ห้านาทีเต็ม ๆ ที่ทุกอย่างภายในโดมแห่งนี้ตกอยู่ใต้ม่านฝุ่นควัน ซึ่งเกิดจากแรงปะทะของ 2 ทักษะจนะเิออกสั่นะเืไปทั่ว และหากสังเกตดี ๆ จะมองเห็นรอยร้าวรอบตัวโดมเป็ประปราย อันแสดงถึงพลังโจมตีของทักษะลำแสงเนบิวล่าว่ามีพลังมากเพียงใด เพราะถ้าถึงขนาดทำให้โดมที่ถูกออกแบบมาอย่างพิเศษ ได้รับความเสียหาย เทกาซัสเองก็คงต้องลำบากอย่างแน่นอน
เอกอนใช้สายตามองฝ่าม่านควันอย่างยากลำบาก เขากำลังลุ้นผลงานตัวเองว่าประสบผลเช่นไร เพราะถ้าหากยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วละก็ ตัวเขาเองก็ไม่มีทักษะอะไรที่สูงกว่านี้จะใช้โจมตีอีกเช่นกัน
ระหว่างนั้นมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวตรงที่เทกาซัสยืน แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกชั่วครู่กว่าจะมองเห็น ครั้นพอฝุ่นจางลงสิ่งที่เอกอนเห็นนั้น ก็ทำให้มุมปากของเขาคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เมื่อร่างของมอนสเตอร์ระดับพิเศษ ชั้นอัศวินได้เคลื่อนตัวออกจากที่เดิมเลยไปด้านหลังเกือบหนึ่งเมตร ส่วนใบหน้าของมันก็มีรอยเืซึมนิด ๆ ตรงโหนกแก้มข้างซ้าย อันเป็เครื่องหมายบ่งบอกว่าการโจมตีของเอกอนได้ผล
“เ้าผ่านแล้ว...เอาไม้เท้าดวงจิตัไปได้” เทกาซัสกล่าวออกมาเหมือนย้ำเตือนในผลของการโจมตี
เอกอนเห็นดังนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เขาออกเดินอย่างยากเย็นและเชื่องช้า มันเป็ผลกระทบจากทักษะเมื่อครู่ มีผลทำให้ผู้ใช้ติดสถานะอาการชาเป็เวลา 15วินาที ฟังดูเหมือนมันจะสั้น แต่ถ้าหากอยู่ในสนามรบแล้วล่ะก็ แค่ทำอะไรไม่ได้วินาทีเดียวก็อาจเจอแจ็คพอต ไปนั่งจิบน้ำชากับ NPC ที่จุดรอเกิดอย่างแน่นอน
เอกอนคว้าไม้เท้าดวงจิตัที่กำลังลอยอยู่ไว้แน่น มันไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากการโจมตีเลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจในเื่นี้
ชั่วขณะที่เขาดึงด้ามไม้เท้าเข้าหาตัว พลันลูกแก้วสีแดงบนไม้เท้าก็ส่องแสงประกายจ้า จากนั้นัสีทอง 3 ตัวที่พันรอบหัวไม้เท้าก็ค่อยๆ คลายตัวเองออกราวกับมีชีวิต ก่อนจะเคลื่อนแหวกไปคนละหัวมุม ในขณะที่หัวของมันยังคงอ้าปากหันหน้าเข้าหาลูกแก้วสีแดง ซึ่งตอนนี้มันได้ลอยตัวอยู่เหนือร่างของัทั้ง3
‘ผู้เล่นเอกอนทำภารกิจไม้เท้าที่สาบสูญของจอมเวทในตำนานสำเร็จ ได้รับไม้เท้าดวงจิตั ระดับ 7 ดาว 1 อันค่ะ
เนื่องจากว่าของรางวัลภารกิจคือไม้เท้าที่เป็ไอเทมภารกิจ จึงไม่จำเป็ต้องส่งภารกิจค่ะ
กรุณารอ5 นาที ระบบจะนำท่านกลับป่าคาเลวันค่ะ’
สิ้นเสียงระบบแจ้งเตือน เอกอนรีบเปิดดูข้อมูลรายละเอียดของไม้เท้าดวงจิตั อย่างไม่รอช้าทันที
ไม้เท้าดวงจิตั
ระดับ 7 ดาว
(แรร์ไอเทมชิ้นที่ 7)
พลังโจมตี 100 ~ 180 จุด
พลังโจมตีด้วยทักษะ 4,100 ~ 4,700 จุด
ความทนทาน 100/100
***************************
คุณสมบัติพิเศษ
1. เพิ่มพลังโจมตีเวท 10%
2. สามารถอัญเชิญัโลหิตดำ มอนสเตอร์ระดับ13
ช่วยโจมดีได้ในเวลา 15 นาที
(*หมายเหตุ ่เวลาที่ัโลหิตดำถูกอัญเชิญ จะไม่สามารถใช้ไม้เท้าได้)
เอกอนถึงกับใเล็กน้อยเมื่ออ่านรายละเอียดของไม้เท้าในมือจบลง ถึงแม้เขาจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าของรางวัลในภารกิจนี้คือไอเทมระดับ7 ดาว แต่ว่ามีดีกรีเป็ถึงแรร์ไอเทมชิ้นที่7 ออกจะเกินดาดจากที่คิดไปหน่อยนะ
“เยี่ยม” เอกอนเอ่ยชมอย่างไม่รู้ตัว
เขารีบเก็บมันลงในหน้าต่างเก็บไอเทมอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าไม้เท้าจะเดินหนีเขาได้ ก่อนจะหันไปมองดูเทกาซัสที่ยังคงยืนนิ่ง ๆ อยู่
“สักวันเมื่อผมเก่งกว่านี้ ผมจะกลับมาล้มนาย” เอกอนกล่าวอย่างมุ่งมั่น
เขาเป็คนที่ไม่ชอบความพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่ได้ดูถูกความพ่ายแพ้เช่นกัน เพราะถ้าหากเราไม่มีวันแพ้ขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่าเราจะไม่มีวันแข็งแกร่งขึ้นอีก การพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นเพื่อให้เราก้าวขึ้นสูงกว่านี้ เอกอนเชื่อเช่นนั้น
“ได้ทุกเมื่อ ข้ายินดีต้อนรับ” เทกาซัสตอบด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่ร่างของเอกอนกลับถูกแสงสีขาวจากด้านหลังกลืนหายไป
มอนสเตอร์เผ่าเทวดาถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดภารกิจที่ยาวนานของมันก็จบลงแล้ว ต่อแต่นี้เขาจะได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลกเซียดั่งใจปรารถนาเสียที....
“ดีแล้วเหรอ ที่ให้แรร์ไอเทมง่าย ๆ แบบนี้” เทกาซัสหันกลับไปด้านหลังตามเสียงพูดปริศนา ซึ่งเป็ขณะเดียวกับที่ร่าง ๆ หนึ่งปรากฏตัวขึ้นราวกับิญญา
“อเล็กซ์” ผู้มาใหม่ที่ถูกเรียกว่าอเล็กซ์ ยกมือปัดปอยผมสีทองบนหน้าผากของตัวเองเบาๆ ไม่ใช่เพราะรำคาญแต่เป็นิสัยที่ติดตัวมากกว่า
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เทกาซัส”
“มีธุระอะไร” เทกาซัสถามสั้น ๆ เขาไม่ชอบสนทนาอะไรนาน ๆ
อเล็กซ์คลี่ยิ้มด้วยริมฝีปากบางเรียวอย่างมีเลศนัย ก่อนจะบอกถึงจุดประสงค์ของตัวเองออกไป
“ข้ามาชวนเ้าเข้าร่วมกองทัพกับข้า”
“ทำไม”
“เพราะข้าจะทำาต่อต้านผู้เล่น”
“คุณตา ผมมารับภารกิจครับ”
ผมพูดด้วยเสียงอันเบาจนเกือบจะเป็กระซิบ ส่วนผู้ที่ถูกเรียกนั้นกลับแค่ปรือตาขึ้นเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน
ตอนนี้ผมอยู่ที่เมืองโคเรีย ทั้งผม เทลเลอร์และสองผู้ติดตามต่างก็มาถึงกันั้แ่เช้าแล้ว แต่เพราะมัววิ่งวุ่นไปทั่วเมืองเพื่อตามหา NPC เฒ่าขอทานอยู่ ก็เลยเสียเวลาไปเยอะ โชคดีว่าผู้เล่นในเมืองนี้ไม่ค่อยพลุกพล่านเหมือนเมืองก่อนๆ จึงพอวิ่งกันได้สะดวก แต่สุดท้ายก็เป็ไคน์เองที่เตือนให้ผมดูพิกัดในแผนที่ นั่นแหละเราจึงหยุดค้นหา แล้วเดินตามพิกัดจนพบเฒ่าขอทานที่มุมตึกมุมหนึ่ง สภาพเขานั้นไม่ต้องพูดถึงเหมือนกับไปฟัดกับใครมาไม่มีผิด
“ภารกิจ อะไร” ผมเกาหัวแกรก ๆ นี่สรุปว่าเป็ NPC ของระบบจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย
“ก็ภารกิจวิชาลับที่หายไปของเผ่าพันธุ์หมาป่าไงครับ”
“อ่อ” เฒ่าขอทานครางอย่างนึกออก แต่ผมกลับเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่ามันจะได้เื่
“อ่ะเอาไป” เฒ่าขอทานบอกปัดเหมือนขอไปที
ผมเห็นเขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อผุๆ ของตัวเอง ก่อนจะหยิบกระดาษอะไรบางอย่างออกให้ผม เมื่อคลี่มันออกก็พบว่าเป็แผนที่แผ่นหนึ่ง แล้วเสียงของระบบแจ้งเตือนก็ดังขึ้นแทบจะในทันที
‘ผู้เล่นเควินรับภารกิจวิชาลับที่หายไปของเผ่าพันธุ์หมาป่าเสร็จสิ้นค่ะ สามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้าต่างภารกิจค่ะ’
“มันเป็ที่อยู่ของหญิงสาวเผ่าพันธุ์หมาป่าคนเดียว เธอสามารถสืบทอดวิชาลับของหมาป่าได้สำเร็จ” เฒ่าขอทานหยุดพักหายใจแล้วกล่าวต่อ
“ข้าเป็คนเดียวที่เคยเห็นนาง เอาแผนที่ไปแล้วตามหานางให้เจอ นางจะถ่ายทอดวิชาลับให้แก่ผู้ติดตามเ้า”
จากนั้นเปลือกตาของเฒ่าขอทานก็ปิดลง ผมละความสนใจจากร่างที่มอมแมมนั่น ก่อนจะลุกขึ้นแล้วยื่นแผนที่ให้ไคน์
“แกรู้จักไหมล่ะไคน์”
“ไม่...ข้าไม่รู้จัก” ผมหยิบแผนที่จากมือไคน์กลับมา แล้วโยนมันลงหน้าต่างเก็บไอเทม ก่อนจะเปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมาอ่านดูรายละเอียด
รายละเอียดภารกิจ : ตามหา NPC เผ่าพันธุ์หมาป่าตามแผนที่ของเฒ่าขอทาน แล้วนำแผนที่นั่น
ให้กับ NPC ตนนั้นไป เป็อันสิ้นสุดการส่งภารกิจ
ผมปิดหน้าต่างภารกิจลงแล้วหยิบแผนที่ขึ้นมาดูอีกครั้ง
ให้ตายเถอะ...ช่วยบอกทีว่าไอ้กระดาษแผ่นเยินๆ ลายมือเด็กอนุบาลนี่มันคือแผนที่
ขอโทษที...ผมอ่านไม่ออก
“เทลเลอร์ดูให้ที” ผมบอกพลางยื่นกระดาษที่เป็แผนที่ให้กับลูกศิษย์แล้วรอฟังคำตอบ
“ดูไม่ออกหรอกครับว่าเขียนอะไร...แต่ถ้าดูจากรูปร่างที่วาดเป็รูปสามเหลี่ยมแล้วเรียงต่อกันเป็รูปวงกลมแบบนี้ ก็พอจะรู้ครับว่ามันเป็ที่ไหน” เทลเลอร์เดาจากภาพที่เห็น แม้น้ำเสียงที่ตอบเ้าตัวจะค่อนข้างลังเลก็ตาม
“แล้วที่ไหนล่ะ”
“ถ้าเอาเทียบกับแผนที่โลกแห่งเซียก็น่าจะเป็...” เทลเลอร์เว้น่ไปเสียดื้อ ๆ แล้วจัดการเปิดหน้าต่างแผนที่โลกของเกมเซียขึ้นมา ผมเห็นเ้าลูกศิษย์จัดแจงทาบกระดาษนั่นลงบนไปตรงสถานที่ๆ ตัวเองคิดไว้ แล้วชี้ให้ผมดู
“ป่าทมิฬ ที่อยู่ในเขตเมืองริวชินงั้นเหรอ” เป็ผมที่พูดออกมา
“ครับ ไม่ผิดแน่...เพราะมันเป็ป่าเดียวที่มีอาณาเขตเป็รูปวงกลม ส่วนสามเหลี่ยมนี่ก็คงจะหมายถึง ต้นไม้ที่มีใบเป็รูปสามเหลี่ยมอย่างแน่นอน”
“โอเค...งั้นไปกันเลย”
แม้ปากจะบอกว่าไปลุยป่าทมิฬกัน แต่พอมาถึงจริง ๆ ผมถึงกับเอามือตบหน้าผาก เมื่อพบว่าสิ่งแวดล้อมของป่ามันไม่ได้เป็อย่างที่จินตนาการเอาไว้ เพราะทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในป่านั้น ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความมืดสลัวสมชื่อป่าทมิฬจริงๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้มันเป็เวลาเช้าอยู่แท้ๆ แต่อาจจะเป็เพราะต้นไม้พวกนี้มันสูงเกินไป และมีใบหนามากเป็พิเศษเลยบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาจนหมด
ยิ่งมองใบไม้ของต้นไม้ในป่านี้ยิ่งรู้สึกประหลาดเข้าไปใหญ่ เพราะถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่ามันเป็รูปสามเหลี่ยมและไม่ใช่แค่สามเหลี่ยมธรรมดาด้วย แต่มันเป็สามเหลี่ยมด้านเท่า
ขอโทษเถอะ...ใครเป็คนออกแบบกันนะ
“เหมือนกับกำลังเดินป่ายุคไดโนเสาร์เลย”
ผมบ่นออกมาอย่างเสียไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังเดินมุทะลุไปข้างหน้าต่อ โดยมี เทลเลอร์ ไคน์และเวียร่าตามติดอยู่ข้างหลัง แล้วพอยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนใบไม้สามเหลี่ยมพวกนี้ จะค่อยๆ เริ่มใหญ่ขึ้นจนเกือบจะเท่ากระจาดตากปลาแห้งอยู่แล้ว ซึ่งมันทำให้ผมปวดขมับขึ้นมาตงิด ๆ ที่ทัศนียภาพไม่ค่อยน่าชวนชม
“เทลเลอร์อีกนานไหมกว่าจะถึง”
“ใกล้แล้วครับ...ดูจากเครื่องหมายกากบาทในแผนที่นี้ ก็คงจะเดินไปอีกสักหน่อย”
10 นาทีผ่านไป ตอนนี้รอบกายผมกลายเป็ดงใบไม้เรขาคณิตแสนสวยไปแล้ว แต่เดิมที่เห็นแค่ประปรายกลับกลายเป็สวนพฤกษชาติสามเหลี่ยม
ให้ตายเถอะ...ผมจะไม่ว่าอะไรสักคำเลย ถ้าต้นไม้พวกนี้ถูกออกแบบมาให้เหมือนจริง แต่ดูนี่สิใบไม้เป็รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ไม่รู้ว่าพวกออกแบบคิดอะไรกันอยู่ อยากให้ผู้เล่นคิดค่าพีทาโกรัสระหว่างเดินป่าหรือไงกัน แล้วพอเด็ดออกมาถือไว้นะ มันก็ดูเหมือนเป็ร่มกันฝนดี ๆ นี่เอง
“โอ้ย! ยังไม่ถึงอีกเหรอ” ผมเริ่มบ่นพึมพำบ่อยขึ้น จนไคน์เบ้หน้าให้ผมเป็พัก ๆ
“ใกล้แล้วครับ เลยโซนนี้ไปก็เป็ทุ่งหญ้าแล้ว ถ้าดูจากแผนที่นะ”
“เทลเลอร์ถามหน่อยนะ...เธอเคยมาแถวนี้หรือเปล่า”
“ครั้งแรกครับผม” เป็คำตอบที่แสนสุภาพแต่มันทำให้ผมอยากตาย แล้วไปนั่งกินคุกกี้กับ NPC ที่จุดรอเกิด ซึ่งมันเป็อะไรที่ง่ายกว่ามาเดินงมทางในป่าประหลาด แถมมีเบาะแสตามหา NPC แค่กระดาษยับๆ ของยาจกคนหนึ่ง ยังดีว่าโชคก็เข้าข้างผมอยู่บ้าง พอเดินพ้นโซนป่าที่ชวนให้คำนวณค่าพีทาโกรัสไป ก็เป็ทุ่งหญ้าตามที่ลูกศิษย์ของผมบอกจริง ๆ แล้วก็เป็ทุ่งหญ้าที่อยู่ท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่นในยามเช้าด้วย
“เฮ้อ…ถึงซักที อยู่นั่นไง”
ผมบอกทุกคนอย่างโล่งอก พร้อมกับชี้ไปยังโขดหินใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางทุ่งหญ้า บนนั้นมีใครบางคนกำลังนั่งหลับตาฟังเสียงลม เสียงใบหญ้าเสียดสีกันอยู่อย่างสงบ
“ผมมาทำภารกิจครับ” ไม่รอช้าผมรีบวิ่งเข้าไปหาแล้วแจ้งความ้าของตัวเองทันที
คนที่นั่งอยู่บนโขดหินค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ แต่ที่ผมใยิ่งกว่าก็คือเธอเป็ผู้หญิง และนี่ก็เป็ครั้งแรกที่ผมเห็นเผ่าพันธุ์หมาป่าเพศหญิง มันทำให้ผมถึงกับตะลึงในความงดงามที่เห็นครั้งแรก ใบหน้านวลผ่อง ริมฝีปากแดงระเรื่อ ั์ตาดำขลับดูน่าค้นหา องค์ประกอบเหล่านี้มันเข้ากันอย่างไม่มีที่ติเลยจริงๆ
“ไคน์ฉันว่านายเจอหมาตัวเมียแล้วล่ะ” ผมเอียงหน้าเข้าไปแซวผู้ติดตามเล่นเบาๆ แต่กลายเป็ว่าไคน์แค่จ้องหน้าผมด้วยสีหน้านิ่งๆ ของมันเท่านั้น ก่อนจะพ่นคำสบถอย่างเอื่อมระอา
ผมมองดูมันอย่างขำ ๆ แล้วหันหน้ากลับมาที่เดิมซึ่งเป็ขณะเดียวกับที่เธอเริ่มเปิดปากพูด
“มาแล้วเหรอ...ผู้สืบทอดวิชาของเผ่าพันธุ์เรา” เธอเอ่ยด้วยสำเนียงที่ไพเราะผิดจากที่จินตนาการไว้ ก่อนจะแบมือมาทางผม ซึ่งนั่นทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าเธอ้าอะไร
“นี่ครับ” ผมมอบแผนที่ของเฒ่าขอทานให้แก่นาง แล้วเสียงระบบแจ้งเตือนก็แว่วเข้ามา
‘ผู้เล่นเควินส่งภารกิจสำเร็จ’
แม้ระบบจะบอกแบบนั้นแต่ผมก็ไม่เชื่อสักเท่าไหร่ นี่เป็ถึงภารกิจระดับ Aนะ มันจะง่ายอย่างนี้เลยเหรอ อย่างน้อยก็ต้องให้เขาหาไอเทม หรือฆ่าอะไรสักตัวสองตัว เป็เงื่อนไขหน่อยสิ
“เ้าคือนายของ...หมาป่าตัวนั้นใช่หรือไม่” เธอหมายถึงไคน์
“ใช่ครับ”
“ข้ามีเื่ให้เ้าช่วยระหว่างที่ข้าถ่ายทอดทักษะให้แก่ผู้ติดตามของเ้า” นึกแล้วเชียวว่าต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติม แต่ก็นั่นแหละผมเตรียมใจมาแล้ว
“อะไรล่ะครับ” ผมถามอย่างไม่อ้อมค้อม
“ข้าอยากให้เ้า ช่วยหาปิ่นปักผมให้หน่อย รู้สึกว่าข้าจะทำหายแถวป่าตรงโน้น” เธอบอกพลางชี้มือไปด้านหลัง
ผมมองตามมือของเธอที่ชี้ไปทางป่าที่อยู่ตรงข้ามกับป่าที่พวกผมเพิ่งจะผ่านมา ก่อนจะหันกลับมามอง NPC หมาป่าสาวเช่นเดิม
“อย่างเดียวใช่ไหมครับ” ผมถามย้ำอีกครั้งเผื่อว่าเธอจะให้ทำอะไรเพิ่ม ผมจะได้ทำครั้งเดียวแล้วเสร็จไปเลย
“ใช่...เมื่อเ้ากลับมาแล้วผู้ติดตามของเ้าก็จะได้รับการถ่ายทอดทักษะลับของเผ่าพันธุ์เสร็จพอดี” เธอบอกแล้วยิ้มให้ปิดท้าย ซึ่งผมก็พยักหน้าตกลงแต่ว่าผมกลับค้างคาใจอยู่เื่หนึ่ง
“ผมมีเื่จะถามครับ”
“ว่ามาสิ” เธออนุญาตอย่างเป็มิตร
“ปกติแล้วมอนสเตอร์ทุกตัวใช้ได้แต่ทักษะของเผ่าพันธุ์ใช่ไหมครับ” เธอพยักหน้าเป็คำตอบ
“แล้วกรณีทักษะลับล่ะครับมันแตกต่างยังไงกับทักษะปกติ” เธอมองผมด้วยรอยยิ้มพรายแล้วตอบกลับมา
“ทักษะลับนั้นเป็ทักษะที่จะมอบให้แก่มอนสเตอร์ที่ถึงระดับ8 แล้วมีคุณสมบัติเพียบพร้อม มันเป็ทักษะที่ไม่ปรากฏให้เห็นทั่วไปในเผ่าพันธุ์ แต่จะรู้เฉพาะกันในมอนสเตอร์บางตัวที่เป็ผู้สืบทอดเท่านั้น ไม่ใช่แค่เผ่าของข้าแต่รวมถึงเผ่าพันธุ์ของเ้าด้วย”
“อย่างนั้นเหรอ” ผมเปรยออกมาอย่างเข้าใจ แบบนั้นก็หมายความว่าเผ่าพันธุ์หนึ่ง ๆ นั้นจะมีทักษะอยู่สองทักษะ คือ ทักษะเผ่าพันธุ์ปกติ กับทักษะลับเผ่าพันธุ์สินะ เห็นทีว่าคงมีเื่ต้องให้ผมทำเพิ่มขึ้นอีกเื่หนึ่งแล้ว และคาดว่าผมคงต้องกลับไปที่เผ่าพันธุ์ตัวเองในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน
“มีอะไรจะถามอีกหรือเปล่า” เธอเอียงหน้าถามผม
“มีครับ...อย่างผู้ติดตามของผมเนี่ยจะสามารถได้รับทักษะลับได้เหรอครับ”
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเ้าหาปิ่นปักผมของข้าเจอหรือเปล่า”
เงื่อนไขสินะ...สุดท้ายเกมส์ก็คือเกมส์อยู่วันยังค่ำยังไงก็คงหลีกหนีความจริงข้อนี้ไปไม่ได้ งั้นก็ขอให้โชคดีละกันไคน์เอ๋ย...ความสำเร็จในทักษะลับของแกขึ้นอยู่กับปิ่นปักผมของนาง
“เอาล่ะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...เ้า…” เธอชี้ไปที่ไคน์ “ถอดอาภรณ์ออกแล้วนั่งลงกับพื้น ข้าจะเริ่มถ่ายทอดทักษะ”
ผมเห็นไคน์มองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอดเสื้อยืดที่ใส่ออกพร้อมเสื้อกั๊กในคราวเดียว จากนั้นจึงโยนมันมาให้ผมหน้าตาเฉย
“ฝากหน่อย...ไอ้เ้านาย”
หางคิ้วด้านขวาผมกระตุกเมื่อได้ยินไคน์พูดแบบนั้น นี่สรุปว่าระหว่างผมกับเ้าหมาบ้าตัวนี้ ใครเป็เ้านายใครเป็ผู้ติดตามกันแน่ แต่ถึงยังงั้นผมก็ยังโยนเสื้อผ้าลงหน้าต่างเก็บไอเทมให้มันอยู่ดี ซึ่งพอหันกลับมาที่เ้าไคน์อีกครั้งก็พบว่ามันได้นั่งลงกับพื้นเรียบร้อยแล้ว เป็ขณะเดียวกับผู้ถ่ายทอดวิชาลับค่อย ๆ เยื้องย่างลงจากโขดหิน และเดินอย่างแ่เบาไปหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของไคน์
เธอวางมือทั้งสองลงบนแผงอกอันกำยำของเ้าหมาป่า ผมเห็นร่างกายไคน์กระตุกจากการัันั้นครั้งหนึ่ง แต่สักพักเ้าตัวก็ค่อย ๆ หลับตาลง
“ไปกันเถอะเทลเลอร์ พี่ว่าจากนี้ไปคงมีฉากหวาดเสียวสยิวความคิดแน่ๆ ซึ่งมันไม่ดีกับเด็กอย่างเธอ พี่ว่าพี่เห็นกระต่ายระดับ 10 อยู่ทางโน้นนะเราน่าจะไปซ้อมมือกันหน่อย”
เทลเลอร์มองผมอย่างงงๆ ว่ากำลังจะสื่ออะไรให้เขาฟัง
“ผมไม่เคยได้ยินว่ามีกระต่ายระดับ10 นะครับ”
“มันจะมีหรือไม่มีก็ช่างหัวมันสิ...” จู่ ๆ NPCที่กำลังถ่ายทอดทักษะให้ไคน์ก็หันมาทำท่าแยกเขี้ยวใส่พวกผม
“รีบๆ ไปเลยนะ...จะไปฆ่ากระต่ายระดับ 10 หรือมดระดับ 13 ที่ไหนก็ไป อย่ามาพล่ามอะไรมั่วๆ แถวนี้ให้คนอื่นเขาเข้าใจผิด แล้วก็ถ้าไม่ได้ปิ่นปักผมมาละก็ ข้าจะเชือดผู้ติดตามเ้าทิ้งซะเข้าใจไหม”
“คร้าบบบบ!”