บทที่สี่สิบเจ็ด
คำขอโทษ
‘ซวยแล้วไอ้สิงห์’ สิงหราชเอ่ยพูดกับตัวเองในใจ ใบหน้าหล่อเหลาเจื่อนไปอย่างเห็นได้ชัด
ตั้งใจจะหนีคำด่าทอของผู้เป็นแม่เข้ามาหลบภัยในห้องนอน หากแต่สิงหราชก็ลืมคิดไป ว่าภายในห้องนอนก็ยังมีอีกภัยที่กำลังรอตัวเองอยู่ นั่นก็คือภรรยาคนสวยที่ตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งทำหน้านิ่งอยู่ปลายเตียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สิงหราชกลอกสายตาไปมาอย่างมีพิรุธ ตามประสาคนที่ยังมีความผิดติดตัวยาวเป็นหางว่าว ร่างหนายกยิ้มแก้เก้อส่งไปให้ภรรยา และพยายามปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติมากที่สุด
“เอิงคิดว่าจะกลับบ้านไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” นิรณาเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง คนตัวเล็กพยายามใช้คำพูดที่ไม่กระทบกับความรู้สึกของตัวเองมากจนเกินไป
“ทำไมล่ะครับ” สิงหราชหุบยิ้มลงในทันที ก่อนจะรีบปรี่เข้าไปหาคนตัวเล็กด้วยความตกใจ ร่างหนาทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นห้อง ดวงตาคมช้อนขึ้นมองคนรักด้วยสายตาที่เว้าวอน
คนตัวเล็กหลุบสายตาลงสบตากับสามี ดวงตากลมโตที่บอบช้ำรื้นไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง มือเล็กวางลงบนไหล่แกร่งของคนพี่ ก่อนจะลูบมันเบา ๆ ราวกับว่าจะปลอบประโลมความเจ็บช้ำที่ผ่านมาของอีกฝ่าย
นิรณากะพริบตาเพื่อไล่หยาดน้ำตา มุมปากเข้ารูปพยายามที่จะคลี่ยิ้มออกมา เพื่อให้คนตรงหน้าได้รู้สึกสบายใจ ดวงตากลมโตที่ทอดมองไปยังสามี ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกรักและหวังดีอย่างที่เคยเป็นมา
“ขอโทษนะคะพี่สิงห์” นิรณาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ขอโทษทำไม ไม่ใช่ความผิดของเอิงสักหน่อย” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไปในทันที น้ำเสียงทุ้มที่เปล่งออกไปสั่นเครือไม่ต่างกัน
ก่อนหน้านี้เป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายผลักความผิดให้กับภรรยา ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในอดีตเลยด้วยซ้ำ มองเห็นแค่ความรู้สึกของตัวเอง จนพลั้งพลาดทำสิ่งที่ผิดพลาดต่อภรรยา ผู้ซึ่งมีแต่ความรักและความหวังดีให้กับตัวเองมาโดยตลอด
สำหรับสิงหราชแล้ว ไม่เคยมีสักวันที่จะคิดสงสัยในความรักที่ภรรยามีมอบให้กับตัวเอง หากแต่กลับปล่อยให้ความเจ็บแค้น ที่ทนเก็บเอาไว้มานานเนิ่นนานหลายปี มีอิทธิพลเหนือกว่าความรู้สึกของตัวเองและคนที่รักเสียได้
คิดเพียงแต่ว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นกับผู้เป็นอา จะต้องหาคนรับผิดชอบและชดใช้ให้จนได้ ความต้องการอยากเอาชนะสิ่งที่ตัวเองยึดติดมานาน มันมีมากกว่าสติจนหลงลืมไปว่าคนที่ตัวเองกำลังจะโยนเผือกร้อนไปให้ คือคู่ชีวิตที่ต้องให้ความสำคัญและเป็นคนที่ต้องรักษาความรู้สึกมาเป็นอันดับหนึ่ง
สิงหราชยอมรับในความวู่วามและคิดน้อยของตัวเองในครั้งนี้แต่โดยดี กับการที่พยายามดึงดันจะเอาผิดเอากับคนที่ไม่ได้มีความผิด และมัวแต่จมอยู่กับความโกรธแค้นจนไม่มีสติ แม้กระทั่งจะหาข้อมูลเพิ่มเติมให้แน่ชัดเสียก่อน
จนกระทั่งได้มารับรู้ความจริงทั้งหมดเอาจากปากผู้เป็นแม่ สิงหราชถึงได้สติขึ้นมาอีกครั้ง และเข้าใจได้ว่าการกระทำของตัวเองในช่วงหลายวันที่ผ่านมานั้น มันช่างโง่งมและน่าหัวเราะเยาะขนาดไหน
ในฐานะหลานชายสิงหราชอาจจะทำมันได้ดี คือการพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะมอบความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกกระทำ หากแต่ในฐานะของสามี สิงหราชก็คือหนึ่งคนในจำนวนผู้ชายหลายคนที่ล้มเหลวในหน้าที่นี้ของตัวเอง เพราะไม่เพียงแค่รักษาความรู้สึกของภรรยาเอาไว้ไม่ได้ หากแต่กลับเป็นคนลงมือทำร้ายด้วยตัวเอง
“คำขอโทษของเอิงมันอาจจะไม่เพียงพอกับความเจ็บปวดของพี่สิงห์และครอบครัว แต่คนอย่างเอิงก็ทำได้แค่เท่านี้จริง ๆ ค่ะ” นิรณาเอ่ยพูดขึ้นสำทับ คนตัวเล็กพูดไปร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร
“เอิงเอย” สิงหราชเอ่ยเรียกชื่อของภรรยาออกมาด้วยความรู้สึกใจหาย กับท่าทางของอีกฝ่ายที่เป็นอยู่ในตอนนี้
“ฮึก ส่วนเรื่องหย่า..” คนตัวเล็กพยายามที่จะข่มใจ เอ่ยพูดเรื่องการหย่าออกไปด้วยหัวใจที่ร้าวราน
“ระหว่างเราจะไม่มีการหย่าเกิดขึ้น ไม่มีวัน” ร่างหนารีบเอ่ยสวนขึ้นไปกลางคัน โดยที่ไม่ได้รั้งรอให้ภรรยาได้พูดจบประโยคเสียด้วยซ้ำไป
สิงหราชกำลังหวาดกลัว คำพูดแต่ละคำที่ออกมาจากปากของภรรยามันช่างทรมานหัวใจของคนฟัง ร่างหนาวางมือลงเข่าของคนตัวเล็ก ดวงตาคมคายที่ช้อนมองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“หมายความว่ายังไงคะ” นิรณาขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง ร่างเล็กยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเองลวก ๆ
“เราจะไม่หย่ากันเอิงเอย และระหว่างเราจะไม่พูดถึงเรื่องการหย่ากันอีกแล้วทั้งชีวิตนี้ของพวกเรา” สิงหราชเอ่ยพูดย้ำด้วยความหนักแน่น เขาไม่มีทางที่จะปล่อยคนที่รักให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน
“แต่ญาติของเอิง..” ร่างเล็กที่ยังคงไม่เข้าใจเอ่ยพูดขึ้นด้วยความมึนงง ดวงตากลมโตสั่นไหวเพราะความสับสน
จากเรื่องที่พึ่งได้รับรู้ไปเมื่อไม่นานมานี้ หากถามตามความเข้าใจของนิรณา อย่างไรแล้วจุดจบชีวิตคู่ของเธอและสามี ย่อมต้องเกิดเรื่องหย่าร้างขึ้น หากแต่นิรณาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเช่นนี้
“มันเป็นเรื่องที่พี่เข้าใจผิด” สิงหราชโพล่งออกไปในทันที ร่างหนาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังที่พูดจบ
“เอิงไม่เข้าใจค่ะ” นิรณาเอ่ยพูดขึ้น ใบหน้าสวยหวานเริ่มจริงจังขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินคำพูดสารภาพผิดของสามี
“เรื่องญาติของเอิงเป็นเรื่องที่พี่เข้าใจผิดไปเอง แม่บอกว่าญาติของเอิงเสียไปก่อนที่จะพวกนายทุนจะเข้ามาที่เกาะวิมันสิตรา” สิงหราชพยายามรวบรวมสติของตัวเอง เพื่ออธิบายเรื่องราวทุกอย่างออกไปให้กับคนตัวเล็กได้เข้าใจ
“..........” นิรณานิ่งเงียบไปในทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น ร่างเล็กที่จมอยู่กับความเครียดชาไปทั้งตัวกับความจริงอีกอย่างที่พึ่งได้รับรู้จากปากคนตรงหน้า
ดวงตากลมโตสั่นไหวจนต้องหลับตาพริ้มลงเพื่อรวบรวมสติของตัวเองให้มั่นคง ร่างเล็กนั่งนิ่งอยู่หลายนาทีถึงได้ถอดถอนหายใจออกมาจนเกิดเสียงดัง และเปิดเปลือกตาขึ้นมาสบตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง
“เรื่องนี้พี่ผิดเอง พี่ขอโทษนะครับ ขอโทษที่ไม่ได้หาข้อมูลให้ดีเสียก่อน และขอโทษที่พี่มาโวยวายเอากับหนู ซึ่งเป็นคนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยด้วยซ้ำ ขอโทษที่ผลักทุกอย่างไปไว้ที่หนู” สิงหราชเอ่ยขอโทษขึ้นด้วยความรู้สึกผิด มือหนาจับมือเล็กของภรรยามากอบกุมเอาไว้
“จะว่าไปมันก็ไม่ใช่ความผิดของพี่สิงห์เสียทีเดียวหรอกค่ะ เพราะถ้าเป็นเอิงก็คงสติแตก และคงจะทำใจใช้ชีวิตร่วมกับลูกหลาน ของคนที่ทำร้ายครอบครัวตัวเองไม่ได้เหมือนกัน” นิรณาเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ผิดสิ พี่ทำผิดกับเอิง” สิงหราชส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดแย้งขึ้น
“เอิงเข้าใจพี่สิงห์ค่ะ พี่สิงห์ไม่ต้องคิดมากในเรื่องนี้นะคะ” นิรณาแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย เพื่อให้คนพี่ได้สบายใจว่าเธอนั้นไม่ได้คิดโกรธอีกฝ่ายในเรื่องนี้แต่อย่างใด
“พี่ขอโทษนะครับ ขอโทษ” ร่างหนาเอ่ยขอโทษขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าภรรยาเข้าใจทุกอย่างได้ง่ายดาย สิงหราชก็ยิ่งรู้สึกผิดต่ออีกฝ่ายเข้าไปอีก
ที่ก่อนหน้านี้เผลอทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายไปตั้งหลายเรื่อง แทนที่จะหันหามาคุยกันด้วยเหตุผลและความใจเย็น เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน
หากแต่สิงหราชก็ช่างโง่เขลาทำตัวเป็นศาลเตี้ยตัดสินและพิพากษาภรรยาไปก่อนล่วงหน้า เพียงเพราะแค่อีกฝ่ายใช้นามสกุลเดียวกัน กับคนที่มีรายชื่อในสัญญาเฮงซวยฉบับนั้น
“ค่ะ แต่เรื่องหย่า เอิงอยากให้พี่สิงห์ลองทบทวนอีกครั้ง” นิรณาเอ่ยพูดเรื่องการหย่าออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“เอิงเอย” สิงหราชขมวดคิ้วเข้าหากัน ดวงตาคมหรี่มองภรรยาด้วยสายตาที่ตั้งคำถาม และติดไปทางไม่พอใจที่เจ้าตัวเอ่ยพูดเรื่องการหย่าร้างขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณพิมพ์ดาวเธอกลับมาแล้ว หากยังคงมีเอิงอยู่ในฐานะภรรยาของพี่สิงห์ เรื่องของพวกพี่มันก็คงจะเป็นไปได้อย่างยากลำบาก อีกอย่างเอิงเองก็ไม่ได้ใจกว้างมากพอ ที่จะสามารถใช้สามีร่วมกันกับผู้หญิงคนอื่นได้ ดังนั้นเอิงคิดว่าการหย่าคงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ค่ะ”
นิรณาเอ่ยพูดด้วยความใจเย็น พยายามที่จะกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาอีกครั้ง เพราะกลัวว่าหากเผลอแสดงความอ่อนแอออกไป ในที่สุดแล้วสามีจะรู้สึกสงสารกัน จนไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้เด็ดขาด และเรื่องทุกอย่างมันยากมากไปกว่านี้
แม้ในตอนนี้นิรณาจะเป็นภรรยาที่ถือทะเบียนสมรสอยู่ หากแต่กลับมีความรู้สึกว่าตำแหน่งนี้ของตัวเองมันช่างไม่มั่นคงเอาเสียเลย ตั้งแต่ที่คนรักเก่าของสามีวนเวียนกลับเข้ามาในชีวิตของอีกฝ่าย
ภรรยาอย่างเธอที่สิงหราชไม่ได้ตั้งใจรักตั้งแต่แรก จะสามารถเทียบเคียงได้กับคนที่เจ้าตัวเคยตั้งใจรักอย่างดีได้เช่นไร แค่เป็นคนมาทีหลังก็ทำให้นิรณารู้สึกหวั่นใจมากอยู่แล้ว แต่ยิ่งได้เห็นการกระทำอีกหลายอย่างของสามี ความมั่นใจในตัวเองและความสัมพันธ์ในครั้งนี้ ก็ยิ่งลดน้อยลงไปจนแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย
นิรณาไม่ได้อยากจะทำตัวเป็นคนงี่เง่า หรือเป็นคนคิดมากเจ้าปัญหา หากแต่จะให้ทำใจยอมรับในเรื่องที่สามียังคงเหลือเยื่อใย หรือความผูกพันให้กับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ตน นิรณาก็ไม่สามารถที่จะทำมันได้จริง ๆ
และการที่สามียังคงให้คนรักเก่าพักอาศัยอยู่ที่เกาะวิมันสิตรา อีกทั้งยังหายไปอีกค่อนคืนไปพร้อมกับคนรักเก่า โดยที่ไม่ได้สนใจว่าเธอที่เป็นภรรยาจะต้องรู้สึกแย่กับเรื่องนี้ขนาดไหน มันก็ยิ่งตอกย้ำความกลัวที่มีอยู่ในใจ จนนิรณาไม่สามารถที่จะก้าวผ่านมันไปได้อย่างที่ใจต้องการ
“เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วเอิงเอย” สิงหราชพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองเอาไว้ให้เป็นปกติมากที่สุด เพราะไม่อยากที่จะหลุดใส่อารมณ์กับคนตัวเล็ก จนเรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้
“พี่สิงห์ไม่ต้องสงสารเอิงหรอกค่ะ เอิงบอกแล้วว่าเอิงเข้าใจ” คนตัวเล็กพยายามที่จะฝืนยิ้มออกมาส่งไปให้กับคนที่รัก ถึงแม้ว่าการฉีกยิ้มออกมาในตอนนี้ จะดูเป็นเรื่องที่ยากเกินไปสำหรับตัวเองก็ตาม
ในฐานะภรรยานิรณามีเพียงความหวังดีที่จะมอบให้ และพร้อมที่จะเข้าใจในทุก ๆ การตัดสินใจของสามี หากในวันนี้ความสัมพันธ์จะต้องจบลงไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เธอก็พร้อมที่จะรับเอาความเสียใจนี้เก็บเอาไว้กับตัวเอง
“พี่รักเอิงนะครับ” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นเสียงดัง เมื่อเห็นว่าภรรยายิ่งเข้าใจเตลิดไปไกล สิงหราชเริ่มลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่เป็นสุขเข้าไปใหญ่
“........” นิรณาหยุดชะงักคำพูดของตัวเองที่กำลังจะเอ่ยพูดออกไป หยาดน้ำตาไหลกลิ้งออกมาอาบแก้ม เมื่อได้ยินคำบอกรักจากปากของคนตรงหน้า
“พี่ไม่มีทางกลับไปหาผู้หญิงคนนั้น ระหว่างพี่กับเขามันไม่มีทางเป็นไปได้ นั่นก็เพราะพี่รักเอิงไปแล้ว พี่ไม่หลงเหลือความรักเอาไว้ให้ผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว นอกจากเมียของพี่คนนี้” ร่างหนาพยายามเอ่ยอธิบายด้วยความใจเย็น มือหนาบีบกระชับฝ่ามือเล็กของภรรยาเบา ๆ เพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง
“และพี่ยังยืนยันคำเดิม ว่าระหว่างเราจะไม่มีการหย่าร้างเกิดขึ้น” สิงหราชเอ่ยพูดย้ำเจตนาของตัวเองออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ฮึก รักเอิงหรือคะ รักเอิงมากแต่พี่สิงห์ก็เลือกที่จะทำร้ายเอิงทุกทาง ไม่ว่าจะเรื่องของผู้หญิงคนนั้น หรือแม้กระทั่งเรื่องของคุณป้าโสภี ทำไมความรักของพี่สิงห์มันต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดของเอิงขนาดนี้คะ” นิรณาที่เหมือนถูกปลดล็อกจากความอัดอั้นที่อยู่ในใจ พรั่งพรูความรู้สึกของตัวเองออกมาผ่านคำพูดจนหมดสิ้น
สิงหราชทอดสายตามองไปที่ภรรยา ด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดไม่ต่างกัน ร่างหนารวบคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ปากก็พร่ำพูดขอโทษไม่หยุด เพียงเพื่อหวังที่จะได้รับการให้อภัยจากคนตัวเล็กอีกสักครั้ง
“พี่ขอโทษ แต่พี่รักเอิงจริง ๆ นะครับ” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหลออกมาเงียบ ๆ
“อึก อ่อก” นิรณาพยายามที่จะผลักไสสามีให้ออกห่าง ร่างเล็กพยายามดิ้นหนีอย่างสุดกำลัง คำพูดขอโทษและคำบอกรักแทบจะไม่เข้าไปในโสตประสาทของเจ้าตัวเลยด้วยซ้ำ
………………………………………………….
แตะละมื้อแต่ละเดย์สุด ๆ นี่แหละค่ะความเห็นแก่ตัวของคนเรา สิงหราชแกพลาดโอกาสพระเอกแบบอย่างไปเสียแล้ว เอาเถอะ แม่เลดี้จะขยี้ยูให้แหลกคึเองงงง หยอกกก
ส่วนยัยน้องเอิงก็สู้หน่อยนะลูก เดี๋ยวสามีหนูก็เป็นผู้เป็นคนแล้ว หลังจากเป็นหมาว้อมาหลายตอน
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ