จ้าวหงเหมยยัดธนบัตรสิบหยวนหนึ่งใบกับเศษเหรียญอีกจำนวนหนึ่งใส่มือหูหลันเยวี่ย"ไปถึงตลาดนัด อยากกินอะไรก็ซื้อเลยนะลูก"
ปกติแล้วถ้าจ้าวหงเหมยไปเดินตลาดนัดเองจะพกเงินติดตัวไปไม่เกินห้าหยวน
ถึงแม้ฐานะทางบ้านจะยังไม่ค่อยคล่องตัวนักแต่จ้าวหงเหมยก็ไม่อยากให้ลูกสาวต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
สองพี่น้องเดินออกจากบ้านก็เห็นหลินซือหย่วนยืนรออยู่ใต้ต้นเมเปิ้ลต้นใหญ่
หลินซือหย่วนพาสองพี่น้องไปยังร้านซ่อมรองเท้าที่อยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน
"พี่หูจื่อ เดี๋ยวพวกผมจะเข้าไปในเมืองกันผมเข้าไปเอาจักรยานที่หลังบ้านก่อนนะครับ" หลินซือหย่วนทักทายหลินจินหู่ช่างทำรองเท้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาซ่อมรองเท้าให้ลูกค้าก่อนจะเดินตรงไปยังหลังร้าน
ช่างซ่อมรองเท้าหลินจินหู่ขาพิการต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันเวลาเดิน
ปัจจุบันหาเลี้ยงชีพด้วยการซ่อมรองเท้าและซ่อมแซมรถจักรยาน
ไม่นานหลินซือหย่วนก็เข็นจักรยานออกมาคันหนึ่ง"เสี่ยวเยวี่ย เธอขี่คันนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปเอามาอีกคัน"
พอได้ยินอีกฝ่ายเรียกเธอว่าเสี่ยวเยวี่ยหูหลันเยวี่ยก็รู้สึกใจเหมือนตกอยู่ในภวังค์ไปครู่หนึ่ง
เพราะพ่อแม่อุปถัมภ์ก็เรียกเธอแบบนี้เหมือนกัน
ขณะที่หูหลันเยวี่ยกำลังเหม่อลอยหลินซือหย่วนก็เข็นจักรยานอีกคันออกมาแล้ว
ถิงถิงขี่จักรยานไม่เป็นเธอก็นั่งซ้อนท้ายจักรยานอย่างว่าง่าย
ตอนแรกหลินซือหย่วนปั่นจักรยานนำหน้าไปก่อนพักเดียวเขาก็ลดความเร็วลง ปั่นคู่ไปกับหูหลันเยวี่ย
เขาแอบชำเลืองมองหญิงสาวเป็นระยะ
พอเห็นผมยาวสลวยของหญิงสาวปลิวไสวไปตามสายลมหลินซือหย่วนก็ไม่อยากละสายตาไปไหน
ผู้หญิงในหมู่บ้านไม่ตัดผมสั้นก็ถักเปียสองข้าง ซึ่งมันดูเชยระเบิดในสายตาของหลินซือหย่วน
ดังนั้นหูหลันเยวี่ยที่มัดผมหางม้าสูงจึงดูโดดเด่นและน่ามองในสายตาของเขา
"จักรยานสองคันนี้เป็นของช่างซ่อมรองเท้าคนนั้นเหรอ" หลังจากเดินออกมาได้ครึ่งลี้ หูหลันเยวี่ยก็ถามความสงสัยที่ยังคาใจออกมา
คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านยังไม่มีปัญญาซื้อรถจักรยานได้แล้วทำไมบ้านคนพิการที่หาเลี้ยงชีพด้วยการซ่อมเล็กซ่อมน้อยถึงมีรถจักรยานถึงสองคันมันชวนให้สงสัยจริงๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหญิงสาวหลินซือหย่วนก็ไม่ได้ปิดบัง "รถเป็นของฉันเองแต่ละบ้านมีสิทธิ์ซื้อจักรยานได้แค่คันเดียว ฉันเลยใช้สิทธิ์ของพี่หูจื่อน่ะ"
เนื่องจากสิ่งของยังอยู่ในช่วงขาดแคลนการจะซื้อรถจักรยานหรือจักรเย็บผ้าที่เป็นของชิ้นใหญ่ จึงไม่ใช่ว่ามีเงินก็ซื้อได้
คำอธิบายของหลินซือหย่วนไม่ได้ทำให้หูหลันเยวี่ยเข้าใจกระจ่างแจ้งกลับทำให้ความสงสัยในใจเพิ่มมากขึ้นไปอีก
"ถ้าบอกว่าจักรยานทั้งสองคันเป็นของนายแล้วทำไมนายถึงไม่เก็บมันไว้ที่บ้านตัวเอง ทำไมต้องเอาไปฝากไว้ที่บ้านคนอื่นด้วย"หูหลันเยวี่ยถามต่อ
หลินซือหย่วนยิ้มอย่างมีเลศนัย"ทำไมต้องเอาไปไว้บ้านคนอื่นเหรอ อันนี้เป็นความลับไว้ค่อยบอกทีหลัง"
พอได้ยินเขาจงใจอมพะนำแบบนี้หูหลันเยวี่ยก็แค่นเสียงฮึ "ไม่บอกก็ไม่บอกใครจะอยากรู้กัน"
"พวกเธอสองคนอย่าเอาเรื่องที่ฉันมีจักรยานสองคันไปบอกใครนะ" จากนั้นหลินซือหย่วนก็เสริมอีกประโยค "แต่ว่าบอกลุงฉางหมินกับป้าหงเหมยได้"
ถิงถิงที่แทบไม่ได้ปริปากพูดตลอดทางที่นั่งซ้อนท้ายจักรยานมาตอนนี้ก็พูดขึ้นบ้าง "พี่ซือหย่วนพี่ซื้อจักรยานได้ตั้งสองคัน เอาเงินมากขนาดนั้นมาจากไหนเหรอคะ?"
หลินซือหย่วนเหลือบมองหูหลันเยวี่ยที่กำลังปั่นจักรยานอยู่แวบหนึ่งก่อนจะตอบคำถามของถิงถิง "เงินของฉันก็ต้องเป็นเงินที่ฉันหามาเองสิรายละเอียดของวิธีหาเงินน่ะพี่สาวเธอรู้ดี"
"พี่คะ ที่พี่ซือหย่วนพูดหมายความว่ายังไงเหรอ?" ถิงถิงถามเสียงเบา
หูหลันเยวี่ยเร่งเท้าปั่นจักรยานพลางตอบถิงถิง "ใครจะไปรู้"
ถิงถิงตอบรับแห้งๆ
ถึงแม้เธอจะสงสัยว่าทำไมหลินซือหย่วนถึงซื้อจักรยานได้ตั้งสองคันแต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมบอกตรงๆ ถิงถิงก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ
ไม่นานทั้งสามคนก็เข้ามาในตัวอำเภอ
ตลาดนัดเปิดตั้งแต่เช้าแล้วในเวลานี้ก็คึกคักเอามากๆ
นี่เป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอของที่เอามาขายก็ต้องมีหลากหลายชนิดมากกว่าตลาดนัดในหมู่บ้านเป็นธรรมดาคนที่มาเดินตลาดนัดจึงมีเยอะเป็นพิเศษ
คนจากสิบกว่าหมู่บ้านใกล้เคียงต่างก็มาเดินตลาดนัดที่นี่ไหล่แทบชนกัน สนุกสนานรื่นเริงเชียว!
พอเห็นร้านขายไอศกรีมแท่งหลินซือหย่วนก็ซื้อไอศกรีมให้หูหลันเยวี่ยกับถิงถิงกินคนละแท่ง
ถึงแม้หูหลันเยวี่ยจะรู้ดีว่าระบบย่อยอาหารของตัวเองอ่อนแอทางที่ดีอย่ากินของเย็น แต่พอเจอเข้ากับความหอมหวานที่อยู่ตรงหน้าเธอก็อดใจไม่ไหวและเลือกที่จะกินเข้าไป
ตอนเดินผ่านแผงขายผ้าหลินซือหย่วนก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
"หลันเยวี่ย ฉันอยากซื้อผ้าให้ย่าตัดเสื้อผ้าใส่ ฉันเลือกไม่เป็นเธอช่วยดูให้หน่อยได้ไหม?"
พอได้ยินหลินซือหย่วนบอกว่าจะซื้อผ้าให้ย่าตัดเสื้อผ้าแล้วขอให้เธอช่วยเลือก หูหลันเยวี่ยก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย
"ช่วยเลือกน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่ฉันต้องรู้ก่อนว่าย่าใหญ่ชอบสีอะไร ลายอะไรฉันจะได้เลือกผ้าให้ถูกใจท่านได้"
หลินซือหย่วนอ้ำอึ้งก่อนจะพูดว่า "ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าย่าชอบสีอะไรฉันจำได้ว่าเสื้อของย่าจะเป็นลายดอกๆ หน่อย น่าจะชอบผ้าลายดอกนะ"
"นายไม่รู้กระทั่งเรื่องย่าใหญ่ชอบสีอะไร ลายอะไรไม่แปลกใจเลยที่ย่าใหญ่จะบ่นว่านายไม่เอาใจใส่"
หลินซือหย่วนแก้ตัวอย่างน้อยใจ"ฉันเป็นผู้ชาย จะละเอียดอ่อนเหมือนพวกเธอได้ยังไง หลันเยวี่ยคุณย่ารักเธอมาก ท่านต้องชอบผ้าที่เธอเลือกให้แน่ๆ"
"ฉันก็หวังว่าสิ่งที่ฉันเลือกจะถูกใจท่านนะ" พูดจบหูหลันเยวี่ยก็รีบเดินไปยังแผงขายผ้าแผงหนึ่ง
ในปัจจุบันเสื้อผ้าสำเร็จรูปแทบจะไม่มีตลาดในชนบททุกคนจะซื้อผ้าจากตลาดนัดก่อน แล้วค่อยจ้างช่างตัดเย็บเสื้อผ้าเอา
ดังนั้นแผงขายผ้าในตลาดนัดจึงมีค่อนข้างเยอะในตลาดนัดที่มีขนาดใหญ่หน่อย แผงขายผ้าก็จะยิ่งมีเยอะขึ้นไปอีกจึงมีผ้าให้เลือกมากขึ้น
หูหลันเยวี่ยพิจารณาผ้าสีต่างๆบนแผงอย่างตั้งใจ ก่อนจะชี้ไปที่ผ้าลายดอกไม้บนพื้นสีน้ำเงินแล้วถามหลินซือหย่วน"ผืนนี้เป็นยังไง?"
"มันจะดูแก่ไปไหม ฉันอยากให้ย่าใส่แล้วดูสาวขึ้นหน่อย" หลินซือหย่วนค่อยๆ ออกความเห็น
จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็ชี้ไปที่ผ้าลายดอกไม้สีม่วงเข้มที่อยู่ห่างจากพวกเขาออกไปเล็กน้อยแล้วถามหลินซือหย่วน"แล้วผืนนี้ล่ะ?"
หลินซือหย่วนมองตามทิศทางที่หญิงสาวชี้ไปก่อนจะพยักหน้า "อืม ฉันว่าผืนนี้เหมาะกับย่านะ"
หูหลันเยวี่ยจึงบอกให้เจ้าของแผงผ้าหยิบผ้าลายดอกไม้สีม่วงเข้มผืนนั้นออกมา
"หลินซือหย่วน นายรู้ขนาดเสื้อผ้าของย่าใหญ่ไหม?" หูหลันเยวี่ยถาม
ต้องรู้ขนาดเสื้อผ้าก่อนถึงจะคำนวณได้ว่าจะต้องซื้อผ้าเท่าไหร่
แต่หลินซือหย่วนไม่รู้ขนาดเสื้อผ้าของย่า
หูหลันเยวี่ยขมวดคิ้วอย่างจนปัญญา
เธอครุ่นคิดเล็กน้อยถึงส่วนสูงและรูปร่างของย่าหลินก่อนจะประเมินขนาดเสื้อผ้าของท่านคร่าวๆ
จากนั้นเธอก็คำนวณปริมาณผ้าที่ต้องใช้ตามขนาดที่เธอประเมิน
เมื่อเลือกผ้าเสร็จหลินซือหย่วนก็จ่ายเงินอย่างรวดเร็ว
"ฉันว่าผ้าสีชมพูผืนนี้สวยดีนะ เธอซื้อไปทำกระโปรงก็น่าจะดี" พอเห็นหูหลันเยวี่ยมองไปที่ผ้าสีชมพูผืนนั้นหลินซือหย่วนก็คิดว่าหญิงสาวคงจะชอบผืนนี้
เมื่อเผชิญหน้ากับข้อเสนอของหลินซือหย่วนหูหลันเยวี่ยก็รีบส่ายหน้า "ฉันมีเสื้อผ้าใส่อยู่แล้ว"
เจ้าของร้านอดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา"พ่อหนุ่ม เธอนี่โชคดีจริงๆ ที่ได้เมียรู้จักประหยัดอดออมเป็นผู้ชายต้องรู้จักเอาใจเมีย จริงไหมล่ะ"
"ฉันไม่ใช่เมียเขานะคะ!" หูหลันเยวี่ยรีบอธิบาย