ระบบสุดยอดเทพเจ้า

    ตอนที่ 39 ภัยภิบัติกำลังมาเยือน

    “ทำไมกัน พวกมันเป็นใครกันแน่”ปีศาจลำดับที่ยี่สิบนั้นไม่อยากจะเชื่อ เขานั้นเบิกตากว้างภาพที่เขาเห็นนั้นมันเหนือความคลาดหมายของเขาไปมาก เขานั้นไม่รู้ว่าทำไมปีศาจแห่งความตายไม่สามารถยึดร่างของคนที่ผนึกมันเข้ากลับประตูได้


    “แปลกเกินไปแล้ว ข้าคงต้องไปเยือนโลกไท่จงแล้วละ”ปีศาจลำดับที่ยี่สิบกำหมัดแน่น เขานั้นกลัวว่าหวังอีฮังจะได้จิตวิญญาณนั้นไป ไม่เช่นนั้นเขาคงจะถูกหัวหน้าสังหารอย่างแน่นอน


    “เจ้าจะรีบร้อนไปไหน”เสียงของสตรีพูดขึ้น มันมีพลังหลงไหลออกมาและทำให้จิตใจของปีศาจลำดับที่ยี่สิบรู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นนางก็ชี้ไปที่จอภาพ”เจ้ารองดูนั้นก่อนซิ อย่ารีบไปนักเลย” ปีศาจลำดับที่ยี่สิบใจเย็นลงและเฝ้ามองหวังอีฮังต่อ


    หวังอีฮังในขณะนี้เขานั้นยืนอยู่ต่หน้าของหีบสมบัติ เขานั้นหยิบหีบสมบัติขึ้นมา [สุสานจอมปีศาจลำดับที่ยี่สิบจะถูกทำลายในอีกสาสิบวินาที] เมื่อเสียงประกาศดังขึ้สหวังอีฮังก็รู้สึกหนาวขึ้นมาถึงกระดูก


    “วิ่ง”


    หวังอีฮังคำราออกมาเลียงดังปิงเฮยเองก็วิ่งตาหลังมา “เจ้าหนูเกาะหลังข้าไว้” เมื่อหวังอีฮังได้ยินสิ่งที่ปิงเฮยพูดเขาก็รีบจับปิงเฮยไว้ในทันที


    ทันทีที่พวกเขาข้ามมิติออกมา ถ้ำหลากสีนั้นก็ระเบิดขึ้นแรงระเบิดนั้นมีความกว้างยี่สิบลี้ แต่แรงกดดันจากการระเบิดนั้นไกลถึงหนึ่งร้อบลี้ หวังอีฮังนั้นรู้สึกได้ถึงแรงกดดันนั้นทำให้เหงื่ของเขาไหลออกมา


    จากนั้นก็ได้มีเมฆหมอกก่อตัวขึ้นบนทั้งฟ้าราวสามสิบลี้ ถ้าหลากสีนั้นคือใจกลางของมัน ในตตอนนี้สภาพอากาศที่แห่งนั้นแปลปวนอย่างมาก และเริ่มมีความชั่วร้ายโผล่ออกมา



    เนื่องจากมันขาดปีศาจแห่งความตายไปจึงทำให้มันมีระดับเพียงระดับเปิดประตูบานที่สี่เท่านั้น ถึงจะเป็นเปิดประตูบานที่สี่แต่มันก็แบ็งแกร่งมากอยู่ดี


    หวังอีฮังมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างตกใจ”อาณาเขตปีศาจงั้นเหรอ” ปิงเฮยพยักหน้า “ใช่แล้วเมื่อสุสานถูกเคลียอาณาเขตของปีศาจจะปรากฏขึ้น


    “เช่นนั้นเรื่องนี้มันคงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควรสินะ” หวังอีฮังและปิงเฮยนั้นเดินทางกลับสำนักหุบเขานภา ตัวตนระดับตำนานนั้นลืมตาตื่น พวกเขานั้นเริ่มตระหนักแล้วว่าโลกไท่จงแห่งนี้กำลังจะเกิดภัยภิบัติ


    “โห่ที่นั้นมันสำนักหุบเขานภาไม่ใช่หรือไง”เสียงชายราพูดขึ้น “ท่านบรรพบุรุษ ท่านรู้หรือไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”ชายวัยกลางคนนั้นรู้สึกใจคอไม่ดีอย่างมาก


    “ฮ่าฮ่า”ชายชราหัวเราะออกมา


    “ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะมีเห็นการณ์แปลกๆเกิดขึ้นถึงสองครั้งในหนึ่งเดือนนี้ ตั้งแต่ที่ข้าปิดตัวจากสายตาเหล่านั้น กลับมีคนที่สร้างเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ได้”ชายชราเหม่อลอย ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้ยิน


    “ส่งปีศาจระดับปฐพีไปตรวจสอบ”ชายวัยกลางคนนั้นต้องตรวจดูให้แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีกันแน่ สำนักปีศาจสวรรค์เริ่มเคลี่ยนไหวแล้ว


    “มันเกิดอะไรขึ้นกันเซียนอี้”ประมุขนั้นแลดูเป็นกังวลอย่างมาก แรงระเบิดเมื่อครู่นี้นั้นมันมีพลังทำลายมหาศาลอย่างมาก แม้แต่เขาที่อยู่จุดสูงสุดของระเลือกเส้นทางยังรู้สึกหวานกลัว อีกแค่ไม่กี่ก้าวเขานั้นก็จะสามารถสร้างวงแหวนขึ้นมาและบรรลุเป็นระดับเดินตามเส้นทางได้


    “สุสานนั้นถูกใครบางคนผ่านบททดสอบชั้นที่สิบแล้ว”เซียนอีพูดด้วยเสียงอันสั่นเครีย เขานั้นอยากจะรู้ว่าอัฉริยะคนใดที่สามารถผ่านบดทดสอบชั้นที่แปดไปได้ สายตาของเซียนอีนั้นรู้สึกว่างป่าว


    หวังอีกฮังนั้นกลับมาถึงห้องของตนเอง เมื่อเขากลับมาก็ทำให้ศิษย์หลายคนแปลกใจ หวังอีฮังนั้นได้ไปที่ตำหนักเพื่ที่จะขอเข้าไปพบกับเหม่า “หวังอีฮังเจ้าไปไหนมา”จากนั้นเสียงอันคุ้นเคยก็พูดขึ้น หวังอีฮังนั้นยิ้มเจียนๆออกมา


    “เจ้าหายดีแล้วหรอ”หวังอีฮังถามขึ้นเหม่าพยักหน้า “ว่าแต่เจ้าเถอะหายไปไหนมารู้หรือไม่ว่าขึ้าคนนี้เป็นห่วงเจ้าแค่ไหน”เหม่าพูดเสร็จก็กอดคอหวังอีฮัง จากนั้นทั้งสองก็ไปที่ร้านอาหาร


    “หวังอีฮังข้าขโทษ”จากนั้นเสียงหนึ่งก็พูดขึ้นและวิ่งเขามากอดเขา “นี่ซิลเจ้าทำให้หวังอีฮังรู้สึกเขินอายเจ้ารู้มั้ย” เสียงหนึ่งก็พูดแทรกขึ้นมา ตัวโต ในตอนนี้ตัวโตและซิลเองก็บบรรลุระดับเป็นระดับเปิดประตูบานที่สี่กันแล้ว


    หวังอีฮังเหลียบไปเห็นชายคนหนึ่งที่ยนอยู่ด้านหลังตัวโตเขารู้สึกแปลกใจและอุทาน”เย้ายังไม่ตายงั้นเหรอ”ชายที่หวังอีฮังพูดถึงก็ตือคนที่โดนซิลตัดศรีษะในตอนที่แย่งหนังสือนั้น


    “เจ้านี่มันไม่ตายหลอก”ซิลพูดขึ้น หวังอีฮังแปลกใจมากกว่าเดิม “จิตวิญญาณของเจ้านี่มันมีขั้นไร้ระดับอยู่ประตูบานที่สองนะมันคือร่างสสารดังนั้นเมื่อโดนตัดศรีษะรอสักหน่อยเกียวมันก็ต่อกลับมาเหมือนเดิม


    หวังอีฮังเกาแก้และยิ้มแห้งๆ “อย่างนี้นี่เอง”หวังอีฮังพูด จากนั้นทั้งห้าคนก็ไปดื่มและเล่าเรื่องเหตุการที่หวังอีฮังไม่อยู่ “เจ้าว่ามีศิษย์อัฉริยะจากสำนักปีศายฟ้าดินมางั้นเหรอ และสามารถจัดการพี่โฟได้ด้วยการโจมตีเดียวทั้งที่มีระดับเท่ากัน และต่อสู้กับศิษย์ของประมุขที่เปิดประตูบานที่เจ็ดได้อย่างสูสีและเป็นผ่ายได้เปรียบด้วยซ้ำ”


    เมื่อหวังอีฮังรู้ว่ามีคนที่มีพรสวรรค์อยู่ที่โลกไท่จงอย่างนี้ก็ทำให้เขานั้นรู้สึกว่าตัวเองนั้นคงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในระดับเดียวกัน หวังอีฮังนั้นไม่คิดที่จะฝึกวิชานี้เลย แต่เขานั้นสำผัสได้ถึงจิตสังหารที่มาจากแสนไกลเขานั้นจำเป็นต้องฝึก


    “วิชาร่างจำแรง”มันคือวิชาระดับสูงที่สุดที่หวังอีฮังเคยฝึกเมื่อชีวิตก่อน


     


     

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดเทพเจ้า ที่คุณอ่าน