บทที่ 7
สังหารสัตว์อสูร
ร่างของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้ามีความยาวมากกว่า10 เมตรลำตัวใหญ่กว่าร่างของมนุษย์สิ่งที่ปรากฏขึ้นมานั่นก็คืออสรพิษที่มีเกรดสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงมีดวงตาที่ดุร้ายจ้องมองตรงมาที่เขา
สิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้มันคือสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวอสรพิษเกล็ดแดงรูปร่างของมันก็เป็อย่างที่เห็นเป็อสรพิษขนาดใหญ่ที่มีลำตัวยาวแล้วก็มีร่างกายที่ใหญ่โตกว่าพวกอสรพิษธรรมดาทั่วไปโดยจุดเด่นของมันนั่นก็คือเกรดที่มีสีแดงฉานส่องประกายระยิบระยับ
มองจากในตอนนี้ก็มองเห็นว่าร่างกายของมันมีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าโลหิตป็นอย่างมาก
[ชื่ออสูรอสูรพิษ LV.10]
[ระดับ 1ดาว]
[พลังชีวิต300/300 ปราณ 90/90]
[ความสามารถ- ไม่สามารถมองเห็น ]
ตัวอักษรปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าแสดงความแข็งแกร่งมองเห็นเพียงแค่นี้ก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามันนั้นมีความแข็งแกร่งความหมาป่าโลหิต
โดยทั่วไปแล้วอสรพิษเกล็ดแดงตัวนี้ถ้าจะจัดการกับมันจำเป็จะต้องมีผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีความสามารถมากกว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า
โดยความยากเย็นในการจัดการกับมันนั่นก็คือการที่มึงมีร่างกายที่ใหญ่โตแล้วยังสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วอีก
นั่นคือสิ่งที่สามารถจัดการมันได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะแบบนั้นมาลองจัดอันดับดูแล้วมันมีความแข็งแกร่งมากกว่าหมาป่าโลหิต
แม้ว่าจะเป็สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวเท่ากันแต่ความแข็งแกร่งมันเองก็แตกต่างกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเื่นี้เป็ที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าความแข็งแกร่งของเ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีความแข็งแกร่งกว่า
ลมปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของมันเองก็ดูน่ากลัวกว่าเช่นเดียวกันถ้าเป็หมาป่าโลหิตธรรมดาก็คงจะไม่สามารถสู้กับมันได้แต่ในตอนนี้หมาป่าโลหิตที่เขากำลังควบคุมอยู่มันแตกต่างกันออกไป
หมาป่าโลหิตตอนนี้ที่ทำพันธสัญญากับเขามันมีความแข็งแกร่งมากกว่าหมาป่าโลหิตธรรมดาทั่วไปหลายเท่า
หลังจากที่ลองพิสูจน์มาแล้วก็สามารถรู้ได้ว่าหมาป่าโลหิตตอนนี้ความสามารถของมันมากกว่าหมาป่าโลหิตธรรมดาจริงๆตามที่เสียงของหญิงสาวปริศนาได้กล่าวเอาไว้ว่าถ้ามีระดับเพิ่มขึ้นความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้น
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ความแข็งแกร่งของมันแตกต่างจากพวกหมาป่าโลหิตธรรมดาอย่างชัดเจน
เขาเลยรู้สึกว่าตนเองสามารถสู้ได้แม้ว่าเ้าสิ่งที่อยู่ด้านหน้าจะแข็งแกร่งกว่าหมาป่าโลหิต
ดวงตาที่ดุร้ายของอสรพิษร่างั์จ้องมองมาที่มนุษย์ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันตั้งใจจะโจมตีเข้ามาใส่เขาทำการพรุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วร่างกายอันใหญ่โตของมันกลับสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเป็อย่างมาก
เพียงแต่จางิล่วงรู้ดีอยู่แล้วว่าระดับการเคลื่อนไหวของมันอยู่ในระดับใดแม้ว่าจะเป็องค์รัชทายาทที่ไม่เคยออกจากวังแต่ความทรงจำภายในชีวิตก่อนยังตราตรึงอยู่ภายในใจ
เขารู้จักดีเกี่ยวกับพวกมันควรจะพูดว่ารู้จักเป็อย่างดีเลยด้วยซ้ำแม้ว่าความทรงจำภายในชาตินี้จะมีเพียงแค่ความทรงจำภายในวังแต่ว่าภายในชาติก่อนอัดแน่นไปด้วยความรู้มากมายของยุทธภพ
เพราะแบบนั้นเลยรู้จักเ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็อย่างดีว่าการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของมันที่พุ่งทะยานออกมาบริเวณด้านหน้าเขาไม่ได้ตื่นตระหนกแล้วก็ไม่ได้ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
ร่างกายที่กำลังยืนอยู่ประสานััเข้ากับหมาป่าโลหิตที่อยู่ภายในการควบคุมเขาสั่งการให้มันทะยานโจมตีใส่ร่างของอสรพิษที่อยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็วการโจมตีเริ่มขึ้นร่างของหมาป่าขนสีดำสนิททะยานออกไปบริเวณด้านหน้าพริบตาเดียวกรงเล็บอันแหลมคมฉีกกระชากเค้าร่างของมัน
กรงเล็บอันแหลมคมของหมาป่ามันฉีกกระชากใส่ร่างของอสรพิษตนนั้นเพียงแต่ว่าเมื่อมันโจมตีเข้าไปเกล็ดแข็งหนาของมันสามารถป้องกันการโจมตีได้หลายส่วน
เ้าอสรพิษเกล็ดแดงตอนนี้ความสามารถของมันไม่ได้มีเพียงแค่การที่ร่างกายอันใหญ่โตนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเพียงแค่นั้นแต่ว่าร่างกายของมันที่ถูกห่อหุ้มด้วยเกล็ดแข็งหนามันยังมีความพิเศษโดยการที่พวกนั้นสามารถป้องกันการโจมตีอันรุนแรงได้
จางิยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะะโออกมาจากจุดนั้นร่างกายของเขาเป็ร่างของคนธรรมดาทั่วไปสามารถทำการวิ่งหรือะโได้ในระดับมนุษย์เท่านั้น
ไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาได้เพราะแบบนั้นการเคลื่อนไหวของเค้าสามารถเคลื่อนไหวได้เชื่องช้ากว่าปกติเพราะแบบนั้นต้องคาดเดาการเคลื่อนไหวของเ้าสิ่งที่อยู่ด้านหน้าและทำการขยับขยื่นก่อน
ร่างกายวิ่งออกมาอ้อมบริเวณทางซ้ายเอาร่างกายของตนเองไปหลบอยู่บริเวณด้านหลังต้นไม้ใหญ่
อสรพิษเกล็ดแดงพยายามจะโจมตีตามเข้ามาเพียงแต่ว่าโดนหมาป่าโลหิตสกัดกั้นเอาไว้ทำให้มันต้องหันไปสนใจและต่อสู้กับหมาป่าโลหิตก่อน
สัตว์ร้ายทั้งสองทำการหันประเชิญหน้ากันแววตาที่เต็มไปด้วยความดุร้ายจ้องมองไปที่คู่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า
จ้าวอสรพิษเกล็ดแดงร่างกายของมันที่มีคว้านัความยาวแต่สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วทะยานเข้าใส่ร่างของหมาป่า
เมื่อมันพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วร่างกายของมันสามารถเคลื่อนไหวล้อมรอบร่างกายของเ้าหมาป่าเอาไว้ได้และพยายามจะทำการใช้คมเขี้ยวอันแหลมคมกลืนกินเหยื่อ
เพียงแต่ว่ามันเองก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นจางิผู้ที่ทำการสั่งการเค้าได้บังคับให้หมาป่าโลหิตใช้ความสามารถของมันออกมาการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วกล้ามเนื้อส่วนขาถูกขยายใหญ่ขึ้นร่างของหมาป่าสีดำพรุ่งทะยานไปมาบริเวณรอบรอบหลุดการจับกุมของอสรพิษตนนั้น
[ระบบความสามารถของหมาป่าโลหิตเคลื่อนไหวรวดเร็วถูกเปิดใช้งาน ]
หลังจากนั้นการเคลื่อนไหวของมันสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมากขึ้นอีกหลายเท่าเพียงพริบตาเดียวร่างกายของหมาป่าเคลื่อนไหวทะยานไปมาบริเวณรอบรอบพร้อมกับใช้กรงเล็บอันแหลมคมของมันส่งเสริมด้วยความสามารถอีกหนึ่งอย่าง
มันถูกส่งเสริมด้วยทักษะกรงเล็บแข็งแกร่งพริบตาเดียวร่างของหมาป่าสีดำพุ่งทะยานไปมาราวกับว่าเป็เส้นแสงวิ่งผ่าน
หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือคมเขี้ยวอันแหลมคมฝันผ่านทะลุเกล็ดอันแข็งหนาเข้าไปโดนร่างกายทำให้อสรพิษตนนั้นบังเกิดาแกันหลาย10 แห่งแล้วสิ้นใจตายในที่สุด
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คิดเพราะว่าการโจมตีของหมาป่าโลหิตสามารถแสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
โดยเขาเองก็ไม่คาดคิดเช่นเดียวกันว่าหมาป่าโลหิตที่มีความอ่อนแอมากกว่าอสรพิษเกล็ดแดงจะสามารถทำการสังหารมันได้อย่างง่ายดายขนาดนี้
แต่เมื่อเห็นว่ามันสามารถสังหารได้ง่ายดายขนาดนี้แล้วมองเห็นความสามารถที่เพิ่มพูนขึ้นของมันก็ยิ่งทำให้ภายในใจตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
หัวใจภายในอกข้างซ้ายกำลังเต้นรัวถึงความสามารถและพลังของตนเองที่ได้รับมาเขามองไปที่ร่างของเ้าอสรพิษที่นอนตายอยู่ที่พื้นพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก
ตัวหนังสือหรือตัวอักษรบางอย่างปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าของเข้าอีกแล้ว “ สำเร็จ…”
[ ระบบ :เควส ปะทะสัตว์อสูร สำเร็จ]
[ ได้รับของรางวัล- ขีดจำกัดการใช้งานสัตว์อสูรเพิ่มขึ้น 1 ]
แน่นอนว่ามันสำเร็จเขาสามารถสังหารมันได้เรียบร้อยและได้รับบางอย่างมาจากการทำภารกิจของเ้าพลังปริศนานี้
เขายกมือขึ้นมาจับกุมบริเวณศีรษะของตนเองแล้วก็ส่งเสียงถามกับสิ่งที่อยู่ภายในหัว “ นี่หมายความว่าอย่างไรสิ่งที่ได้รับมาช่วยอธิบายหน่อยได้หรือไม่เสี่ยวหนิง”
“ เรียนนายท่านสิ่งที่ได้กลับมาจากภารกิจที่สำเร็จคือความสามารถในการเรียกสัตว์อสูรออกมาใช้งานเพิ่มขึ้นเป็สองตัว”
“ งั้นก็แสดงว่าตอนนี้ข้าสามารถเรียกสัตว์อสูรออกมาใช้งานได้มากกว่าหนึ่งตัวแล้วสินะในเวลาเดียวกัน”
“ ถูกต้องเ้าค่ะตอนนี้นายท่านสามารถเลือกสัตว์อสูรออกมาใช้งานได้มากกว่าหนึ่งตัวเพียงแต่ว่าสัตว์อสูรภายในพันธสัญญามีเพียงแค่หนึ่งตัวเท่านั้นเลยไม่สามารถเรียกอสูรตนใดออกมาได้”
ได้ยินคำอธิบายเช่นนั้นเขาก็เข้าใจในทันทีการพยักหน้าขึ้นลงทำความเข้าใจกับสิ่งที่เสียงของเสี่ยวหนิงภายในหัวทำการอธิบายให้เค้าฟัง
และในขณะที่กำลังเข้าใจกับสิ่งที่นางอธิบายแล้วก็สิ่งที่ตนเองได้รับมามันมีบางอย่างปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าอีกครั้งตัวอักษรปริศนาปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้า
[ ระบบ :เควส ทำสัญญากับสัตว์อสูรตนที่สอง ]
[ ได้รับของรางวัล- พัฒนาสกิลหนึ่งอย่าง ]
เมื่อเห็นมันปรากฏขึ้นมาดวงตาของเขาแววทอประกายด้วยความตื่นตัวก่อนที่ในเวลาต่อมาดวงตาคู่นั้นจะบังเกิดกลายเป็ความตื่นเต้น
“ มาได้ทันเวลาพอดี”
ในตอนนี้สิ่งที่ปรากฏให้เห็นบริเวณด้านหน้าแสดงขึ้นมาอย่างชัดเจนว่าเขาสามารถทำการทำพันธสัญญาสัตว์อสูรได้เพิ่มเติม
เพียงแต่ว่าในตอนนี้ลองมองดูแล้วสิ่งที่อยู่บริเวณรอบรอบท้องนภานั้นเริ่มมืดมิดเพียงแต่ว่าไม่ใช่่เวลานั้นจะเข้าสู่ยามราตรีแต่เป็เพราะว่ามันมีฝนกำลังเข้ามาปกคลุมภายในป่าแห่งนี้
เมื่อแหงนมองท้องนภาที่มองเห็นว่าถูกปกคลุมไปด้วยม่านเมฆสีดำสนิทในตอนนี้เขารู้ได้ในทันทีเลยว่าฟ้าฝนคงจะไม่เป็ใจหลังจากสังหารมันได้เรียบร้อยแล้วคงจะต้องทำการหาถ้ำเพื่อหลบ
ใน่ตลอดสามถึงสี่วันที่ผ่านมาอากาศนั้นท้องฟ้าโปร่งไม่มีอันใดเกิดขึ้นแต่ในตอนนี้แหงนมองดูเหมือนว่าสายฝนนั้นกำลังจะร่วงโรยลงมา “ ดูเหมือนว่าในตอนนี้คงจะต้องรีบหาที่หลบฝนแล้วสินะ”
จบบท