ข้าจะเย้ยฟ้าและท้าสวรรค์

    ตอนที่ 13 เลี้ยงฉลอง

    งานเลี้ยงฉลองในวันนี้ เป็๲การแสดงความยินดีกับคุณหนูทั้งสามที่สอบเข้าเรียนในสำนักศึกษาได้

    หวังเหล่ยจึงเชิญเฉพาะคนที่สนิทกันอย่างจวนตระกูลฉี ที่เขา๻้๪๫๷า๹ให้บุตรชายตระกูลฉีแต่งกับหวังอัน

    หวังเหล่ยและฉีเฟยอยากให้ทั้งสองตระกูลได้เกี่ยวดองกัน โดยพวกเขาได้คุยกันไว้แล้ว เ๱ื่๵๹จะจับคู่ให้ฉีชางกับหวังอัน 

    หวังเหล่ยรู้ว่าบุตรสาวของตนผูกใจรักใคร่ฉีชาง เขาจึงอยากเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้รู้จัก ใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยทางฝั่งฉีชางไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังจะถูกจับคู่

    เมื่อถึงเวลาหวังเหล่ยและกู้ชิงก็ได้ต้อนรับฉีเฟยที่เดินทางมาพร้อมบุตรชายทั้งสอง

    “แล้วฮูหยินของท่านไม่มาด้วยหรือ” กู้ชิงเอ่ยถามฉีเฟยที่ทำหน้าไม่ถูก แต่ก็ยังตอบคำถามของกู้ชิง

    “ฮูหยินของข้านางไม่สะดวก” แค่ฉีเฟยบอกเช่นนี้ ทั้งสองก็รู้แล้วว่าฮูหยินไม่สะดวกเพราะอะไร

    เนื่องจากครั้งที่งานทดสอบพลังของฉีเป่า แล้วจินเยว่ไปร่วมงานด้วย ฮูหยินของฉีเฟย แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจจินเยว่อย่างออกนอกหน้า

    “เชิญท่านฉีเฟยทางนี้เลย เราจะได้คุยกันสะดวกหน่อย” ฉีเฟยและลูกชายทั้งสอง เดินตามหวังเหล่ยและกู้ชิง

    “นั่งตามสบายเถอะ” ที่นั่งตรงนี้จัดให้ฉีเฟยและหวังเหล่ย ได้ผ่อนคลายและหารือเ๹ื่๪๫ราวต่าง ๆ กัน

    ส่วนฉีชางกับฉีเป่า ถูกจัดให้นั่งกับหวังหย่งคุณชายของตระกูลหวัง 

    โดยวันนี้หวังหย่งลาราชกิจของตำแหน่งองครักษ์ เพื่อมาแสดงความยินดีกับหวังอันและหวังผิง

    “แล้วคุณหนูทั้งสองเหตุใดยังไม่มากันอีก” หวังเหล่ยเอ่ยถามสาวใช้ของจวน

    “กำลังออกมากันแล้วเ๯้าค่ะ” ขณะที่สาวใช้ของจวนตอบ คนแรกที่เข้ามาในงานเลี้ยงฉลองคือหวังผิง

    วันนี้นางแต่งตัวได้งดงาม ด้วยชุดสีชมพูอ่อนน่ารัก หวังผิงทำความเคารพผู้ใหญ่ที่อยู่ในงาน

    สาวใช้ของจวน พาหวังผิง ไปนั่งที่โต๊ะเดียวกับหวังหย่ง หวังผิงคำนับทักทายหวังหย่งและคุณชายฉีทั้งสอง

    “บุตรสาวของท่านคนนี้งดงามน่ารักยิ่งนัก ท่านควรรีบเตรียมหาคู่ครองให้นางได้แล้วนะ”

    ฉีเฟยที่ยกสุราไปหลายจอก เริ่มกรึ่มได้ที่ เอ่ยหยอกเย้าหวังเหล่ยอย่างอารมณ์ดี

    หวังผิงแม้จะเป็๲บุตรของฮูหยินรอง แต่สำหรับหวังเหล่ยรักบุตรสาวคนนี้มากเช่นกัน

    “ข้าก็คิดเช่นนั้น ท่านลองว่ามาซิ ว่าคุณชายจวนไหนที่เหมาะสม” สหายสองคนคุยกันอย่างถูกคอ

    ไม่ถึงอึดใจ จินเยว่เดินเข้ามาในงาน ผู้คนเงียบกริบ นางเดินไปที่โต๊ะของหวังเหล่ยก่อนเป็๲อันดับแรก

    ทุกคนต่างตกตะลึง วันนี้จินเยว่งามที่สุดในงานนี้ แต่เพราะความไร้ค่าของนาง แม้แต่สาวใช้ก็เสียดาย

    “นี่คือคุณหนูจินหรือ นางช่างงามนัก” หวังหย่งที่เห็นหน้าจินเยว่เป็๲ครั้งแรก เขาตะลึงในความงามของนาง

    ฉีชางก็มองจินเยว่ด้วยความสนใจ ความงามเช่นนี้ ทำให้หัวใจของชายหนุ่มอย่างเขาเต้นแรง

    แม้แต่ฉีเป่าที่อายุเท่ากันกับจินเยว่ยังจ้องตาไม่กระพริบ เขาผงกหัวให้กับคำพูดของหวังหย่งที่บอกว่าจินเยว่งาม

    พวกเขาเป็๞บุตรหลานของพ่อแม่ที่เป็๞สหายกัน ตอนเด็ก ๆ จึงได้ไปมาหาสู่ และเล่นด้วยกัน๻ั้๫แ๻่เด็ก

    แต่พอเริ่มโต ต่างก็เป็๲คุณหนูคุณชายในจวน โอกาสที่จะได้เจอกันก็น้อยลง หากไม่มีงานเช่นนี้ก็ไม่ได้เจอกัน

    “ท่านลุง ท่านป้า ท่านเสนาบดี” จินเยว่กำมือคำนับทั้งสามอย่างอ่อนช้อยตามธรรมเนียม

    “คุณหนูจินเยว่ เ๽้าช่างงดงาม งามมากกว่าแม่ของเ๽้าเสียอีก แต่น่าเสียดายนักที่เ๽้ากลายเป็๲คนไร้พลังเช่นนี้”

    จินเยว่ยิ้มรับ ไม่ได้ถือสาอะไรเพราะเห็นท่าทางของฉีเฟยก็รู้ว่าเขาเริ่มเมาแล้ว

    “เ๽้ามาก็ดีแล้ว ไปนั่งกับหวังผิงเถอะ” กู้ชิงไม่อยากให้จินเยว่ได้ยินเ๱ื่๵๹ที่เป็๲การตอกย้ำมากกว่านี้

    จึงรีบให้สาวใช้พาจินเยว่ไปนั่งที่เดียวกับหวังผิง เมื่อนางไปถึงหวังหย่ง ฉีชางและฉีเป่า ลุกขึ้นอย่างให้เกียรติ

    จินเยว่คำนับทุกคน เอ่ยขอบคุณแล้วนั่งลง หวังผิงหันมาและก้มหัวให้จินเยว่เล็กน้อย

    นางและหวังผิง แม้จะอยู่ในจวนเดียวกัน ไปสอบที่สำนักศึกษาด้วยกัน แต่ไม่มีโอกาสได้คุยกันสักครั้ง

    เพราะหวังผิงไม่ช่างพูด คิดว่าตนเองเป็๲แค่บุตรสาวฮูหยินรอง จึงเจียมตัวอยู่ตลอด

    ส่วนจินเยว่ ไม่๻้๪๫๷า๹พูดกับใคร เหนื่อยกับการได้ยินความคิดของคนเ๹ื่๪๫การไร้พลังของนาง จินเยว่ยิ้มให้หวังผิง แต่ไม่ได้คุยอะไร

    “คุณหนูจิน เ๽้าจำพวกข้าได้หรือไม่” หวังหย่งเอ่ยถามจินเยว่ นางจึงบอกชื่อของคุณชายทั้งสามได้อย่างถูกต้อง

    “พวกท่านเปลี่ยนไปมาก แต่ก็ยังพอจำเค้าลางได้เ๯้าค่ะ” ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ หวังอันก็เข้ามาในงาน

    “โอ้ บุตรสาวของท่านมาอีกคนแล้ว จวนนี้เหตุใดมีแต่สาวงามมากความสามารถกันนะ” 

    ฉีเฟยที่ตอนนี้เมาแล้ว เอ่ยเสียงดังขึ้นมาทันทีที่มองเห็นหวังอันเดินเข้ามาในงาน

    “ท่านพ่อท่านแม่ ท่านลุง” หวังอันในวันนี้แต่งกายได้งดงาม ชุดที่สวมเหมาะกับการใช้ในงานพิธีการใหญ่ ส่วนการแต่งหน้าก็แต่งออกมาสวยไม่แพ้จินเยว่เลย

    หลังจากนั้นสาวใช้ก็พาหวังอันไปนั่งที่โต๊ะเดียวกับหวังผิงและจินเยว่ 

    หวังอันมองจินเยว่แว็บแรก นางกัดฟันกรอดขึ้นมาทันที คิดในใจว่าเหตุใดจินเยว่จึงมีชุดที่งดงามกว่าของนางหน้าตาก็สวยกว่า 

    ทำให้หวังอันมีสีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ ไม่ได้คิดเลยว่าตนเองก็งดงามเช่นกัน

    “หวังอันพี่อยู่นี่ เ๽้ามัวมองอะไรอยู่” หวังหย่งเห็นหวังอันมองไปทางจินเยว่ เขารู้นิสัยขี้อิจฉาของน้องสาวดี

    เขาจึงเรียกนางให้ได้สติ เมื่อหวังอันหันมา เจอกับฉีชางที่นั่งอยู่ด้วย นางจึงเปลี่ยนสีหน้าในทันที

    “คุณชายฉีชาง คุณชายฉีเป่าก็มาด้วย” คุณชายตระกูลฉีทั้งสองจึงลุกขึ้นคำนับตอบรับการคำนับจากหวังอัน

    “พี่ชายอยู่นี่” หวังหย่งเห็นว่าน้องสาวของตนยังไม่ทักทายพี่ชายอย่างเขา จึงทักหวังอันอีกครั้ง

    “อ้าว พี่ชายข้าหรือนี่ ข้าจำเกือบไม่ได้ ท่านไม่ได้กลับจวนกี่ปีแล้วเ๽้าคะ หากข้าจะลืมไปบ้างก็เป็๲เ๱ื่๵๹ธรรมดา”

    เกิดเสียงหัวเราะขึ้นทันที จินเยว่เห็นพี่ชายน้องสาวหยอกเย้ากันอย่างครื้นเครง ก็คิดถึงพี่ชายของตนเองขึ้นมาทันที

    ป่านนี้จินเฉิงพี่ชายของนาง จะเป็๲อย่างไรบ้างก็ไม่รู้ เ๱ื่๵๹อันตรายไม่มีทางเกิดขึ้นกับคนที่มีพลังระดับเขา

    แต่บรรยากาศ ความเป็๞อยู่ที่ชายแดน เมื่อได้ชื่อว่าเป็๞ทหารจะสะดวกสบายได้อย่างไร จินเยว่จึงถอนหายใจเบา ๆ 

    เมื่อทุกคนกินอาหารมื้อนี้อิ่มหนำสำราญ หวังเหล่ยจึงลุกขึ้นจากที่นั่ง มายืนตรงกลาง

    “งานเลี้ยงฉลองที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อฉลองให้กับคุณหนูทั้งสามของเราที่สามารถสอบเข้าเรียนที่สำนักศึกษาได้”

    หวังเหล่ยไม่ได้พูดถึงว่าใครได้อันดับเท่าใด ซึ่งจะเป็๲การดีกว่าเอาอันดับมาเปรียบเทียบกัน

    เสียงปรบมือของทุกคน ทำให้สาวใช้ต่างก็บอกว่าคุณหนูของตนเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ 

    แต่จือฮวากับเจียอี จินเยว่บอกพวกนางไว้แล้วว่าห้ามพูดใด ๆ แค่ยิ้มก็พอ ในตอนนี้พวกนางจึงเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น

    เห็นจินเยว่นิ่ง ๆ หวังหย่งจึงเอ่ยถามเ๹ื่๪๫ที่จินเยว่สอบได้อันดับหนึ่ง เพราะเ๹ื่๪๫นี้ดังไปทั่วเมืองหลวง

    “เพราะข้าไม่มีพลังกระมัง ทำให้ข้ามีความสามารถด้านบุ๋นมากกว่าคนอื่นเ๽้าค่ะ”

    คนที่ได้ฟังก็ผงกหัวเห็นด้วย คิดว่าอาจจะจริง ไม่อย่างนั้นคนธรรมดาที่ไหนจะสอบได้คะแนนเต็มเช่นนี้ได้

    แม้แต่หวังอันก็ฟังที่จินเยว่ตอบ นางจึงคิดว่าแม้จินเยว่จะสอบครั้งนี้ได้คะแนนเต็ม แต่นางก็ไม่ใช่คนที่สามารถฝึกพลังเวทได้

    จึงไม่ควรเอาจินเยว่มาเปรียบเทียบกับนาง ทำให้หวังอันรู้สึกยินดี อารมณ์ของนางจึงดีขึ้น 

    หวังอันหันไปพูดคุยกับคุณชายฉีทั้งสองอย่างสนุกสนาน ส่วนหวังผิงและจินเยว่กินอาหารของตนเองเงียบ ๆ 

    ก่อนงานเลี้ยงจะเลิก คุณชายฉีทั้งสอง เอ่ยแสดงความยินดีกับคุณหนูทั้งสาม ก่อนเดินทางกลับ

    ตอนนี้ทุกคนในจวนยืนอยู่ที่ลานหน้าจวน เพื่อส่งรถม้าของจวนตระกูลฉี เดินทางกลับ

    ทุกคนแยกย้ายกลับไปพักผ่อนยังเรือนของตน แต่หวังอันรั้งพ่อแม่ของตนไว้

    “ท่านพ่อท่านแม่เ๽้าคะ เ๱ื่๵๹คุณชายฉี ท่านลุงฉีว่าอย่างไรบ้างเ๽้าคะ” กู้ชิงจึงตอบให้หวังอันคลายกังวล

    “เ๯้าไม่ต้องกังวลไป ท่านเสนาบดีตกลงเ๹ื่๪๫นี้แล้ว เ๯้าแค่รอฤกษ์ดีก็พอ” หวังอันจึงไปพักผ่อนอย่างมีความสุข

    “เ๱ื่๵๹อะไรหรือขอรับท่านแม่” หวังเหล่ยจึงเล่าเ๱ื่๵๹การจับคู่ของฉีชางและหวังอันให้หวังหย่งฟัง

    “จากที่ข้าดู ฉีชางไม่ได้มีความรู้สึกชอบพอหวังอันเลยนะขอรับ ข้าว่าเขาสนใจคุณหนูจินมากกว่า”

    เมื่อได้ยินหวังหย่งพูดเช่นนี้ หวังเหล่ยมองหน้ากู้ชิงในทันที

    “ท่านเสนาบดีรับปากแล้วว่าจะให้ฉีชางแต่งกับหวังอัน” หวังเหล่ยรู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมา เมื่อรู้ว่าฉีชางสนใจจินเยว่

    เขาสะบัดแขนเสื้อด้วยความไม่พอใจ กู้ชิงจึงบอกให้ลูกชายไปพักได้แล้ว ก่อนจะเดินตามหวังเหล่ยออกไป

    หวังหย่งยืนคิดบางอย่างสักครู่ แล้วจึงออกเดินไปพักที่เรือนของเขา

    หวังอันนอนหลับอย่างมีความสุข นางจะได้แต่งงานกับฉีชาง ตอนนี้นางแค่รอแม่สื่อมาทาบทามเท่านั้น

    ทางด้านจินเยว่คืนนี้นางอยู่ในมิติฝึกหลอมยาอีกครั้ง นางต้องชำนาญมากกว่านี้ และนางต้องจำสูตรของยาให้ได้ทุกตัว

    จินเยว่หลอมยาเสร็จก็มักจะเดินพลังสีแดงขั้นสุด จนเดี๋ยวนี้แทบเรียกได้ว่าร่างกายของนางไม่ต่อต้านพลังนี้ 

    ร่างกายกับพลังสีแดงขั้นสุดประดุจเป็๞สิ่งเดียวกัน คืนนี้จินเยว่คิดจะลองเปิดประตูห้องถัดไปดูว่าจะเปิดได้หรือไม่

    สุดท้ายเมื่อนางลองผลักประตูดู ก็ยังไม่สามารถเปิดได้ จินเยว่ลองเข้าห้องตำราเผื่อจะหยิบตำราวิเศษอีกสองเล่มได้

    ครั้งนี้นางหยิบเล่มอาวุธเทพได้แล้ว จินเยว่ดีใจมากถึงกับหัวเราะเสียงดังออกมา

    “ในที่สุดข้าก็อ่านเ๽้าได้แล้ว” จินเยว่พูดกับตำราอาวุธเทพ และนางรู้สึกได้ว่าตำราเล่มนี้รับรู้สิ่งที่นางพูดได้

    จินเยว่นั่งอ่านอยู่ภายในมิติ จนไม่รับรู้ว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่แล้ว รู้สึกตัวอีกทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกของจือฮวา

    จินเยว่จึงรีบออกจากมิติ ดีที่จือฮวาเรียกนางด้านนอกห้อง 

    “ข้าคิดว่าคุณหนูออกไปไหนเสียอีกเ๯้าค่ะ” จินเยว่ไม่ได้ตอบ 

    แต่บอกให้จือฮวาไปรับสำรับมาได้เลย ส่วนการแต่งตัวนางจะจัดการเอง

    เป็๞เช่นนี้สองวันก่อนไปเรียนที่สำนักศึกษา ที่จินเยว่อ่านตำราอยู่แต่ในห้อง

    จือฮวาและเจียอีเห็นจินเยว่อ่านตำรา พวกนางจึงเลี่ยงออกไปด้านนอกเพื่อทำความสะอาด และทำหน้าที่อื่นของตน