ประตูถูกเปิดพรวดเข้ามาขณะที่หมอมีร่ากำลังจะออกจากห้อง สาวสวยในชุดเดรสสีแดงแบรนด์เนมทั้งตัว แต่งหน้าจัด ตามมาด้วยชายหนุ่มสวมสูทหอบดอกไม้ช่อโตเข้ามาภายในห้อง ทั้งหมอมีร่าและเ้าหน้าที่พยาบาลต่างหันไปมองเห็นสาวสวยคนนั้น แทบจะถลาเข้าไปซบอกคนบนเตียง หญิงสาวจีบปากจีบคอพูด
"โธ่! คุณราฟาเอล เป็ยังไงบ้างคะ เป็เพราะช่วยเจสซี่ไว้แท้ๆ ถึงได้โดนยิงแบบนี้ คุณพ่อฝากมาเยี่ยมด้วยค่ะ ท่านตั้งใจจะมาด้วยตัวเองแต่ติดธุระด่วนเลยมาไม่ได้ เป็ไงบ้างคะ เจ็บมากไหม" น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความออดอ้อน
"เอ่อ...ปลอดภัยครับ เห็นหมอเ้าของไข้บอกอย่างนั้น" เขาปรายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้ก้าวออกจากห้องไปแล้วอย่างไม่สนใจไยดี อุตส่าห์ช่วย น่าน้อยใจจริง ๆ เชียว
"เจสซี่เป็ห่วงคุณมากเลยค่ะ ทราบข่าวั้แ่เมื่อคืน อยากจะมาทันที คุณพ่อก็เป็ห่วงคุณเหมือนกัน"
"ขอบคุณมากครับ ผมสบายดีขึ้นบ้างแล้วแต่อาจจะขยับตัวลำบาก"
"เจสซี่อยู่เฝ้าไข้ได้นะคะ" เธอว่าพลางออดอ้อน
"อย่าดีกว่าครับ ผมว่ามันคงไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไร อีกอย่างที่นี่พยาบาลก็ดูแลดี ไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ"
"คุณเสี่ยงชีวิตตัวเองช่วยดูแลเจสซี่อย่างดีตอนที่เกิดเหตุในวันนั้น เล่าให้คุณพ่อฟังท่านยังใเลยค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวเจสซี่จะย้ำกับเ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้ดูแลคุณอย่างดีที่สุด เพราะเ้าของโรงพยาบาลเป็ลูกพี่ลูกน้องของเจสซี่เองค่ะ" เขาพอจะรู้ว่าเจสซี่เป็ญาติผู้น้องของคารอส
"อย่าเลยครับ ให้คุณหมอและเ้าหน้าที่ทำงานกันตามขั้นตอนดีกว่า ผมไม่อยากใช้เส้นสายอะไร"
"แล้วนี่คุณจะเอาเื่มือปืนโรคจิตคนนั้นไหมคะ เดี๋ยวเจสซี่จะให้คุณพ่อช่วยดูคดีให้ได้นะคะ"
"ไม่เป็ไรครับ ผมมีคนของผมคอยดูแลเื่นั้นอยู่แล้ว ยังไงก็ขอบคุณมากครับ"
เจสสิก้ายิ้มหวานหว่านเสน่ห์มองหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม รู้สึกประทับใจและเริ่มหลงเสน่ห์เขาเข้าให้แล้ว เธออยากมีความสัมพันธ์มากเกินกว่านี้ แอบหวังว่าเสน่ห์ของเธอจะมัดใจเขาได้
"เจสซี่ไม่กวนคุณดีกว่า แต่ขออนุญาตอยู่เฝ้าตลอดทั้งวันนะคะ คุณพักผ่อนตามสบายได้เลย สัญญาว่าจะไม่กวนคุณเลยค่ะ" น้ำเสียงของหญิงสาวออดอ้อนอย่างมีจริต ถึงเขาจะปฏิเสธเธอก็คงเซ้าซี้ไม่เลิก ในที่สุดจึงต้องยอม นั่งคุยกันสักพักเขาก็หลับไปในที่สุดเพราะอ่อนเพลีย
มีร่าที่หลังจากกลับมาจากตรวจคนไข้ชั้นวีวีไอพีรวมถึงคนไข้ตึกอื่น ๆ จนเสร็จจึงเดินกลับไปห้องพักแพทย์ ่บ่ายเธอมีผ่าตัดสามเคส ตอนนี้จึงพอมีเวลานั่งดูประวัติคนไข้ที่ผ่าตัด แต่ถึงกระนั้น เธอกลับไม่มีสมาธิเอาเสียเลยเพราะกำลังนึกถึงผู้หญิงที่มาเยี่ยมคนไข้ห้องวีวีไอพี เธอคนนั้นเป็ผู้หญิงสวยจัดคนหนึ่ง ชุดที่สวมใส่ก็แบรนด์เนมทั้งตัวแถมยังดูท่าทางสนิทสนมกันอีกด้วย
'เธอเป็ใครกัน แล้วเกี่ยวอะไรเราเนี่ย'
มีร่าพยายามสลัดภาพในหัวออกก่อนจะนั่งพิงเบาะแล้วหลับตาเพื่อให้ตัวเองมีสมาธิ แต่มันก็ไม่ได้ผลเสียเลย อะไรไม่รู้ดลใจให้เธอกดโทรศัพท์ไปที่เคาน์เตอร์เ้าหน้าที่พยาบาลตึกวีวีไอพี
"นี่หมอมีร่า คนไข้ห้องวีวีไอพีหนึ่งเป็ยังไงบ้าง"
"คนไข้พักผ่อนอยู่ในห้องค่ะ คงเพลียเลยหลับเป็ส่วนใหญ่"
"บ่นปวดแผลไหม"
"ไม่ค่ะ น่าจะไม่บ่นนะคะ มีสาวสวยดูแลใกล้ชิดขนาดนั้น" เ้าหน้าที่ว่าพลางส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ มาตามสาย
"มีอะไรก็รายงานมาแล้วกัน อีกอย่างหมอวิสัญญีให้ยาแก้ปวดทางไขสันหลัง ตอนนี้อาจยังไม่ปวดมาก ่บ่ายมีเคสผ่าตัดอาจไม่ได้เข้าไป" เธอกดวางสายพลางครุ่นคิด
'ทำไมต้องอยากจะรู้ด้วยนะ ถึงกับต้องโทรไปถามอาการของเขา ไม่สิ! ก็เราเป็เ้าของไข้ ถามอาการก็ไม่เห็นแปลก'
คุณหมอสาวถอนหายใจเบา ๆ เขาจากไปนานแล้ว ทำไมต้องกลับมาด้วย
'ไม่หรอก ไม่มีทางที่เขาจะรู้สึกอะไร'
ขณะที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายแจ้งมาว่าห้องผ่าตัดพร้อมแล้ว
มีร่าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้มีสมาธิ ไม่วอกแวก รู้สึก่นี้สมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างไรไม่รู้ จะเป็เพราะสาเหตุไหนกันถ้าไม่ใช่เพราะเขา!!! คิดได้แบบนั้นหญิงสาวก็ได้แต่ปลง จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
มีร่าเข้าห้องผ่าตัดไปั้แ่บ่ายโมง ออกจากห้องผ่าตัดก็เข้าไปเยี่ยมคนไข้หลังผ่าตัดและคนไข้อื่น ๆ ต่อเพราะต้องตรวจเยี่ยมผู้ป่วยทั้ง่เช้าและบ่าย บางครั้งถ้าไม่ได้ไปตรวจคนไข้ที่ตึก เ้าหน้าที่พยาบาลจะโทรมารายงานถ้าคนไข้มีอาการเปลี่ยนแปลงกว่าจะเสร็จก็เกือบสี่ทุ่มกว่า คิดว่าจะกลับห้องพัก แต่อะไรก็ไม่รู้ดลใจจึงเปลี่ยนเส้นทาง สาวเท้าก้าวเดินไปทางตึกวีวีไอพี มารู้ตัวอีกทีก็มาหยุดอยู่หน้าห้องของคนไข้ห้องวีวีไอพีหนึ่งจนได้
'เขาจะหลับรึยังนะ แล้วพยาบาลพิเศษสาวสวยคนนั้นจะยังอยู่รึเปล่า ไม่ดีกว่า เขาน่าจะหลับพักผ่อนไปแล้ว'
ตอนนี้เธอกำลังชั่งใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ เดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าห้อง บอดี้การ์ดหนุ่มสองคนเห็นอาการของเธอก็มีท่าทีฉงน เธอได้แต่ยิ้มเก้อ ๆ แก้เขินให้พวกเขา
ในที่สุด หญิงสาวก็ตัดสินใจจับลูกบิดประตูเปิดเข้าไป ไฟวอร์มไลท์ในห้องสลัวเพื่อให้คนไข้ได้พักผ่อน ห้องวีวีไอพีของโรงพยาบาลโอ่อ่าสมราคา จัดโซนอย่างชัดเจน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าอยู่โรงพยาบาล
เธอพยายามเดินให้เบาที่สุดเพราะใส่รองเท้าส้นสูง อาจมีเสียงดังได้ หญิงสาวเดินไปหยุดยืนข้าง ๆ เตียงกว้าง ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มแผ่เต็มเตียง เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่นอนหลับอยู่ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
มือเรียวสวยโบกไปมาตรงหน้าชายหนุ่มเพื่อทดสอบดูว่าหลับหรือยัง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
'น่าจะหลับแล้ว'
เห็นดังนั้นจึงเลื่อนสายตาไปมองจอมอนิเตอร์สัญญาณชีพ ทุกอย่างดูปกติ จะเปิดดูแผลก็ยังไงอยู่เพราะอยู่ใต้ผ้าห่ม จึงตัดสินใจไม่เปิดดูด้วยกลัวว่าคนไข้จะตื่น คุณหมอสาวก้มมองถุงสายสวนปัสสาวะ ยังออกมาในปริมาณปกติ จึงปรับหยดน้ำเกลือให้ไหลช้าลง เพราะพรุ่งนี้น่าจะเอาออกได้แล้ว มากไปกว่านั้นเธอยังช่วยจัดผ้าห่มอย่างเบามือ ไม่คิดว่าตัวเองจะแวะมาดูอาการของเขาด้วยซ้ำ
เมื่อเผลอมองใบหน้าของชายหนุ่ม มีร่าพลันนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น เขาเห็นเธอก่อนแล้วและ้าช่วยเธองั้นเหรอ คำถามผุดขึ้นมาในหัว หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ
ทำไมต้องช่วยเธอเสมอ ทำไมต้องกลับมาในเมื่อไม่สามารถทำตามสัญญาได้ภายในใจรู้สึกสับสน
ไม่สิ! มันเลือนหายไปนานแล้ว ไม่อยากหลงเหลือความทรงจำอีกต่อไป คิดได้ดังนั้นเธอจึงหันหลังกลับ แต่ด้วยความรีบจึงไม่ทันได้สังเกต
เท้าของหญิงสาวสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ที่วางไว้ข้างเตียง ในขณะที่กำลังจะล้มลงไป จู่ ๆ ก็มีมือแข็งแรงดึงข้อมือเธอไว้ได้ทันก่อนที่จะหน้าคะมำลงไปกระแทกพื้น แรงกระชากส่งให้เธอล้มลงบนตัวชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ
ตอนนี้ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากใบหน้าของเขาแค่คืบ มีร่าเบิกตากว้างด้วยความใเพราะนึกว่าเขาหลับไปแล้ว
"โอ๊ย! เจ็บ" ชายหนุ่มร้องเสียงดัง ใบหน้าเหยเก เธอใที่เขาร้องเจ็บแผล
"ปล่อย" หญิงสาวเอ่ยขณะที่ยังเกยอยู่บนร่างแกร่ง เธอพยายามจะดิ้นแต่ก็กลัวเขาจะเจ็บ จึงได้แต่ถลึงตามองใบหน้าหล่อที่นอนยิ้มอยู่บนเตียง
"เจ็บแผลก็ปล่อยสิ" มีร่าขึ้นเสียงเข่นเขี้ยว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าชายหนุ่มจะปล่อย เพราะตอนนี้ตัวเธอถูกรวบอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา
ใช่! เขาปวดแผลมาก แต่จะให้ปล่อยตอนนี้เหรอ ยากหน่อยนะ อยากจะแกล้งให้เข็ด ผู้หญิงอะไรหน้าตายไร้ความรู้สึก ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขน คิดลงโทษเธอในใจโทษฐานที่ไม่แยแสไม่สนใจเขา
'งอนนะรู้ไหม'
"นี่คุณ! เดี๋ยวแผลก็แยกหรอก ถ้าแผลแยกต้องเข้าผ่าตัดอีกรอบนะรู้ไหม สายน้ำเกลือหลุดก็ต้องแทงใหม่" เธอขู่แต่เขาก็ตีมึนไม่ไหวติง
"เบา ๆ สิคุณ เดี๋ยวพยาบาลก็แห่กันเข้ามาหรอก และผมรับรองว่าคุณจะได้ถูกเม้าท์ทั่วโรงพยาบาลว่าคุณกำลังจะปล้ำผม"
"บ้าสิ! คุณนั่นแหละจะปล้ำฉัน" เธอถลึงตามองเขา
ราฟาเอลยิ้มยั่วั์ตาแพรวพราว เธอพยายามดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแข็งแรงนั้น ใช้มือยันพื้นเตียงเอาไว้เพื่อขืนตัวเองไม่ให้เขาดึงตัวเธอเข้าไปใกล้ ๆ ได้อีก
'อีตานี่เอาแรงมาจากไหน ขนาดแขนสองข้างใส่เครื่องวัดสัญญาณชีพไหนจะสายน้ำเกลืออีก ไหนจะแผลผ่าตัดอีก บ้าจริงเชียวคนอะไรหน้าตีชะมัด'
เสียงหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดีของชายหนุ่มดังขึ้น เอาเป็ว่าวันนี้เขาอารมณ์ดีขึ้นแล้วจากเมื่อเช้าที่หงุดหงิดเป็บ้ากับท่าทางของเธอที่มีต่อเขา
'หึ จะแกล้งเสียให้เข็ด คุณรู้จักผมน้อยไปเสียแล้วคนสวย’
"สภาพผมนอนเดี้ยงบนเตียงแบบนี้จะปล้ำคุณได้ไง คิดสิ คุณต่างหากที่จะ..." ชายหนุ่มเอ่ยยิ้ม ๆ จงใจหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้นให้หญิงสาวคิดต่อเอาเอง
มีร่ามองชายหนุ่มตาเขียว แล้วหมัดน้อย ๆ ก็ทุบลงมาบนหน้าอกแกร่งดัง ปึก! ปึก!
"โอ๊ย! เจ็บ" เขานิ่วหน้าเม้มปากด้วยความเจ็บ ไม่อยากร้องเสียงดังเดี๋ยวพยาบาลเฝ้าไข้จะมาขัดจังหวะเพราะเธอขอไปทำธุระส่วนตัว
"ปล่อย! ถ้าไม่ปล่อยฉันจะร้องะโให้คนอื่นได้ยิน หรือไม่อย่างนั้นก็จะกดออดเรียกเ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามา" หญิงสาวขู่ แต่เขายังลอยหน้าลอยตาแสร้งไม่สนใจกับคำขู่นั้น
"นี่คุณ ปล่อยนะ" เธอเอ่ยเสียงเข้มลอดไรฟัน
"อยู่นิ่ง ๆ ก่อนได้ไหม ขอดูหน้าให้ชัด ๆ กว่านี่หน่อย อยากรู้ว่าสาวน้อยถักเปียสองข้างผ้าผูกผมสีฟ้าโตขึ้นจะสวยมากขนาดไหน" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น แววตาวับวาว กลิ่นกายสาวบวกกับน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ กระตุ้นความรู้สึกได้ดีเหลือเกิน
"มองหน้าผม" เสียงนุ่มทุ้มอ่อนโยนเหมือนมนต์สะกดให้เธอตกอยู่ในภวังค์ ทั้งสองต่างสบตากันนิ่ง
มีร่าจ้องลึกเข้าไปยังั์ตาคมสีเฮเซล พลันก่อเกิดอาการหวั่นไหวและประหม่าอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกแปลก ๆ ในหัวใจอย่างประหลาด ใบหน้าเห่อร้อน ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่แม้แต่กับใคร เธอพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่แบบที่เธอคิด มันต้องไม่เป็แบบนี้ พยายามรวบรวมกำลังสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมแต่ก็ยังสู้แรงเขาไม่ได้ นี่ขนาดนอนเจ็บอยู่บนเตียงยังมีแรงขนาดนี้
"ปล่อย! ฉันจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย" เธอสั่งเสียงเข้ม สีหน้าเรียบเฉยเ็าไร้ความรู้สึก แววตาว่างเปล่ามองหน้าเขาเหมือนตัดพ้อ ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความเหินห่างในน้ำเสียง สั่นสะท้านกับความว่างเปล่าในดวงตาคู่สวย
"ใจร้าย ขนาดนอนเจ็บแบบนี้จะพูดดี ๆ หน่อยก็ไม่ได้ คนอุตส่าห์เข้าไปช่วย ไอ้เราก็กลัวจะได้รับอันตราย" เขาบ่นขึ้นมาลอย ๆ แอบน้อยใจที่เธอดูไม่สนใจไยดีเขาสักนิด
"…"
เมื่อเห็นถึงความเฉยชาของเธอ เขาก็คลายอ้อมกอดในที่สุด ปล่อยให้เธอเป็อิสระ
มีร่าเมื่อหลุดจากอ้อมแขนแข็งแรงมาได้ก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องทันที ยังไม่ทันเดินถึงประตูพยาบาลเฝ้าไข้ที่กลับเข้ามาก็เปิดเข้ามาก่อน
"อ้าวคุณหมอ มาั้แ่เมื่อไหร่คะ"
มีร่าพยายามปรับสีหน้าให้ปกติก่อนจะตอบผู้ที่เข้ามาใหม่
"มาได้สักครู่แล้ว กำลังจะกลับพอดี เรียบร้อยดีใช่ไหม"
"เรียบร้อยดีค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ"
เธอพยักหน้ารับแข็ง ๆ ก่อนจะปรายตาไปมองคนที่นอนบนเตียงเล็กน้อยแล้วเดินออกไปจากห้องทันที
ชายหนุ่มมองตามร่างสูงเพรียวไปจนเสียงประตูปิดลง รู้สึกหวั่นใจยังไงชอบกล สงสัยคงต้องคุยกันยาว จากนั้นจึงเอ่ยกับพยาบาลเฝ้าไข้
"รบกวนปิดไฟให้ผมด้วย"
มีร่าที่เดินออกมาจากห้องคนไข้ตัดสินใจเดินขึ้นลิฟต์ไปบนชั้นดาดฟ้าของตึกซึ่งจัดเป็สวนหย่อมเอาไว้พักผ่อน เธอยืนเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย แสงสีท้องฟ้ายามราตรีที่ส่องสว่างด้วยแสงไฟจากตึกสูงในเมืองใหญ่สว่างเจิดจ้า ทว่าภายในใจกลับรู้สึกสับว้าวุ่นเหลือเกิน ยิ่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร