บทที่1
ความหลัง
“ ไอ้เหนือ มึงว่าวิชาการงานจะให้เราไปซ่อมรั้วที่โรงเรียนอนุบาลอีกไหมวะ กูล่ะเบื่อฉิบหาย “
เสียงนักเรียนชายกางเกงสีน้ำเงินที่บ่งบอกว่ากลุ่มนักเรียนชายกลุ่มนี้เรียนอยู่โรงเรียนเอกชนเดินมารวมกลุ่มที่ม้าหินอ่อนหน้าอาคารก่อนที่เพื่อนอีกคนอย่าง “ โจเซฟ “ จะเอ่ยถามหัวหน้าห้องอย่างเเสงเหนือขึ้น
“ มึงก็บ่นไปเรื่อยว่ะโจ มึงเข้าสายเเทบจะทุกวันครูไม่ให้มึงติดศูนย์ตัวโตๆก็บุญศีรษะมึงเเล้ว เอาตรงๆคือโคตรบุญหัวมึงว่ะ “ โอห์มเอ็ดว่าเพื่อนตัวเองปนเเอบด่าก่อนที่เเสงเหนือจะลอบยิ้มออกมาอย่างนึกตลกเมื่อเห็นเพื่อนสนิทสองคนเถียงกัน
“ มึงไม่เบื่อไงเหนือ เรียนการงานทีไรกูเเทบจะเป็ช่างเข้าไปทุกที “ โจเซฟเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งรับลมรอเพื่อนร่วมห้องมารวมตัวที่หน้าอาคาร ตามคำสั่งของคุณครูประจำวิชาการงานอาชีพที่จะเรียนตอนบ่ายนี้
“ กูก็ไม่อะไร เด็กๆก็น่ารักดี “ เเสงเหนือตอบคำถามเพื่อนเเค่นี้ก่อนจะคิดอะไรเหม่อลอยตามประสาเขา เขาออกจะชอบวิชาการงานด้วยซ้ำเพราะเวลาได้ไปซ่อมรั้ว ทาสี ที่โรงเรียนอนุบาลข้างๆโรงเรียนเขา รอยยิ้มของเด็กๆจะทำให้เขารู้สึกดี เขาเป็พวกชอบเด็กเเต่จะเเสดงออกในท่าทางนิ่งๆ
เขาเป็คนนิ่งๆมองเผินๆคือคนเ็า
เเต่กับเด็ก เขาคือพี่ชายที่เเสนจะโรเเมนติก
“ กูอยากจะเเหมมม ให้คุณเเสงเหนือ คุณพ่อพระ “ โจเซฟพูดขึ้นเชิงกระเเนะกระเเหนก่อนที่เเสงเหนือจะยักไหล่เพราะเขาไม่ได้สนใจอะไรกับคำพูดเเบบนี้อยู่เเล้ว
13 : 15 PM
“ วันนี้ครูจะพาห้องเราไปทาสีรั้วที่โรงเรียนอนุบาลกันอีกวันนะครับ อย่าลืมถ่ายรูปเพื่อเตรียมใส่พอร์ตยื่นมหาลัยด้วยล่ะ เดี๋ยวจะไม่มีที่เรียนกัน “
เสียงคุณครูผู้ชายาุโสั่งงานให้ห้องม.หกทับหนึ่งก่อนที่นักเรียนหญิงชายส่วนมากจะถอนหายใจด้วยความี้เีเเต่ยกเว้นเเสงเหนือไว้อีกคนเพราะเขาดูจะชอบด้วยซ้ำ
“ เหนือเอาน้ำไหม เราซื้อมาให้ “ น้ำดื่มขวดหนึ่งในมือผู้หญิงอย่าง กัญญ์ยื่นให้เขาก่อนที่เขาจะรับไว้
“ อืม… “ เเสงเหนือตอบเเค่นี้ก่อนจะหยิบเเล้วเดินตามเพื่อนไป เขาเป็ผู้ชายที่หยั่งใจรู้ถึงยาก จะเ็าก็นิ่งเกินไป เหมือนเหตุการณ์ตะกี้ที่ทำให้ กัญญ์ ผู้หญิงที่มักจะเข้าหาเขาบ่อยๆรู้สึกประหม่ากับการกระทำของเขา
เธอมักจะรู้สึกเเบบนี้อยู่บ่อยๆ
(…….)
“ บ่ายเเล้วทำไมเด็กยังไม่นอนวะ “ เมื่อมาถึงโรงเรียนอนุบาลที่ดูดีในระดับหนึ่ง โจเซฟที่ถือถังสีกับพู่กันก็เอ่ยถามเพื่อนทันทีเมื่อเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเล่นกันอยู่เพราะปรกติเด็กเหล่านี้ควรจะไปนอนได้เเล้ว
“ กูจะไปทาเเถวๆชิงช้าตรงนั้นก็เเล้วกัน “ เเสงเหนือไม่ตอบคำถามใดๆมีเพียงคำพูดที่เรียบนิ่งของเขาเอ่ยพูดขึ้นก่อนจะเดินมาถือถังสีพร้อมพู่กันเเล้วเดินไป
(…….)
เเสงเหนือทาสีอยู่บริเวณชิงช้าเด็กเล่นที่ไม่มีเด็กมาเล่นเพราะมันพังเขา เขายังคงทำหน้าที่ของเขาได้ดี
“ พี่มาทำอะไรที่นี่คะ มาซ้อมรั้วเหรอคะ “ เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยถามเขาขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ว่าเธอมาตอนไหน เเต่เธอน่ะ..นั่งเเอบอยู่หลังเครื่องเล่นมาสักพักเเล้ว
“ มาทาสี “ เเสงเหนือตอบเด็กผู้หญิงถักเปียที่ดูเหมือนว่าในมือเธอจะกำอะไรบางอย่างไว้เเละสภาพของเธอก็ดูมอมเเมมด้วย
“ เเล้วเรามาทำอะไรที่นี่คนเดียว เดี๋ยวคุณครูก็ตามหา “ เเสงเหนือวางพู่กันลงในถังน้ำเล็กๆเมื่อเขาทาที่รั้วตรงนี้เสร็จก่อนจะนั่งลงพักที่พื้นพลาสติกเเล้วถามเด็กผู้หญิงคนนี้
“ ใบพลูมาเเอบเพื่อนค่ะ เพื่อนจะมาเเย่งพี่นกน้อยจากใบพลูเอาไปเเกล้ง ใบพลูสงสารพี่นกน้อย “
เด็กสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาก่อนที่จะเเบมือที่มือลูกนกให้เเสงเหนือดู
ชายหนุ่มมองนกน้อยในมือเด็กสาวเขาก็หลุบยิ้มทันที
“ ก็เลยมาเเอบคนเดียวว่างั้น “ เขาเอ่ยถามเธอขึ้นก่อนที่เด็กสาวจะเงียบไปเเล้วเอียงคอมองเขาด้วยเเววตาไร้เดียงสา
“ หนูชื่อใบพลู พี่ชื่ออะไรคะ ครั้งก่อนใบพลูเคยเห็นพี่มาซ่อมรั้วด้วย “ เด็กสาวเอ่ยถามเขาขึ้นก่อนจะยิ้มหวานๆให้ตามประสาเด็กเเต่เด็กอย่างใบพลู จะน่านักเเละไร้เดียงสาจนเรียกรอยยิ้มจากเเสงเหนือไปกันใหญ่เเล้ว
“ พี่ชื่อเเสงเหนือ พี่ก็เห็นเรา เเต่ทำไมเราไม่ค่อยเล่นกับเพื่อนล่ะ ไม่มีเพื่อนเหรอ “ เเสงเหนือเอ่ยถามเด็กก่อนที่เด็กจะหย่อนก้นลงนั่งข้างๆเขาอย่างเรียบร้อยพร้อมเอาใบไม้ในถุงเอี้ยมกันเปื้อนออกมาวางให้นกน้อยด้วยท่าทางน่ารัก
“ เพื่อนชอบเเกล้งใบพลู ใบพลูเลยไม่อยากมีเพื่อนค่ะ “ เด็กสาวบอกเขาก่อนจะเอียงคอมองหน้าเเสงเหนืออย่างกับไม่เคยเห็น ก่อนเเสงเหนือจะเบนสายตาหนีหน้าเด็กคนนี้ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
จะบอกว่าเขินเด็กอนุบาลก็คงดูปัญญาอ่อนไป
“ เดี๋ยวพี่เอาลูกนกไปปล่อยให้ อยู่ในมือเธอนานเกินไปนกจะตายเอา “ เเสงเหนือชวนเด็กคุยตามประสาเขาที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
ใบพลูมองหน้าเขาด้วยเเววตานึกคิดก่อนจะพยักหน้าเเล้วถือวิสาสะจับมือใหญ่ของเขาให้เเบมือก่อนจะวางใบไม้ลงเเล้วตามด้วยลูกนก
“ ใบพลูอยากเจอพี่เเสงเหนือทุกวันจังเลยค่ะ เเม่บอกใบพลูว่าถ้าเจอผู้ใหญ่ใจดีทุกวัน เราก็จะเป็เด็กดีด้วย “
คำพูดไร้เดียงสาของเธอพูดออกมาเป็ตุเป็ตะก่อนที่เเสงเหนือได้ยินเเล้วหลุดหัวเราะออกมา
“ เธอทำไมเเปลกจัง ปรกติเด็กจะซนนี่ เเต่ทำไมเธอถึงไม่เป็เเบบนั้นล่ะ “ เเสงเหนือเอ่ยถามเธอก่อนจะเอานกเก็บไว้ในถุงเสื้อโดยให้หัวนกเลยถุงเสื้ออกมาเพราะนกอาจจะตายเพราะเขาก็ได้ถ้าหากเขาเก็บนกไว้ตรงนั้นนานๆ
“ ตอนนี้ใบพลูอยู่อนุบาลสองเเล้วค่ะ คุณเเม่บอกว่าถ้าอยากขึ้นป.หนึ่งต้องไม่ดื้อไม่ซนค่ะ “ ใบพลูตอบ
“ ไอ้เหนือ ครูเรียกไปถ่ายรูปมึงมานั่งทำเอ๋ออะไรตรงนี้ “
เสียงโจเซฟวิ่งมาหาเเสงเหนือก่อนจะเรียกเขา เเละเมื่อเด็กที่นั่งอยู่ตรงนั้นได้ยินเเบบนี้ก็เอียงคอด้วยความสงสัยทันทีว่าผู้ชายคนนี้พูดอะไรทำไมถึงดูเเปลกๆ
“ โจอย่าพูดคำหยาบ น้องอยู่ด้วย “ เเสงเหนือปรามเพื่อนด้วยสายตาหงุดหงิดก่อนที่โจเซฟจะหันหน้ามามองเด็กผู้หญิงเเล้วยิ้มให้
“ มึง คืออะไรคะ “ ใบพลูเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยตามประสาเด็กก่อนที่คำถามของเด็กคนนี้จะทำให้โจเซฟกลั้นขำ
เเต่ทำให้เเสงเหนือถอนหายใจ
“ ถ้าใครพูดคำว่า มึง กู หนอนจะเจาะปาก เเละในปากเพื่อนพี่มีหนอนเยอะมากอย่าจำเเล้วเอาไปพูดนะ “
เเสงเหนือหาเื่เเต่งบอกเด็กสาวก่อนที่ใบพลูจะใช้มือเล็กๆป้องปากอึ้งกับคำพูดที่ทำให้เธอเชื่อมากๆเเล้วมองหน้าโจเซฟด้วยสายตาอย่างนึกกลัว
เเละโจเซฟก็ถอนหายใจให้กับความคิดเพื่อนตัวเองที่หลอกเด็กไปเเบบนั้น
เด็กจะกล้าอยู่ใกล้เขาไหมล่ะเนี่ย
“ คุณครูมาตามใบพลูเเล้ว ใบพลูไปก่อนนะพี่เเสงเหนือ ว่างๆมาเล่นกับใบพลูด้วยนะคะใบพลูอยากเล่นกับพี่เเสงเหนือ “
เด็กสาวยืนขึ้นก่อนจะชี้ไปที่ครูผู้หญิงที่กำลังเดินมาหาเธอ ใบพลูเอ่ยปากบอกเขาอย่างไร้เดียงสาเพราะเธอไม่รู้ว่าเเสงเหนือเองก็เป็นักเรียน เขาเองก็ต้องเรียน
เธอพูดเเค่นี้ก่อนจะเดินไปหาครูอย่างว่าง่าย ไม่ดื้อซนอะไร เธออกจะน่ารักด้วยซ้ำ
เเต่การที่เขาจะมาที่นี่ได้ต้องเป็เวลานอกโรงเรียน กับวิชาการงานอาชีพเท่านั้น ซึ่งหนึ่งสัปดาห์จะมาครั้ง
เเละทุกๆสัปดาห์เขามักจะเห็นเด็กคนนี้เล่นคนเดียวเสมอ
“ ถ้ามึงชอบเด็กอนุบาลกูจะขำให้ฟันหลุดเลยนะไอ้เหนือ โคตรตลกฉิบหาย “
โจเซฟพูดปนหัวเราะอย่างขำๆก่อนจะเดินนำเเสงเหนือไปในขณะที่เขากำลังพานกไปปล่อยที่ต้นไม้
เเละครั้งนี้ก็คือ..จุดเริ่มต้นของทั้งหมด ที่ใครได้ยินก็ต้องตลก..เเละนึกไม่ถึง
เเสงเหนือเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน
บทที่1
ความหลัง
“ ไอ้เหนือ มึงว่าวิชาการงานจะให้เราไปซ่อมรั้วที่โรงเรียนอนุบาลอีกไหมวะ กูล่ะเบื่อฉิบหาย “
เสียงนักเรียนชายกางเกงสีน้ำเงินที่บ่งบอกว่ากลุ่มนักเรียนชายกลุ่มนี้เรียนอยู่โรงเรียนเอกชนเดินมารวมกลุ่มที่ม้าหินอ่อนหน้าอาคารก่อนที่เพื่อนอีกคนอย่าง “ โจเซฟ “ จะเอ่ยถามหัวหน้าห้องอย่างเเสงเหนือขึ้น
“ มึงก็บ่นไปเรื่อยว่ะโจ มึงเข้าสายเเทบจะทุกวันครูไม่ให้มึงติดศูนย์ตัวโตๆก็บุญศีรษะมึงเเล้ว เอาตรงๆคือโคตรบุญหัวมึงว่ะ “ โอห์มเอ็ดว่าเพื่อนตัวเองปนเเอบด่าก่อนที่เเสงเหนือจะลอบยิ้มออกมาอย่างนึกตลกเมื่อเห็นเพื่อนสนิทสองคนเถียงกัน
“ มึงไม่เบื่อไงเหนือ เรียนการงานทีไรกูเเทบจะเป็ช่างเข้าไปทุกที “ โจเซฟเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งรับลมรอเพื่อนร่วมห้องมารวมตัวที่หน้าอาคาร ตามคำสั่งของคุณครูประจำวิชาการงานอาชีพที่จะเรียนตอนบ่ายนี้
“ กูก็ไม่อะไร เด็กๆก็น่ารักดี “ เเสงเหนือตอบคำถามเพื่อนเเค่นี้ก่อนจะคิดอะไรเหม่อลอยตามประสาเขา เขาออกจะชอบวิชาการงานด้วยซ้ำเพราะเวลาได้ไปซ่อมรั้ว ทาสี ที่โรงเรียนอนุบาลข้างๆโรงเรียนเขา รอยยิ้มของเด็กๆจะทำให้เขารู้สึกดี เขาเป็พวกชอบเด็กเเต่จะเเสดงออกในท่าทางนิ่งๆ
เขาเป็คนนิ่งๆมองเผินๆคือคนเ็า
เเต่กับเด็ก เขาคือพี่ชายที่เเสนจะโรเเมนติก
“ กูอยากจะเเหมมม ให้คุณเเสงเหนือ คุณพ่อพระ “ โจเซฟพูดขึ้นเชิงกระเเนะกระเเหนก่อนที่เเสงเหนือจะยักไหล่เพราะเขาไม่ได้สนใจอะไรกับคำพูดเเบบนี้อยู่เเล้ว
13 : 15 PM
“ วันนี้ครูจะพาห้องเราไปทาสีรั้วที่โรงเรียนอนุบาลกันอีกวันนะครับ อย่าลืมถ่ายรูปเพื่อเตรียมใส่พอร์ตยื่นมหาลัยด้วยล่ะ เดี๋ยวจะไม่มีที่เรียนกัน “
เสียงคุณครูผู้ชายาุโสั่งงานให้ห้องม.หกทับหนึ่งก่อนที่นักเรียนหญิงชายส่วนมากจะถอนหายใจด้วยความี้เีเเต่ยกเว้นเเสงเหนือไว้อีกคนเพราะเขาดูจะชอบด้วยซ้ำ
“ เหนือเอาน้ำไหม เราซื้อมาให้ “ น้ำดื่มขวดหนึ่งในมือผู้หญิงอย่าง กัญญ์ยื่นให้เขาก่อนที่เขาจะรับไว้
“ อืม… “ เเสงเหนือตอบเเค่นี้ก่อนจะหยิบเเล้วเดินตามเพื่อนไป เขาเป็ผู้ชายที่หยั่งใจรู้ถึงยาก จะเ็าก็นิ่งเกินไป เหมือนเหตุการณ์ตะกี้ที่ทำให้ กัญญ์ ผู้หญิงที่มักจะเข้าหาเขาบ่อยๆรู้สึกประหม่ากับการกระทำของเขา
เธอมักจะรู้สึกเเบบนี้อยู่บ่อยๆ
(…….)
“ บ่ายเเล้วทำไมเด็กยังไม่นอนวะ “ เมื่อมาถึงโรงเรียนอนุบาลที่ดูดีในระดับหนึ่ง โจเซฟที่ถือถังสีกับพู่กันก็เอ่ยถามเพื่อนทันทีเมื่อเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเล่นกันอยู่เพราะปรกติเด็กเหล่านี้ควรจะไปนอนได้เเล้ว
“ กูจะไปทาเเถวๆชิงช้าตรงนั้นก็เเล้วกัน “ เเสงเหนือไม่ตอบคำถามใดๆมีเพียงคำพูดที่เรียบนิ่งของเขาเอ่ยพูดขึ้นก่อนจะเดินมาถือถังสีพร้อมพู่กันเเล้วเดินไป
(…….)
เเสงเหนือทาสีอยู่บริเวณชิงช้าเด็กเล่นที่ไม่มีเด็กมาเล่นเพราะมันพังเขา เขายังคงทำหน้าที่ของเขาได้ดี
“ พี่มาทำอะไรที่นี่คะ มาซ้อมรั้วเหรอคะ “ เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยถามเขาขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ว่าเธอมาตอนไหน เเต่เธอน่ะ..นั่งเเอบอยู่หลังเครื่องเล่นมาสักพักเเล้ว
“ มาทาสี “ เเสงเหนือตอบเด็กผู้หญิงถักเปียที่ดูเหมือนว่าในมือเธอจะกำอะไรบางอย่างไว้เเละสภาพของเธอก็ดูมอมเเมมด้วย
“ เเล้วเรามาทำอะไรที่นี่คนเดียว เดี๋ยวคุณครูก็ตามหา “ เเสงเหนือวางพู่กันลงในถังน้ำเล็กๆเมื่อเขาทาที่รั้วตรงนี้เสร็จก่อนจะนั่งลงพักที่พื้นพลาสติกเเล้วถามเด็กผู้หญิงคนนี้
“ ใบพลูมาเเอบเพื่อนค่ะ เพื่อนจะมาเเย่งพี่นกน้อยจากใบพลูเอาไปเเกล้ง ใบพลูสงสารพี่นกน้อย “
เด็กสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาก่อนที่จะเเบมือที่มือลูกนกให้เเสงเหนือดู
ชายหนุ่มมองนกน้อยในมือเด็กสาวเขาก็หลุบยิ้มทันที
“ ก็เลยมาเเอบคนเดียวว่างั้น “ เขาเอ่ยถามเธอขึ้นก่อนที่เด็กสาวจะเงียบไปเเล้วเอียงคอมองเขาด้วยเเววตาไร้เดียงสา
“ หนูชื่อใบพลู พี่ชื่ออะไรคะ ครั้งก่อนใบพลูเคยเห็นพี่มาซ่อมรั้วด้วย “ เด็กสาวเอ่ยถามเขาขึ้นก่อนจะยิ้มหวานๆให้ตามประสาเด็กเเต่เด็กอย่างใบพลู จะน่านักเเละไร้เดียงสาจนเรียกรอยยิ้มจากเเสงเหนือไปกันใหญ่เเล้ว
“ พี่ชื่อเเสงเหนือ พี่ก็เห็นเรา เเต่ทำไมเราไม่ค่อยเล่นกับเพื่อนล่ะ ไม่มีเพื่อนเหรอ “ เเสงเหนือเอ่ยถามเด็กก่อนที่เด็กจะหย่อนก้นลงนั่งข้างๆเขาอย่างเรียบร้อยพร้อมเอาใบไม้ในถุงเอี้ยมกันเปื้อนออกมาวางให้นกน้อยด้วยท่าทางน่ารัก
“ เพื่อนชอบเเกล้งใบพลู ใบพลูเลยไม่อยากมีเพื่อนค่ะ “ เด็กสาวบอกเขาก่อนจะเอียงคอมองหน้าเเสงเหนืออย่างกับไม่เคยเห็น ก่อนเเสงเหนือจะเบนสายตาหนีหน้าเด็กคนนี้ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
จะบอกว่าเขินเด็กอนุบาลก็คงดูปัญญาอ่อนไป
“ เดี๋ยวพี่เอาลูกนกไปปล่อยให้ อยู่ในมือเธอนานเกินไปนกจะตายเอา “ เเสงเหนือชวนเด็กคุยตามประสาเขาที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
ใบพลูมองหน้าเขาด้วยเเววตานึกคิดก่อนจะพยักหน้าเเล้วถือวิสาสะจับมือใหญ่ของเขาให้เเบมือก่อนจะวางใบไม้ลงเเล้วตามด้วยลูกนก
“ ใบพลูอยากเจอพี่เเสงเหนือทุกวันจังเลยค่ะ เเม่บอกใบพลูว่าถ้าเจอผู้ใหญ่ใจดีทุกวัน เราก็จะเป็เด็กดีด้วย “
คำพูดไร้เดียงสาของเธอพูดออกมาเป็ตุเป็ตะก่อนที่เเสงเหนือได้ยินเเล้วหลุดหัวเราะออกมา
“ เธอทำไมเเปลกจัง ปรกติเด็กจะซนนี่ เเต่ทำไมเธอถึงไม่เป็เเบบนั้นล่ะ “ เเสงเหนือเอ่ยถามเธอก่อนจะเอานกเก็บไว้ในถุงเสื้อโดยให้หัวนกเลยถุงเสื้ออกมาเพราะนกอาจจะตายเพราะเขาก็ได้ถ้าหากเขาเก็บนกไว้ตรงนั้นนานๆ
“ ตอนนี้ใบพลูอยู่อนุบาลสองเเล้วค่ะ คุณเเม่บอกว่าถ้าอยากขึ้นป.หนึ่งต้องไม่ดื้อไม่ซนค่ะ “ ใบพลูตอบ
“ ไอ้เหนือ ครูเรียกไปถ่ายรูปมึงมานั่งทำเอ๋ออะไรตรงนี้ “
เสียงโจเซฟวิ่งมาหาเเสงเหนือก่อนจะเรียกเขา เเละเมื่อเด็กที่นั่งอยู่ตรงนั้นได้ยินเเบบนี้ก็เอียงคอด้วยความสงสัยทันทีว่าผู้ชายคนนี้พูดอะไรทำไมถึงดูเเปลกๆ
“ โจอย่าพูดคำหยาบ น้องอยู่ด้วย “ เเสงเหนือปรามเพื่อนด้วยสายตาหงุดหงิดก่อนที่โจเซฟจะหันหน้ามามองเด็กผู้หญิงเเล้วยิ้มให้
“ มึง คืออะไรคะ “ ใบพลูเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยตามประสาเด็กก่อนที่คำถามของเด็กคนนี้จะทำให้โจเซฟกลั้นขำ
เเต่ทำให้เเสงเหนือถอนหายใจ
“ ถ้าใครพูดคำว่า มึง กู หนอนจะเจาะปาก เเละในปากเพื่อนพี่มีหนอนเยอะมากอย่าจำเเล้วเอาไปพูดนะ “
เเสงเหนือหาเื่เเต่งบอกเด็กสาวก่อนที่ใบพลูจะใช้มือเล็กๆป้องปากอึ้งกับคำพูดที่ทำให้เธอเชื่อมากๆเเล้วมองหน้าโจเซฟด้วยสายตาอย่างนึกกลัว
เเละโจเซฟก็ถอนหายใจให้กับความคิดเพื่อนตัวเองที่หลอกเด็กไปเเบบนั้น
เด็กจะกล้าอยู่ใกล้เขาไหมล่ะเนี่ย
“ คุณครูมาตามใบพลูเเล้ว ใบพลูไปก่อนนะพี่เเสงเหนือ ว่างๆมาเล่นกับใบพลูด้วยนะคะใบพลูอยากเล่นกับพี่เเสงเหนือ “
เด็กสาวยืนขึ้นก่อนจะชี้ไปที่ครูผู้หญิงที่กำลังเดินมาหาเธอ ใบพลูเอ่ยปากบอกเขาอย่างไร้เดียงสาเพราะเธอไม่รู้ว่าเเสงเหนือเองก็เป็นักเรียน เขาเองก็ต้องเรียน
เธอพูดเเค่นี้ก่อนจะเดินไปหาครูอย่างว่าง่าย ไม่ดื้อซนอะไร เธออกจะน่ารักด้วยซ้ำ
เเต่การที่เขาจะมาที่นี่ได้ต้องเป็เวลานอกโรงเรียน กับวิชาการงานอาชีพเท่านั้น ซึ่งหนึ่งสัปดาห์จะมาครั้ง
เเละทุกๆสัปดาห์เขามักจะเห็นเด็กคนนี้เล่นคนเดียวเสมอ
“ ถ้ามึงชอบเด็กอนุบาลกูจะขำให้ฟันหลุดเลยนะไอ้เหนือ โคตรตลกฉิบหาย “
โจเซฟพูดปนหัวเราะอย่างขำๆก่อนจะเดินนำเเสงเหนือไปในขณะที่เขากำลังพานกไปปล่อยที่ต้นไม้
เเละครั้งนี้ก็คือ..จุดเริ่มต้นของทั้งหมด ที่ใครได้ยินก็ต้องตลก..เเละนึกไม่ถึง
เเสงเหนือเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน