ณ สมาคมโอสถ จินหลงได้เดินมาถึงสมาคมโอสถเมื่อเข้ามาข้างในสมาคมจินหลงกลับแปลกใจเพราะสมาคมโอสถมีตึกที่ใหญ่อยากมากแต่คนที่มาซื้อโอสถมีไม่เยอะเท่าไร เนื่องจากสำนักและตระกูลใหญ่ๆต่างมีนักหลอมโอสถประจำไม่จำเป็ต้องซื้อโอสถจากทางสมาคมโอสถ มิหนำซ้ำสำหนักใหญ่ๆยังขายโอสถแข่งกับทางสมาคมโอสถเสียอีกทำให้รายได้ของทางสมาคมไม่ค่อยดีนัก จินหลงเดินไปทางโต๊ะที่มีพนักงานต้อนรับอยู่ เมื่อพนักงานเห็นจินหลงที่แต่งตัวธรรมดาแถมยังมีเศษดินตินตามเสื้อผ้าจึงกล่าวด้วยเสียงเบื่อหน่าย
"เ้า้าซื้อโอสถอะไร"
จินหลงเมื่อได้ยินน้ำเสียงของพนักงานจึงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
"ข้าจะมาสมัครเป็นักหลอมโอสถ"
พนักงานต้อนรับหรี่ตามองเล็กน้อยและเบื่อหน่ายจากการที่ต้องมาคุยกับเด็กอย่างจินหลง
"ไอหนูเ้าเลิกฝันที่จะเป็นักหลอมโอสถซะเถอะ ข้าว่าเ้าไปช่วยแม่เ้าทำไร่จะดีเสียกว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
จินหลงเมื่อได้ยินดังนั้นจากอาการหงุดหงิดเล็กน้อยกลับกลายมาเป็อารมร์เดือดดาล
"ปั๊ง" เสียงดังกังวาลไปทั้งตึก
เป็จินหลงที่ใช้ฝ่ามือทุบโต๊ะหินแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ถึงจะไม่ใช้พลังปราณ แต่ด้วยพละกำลังระดับเทวะขั้นต้นก็สามารถขยี้เหล็กให้เป็ผงได้แล้ว เหตุการณ์นี้ดึงดูดผู้คนรอบข้างอย่างมาก
พนักงานถึงกับหน้าซีดเพราะตัวมันเป็ผู้ฝึกยุทธขั้นปลายต่อให้ใส่พลังปราณเต็มแรงก็ยังไม่สามารถทำให้โต๊ะหินเกิดรอยร้าวได้เลย หลังจากนั้นไม่นานเหล่ายามของสมาคมโอสถก็รีบเข้ามาดูเพราะได้ยินเสียงดังมากจากทางด้านในสมาคม พนักงานเมื่อเห็นยามของทางสมาคมซึ่งเป็จอมยุทธขั้นกลางก็ใจชื้นขึ้นมา
"ไอเด็กเวรคนนี้มาก่อกวนสมาคมโอสถ"
เมื่อยามได้ยินดังนั้นก็พากันพุ่งเข้ามาเพื่อจะจับจินหลงโยนออกนอกสมาคม จินหลงเห็นดังนั้นจึงคิดที่จะลงมือ ทันใดนั้น
"หยุด"
ยามและเหล่าคนที่มุงดูหันไปตามที่มาของเสียงก็เห็นชายแก่คนนึงที่ใส่ผ้าคลุมสีเขียว ชายแก่คนนั้นคือ "หนานกง" หัวหน้าสมาคมโอสถสาขาทวีปหมื่นภูผา พนักงานต้อนรับหน้าซีดลงเพราะาุโหนานกงเป็คนมีคุณธรรม ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด
"เกิดอะไรขึ้น"
พนักงานต้อนรับเมื่อได้ยินเสียงที่าุโหนานกงที่แสดงความไม่พอใจออกมาตามเสียงจึงเล่าไปตามความจริง
"เ้าเก่งขนาดที่จะไล่คนที่สนใจในศาสตร์การหลอมโอสถอย่างนั้นรึ" เสียงเ็าดังออกมาจากาุโหนานกง
จินหลงเมื่อเห็นหนานกงพอมีคุณธรรมอยู่บ้างอารมณ์ก็เบาลงส่วนหนึ่ง เมื่อาุโหนานกงหลังจากดุด่าพนักงานต้อนรับเสร็จก็หันมามองจินหลง พิจาณาครู่หนึ่ง
"หนุ่มน้อย หากว่าเ้าสนใจการหลอมโอสถจริง ข้าว่ารอให้เ้าพร้อมกว่านี่ก่อนเถิด" น้ำเสียงที่พูดเป็น้ำเสียงที่ดูจริงใจ ไม่ได้แสดงความรังเกียจแต่อย่างใด
เมื่อได้ยินเช่นนี้จินหลงก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้มากความ จินหลงหันหลังกลับละเดินออกไปตามทาง แต่ก่อนจะเดินพ้นประตู
"าุโ ข้าเห็นแก่ที่ท่านมีคุณธรรม ข้าขอบังอาจชี้แนะซักหน่อย การที่ท่านใส่หญ้าฟื้นิญญากับผลคชสารไม่ทำให้โอสถขยายจิตท่านกลายเป็โอสถระดับสูงได้หรอก"
หนานกงเมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาก็เบิกกว้างและพุ่งตัวไปดักหน้าจินหลง
"เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้า้าทำโอสถขยายจิตระดับสูงและรู้ได้ยังไงว่าข้าใช้หญ้าฟื้นิญญากับผลคชสาร"
โอสถขยายจิตเป็โอสถพื้นฐานที่ช่วยในการบ่มเพาะพลังปราณเป็ไปอย่างรวดเร็ว ลูกหลานตระกูลใหญ่ส่วนใหญ่ก็ใช้โอสถขยายจิตเช่นนี้ในการช่วยเลื่อนระดับพลังปราณแต่ก็เป็เพียงโอสถระดับต่ำ นอกเสียจากสำนักใหญ่ๆกับสมาคมโอสถที่สามารถหลอมโอสถขยายจิตระดับกลางได้ แต่ราคาระหว่างโอสถขยายจิตระดับต่ำกับโอสถขยายจิตระดับกลางก็ต่างกันมากพอสมควร โดยโอสถขยายจิตระดับต่ำนั้นราคาประมาณ 30,000 - 40,000 เหรียญทองแดง แต่โอสถขยายจิตระดับกลางราคาประมาณ 1 - 2 เหรียญเงิน
เมื่อจินหลงได้ยินหนานกงสอบถามด้วยความสนอกสนใจจึงตอบกลับทันที
"กลิ่น"
เมื่อได้ยินคำตอบของเด็กหนุ่มตรงหน้าหนานกงรู้ได้ว่าจินหลงไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาเพราะในตอนที่ตัวเองหวังจะหลอมให้ได้โอสถขยายจิตระดับสูงอยู่นั้น เตายาได้เกิดะเิขึ้นเพราะวัตถุดิบบางชนิดที่ใช้นั้นมันไม่สามารถผสานเข้ากันได้ แต่กระนั้นตัวหนานกงก็ได้ทำความสะอาดร่างกายตนและได้เปลี่ยนชุดใหม่เเล้ว
"งั้นเ้าช่วยชี้แนะข้าชายชราผู้นี้ได้หรือไม่"หนานงกงพูดด้วยเสียงที่นอบน้อม
เหล่าคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์หนานกงเป็ถึงหัวหน้าสมาคมโอสถสาขาทวีปหมื่นภูผาและมีศักดิ์เป็นักหลอมโอสถดาราเขียวกลับมาขอคำชี้แนะจากเด็ก
จินหลงคาดการณ์ไว้แล้วว่าาุโหนานกงจะต้องทำเช่นนี้
"จะให้ข้าชี้แนะก็ได้อยู่หรอกแต่ข้ามีเงื่อนไข 3 ข้อ"