บทที่ 26 เหล่าเฮย ลาก่อน! (รีไรต์)
เสี่ยวหยวนเป่าผู้ชมชอบการกินเป็ชีวิตจิตใจเอ่ยขึ้นทันควัน "ขอบคุณแม่เฒ่าหลี่เ้าค่ะ!"
นางไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น ขอบคุณไว้ก่อนเป็ดีที่สุด
ทว่าซานเป่ากลับมีสีหน้ากังวล "แม่เฒ่าหลี่เ้าคะ แล้วอาฟู่กุ้ยเล่า"
"อย่าไปสนใจเขาเลย! ตายเสียได้ก็ยิ่งดี! ข้าถือเสียว่าไม่เคยคลอดไอ้ลูกหมาเยี่ยงนี้ออกมา"
แม่เฒ่าหลี่เอ่ยถึงบุตรชายด้วยสีหน้าบึ้งตึงไม่น่ามอง
ซานเป่าเห็นดังนั้นจึงไม่กล้าซักไซ้ให้ระคายหูอีก พวกเขาเดินตามแม่เฒ่าหลี่เข้าไปในบ้าน ซานเป่ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ พลางขมวดคิ้ว เมื่อพบว่าภายในบ้านช่างว่างเปล่าเงียบเหงาพิกล
เมื่อสองวันก่อนตอนที่เขามาขอยืมเหล่าเฮย ในบ้านยังมีโต๊ะเก้าอี้และม้านั่งวางอยู่ครบครัน
เขาจึงอดถามไม่ได้ "แม่เฒ่าหลี่เ้าคะ เครื่องเรือนในบ้านหายไปไหนหมดหรือ ไม่ใช่ว่าเหล่าเฮยมาอยู่บ้านข้าแล้วบ้านท่านถูกโจรขึ้นหรอกนะเ้าคะ"
แม่เฒ่าหลี่ทอดถอนใจ "ไม่ใช่หรอก ข้าเอาไปขายแลกเงินมาน่ะ"
ในตอนนั้นเอง เด็กหญิงวัยราวสิบสองสิบสามปีนางหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องด้วยดวงตาที่บวมเป่ง
นางเช็ดน้ำตาพลางสะอื้นไห้ "ซานเป่า เ้าไม่ต้องถามหรอก ทั้งหมดเป็เพราะท่านพ่อผู้ไม่เอาถ่านของข้า ขโมยข้าวของไปขายเพื่อใช้หนี้พนันจนสิ้น วันนี้ยังกลับมาบีบคั้นเอาเงินทอง พอท่านย่าบอกว่าไม่มี เขาก็ลงไม้ลงมือตบตีท่านย่า... ท่านพ่อช่างไม่ใช่คนจริง ๆ! พวกเ้าพาเหล่าเฮยกลับมาก็ดีนักหนาแล้ว หากเขากลับมาอีก ข้าจักให้เหล่าเฮยกัดเขาให้ตายเสีย!"
หญิงผู้นี้คือทังเสี่ยวชุ่ย หลานสาวของแม่เฒ่าหลี่
เสี่ยวหยวนเป่าไม่รู้ว่าเข้าใจความลึกซึ้งเพียงใด ทว่านางกลับปรบมือน้อย ๆ อย่างเห็นพ้อง "ดีเ้าค่ะ! ผู้ที่ชอบตบตีผู้อื่นคือคนชั่ว ต้องกัดคนชั่วให้ตายไปเลย!"
ทังเสี่ยวชุ่ยเดิมทีเอ่ยด้วยโทสะ ทว่าเมื่อเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยส่งเสียงสนับสนุนก็นึกขำจนหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา
"เสี่ยวหยวนเป่า เ้าพูดจาฉะฉานได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ!"
เ้าตัวน้อยตอบด้วยท่าทางน่าเอ็นดู "ใช่แล้วเ้าค่ะ พี่เสี่ยวชุ่ย ข้าพูดได้แล้วเ้าค่ะ! พี่เสี่ยวชุ่ย ท่านช่างงดงามเหลือเกินเ้าค่ะ!"
ครั้งนี้ทังเสี่ยวชุ่ยสำราญใจเป็อย่างยิ่ง
นางปาดน้ำตาจนแห้งเหือด "ไม่ยักรู้ว่าเ้าก้อนแป้งน้อยอย่างเ้า พอพูดได้แล้วจะปากคอเราะราย เอ๊ย ปากหวานปานน้ำผึ้งเช่นนี้ ถือว่าที่ผ่านมาข้าไม่เสียแรงที่เอ็นดูเ้า"
เสี่ยวหยวนเป่าหัวเราะร่วน
นางย่อมจำพี่สาวผู้นี้ได้แม่นยำ
ทังฟู่กุ้ยมักอยู่ไม่ค่อยติดบ้าน นางจึงจำหน้าไม่ได้ ทว่าทังเสี่ยวชุ่ยนั้นนางพบปะอยู่บ่อยครั้งจนคุ้นตา เสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่ ก็ล้วนเป็ของที่พี่เสี่ยวชุ่ยใส่ละทิ้งแล้วทั้งสิ้น ซ้ำพี่สาวผู้นี้ยังมักจะพานางไปวิ่งเล่นอยู่เสมอ
ในหมู่บ้านตระกูลทัง มีผู้ยากไร้อยู่มากโข ไม่มีบ้านใดนิยมซื้อหาเสื้อผ้าใหม่ให้บุตรสาว ต่างรอก็แต่จะรับของเก่าจากผู้อื่น ในยามที่บ้านแม่เฒ่าหลี่ยังมั่งมี ทังเสี่ยวชุ่ยมีเสื้อผ้าใหม่ไม่จำกัด หลายบ้านพยายามมาอ้อนวอนขอของเก่าจากแม่เฒ่าหลี่ ทว่านางไม่เคยยกให้ผู้ใด กลับเก็บสะสมไว้จนกระทั่งเห็นว่าไฉ่ซื่อที่เป็แม่เลี้ยงต้องตรากตรำเลี้ยงลูกอย่างยากลำบาก จึงได้มอบให้ด้วยความเวทนา
……
แม่เฒ่าหลี่หยิบเมล็ดฟักทองออกมาหนึ่งกำมือ แล้วแบ่งให้เ้าก้อนแป้งน้อยส่วนหนึ่ง
เสี่ยวหยวนเป่าเคี้ยวตุ้ย ๆ พลางเอ่ยชม "แม่เฒ่าหลี่เ้าคะ เมล็ดฟักทองที่ท่านคั่วช่างหอมและรสเลิศยิ่งนัก"
วาจานั้นทำเอาใบหน้าเหี่ยวแห้งของแม่เฒ่าหลี่ผลิบานด้วยรอยยิ้ม "เ้าเด็กคนนี้ ยามไม่กล่าววาจาก็แล้วไปเถิด ทว่ายามพาทีขึ้นมา ช่างปากหวานเสียจริง"
ซานเป่าและหวังเทียนโกวยืนอยู่ด้านข้าง ทั้งคู่รับเมล็ดฟักทองมาพลางกล่าวขอบคุณ
แต่ทั้งสองกลับไม่ยอมกิน กลับลอบเก็บใส่กระเป๋าเสื้อไว้ด้วยกันโดยไม่ได้นัดหมาย ด้วยตั้งใจจะเก็บไว้ให้เ้าก้อนแป้งน้อยที่ชมชอบสิ่งนี้
ฝ่ายเหล่าเฮย หลังจากไล่กวดทังฟู่กุ้ยไปจนพ้นเขตหมู่บ้านตระกูลทังแล้ว มันก็วิ่งกลับมา มันส่ายหางไปมาด้วยความดีใจ ไม่นานที่ไม่ได้พบหน้านายเก่าและเ้านายใหม่ มันจึงแสดงความรักด้วยการเลียไปตามตัวของแม่เฒ่าหลี่และทังเสี่ยวชุ่ย พลางส่งเสียงครางออดอ้อน
เสี่ยวหยวนเป่าแบ่งเมล็ดฟักทองให้มันเม็ดหนึ่ง เหล่าเฮยพยายามเคี้ยว ทว่าเมล็ดนั้นเล็กเกินไปจนร่วงหล่นจากซอกฟัน ทำเอาทุกคนต่างพากันหัวเราะร่า
ซานเป่าปลดถุงเสบียงลงจากหลัง แล้วเอ่ยความตามที่ไฉ่ซื่อกำชับมา
แม่เฒ่าหลี่รีบปฏิเสธ "พวกเ้าเอาคืนไปเถิด ไม่ต้องทำเช่นนี้ เหล่าเฮยไปช่วยเฝ้าบ้านให้พวกเ้าไม่ได้ลำบากอันใด เหตุใดต้องลำบากเอาเสบียงมาให้ด้วย เอากลับไปเสีย..."
ทว่าซานเป่าไม่ยอมถอย
งานที่ท่านแม่กำชับมา เขาต้องทำให้ลุล่วง หากแบกกลับไป ท่านแม่คงต้องตำหนิว่าเขาทำงานไม่ได้เื่ และคงต้องลำบากเดินมาอีกรอบเป็แน่
หลังการทัดทานอยู่ครู่หนึ่ง ทังเสี่ยวชุ่ยก็เป็ฝ่ายรับไว้แทนย่า "ซานเป่าและครอบครัวเขามีน้ำใจจริงใจ พวกเราก็รับไว้เถิดเ้าค่ะท่านย่า ยามนี้ข้าวปลาอาหารในบ้านถูกท่านพ่อปล้นชิงไปจนสิ้น ไม่เหลือติดก้นถังเลยแม้แต่นิด"
แม่เฒ่าหลี่ทอดถอนใจยาว นางลอบปณิธานในใจว่า วันข้างหน้าหากมีเหลือเฟือเมื่อใด จักต้องหาทางตอบแทนไฉ่ซื่อคืนให้จงได้
คนเป็ม่ายเลี้ยงลูกสี่คนหาใช่เื่ง่าย ยามนี้อาศัยบารมีของเสี่ยวหยวนเป่าจึงพอจะลืมตาอ้าปากได้ ทว่าเด็กชายทั้งสี่ รวมหวังเทียนโกวยังเล็กนัก วันข้างหน้ายังต้องเผชิญกับความลำบากอีกไม่น้อย
เมื่อลิ้มรสเมล็ดฟักทองและส่งมอบเหล่าเฮยเสร็จสิ้นภารกิจ ซานเป่าก็พาน้องสาวและหวังเทียนโกวผู้เดินตามเงียบ ๆ เตรียมตัวกลับบ้าน ทว่าก่อนจะก้าวพ้นประตู เสี่ยวหยวนเป่ากลับหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าอวบอิ่มเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม!
นางเพ่งมองพินิจโหงวเฮ้งของแม่เฒ่าหลี่อย่างละเอียด "แม่เฒ่าหลี่เ้าคะ โหงวเฮ้งของท่านเปลี่ยนแปลงไป ใน่ไม่กี่วันนี้ท่านอาจมี 'เคราะห์เืตกยางออก' ทางที่ดีท่านควรออกไปหลบเลี่ยงภัยนอกบ้านสักพักนะเ้าคะ"
ซานเป่ารีบขยิบตาห้ามน้องสาว เพราะเกรงว่าวาจาเช่นนี้จะทำให้ผู้อื่นขุ่นเคือง
ใครเล่าจะยินดีเมื่อถูกเด็กตัวน้อยมาชี้หน้าทักว่าจะมีเคราะห์ร้าย
ทว่าแม่เฒ่าหลี่กลับมีท่าทีประหม่า "จริงหรือ...เสี่ยวหยวนเป่า"
เ้าตัวน้อยตอบเสียงใส "จริงเ้าค่ะ ข้าเห็นจากใบหน้าของท่าน มันเพิ่งจะปรากฏขึ้นมาเมื่อครู่นี้เอง ทว่าโหงวเฮ้งนั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ยามนี้มันแสดงว่าท่านจะมีเคราะห์ใหญ่ ท่านควรไปพักที่อื่นเพื่อเลี่ยงภัยนะเ้าคะ..."
แม่เฒ่าหลี่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับนึกถึงสิ่งใดได้ นางพยายามเค้นรอยยิ้มออกมา "ได้จ้ะ ข้าขอบใจที่เสี่ยวหยวนเป่าช่วยเตือน ข้าเข้าใจแล้ว"
ซานเป่าเห็นดังนั้นก็ลอบผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่แม่เฒ่าหลี่ไม่ถือสา
เขาจึงรีบจูงมือน้องสาว "ไปเถิดน้องสาว พี่ยังมีเมล็ดฟักทองเหลืออยู่ กลับไปกินต่อที่บ้านเราเถิด"
เสี่ยวหยวนเป่ากลับมายิ้มร่าในทันใด "แม่เฒ่าหลี่ พี่เสี่ยวชุ่ย ลาก่อนนะเ้าคะ เหล่าเฮย... ลาก่อนนะ! เหล่าเฮย... หากเ้าคิดถึงข้า ก็จงไปหาข้าที่บ้านนะจ๊ะ..."
เหล่าเฮยส่ายหางอย่างรุนแรงราวกับว่ามันสดับฟังถ้อยคำนั้นจนเข้าใจแจ้ง
เมื่อเด็ก ๆ เดินลับตาไป แม่เฒ่าหลี่จึงพาหลานสาวเข้าบ้าน
ทังเสี่ยวชุ่ยเอ่ยถามด้วยความกังวล "ท่านย่า ที่เสี่ยวหยวนเป่าทักนั้นเป็เื่จริงหรือเ้าคะ ท่านไปพักที่บ้านท่านปู่ใหญ่สักสองสามวันดีหรือไม่ กันไว้ดีกว่าแก้เ้าค่ะ"
ทว่าแม่เฒ่าหลี่กลับส่ายหน้า "ข้าไม่ไปหรอก หากข้าไปแล้วทิ้งเ้าไว้คนเดียว ข้าจะวางใจได้อย่างไร"
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ มีเหล่าเฮยอยู่ทั้งตัว ใครเล่าจะกล้าล่วงล้ำเข้าบ้านเรา! ใคร ๆ ก็รู้ว่าเหล่าเฮยเป็สุนัขที่ดุและหวงนายที่สุดในหมู่บ้านตระกูลทัง ต่อให้ท่านพ่อกลับมา เหล่าเฮยก็คงไล่ตะเพิดเขาไปเอง..."
แต่แม่เฒ่าหลี่ก็หายอมเปลี่ยนใจไม่
ไม่ใช่ว่านางไม่เชื่อคำเตือนของเ้าก้อนแป้งน้อย หากเป็ยามปกติ นางย่อมต้องเชื่อและออกไปหลบภัยตามที่นางบอกอย่างแน่นอน
เสี่ยวชุ่ยเติบโตพอจะดูแลตนเองได้ ทั้งหุงหาอาหารและซักผ้า ทั้งยังมีเหล่าเฮยคอยคุ้มกัน ย่อมไม่น่ากังวล
ทว่าวันนี้หาได้เหมือนวันอื่น ทังฟู่กุ้ยไอ้ลูกทรพีผู้นั้น ไม่ได้กลับบ้านมาปีกว่า ทว่าจู่ ๆ กลับปรากฏตัวขึ้นเพราะติดหนี้พนันก้อนโต พอไม่ได้เงินตามประสงค์ มันก็ปล้นชิงเสบียงจนเกลี้ยง ซ้ำยังจะรื้อถอนเครื่องเรือนไปขายให้หมดสิ้น
หากมันย้อนกลับมาอีกเล่า...
เสี่ยวชุ่ยอายุเพียงสิบสองปี ย่อมไม่อาจต้านกินกำลังของชายโฉดผู้นั้นได้
"ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจักไม่ไปที่ใดทั้งสิ้น"
……
ระหว่างทางกลับบ้าน ซานเป่าและน้อง ๆ ตั้งใจจะเดินอ้อมบ้านเก่าตระกูลทังอีกครั้ง
ทว่ากลับมีคนมาดักหน้าพวกเขาไว้เสียก่อน
"ซานเป่า หยวนเป่า! พวกเ้าจะไปที่ใดกัน" นั่นคือทังต้าหลงและเหล่าพี่น้องของเขาที่ยืนขวางทางอยู่