หลังจากที่เจอสตรีผู้ที่พวกเขารอคอยมาหลายชั่วยามแล้ว อี้เฉียนก็ได้ให้หมอหลวงตรวจดูอาการและความสมบูรณ์ของร่างกายนาง พร้อมกับให้นางกำนัลเปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอให้อยู่ในชุดสีแดงเหมือนกับพวกเขาอีกด้วย เรียกชุดนี้ว่าชุดก๋ำเนิง..ซึ่งเป็ชุดพื้นเมืองที่ใช้สำหรับเข้าพิธีแต่งงานของราชวงค์เมืองหยุนเปิงนั่นเอง อี้เถียนยืนสำรวจตัวนางไปรอบๆแล้วรีบเอามาเปรียบเทียบกับคำทำนาย…
"ตัวเล็ก ผอมเเห้ง หน้าตาสะสวย มีตำหนิที่หน้าผาก ผมสีเหลืองทอง ใช่จริงๆด้วยพะยะค่ะ สตรีผู้นี้คือคนที่ตรงกับคำทำนายพะยะค่ะท่านพี่"
"ใช่จริงๆด้วย เเต่ทำไมนางถึงมานอนหมดสติอยู่ตรงนี้ แถมยังหายใจรวยรินอีกต่างหาก เอาล่ะ!!..เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาพวกเ้าน่ะมาเปลี่ยนชุดให้นางเดี๋ยวนี้ ข้าจะพานางกลับเข้าวังเพื่อทำพิธีแต่งงาน เร็วเข้า!!" อี้เฉียนเรียกคนรับใช้ผู้หญิงมาจัดการเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวให้กับสตรีนางนั้นก่อนจะรีบพานางขึ้นเกี้ยวกลับเข้าเมืองโดยเร็ว..
"ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน องค์ชายทั้งสองทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ!!" เสียงสรรเสริญเยินยอดังเล็ดลอดเข้ามาในหูลักษณะกึ่งหลับกึ่งตื่น เสียงมันดังก้องกังวาลเรื่อยๆจนทำให้หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้น..วินาทีแรกที่ลืมตาขึ้นมามองสิ่งรอบๆตัวนั้น ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนวัตถุสี่เหลี่ยมขนาด 1 * 2 เมตร มันกำลังเคลื่อนไหวไปมาตามแรงเดิน หญิงสาวรีบเปิดม่านเพื่อดูบรรยากาศภายนอก ในตอนนี้เธอเห็นชัดแล้วว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนขบวนแห่อะไรสักอย่าง ซึ่งมีผู้คนรายล้อม 2 ฟากฝั่งทางเดิน มีทั้งคนที่ร้องไห้ด้วยความปลื้มปิติ บางคนก็ยกมือไหว้ บางคนโค้งคำนับแทบจะก้มกราบลงพื้นพร้อมกับะโคำว่าทรงพระเจริญตลอดทาง ทำเอาหญิงสาวงงเป็ไก่ตาแตก
"นี่มันอะไรกัน ที่นี่ที่ไหนเนี้ย?
"ฟื้นแล้วหรอแม่นาง?"
"เ้าเป็อย่างไรบ้างว่าที่ชายาของข้า?" น้ำเสียงนุ่มลึกและน้ำเสียงหล่อทุ้มๆดังมาจากไม่ใกล้ไม่ไกลเธอเท่าไหร่นะ มันเล็ดลอดเข้ามากระทบหูทั้งสองข้างของเธออย่างจังจนเธออดไม่ได้ที่จะหันไปมองเ้าของเสียง แล้วเธอก็ต้องตกตะลึงเป็อย่างมากเมื่อสองข้างซ้ายและขวาของเธอนั้นมีผู้ชายหน้าตาเหมือนกันนั่งประกบเธออยู่
"เฮ้ย!..นี่พวกนายสองคนเป็ใครอ่ะ แล้วนี่ฉันอยู่ที่ไหน?"
"อะไรกัน เ้าเดินทางมาหาพวกข้าเองไม่ใช่หรือ เ้าคือสตรีในคำทำนายอย่างไรเล่า"
"คำทำนาย?..คำทำนายอะไรกัน?"
"ก็คำทำนายที่ว่าสตรีตัวเล็กผอมแห้งมีผมสีเหลืองทองมีจุดตำหนิที่หน้าผากฝั่งซ้ายจะเดินทางมาหาพวกข้าที่เมืองเพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับพวกข้าทั้งสองคนยังไงล่ะ"
"บ้าไปกันใหญ่แล้ว เเต่งงานอะไรกัน..ฉันจำได้ว่าฉันนั่งเขียนนิยายอยู่บนห้องแล้วจู่ๆฟ้าก็ผ่าลงมาทำให้ฉันต้องเดินกลับไปนอนที่เตียงแล้วฉันก็คลุมโปรงผ้าห่มแล้วจู่ๆฉันก็…จำไม่ได้แล้ว!! ฮือฮือ..นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย..พวกนายเป็ใครกัน?"
"พวกเราสองคนก็เป็ว่าที่สวามีของเ้ายังไงล่ะ ทันทีที่ขบวนแห่เข้าถึงวังหลวงเ้ากับพวกข้าก็จะได้เข้าพิธีแต่งงานเป็สามีภรรยากันและเ้าก็จะต้องมาทำหน้าที่ให้กำเนิดทายาทแก่พวกข้าทั้งสองด้วย"
"ฮ้ะ!!..อะไรนะ!! นี่ฉันอยู่ในนิยายเื่ไหนเนี่ยจะบ้าหรือไงฉันคนเดียวจะแต่งงานกับพวกนายสองคนได้ยังไงกัน!! พอเลยหยุดเดี๋ยวนี้ ฉันจะลง..นายอ่ะสั่งให้พวกเขาหยุดเดี๋ยวนี้..ไม่เช่นนั้นฉันจะะโให้คนมาช่วยและฉันก็จะโทรแจ้งตำรวจมาจากพวกนายด้วย!!"
"ตำรวจหรอ..คืออะไรกัน..แม่นางนี่พูดจาอะไรแปลกๆนะ"
"ฉันหรอแปลก! พวกนายต่างหากล่ะที่แปลกมาก!!คิดได้ยังไงจะให้ผู้หญิงคนเดียวไปแต่งงานกับผู้ชายถึง 2 คนนี่มันไม่ใช่ละครนะยะ! บ้านเมืองของพวกนายออกกฎหมายมาแบบไหนกันเนี่ย"
"เวลานี้ถึงเขตวังหลวงแล้ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าตัวเ้าถือเป็สมบัติของเมืองหยุนเปิงไปแล้ว ฉะนั้นเ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรองอันใดทั้งสิ้นจนกว่าเ้าจะให้กำเนิดทายาทแก่พวกข้าทั้งสอง…." เจินถึงขั้นอ้าปากหวอเพราะตอนนี้เธอกำลังงงและสับสนมากว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันแน่และสองคนนี้เป็ใคร รวมไปถึงทำไมเธอจะต้องมาแต่งงานกับ 2 คนนี้ ประเด็นสำคัญที่เธอกลัวมากที่สุดคือเธอจะต้องมีลูกกับผู้ชาย 2 คนนี้พร้อมๆกันอย่างนั้นหรอ…เจินเจินสับสนไปหมด เเม้จะเห็นภายนอกว่าชายที่นั่งอยู่ซ้ายและขวานั้นมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามเข้าขั้นว่าหล่อมากๆ แต่เธอก็ยังกลัวพวกเขาอยู่ดี เหตุเพราะว่าเธอไม่คุ้นชินกับกับพวกเข้าและกฎหมายที่ว่าเธอจะต้องมีสามีพร้อมๆกันถึง 2 คน อะไรนำพาให้เธอมาอยู่ในจุดนี้สิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้คือมีเสียงฟ้าผ่าลงมาพร้อมกับอะไรสักอย่างที่มีเสียงคล้ายกับะเิ ซึ่งในตอนนั้นเธอหลับตาไว้และไม่ได้ลืมตาดูจึงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างและที่สำคัญเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอหลับไปั้แ่เมื่อไหร่เพราะตื่นมาอีกทีก็มาพบกับ 2 คนนี้แล้ว…..คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวของเจินและคาดได้ว่าเธออาจจะยังหาข้อสรุปไม่ได้ในเร็ววันนี้แน่…