เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยนชิงหยางลั่วซิงใ แต่เธอยังคงยืนนิ่งดื้อรั้น กัดริมฝีปาก พูดเนิบช้า “ชิงหยาง เ้าเป็อะไรกันแน่”
เยี่ยนชิงหยางช้อนตาขึ้นหรี่ตามองดูลั่วซิงอย่างพินิจพิจารณา
“ลั่วซิง เ้าเป็แค่สาวใช้ของข้าแต่ว่า ประการแรก เ้าไม่รับผิดชอบความเป็อยู่ของข้า ประการที่สองเ้าไม่รับผิดชอบเื่ความสะอาดภายในเรือน ไม่เพียงแค่นั้นยังเรียกชื่อของข้าโดยตรง เรียกชื่อพี่ชายข้า และตอนนี้เ้ากำลังยืนตัวตรงเ้าไม่คิดว่าเช่นนี้มันมากเกินไปอย่างนั้นหรือ หรือมันหมายความว่าโดยพื้นฐานแล้วเ้าไม่อยากเป็สาวใช้ของข้าใช่หรือไม่!”
เมื่อลั่วซิงได้ยินประโยคเหล่านี้รู้สึกดั่งได้รับความอัปยศอดสู ใบหน้าเล็กงดงามจึงเปลี่ยนเป็สีแดงทันที
นางเห็นว่าใบหน้าของสาวใช้ที่กำลังคุกเข่าก้มศีรษะลงต่ำแสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
ใบหน้าของนางกลายเป็สีแดงเข้มขึ้นทั้งอายทั้งโกรธ
อย่างไรก็ตาม ความหยิ่งผยองของนางไม่อนุญาตให้นางคุกเข่าลั่วซิงก้มหน้าลงกัดริมฝีปากอย่างดื้อรั้น เยี่ยนชิงหยางเหลือบมองนางจากนั้นมองออกไปนอกหน้าต่างและถอนหายใจ กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่้าเป็สาวใช้ของข้าอีกต่อไปแล้วถ้าเป็อย่างนั้น ข้าจะไม่บังคับ ไปรับเงินสองตำลึงที่ห้องบัญชีตอนนี้เ้าออกจากบ้านไปได้แล้ว!”
สองตำลึงเป็เงินเดือนของสาวใช้ระดับสูง
ลั่วซิงเงยหน้าขึ้นอย่างตระหนกใกล่าวอย่างลนลาน “คุณหนู ไม่นะ ข้าไม่ออกจากบ้าน!”
เธอเป็เด็กสาวอายุสิบขวบให้ออกไปพร้อมกับเงินสองตำลึง จะไปอยู่ที่ไหนได้
ภายในใจของเยี่ยนชิงหยางยิ้มอย่างเ็านี่เป็ครั้งแรกที่ลั่วซิงเรียกนางว่าคุณหนู
“ไปซะ!” เยี่ยนชิงหยางหลับตาลงและโบกมือไปมา
นางคิดว่าลั่วซิงจะยังไม่ฆ่านางตอนนี้เพื่อการแก้แค้นที่ยิ่งใหญ่เพราะในขณะนี้มันไม่สะดวกที่จะฆ่าคน
ตอนนี้ลั่วซิงยังเป็สาวรับใช้ที่มีหัวใจเป็เด็กเล็กไม่รู้เื่เกี่ยวกับโลกของการฝึกเซียน ยังไม่มีฝีมือที่ยอดเยี่ยม และไม่ได้เป็นางเซียนลั่วซิงที่ผู้คนชื่นชมหลงใหล
ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนางตอนนี้คือการเป็นายหญิงในอนาคตของตระกูลเยี่ยนเป็ภรรยาของพี่ใหญ่ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสก็จะติดอยู่แต่กับพี่ชาย
ตอนนี้ เยี่ยนชิงหยางจะแย่งชิงความหวังของนางไป
ให้นางกลับร่อนเร่ดังเดิมอาศัยอยู่ในความไม่แน่นอน อกสั่นขวัญแขวน ตกอยู่ในความลำบากทุกข์ยาก!
ลั่วซิงเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆนางไม่เข้าใจ ทำไมการไปยังเมืองหลงอิ่นเพียงครั้งเดียวหลังจากกลับมาแล้วท่าทีของเยี่ยนชิงหยางที่มีต่อนางถึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเช่นนี้
นางไม่สามารถคิดออกได้และไม่มีเวลาที่จะคิดเกี่ยวกับมัน
“พวกเ้า!” เยี่ยนชิงหยางเปล่งเสียงดัง “เอาตัวลั่วซิงออกไป!”
สาวใช้หลายคนใหันมองกันและกัน สาวใช้ในชุดสีเหลืองคนหนึ่งผลักประตูและเดินออกไป จากนั้นนำสาวใช้วัยกลางคนจำนวนหนึ่งเข้ามาสาวใช้เดินอย่างรวดเร็วพลางพูดว่า “เร็ว ไม่ได้ยินที่คุณหนูสั่งการรึเอาตัวลั่วซิงออกไป!”
สาวใช้วัยกลางคนต่างวิ่งเข้าไปกุมตัวลั่วซิงและลากออกไปด้านนอก
ลั่วซิงสะดุ้งใ นางไม่ได้อยากไปจากบ้านตระกูลเยี่ยนก่อนหน้านี้นางผ่านชีวิตระหกระเหเร่ร่อนมามากพอแล้ว ในบ้านตระกูลเยี่ยนมีพร้อมสรรพทั้งเสื้อผ้าอาหารเครื่องประดับใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ไหนเลยจะเทียบได้กับแต่ก่อน
“คุณหนู คุณหนูเ้าคะข้าผิดไปแล้ว! อย่าไล่ข้าไปเลย!” ลั่วซิงสะบัดตัวออกจากการจับกุมล้มลุกคลุกคลานต่อหน้าเยี่ยนชิงหยางและคุกเข่าลง จับชายกระโปรงของเยี่ยนชิงหยางไว้เงยหน้าขึ้นร้องไห้เสียงดังด้วยความตื่นตระหนก
เยี่ยนชิงหยางที่อยู่สูงก้มลงมองไปยังใบหน้าเล็กที่กำลังสับสนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยน้ำตาร่วงหล่น ช่างดูน่าสงสาร
“พวกเ้าไม่มีแรงกันรึไง เร็วเข้าเอาสาวใช้ที่รังควานคุณหนูโยนออกไป” สาวใช้ชุดเหลืองะโสั่ง
กลุ่มหญิงวัยกลางคนรีบวิ่งกรูกันเข้าไปโดยไม่ขัดคำสั่งจับดึงลั่วซิงลากออกไป
พาออกจากตัวเรือนลั่วซิงสะบัดดิ้นรนจากกลุ่มคนด้วยความโกรธ ใบหน้าซีดเซียว พูดด้วยเสียงดังแหลม “พวกเ้าไม่ต้อง ข้าไปเอง!”
“เหอะ ยังวางท่าอยู่อีกเหรอคิดว่าตัวเองเป็คุณหนูหรือยังไง เอาไป ห่อผ้าของเ้าแล้วก็ยังมีเงินสองตำลึงอยู่ในนั้นด้วย ไปให้พ้น!” ชั่นขณะนั้นสาวใช้ในชุดเหลืองเดินออกมา เสียงตุ้บพลันดังขึ้น โยนห่อผ้าขนาดเล็กลงตรงหน้าของลั่วซิงด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้ากล่าวด้วยวาจาแหลมคม
ลั่วซิงหยิบห่อผ้าเงยหน้าขึ้นมองสาวใช้ชุดเหลืองด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม หมุนตัว เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังอีก
“ชิ~” สาวใช้ชุดเหลืองปัดมือไปมาเหลือบมองลั่วซิงอย่างดูถูกเหยียดหยามจากนั้นหันหลังกลับเข้าไปในบ้านเพื่อรายงานเื่ที่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งจนสำเร็จลุล่วงต่อเยี่ยนชิงหยาง
เมื่อไล่ลั่วซิงไปแล้วเยี่ยนชิงหยางครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นก็ไปหาพี่ชายเยี่ยนผิง
เยี่ยนผิงเอ็นดูเยี่ยนชิงหยางมากกำลังรวบรวมคัดแยกสิ่งของที่นำมาจากเมืองหลงอิ่นส่วนใหญ่เป็ของขวัญของฝากสำหรับเยี่ยนชิงหยาง เมื่อเห็นเยี่ยนชิงหยางมาเยี่ยนผิงจึงรีบยื่นของฝากเ่าั้ให้นาง
เยี่ยนชิงหยางทำปากจู๋ ดันเหล่าของฝากออกไปอย่างลวกๆพูดอย่างออดอ้อน “ท่านพี่ ข้าไม่ชอบของพวกนี้ ได้ยินว่าเมื่อไม่นานมานี้ที่เมืองหลงอิ่นนิยมเล่นว่าวที่เคลื่อนไหวตอนบินได้ท่านไปซื้อมาให้ข้าได้หรือไม่”
สุดท้ายเยี่ยนผิงก็จนแต้มต่อเยี่ยนชิงหยางเขาไม่เข้าใจว่าทำไมน้องสาวที่น่ารักน่าชังคราวนี้ถึงได้แสนดื้อดึงจำต้องสัญญาว่าจะไปเมืองหลงอิ่นอีกครั้ง
“ท่านพี่ท่านต้องไปอย่างลับๆ ไม่ให้ใครเห็นนะ” เยี่ยนชิงหยางป้องหูของเยี่ยนผิงพูดพลางยิ้มจนตาหยี
เยี่ยนผิงรีบเดินจากไป
เยี่ยนชิงหยางสีหน้าเคร่งขรึมมองดูด้านหลังของเยี่ยนผิงจนหายลับไปยืนอยู่แบบนั้นเป็ระยะเวลานานโดยที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใด...
“ซิงซิงข้าแอบพาเ้าเข้ามา เ้าต้องระวังตัวให้มากนะ!” สายตาของบ่าวชายในชุดเขียวกรอกไปมาพร้อมเอ่ยกับลั่วซิงระหว่างที่พูดก็ยื่นมือผอมแห้งออกไปััมือเล็กเรียบลื่นของลั่วซิง
ภายนอกลั่วซิงนั้นมีรอยยิ้มแต่กำลังอดทนกับอาการมวนท้องขยะแขยง พูดด้วยเสียงที่น่ารักว่า “พี่ชายรูปงาม ข้าจะจำมิตรภาพที่จริงใจนี้ไว้ ขอบคุณมากเดี๋ยวข้าจะรีบออกมา”
เมื่อพูดจบจึงแล่นแฉลบสวนดอกไม้ปัดผ่านต้นหลิว รีบเดินเร็วไปยังเรือนพักของเยี่ยนผิง
เยี่ยนผิงชอบนาง ทั้งยังใจอ่อนง่าย ขอเพียงนางได้พบเยี่ยนผิงแน่นอนว่าต้องได้อยู่ที่บ้านตระกูลเยี่ยนนี้ต่อไป
หลายวันที่ผ่านนางได้มาเวียนวนอยู่นอกบ้านเป็เวลานานก็เพื่อ้าพบเยี่ยนผิง แต่ไม่เคยเห็นเขาออกมาเลยจนนางไม่สามารถทนรอต่อไปได้อีก
นางใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยอยู่เสมอจนตอนนี้เงินสองตำลึงใกล้หมดไปอยู่รอมร่อ จึงต้องรีบไปพบเยี่ยนผิง
“ขอโทษด้วย แม่นางลั่วซิงคุณชายใหญ่ออกไปนานแล้ว คิดว่าคงเป็หนึ่งหรือสองเดือนกว่าจะกลับมา” บ่าวในเรือนของเยี่ยนผิงกล่าว
ลั่วซิงชะงักไปเดือนหรือสองเดือนอย่างนั้นหรือ นางจะรอนานขนาดนั้นได้ที่ไหนกัน!
กัดฟันหันหัว นางเดินไปยังเรือนของเยี่ยนเหวินซาน
เยี่ยนเหวินซาน เป็เ้าบ้านตระกูลเยี่ยนและยังเป็บิดาของเยี่ยนชิงหยางด้วยเช่นกัน
นางกำลังมองหาเยี่ยนเหวินซานเพื่อร้องเรียนว่าทำไมถึงขับไล่ตัวเองออกไปอย่างไม่มีเหตุผล!
เยี่ยนเหวินซานนั้นทั้งอ่อนโยนและจิตใจดีง่ายที่สุดที่จะหลอกลวง
บ้านตระกูลเยี่ยนเป็ครอบครัวที่โง่เง่าโง่จนง่ายที่จะถูกโกหกหลอกลวง แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆเยี่ยนชิงหยางก็ไม่โง่เสียได้!
ลั่วซิงกัดฟันสีหน้าร้อนรน
ที่เบื้องหน้า ภายในศาลา เห็นเยี่ยนเหวินซานถือพัดโบกไปมายืนยิ้มกริ่ม
กิ่งก้านหลิวเขียวชอุ่มล้อมรอบครึ่งหนึ่งของศาลา
ลั่วซิงเกิดความยินดียิ่งวิ่งเข้าไปพลางส่งเสียงออกมา “นายท่านข้าได้รับความไม่เป็ธรรมเ้าค่ะ!”
เยี่ยนเหวินซานหันศีรษะกลับมาเมื่อเห็นว่าเป็ลั่วซิง รอยยิ้มก็พลันจางหายไป
“นี่มันอะไรกันลั่วซิงไม่ได้ถูกไล่ออกไปแล้วหรอกรึ ใครกันช่างบังอาจนักกล้าดียังไงปล่อยให้คนเข้ามาโดยพลการ” เสียงที่คมชัดและดุดันดังขึ้น
กิ่งก้านต้นหลิวขยับเสียงดัง ในศาลาภายใต้เงาของต้นไม้ เยี่ยนชิงหยางเดินออกมา
ขณะนี้เยี่ยนชิงหยางอยู่ในชุดสีแดงดั่งดอกไม้ที่เบ่งบาน ดังเช่นดวงอาทิตย์เที่ยงวัน ยืนอย่างอยู่อย่างสูงสง่า
นั่นทำให้ลั่วซิงดูต้อยต่ำด้อยค่าลงในทันใด
บ่าวรับใช้หลายคนรีบวิ่งกรูกันเข้ามาดึงเอาลั่วซิงออกไป
ใบหน้าลั่วซิงดำคล้ำซี่ฟันขบกัดริมฝีปากล่าง จ้องมองเยี่ยนชิงหยางเขม็ง แล้วหันหนี ปล่อยให้คนรับใช้ดึงออกไป
“ไล่นางไปโยนนางออกไปจากเมืองม่อหยาง!” ที่ด้านหลังเยี่ยนชิงหยางกล่าวเสียงเย็น
ลั่วซิงหันเปลี่ยนทิศทางถลึงตาจ้องเยี่ยนชิงหยาง ทั้งสองมองกันจากในระยะไกล ต่างชิงชังซึ่งกันและกัน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/c054af1f144fd2b59ae896f52d0f6c37