"ก็อาจมิได้เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียว"
ซูอี้โจวฟังคำน้องสาวแล้วส่ายหน้า"ความเป็นไปได้ที่เจ้าพูดถึงเป็นเพียงสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเท่านั้น แต่หากคิดเช่นนั้นก็ตื้นเขินเกินไป"
"แล้วมันหมายความว่าอย่างไรเล่า?" ซูอี้หว่านได้ยินพี่ชายกล่าวว่านางตื้นเขินก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมาทันที
สำหรับนางแล้วทิศทางการคิดของตนนั้นมิได้ผิดพลาด การจะวางแผนร้ายต่อท่านเจ้าเมืองฉินก็ต้องเป็นผู้ที่สามารถขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งของเขาได้อย่างรวดเร็วที่สุดมิเช่นนั้นคงต้องสูญเสียมากมาย สุดท้ายกลับเปล่าประโยชน์
"เจ้าลืมไปแล้วหรือว่ายังมีคนบางกลุ่มที่ได้รับอำนาจพิเศษจากผู้มีอำนาจเหนือกว่าโดยตรง?"
"พี่ชาย ท่านหมายถึง พวกที่ถูกส่งตัวลงมาแบบไม่ผ่านขั้นตอนหรือ?"
เมื่อได้ฟังคำเตือนของซูอี้โจวซูอี้หว่านจึงกระจ่างขึ้นมาทันที
"หากเป็นเช่นนั้น พวกเราก็จะยิ่งไม่รู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายนะ"
ปัจจุบันรากฐานกำลังของพวกเขาในเมืองอวิ๋นเฉิงยังไม่มีมั่นคงนักหลายสิ่งหลายอย่างยังคงเป็นปริศนาดังนั้นจึงยังไม่รู้ว่าจะสืบสวนเรื่องนี้ได้อย่างไร
"ไม่ต้องรีบร้อน ด้วยสายข่าวที่เรามี ไม่ช้าก็เร็วต้องมีข่าวความเคลื่อนไหวผู้ใดกันที่คอยชักใย อีกไม่นานความจริงคงปรากฏ"
ซูอี้โจวเห็นน้องสาวทำท่าไม่พอใจก็กระซิบปลอบประโลมซูอี้หว่านสองสามคำ
สองพี่น้องกำลังสนทนากันเพลินๆขณะที่ทั้งสองเดินเลี่ยงถนนยาวเพื่อจะเข้าซอยเล็กตัดกลับบ้านก็พลันเห็นภาพชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งล้อมคู่นายกับบ่าวไว้
"พวกเจ้าจะทำอะไร?"
เด็กหญิงรับใช้มีอายุเพียงสิบสองถึงสิบสามปีเท่านั้นถึงแม้จะหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา แต่ก็ยังคงฝืนยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าคุณหนูของตนพยายามที่จะใช้ร่างกายอันบอบบางปกป้องอันตราย
ด้านหลังเด็กหญิงรับใช้ผู้นี้คือเด็กสาวที่คาดว่ามีอายุประมาณสิบหกถึงสิบเจ็ดปีใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเช่นกัน
เมื่อเทียบกับสาวใช้ตัวน้อยนางกลับดูใจเย็นกว่ามากนัก นางคอยระแวดระวังกลุ่มอันธพาลเบื้องหน้าอย่างระมัดระวังพลางสังเกตการณ์รอบข้าง พยายามที่จะหาทางหลบหนี
ในขณะนั้นเองหางตาก็พลันเหลือบเห็นซูอี้หว่านและพี่ชาย ดวงตาพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที
เพียงแต่ในไม่ช้าแววตานางก็กลับหม่นแสงลง ราวกับไม่ได้คาดหวังอะไรจากพวกเขามากนัก
ซูอี้หว่านเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นไม่คิดว่าสตรีผู้นี้จะมีท่าทีเช่นนี้
เมื่อสังเกตว่าคู่นายบ่าวเริ่มตัวติดกันมากขึ้นทุกที...ขณะเดียวกัน กลุ่มอันธพาลที่อยู่ตรงหน้าก็ยิ่งทวีความหยาบคายขึ้นเรื่อยๆซูอี้หว่านก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองพี่ชายของตน
"พี่ชาย ท่านว่าอย่างไร?"
"ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายมานาน รู้สึกสนิมจับไปบ้างแล้วถือโอกาสนี้ฝึกสักหน่อยก็แล้วกัน"
ซูอี้โจวทนเห็นคนรังแกเด็กสาวเช่นนี้ไม่ได้ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนดีที่มีความยุติธรรมเต็มเปี่ยมแต่ก็ย่อมไม่ยอมให้ใครกระทำการต่ำช้าต่อหน้าต่อตาอย่างแน่นอน
เห็นดังนั้นซูอี้หว่านก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
นางรู้ดีว่าพี่ชายของตนเป็นเช่นนี้ถึงปากจะบอกว่าตนเองไม่มีความยุติธรรม และไม่ใช่คนดีอะไรแต่สิ่งที่เขาทำนั้นกลับเป็นการช่วยเหลือผู้ที่พบเจอความอยุติธรรมทั้งสิ้น
คิดได้ดังนั้นนางก็ไม่รอช้า เดินตามซูอี้โจวไปยังเบื้องหน้าพร้อมกัน
"อย่า! พวกเจ้าอย่าเข้ามานะ!"
สาวใช้ตัวน้อยไม่ได้สังเกตว่าพวกซูอี้โจวได้เดินมาทางนี้แล้วเมื่อเห็นเหล่าอันธพาลคืบคลานเข้ามาใกล้ นางก็ยิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ตอนนี้นางได้แต่ฝืนทนทำทีเป็นแข็งกร้าว แต่ไม่ว่าใครก็สามารถมองออกได้อย่างง่ายดายว่านางกำลังหวาดกลัวและกระวนกระวายใจมากเหลือเกิน
"หลีกไป! พวกเรามิได้ต้องการหาเจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!"
ในหมู่คนที่ยืนเบียดเสียดกันพลันมีเสียงหัวเราะหยาบคายดังมา คนผู้หนึ่งคว้ามือสาวรับใช้เอาไว้แล้วเหวี่ยงนางไปด้านข้าง
สาวรับใช้เสียหลักโดยสมบูรณ์เห็นทีว่าจะต้องล้มกระแทกพื้นอย่างรุนแรง แต่ก่อนที่ความเจ็บปวดจะทันได้มาเยือนก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ช่วงเอว ทำให้นางสามารถกลับมายืนได้อย่างรวดเร็ว
นางเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจมองไปยังเบื้องหน้า ก็เห็นว่ามีเด็กสาววัยไล่เลี่ยกันยืนอยู่ตรงหน้ารูปร่างหน้าตางดงามมาก แต่กระนั้นนางกลับสัมผัสได้ถึงความพิเศษบางอย่างจากเด็กสาวผู้นั้น
สาวรับใช้รู้สึกตกตะลึงในใจรู้สึกว่าเด็กสาวเบื้องหน้าไม่ธรรมดา
"ช่วยด้วย! ช่วยคุณหนูของข้าด้วยเจ้าค่ะ!"
สาวรับใช้ไม่ได้คิดมากเพียงแต่ร้องขอความช่วยเหลือไปยังซูอี้หว่าน
"เจ้าขอความช่วยเหลือจากคนเหล่านี้งั้นหรือ? เด็กน้อยเจ้ามันโง่เขลาสิ้นดี แค่คนผอมกะร่องสองคนนี้ จะสู้พวกเราได้หรือ?"
เสียงประหลาดแฝงความเย้ยหยันดังขึ้นอีกคราทำเอาผู้คนต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ทันใดนั้นชายผู้นั้นก็อุทานออกมา ราวกับค้นพบบางสิ่งที่น่าสนใจ
"ดูสิ เด็กคนนี้ก็หน้าตาสะสวย ไม่แพ้คุณหนูท่านนั้นเลย!"
ระยะนี้ซูอี้หว่านรับประทานอาหารที่ดีขึ้น ผิวพรรณจึงเริ่มเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลรูปร่างหน้าตาก็ไม่ซูบซีดดังเก่า กลับให้ความรู้สึกบอบบางดุจขนนก
มิอาจปฏิเสธได้ว่าเดิมทีนางก็งดงามอยู่แล้ว บัดนี้กลับยิ่งพิลาสล้ำกว่าเก่า
ก็เพราะเหตุนี้พวกอันธพาลจึงถูกดึงดูดสายตาไปที่นางในทันที ไม่ได้สนใจคุณหนูท่านนั้นมากเท่าไร
สำหรับพวกเขาการรังควานคู่นายบ่าวเป็นเพียงภารกิจแต่เด็กสาวหน้าตาสะสวยเบื้องหน้ากลับดึงดูดใจพวกเขามากกว่า
"พี่น้องทั้งหลาย รีบจัดการ! พาเด็กคนนี้กลับไปด้วย!"
เมื่อได้ยินเสียงคำรามเหล่าอันธพาลก็แยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจ ส่วนหนึ่งมุ่งตรงไปจับตัวคุณหนูที่เหลือดาหน้าเข้าใส่ซูอี้หว่านอย่างไม่กลัวตาย
"ในเมื่อหาที่ตายเอง เช่นนั้นข้าจะสนองให้!"
เมื่อเห็นว่าคนเหล่านั้นดูหมิ่นความสามารถของนางและกล้าที่จะท้าทายอำนาจ ซูอี้หว่านจึงไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอีกต่อไป!
ทุกคนไม่คาดคิดว่าเด็กสาวที่ดูอ่อนแอกลับสามารถระเบิดพลังอันน่าทึ่งออกมาได้ภาพที่เห็นคือซูอี้หว่านผลักร่างสาวใช้ให้พ้นภัย พลันร่างหมุนกลับ เท้าเล็กๆก็ฟาดฟันใส่ร่างของอันธพาลที่อยู่ใกล้ตัวตามด้วยหมัดหนักกระแทกเข้าใส่ใบหน้าคนที่ตามมา จนบวมปูด
อาจเป็นเพราะปฏิกิริยาตอบสนองอันรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด และความเหี้ยมโหดของซูอี้หว่าน ชั่วพริบตาทุกสิ่งก็ตกอยู่ในความเงียบไม่มีใครเข้าใจว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นได้แต่ยืนงงงันมองดูภาพอันธพาลสองคนที่ถูกนางซัดลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว
"นางสารเลว! ข้าจะฆ่าเจ้า!"
ได้ยินเสียงคำรามไม่พอใจจากคนที่ถูกล้มลงกับพื้นจากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ซูอี้หว่านอีกครั้ง
น่าเสียดายที่เขายังไม่ทันได้เข้าใกล้ซูอี้หว่านก็ถูกนางจับทุ่มข้ามไหล่กระเด็นออกไปทันที
เมื่อซูอี้หว่านเริ่มลงมือพวกอันธพาลเหล่านี้ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข ทุกครั้งที่นางเคลื่อนไหวจะโจมตีจุดสำคัญของศัตรูอย่างแม่นยำ
ด้วยความรู้ทางการแพทย์นางจึงลงมือด้วยความแม่นยำ เลือกโจมตีจุดอ่อนของศัตรูอย่างไม่ปรานีทำให้พวกอันธพาลที่โดนอัดจนน่วมได้รู้จักความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าความตาย
เพียงแต่ซูอี้หว่านไม่ได้ใส่ใจต่อปฏิกิริยาของพวกอันธพาลเหล่านี้นางสั่งสอนพวกเขาไปพร้อมๆ กับมุ่งหน้าไปยังเด็กสาวที่ถูกล้อมกรอบ
ในขณะเดียวกันซูอี้โจวก็ลงมือเช่นกัน เหวี่ยงอันธพาลที่พยายามจับคุณหนูผู้นั้นหนีกระแทกลงไปบนพื้นตรงๆ
การเคลื่อนไหวของเขาเด็ดขาดและเฉียบคมเมื่อเห็นว่าคุณหนูเกือบจะล้มลง เขาก็พุ่งตัวไปประคองร่างนางไว้ในอ้อมแขนมืออีกข้างก็ซัดหมัดใส่เหล่าอันธพาลที่ดาหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว