายตาเริ่มกังวล แต่พอเห็นเพื่อนมองมา ก็เริ่มมีกำลังใจขึ้นมาอีก
“ มาเลย เสี่ยวเทียน” จางหนิวเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจแล้ว เสี่ยวเทียนก็เดินไปรอบ ๆ เหมือนเดิน แล้วพุ่งเข้าชกตรงด้านหลังใกล้กับเอว ร่างของจางหนิวสะดุ้งโหยง แล้วค่อยๆ อ่อนแรงตาลอย ลงไปนอนแผ่หรากับพื้นอีกครั้ง แม้จะรู้สึกตัว แต่ก็แขนขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เพราะเสี่ยวเทียนกระแทกเข้าไปโดนไต ทำให้ร่างกายเลยปวกเปียกหมดแรงไปในทันที อาจารย์รีบเข้ามาดูอาการอีกรอบ แล้วช่วยปฐมพยาบาลกันสักพัก ร่างของจางหนิว ก็กลับมาเป็เหมือนเดิม
คราวนี้ กำลังใจเสี่ยวเทียน มาเต็มที่ทำท่าชกลมไปมา แล้วเดินไปรอบ ๆ อีก แต่จางหนิวเวลานี้ แค่เสี่ยวเทียนขยับตัว ก็สะดุ้งแล้ว เสี่ยวเทียนเดินวนแค่รอบเดียว
จางหนิวก็ยกมือไม่เอาแล้ว เริ่มขวัญเสีย ไม่กล้าให้เสี่ยวเทียนต่อยอีกแล้ว
อาจารย์ถงเปี้ยน ส่ายหน้าไม่พอใจยิ่งนัก อุตส่าห์ตั้งใจจะสอนเด็กใหม่ ให้หวาดกลัว แต่กลับเป็ ศิษย์เอกของเขากับหวาดกลัวเสียเอง
“ เอาละ วันนี้ อาจารย์จะให้พวกเ้าฝึกซ้อมร่างกาย โดยให้ทั้งสองฝ่าย ผลัดกันชกกันคนละหมัด พวกเ้าจับคู่กันเองก็แล้วกัน เสี่ยวเทียน ถูกชายผู้หนึ่งซึ่งตัวใหญ่กว่า เข้ามากอดคอล็อคเอาไว้แน่น
“ ข้าจางชง จะเป็คู่ซ้อมให้เ้าเอง” จางชงนั้นเป็บุตรชายคนโตของ ลุงใหญ่ผู้ที่จะได้เป็ผู้นำตระกูลจางต่อไป ตัวใหญ่พอๆ กับจางหนิว แต่มีทักษะการต่อสู้ดีกว่ามากนัก ถึงแม้อายุเพียง 12 ปี แต่ก็เคยล้มคู่ต่อสู้อายุ 20 ปีมาแล้ว จางชงนั้นเป็ลูกพี่ของ จางหนิว จึงคิดจะสั่งสอนเสี่ยวเทียน ให้หวาดกลัว
“ เอาไงดี พี่ลู่เอิน ดูแล้วมันคงอยากจะอัดข้าให้จมดินแน่ๆ เลย” เสี่ยวเทียนดิ้นสะบัดหลุดออกมาได้ แล้วถอยหลังไปตั้งหลัก
“ ต่อยมันก่อน หากขืนให้มันต่อยเ้าได้ เ้าได้ไปนอนหยอดข้าวต้มแน่ๆ” ลู่เอินกล่าว
“ ได้ ข้าจะต่อยมันก่อน แต่ว่าต่อยมันตรงไหนดีล่ะ”
“ ต่อยขั้วหัวใจมัน อยู่ตรงสันซี่โครงด้านซ้าย ตรงนั้นมีเืดำอยู่ ต่อยหรือแค่จี้จุดมันก็จะสลบไปเป็วันเลย นี่เ้ารู้ตำแหน่งไหมเนี่ย”
“ แล้วมันอยู่ตรงไหนสันซี่โครงด้ายซ้ายเนี่ย” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างร้อนรน
“ เฮ้ ! เสี่ยวเทียน ข้าจะต่อยเ้าก่อนก็แล้วกัน” จางชงกล่าวอย่างรู้ทันเสี่ยวเทียน
“ ไม่ได้ข้าต้อง ต่อยก่อนซิ”
“ เ้า ต่อยจางหนิวก่อนไปแล้ว คราวนี้ข้าต้องต่อยเ้าก่อน”
“ งั้นข้าไม่ฝึกแล้ว” เสี่ยวเทียนเดินหนีห่างทันที
“ ก็ได้ ข้าให้เ้าต่อยก่อน แต่ห้ามต่อยข้างหลัง ต้องต่อยข้างหน้าเท่านั้น” จางชงก็เกิดความกลัวขึ้นมาเหมือนกัน
“ ตกลง ข้าจะต่อย ด้านหน้าเ้าเลย” เสี่ยวเทียนยิ้มอย่างมั่นใจ เพราะรู้แล้วว่าสันซี่โครงด้านซ้ายอยู่ตรงไหน จึงวิ่งเข้าไปกระแทกหมัดใส่สันซี่โครงด้านซ้ายทันที ตุบ !!
ร่างของจางชงนิ่งเฉยไม่รู้สึกอะไรเลย
“ ไอ้เด็กโง่เอ๋ย ซี่โครงข้างซ้ายของมัน ไม่ใช่ด้านซ้ายของเ้า ขั้วหัวใจมันอยู่ด้านซ้าย เ้าไปต่อยด้านขวา มันจะไปรู้สึกได้อย่างไร”
“ ซวยละซิ ทีนี้เอาไงดีล่ะ” เสี่ยวเทียนเริ่มกลัวเหมือนกัน เห็นจางชง เดินเอาหมัดชกกับ หมัดตนเองเสียงดัง ตุ๊บ ๆ จางชงง้างหมัดกำลังจะชก เสี่ยวเทียนร้องออกมาเสียงหลง
“ หยุดก่อน”
“ มีอะไรอีกเล่า”
“ มีคนะโข้ามกำแพงเข้ามาบ้านเราเพียบเลย”
“ อย่ามาโกหก เ้าเด็กน้อย” จางชงไม่เชื่อ แต่ก็ต้องหันไปดู เพราะมีคนหันไปดูกันหมด ที่แท้ก็เป็ความจริง ชายชุดดำกว่าสองร้อยคน ะโข้ามกำแพงเข้ามา
นักรบของตระกูลจางก็มีนับร้อยเช่นกัน ต่างเข้าปะทะกัน จนเืสาดไปทั่วบ้าน
เสี่ยวเทียนเห็นแม่ ชักกระบี่พุ่งเข้าใส่พวกโจรชุดดำ ก็เริ่มเป็ห่วง เสี่ยวเทียนยังเห็น หลิงน้อย ยืนอยู่ใกล้กับพวกคนร้าย แล้วเอาเหรียญที่เสี่ยวเทียนให้ไว้ ยี่สิบเหรียญ ขว้างใส่พวกผู้บุกรุก อย่างตั้งใจเต็มที่ เสี่ยวเทียนรีบวิ่งเข้าไปช่วยหลิงน้อยทันที
“ หลิงน้อย ถอยออกมา”
“ ขว้างเหรียญออกไปเร็ว” ลู่เอินะโสั่ง เสี่ยวเทียนขว้างเหรียญออกไปกำมือ เหรียญ ทั้งหมดกระจายตัวออกไป ปกป้องหลิงน้อยที่กำลังจะถูก คนร้ายพุ่งเข้ามาจับร่าง แต่ถูกเหรียญพุ่งเข้าเจาะกะโหลกกระเด็นไป หลิงน้อยเห็นเช่นนั้นยังขว้างเหรียญออกไปอีก ไม่ยอมถอยห่าง จนเสี่ยวเทียนต้องเข้าไปอุ้มด้านหลัง แล้ววิ่งหนีออกมาให้ห่างจากพวกคนร้าย แต่พวกคนร้ายเหมือนกับว่า ตั้งใจมาจับเด็กทั้งสองคน ต่างกรูกันเข้ามาเป็สิบ เพื่อจะจับเป้าหมายของพวกมันให้ได้
“ เสี่ยวเทียนพาน้องหนีไป” แม่ส่งเสียงะโดังลั่น
เสี่ยวเทียนอุ้มน้องด้วยมือข้างเดียว แล้วเขวี้ยงเหรียญเงินออกไปอีก 5 เหรียญ ลู่เอินควบคุมเหรียญทั้งห้า พุ่งเข้าเจาะกะโหลก ของคนร้ายสิบคนที่วิ่งตามมาติดๆ จนตายหมดสิ้น พอเข้ามาด้านใน คนร้ายก็กรูกันเข้ามาอีกเกือบร้อยคนเพื่อเป้าหมายเดียว คือ เสี่ยวเทียนกับเสี่ยวหลิงเท่านั้น
“ เทเหรียญออกมาให้หมดถุงเลย” ลู่เอินะโสั่งอย่างเร่งด่วน เสี่ยวเทียนเหลือเหรียญเงินแค่ถุงเดียว เสียดายก็เสียดาย แต่รักษาชีวิตไว้ดีกว่า เลยโยนเหรียญที่มีเกือบร้อยเหรียญ ขว้างออกไป เหรียญเกือบร้อยเหรียญคล้ายมีชีวิต คราวนี้มันพุ่งเข้าเจาะกะโหลกคนร้าย ที่เข้ามาหาสองพี่น้องตายคาที่ ร่างคนร้ายกระจัดกระจาย เกลื่อนบ้านตระกูลจางทั่วไปหมด
สุดท้าย พวกโจรร้าย ที่บุกเข้ามาก็ตายจนหมดสิ้นไป พร้อมกับเหรียญเงินของเสี่ยวเทียนก็หมดไปด้วยเช่นกัน เสี่ยวเทียนมองไปอย่างเสียดาย อยากจะไปเอากลับมา แต่เห็นเหรียญปักเข้าไปในหัว แต่ละคนแล้ว ไม่กล้าเข้าไปหยิบ ครั้งจะไปหยิบถุงเงิน ก็กลัวคนอื่นจะว่า ขี้งก เลยได้แต่นั่งถอดถอนใจ เสียดายเงินเหรียญ ที่อุตส่าห์สะสมเอาไว้ คราวนี้ไม่เหลือแม้แต่เหรียญเดียวเลย เฮ้อ....