บุรุษผู้นั้นกระตุกฝ่ามือบีบลำคอแน่น ทั้งยังเพิ่มน้ำหนักกดลงรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า
ใบหน้าเหยเกเบ้เบี้ยวของหลินสืออี้ เกิดบวมแดงและคล้ายจะเปลี่ยนเป็ม่วงคล้ำด้วยลมหายใจที่ติดขัด
คนผู้นี้คือเซี่ยชิงอวินไม่ผิดตัวแน่ บุคลิกป่าเถื่อนชอบใช้กำลังมากกว่าฟังเหตุผลคือนิยามที่นางได้ระบุถึงตัวตนของเขาเอาไว้
ด้วยนิสัยเช่นนี้ ไม่ว่านางจะกล่าวสิ่งใดออกไปก็รังแต่จะเพิ่มโทสะ ขืนปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไป ไม่นานนางคงได้หมดลมหายใจแล้วไปเที่ยวชมยมโลกก่อนที่จะได้กลับบ้านเป็แน่
เมื่อไม่อาจพูดคุยก็ต้องใช้สิ่งอื่นทดแทน มือซ้ายนางควานหาสิ่งใดก็ได้ที่พอจะใช้เป็ประโยชน์ได้
แล้วก็เจอกับสิ่งที่ว่านั้นเข้าพอดี
ฟึบ!
นางหยิบผ้าเช็ดพื้นผืนเดียวกันกับที่ช่วยเช็ดหน้าของเซี่ยชิงอวินขึ้นมา จากนั้นก็ปาเข้าใส่ใบหน้าของผู้ที่กำลังบีบคอนางอยู่ และมันก็ตรงเข้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
มือที่บีบคอนางอยู่จึงต้องผละออก พอให้มีโอกาศที่นางจะหลบหนี ซึ่งในเวลาเช่นนี้แม้ต้องคลานสี่ขาเยี่ยงสุนัขเพื่อเอาชีวิตรอดนางก็ยินดีทำ
เป็เวลาเดียวกันกับที่มือหยาบดึงผ้าสกปรกออกจากใบหน้า แล้วก็โยนมันทิ้งลงพื้นด้วยความเดือดดาลอย่างที่สุด
ฝ่ามือเขาคว้าข้อเท้าของผู้ที่กำลังคลานหนี จากนั้นก็ดึงร่างของนางเข้าหาตัว
มือขวาจับหิ้วคอเสื้อของนางเอาไว้ จนร่างเล็กเบาหวิวนั้นลอยขึ้นห้อยต่องแต่งเหนือพื้น ก่อนจะเหวี่ยงร่างของนางลงไปในสระน้ำ
ตูม!
ร่างบอบบางที่ปะทะลงบนผิวน้ำอย่างเต็มแรง ทำให้นางเกิดอาการจุกแน่นที่หน้าอก จากนั้นกายนางก็ดำดิ่งลงสู่ใต้น้ำโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
มวยผมที่มัดรวบคลายออกแผ่สยาย กว่าที่ร่างกายจะผุดขึ้นสู่ผิวน้ำได้ก็ทำเอานางต้องกลื่นมวลน้ำก้อนใหญ่ลงคอเข้าไปอยู่หลายอึก
แฮก! แฮก!
โชคดีที่สระน้ำมีความลึกเพียงแค่ระดับเอว เมื่อทรงตัวได้นางก็รีบหอบลมหายใจเข้าปอดไปเฮือกใหญ่ ก่อนจะจัดการปาดไรผมยุ่งเหยิงออกจากกรอบหน้า เปิดตามองหาผู้ที่ทำร้ายตนก่อนจะพยายามหนีอีกครั้ง
ทว่าเพียงแค่หันหลัง นางก็ถูกอ้อมแขนแกร่งของผู้ที่ตามลงมาในสระโอบรัดเข้าที่ลำตัว
นางก้มหน้าลงมองมายังที่หน้าอกของตน ก็พบว่าอาภรณ์เนื้อบางเมื่อััถูกน้ำก็แนบเนื้อจนเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ มันสามารถมองเห็นยอดปทุมถันได้อย่างชัดเจน อีกทั้งฝ่ามือของฝ่ายตรงข้ามก็ยังกอบกำเข้าััมันไว้จนเต็มมือ
‘ร่างกายนี้มัน แย่แล้ว เหตุใดจึงมารู้เพศจริงของตัวเองในเวลาคับขันเช่นนี้ จะให้เซี่ยชิงอวินรู้ตัวตนนี้ไม่ได้เด็ดขาด’
“ฝ่าบาท กระหม่อมจิ้งเทียนอี้มีเื่จะกลาบทูลพ่ะย่ะค่ะ”
ในขณะที่ทำการยื้อยุดฉุดกระฉากกันอยู่ในน้ำนั้น ก็มีเสียงหนึ่งะโข้ามมาจากออีกฝั่งของด้านนอกรั้วประตู พร้อมกับเสียงฝีเท้าสม่ำเสมอที่กำลังตรงเข้ามาที่นี่
‘ไม่มีเวลาแล้วหากถูกจับได้เวลานี้ คงถูกเขาฆ่าตายก่อนจะได้กลับออกไปจากโลกนิยายเป็แน่’
หลินสืออี้รวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี ใช้ข้อศอกกระทุ้งเข้าที่ข้างลำตัวของผู้ที่โอบร่างตนจากด้านหลัง
เซี่ยชิงอวินที่ไม่ทันระวังจึงถูกกระแทกเข้าที่หน้าท้องเข้าอย่างเต็มแรง สุดท้ายจึงยอมผละมือออกจากร่างระหงนั้น
นางจึงอาศัยจังหวะชุลมุนหนีขึ้นจากน้ำ แล้วก็วิ่งหายออกไปทางประตูหลังท้ายตำหนักเย็น
ร่างกำยำโค้งงอกุมบริเวณหน้าท้อง ก่อนจะค่อย ๆ ยืดตัวตรงหลังความเจ็บคลายลง ร่างกายเปียกชุ่มที่ยืนนิ่งไร้ความเคลื่อนไหว มีเพียงหยดน้ำตามร่างกายและปลายผมเท่านั้นที่ขยับหยดลงสู่ผิวน้ำ
มุมปากข้างหนึ่งกระตุกเป็รอยยิ้มอย่างมีเลศนัย พร้อมกับประกายสายตาที่มองไปยังทิศทางที่สตรีผู้นั้นพึ่งจะหลบหนีไปเมื่อครู่
“เ้ามาแล้วสินะ”
“ฝ่าบาท” จิ้งเทียนอี้เดินเข้ามาพร้อมกับนำอาภรณ์ชุดใหม่ที่ใช้สำหรับการผลัดเปลี่ยนให้กับเ้านายตน เขาสังเกตเห็นรอยยิ้มแห่งความพึงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็รอยยิ้มที่เขาก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อนสักครั้ง ั้แ่อยู่ถวายการรับใช้มาจนถึงทุกวันนี้
“เกิดเื่น่ายินดีอันใดขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยเห็นพระองค์มีความสุขเช่นนี้มาก่อน”
เซี่ยชิงอวินที่กำลังเดินขึ้นมาจากสระน้ำ เมื่อได้ฟังคำถามของจิ้งเทียนอี้ก็ชักสีหน้ากลับมาเคร่งขรึมดังเดิม พลางใช้สายตาอันคมกริบมองกลับไปอย่างเป็นัยว่าหาใช่เื่ที่เขาจะต้องมายุ่มย่าม
“ว่าเื่ของเ้ามา”
“เอ่อ...พ่ะย่ะค่ะ” จิ้งเทียนอี้กล่าวเสียงแ่ ในขณะที่กระวีกระวาดเข้าไปช่วยเปลี่ยนอาภรณ์
“กระหม่อมสืบหาผู้ที่แฝงตัวเข้ามาในวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ คนผู้นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตฮ่องเต้ อยางลู่เสียน”
“ไม่ใช่เื่แปลกอันใด ผู้ที่เคยลอบสังหารข้าทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็คนที่จงรักภักดีต่ออย่างลู่เสียนกันทั้งนั้น”
“แต่ครานี้มันต่างกันพ่ะย่ะค่ะ เพราะผู้ที่อยู่เื้ัของคนผู้นี้ก็คือ หยางลู่เฉิน”
“หยางลู่เฉินงั้นรึ” เซี่ยชิงอวินสะบัดชายเสื้อคลุมแล้วก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนใต้ต้นอวี้หลัน ซึ่งอยู่ห่างจากสระน้ำไม่ไกลนัก
“บุตรชายของอยางลู่เสียน อดีตรัชทายาทหนึ่งเดียว ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่สินะ”
“เพลานี้เรารู้ตัวผู้ที่แฝงเข้ามาแล้ว พระองค์จะให้กระหม่อมจัดการสังหารคนผู้นี้เลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“รอดูท่าทีไปก่อน ข้าอยากจะรู้นักว่าอยางลู่เฉินจะมีแผนอันใดให้ข้าได้เล่นสนุกกับเขาได้บ้าง”
ขณะที่กล่าวถึงบุตรชายผู้รอดชีวิตของศัตรู ฝ่ามือหนาก็ยื่นออกมารองรับกลีบของดอกอวี้หลันที่หลุดร่วงแล้วปลิวหล่นลงมา ราวกับว่ามันเป็เกล็ดของหิมะในเหมันต์ เสมือนครั้งที่เขาเคยได้ััเมื่อเพลานานมาแล้ว ครั้งที่เคยอาศัยอยู่เมืองเกิดของตน
“ข้ามีเื่อื่นที่สำคัญยิ่งกว่าให้เ้าไปทำ”
เซี่ยชิงอวินกำกลีบดอกไม้ในมือแน่น ก่อนจะหันเหสายตาไปยังผู้เป็องครักษ์
“ตามหาสตรีผู้หนึ่งให้ข้า”
“สตรีหรือพ่ะย่ะค่ะ!” ผู้เป็องครักษ์ถึงกับอุทานเสียงดังอย่างไม่เชื่อหู เพราะตลอดเวลาหลายปีมานี้ ไม่เคยมีสตรีใดกล้าย่างกายเข้าใกล้ฮ่องเต้ผู้นี้มาก่อน
“นางบังอาจเข้ามาล่วงเกินข้าถึงในตำหนัก”
“ผู้ใดกันช่างใจกล้ายิ่งนัก” แววตาจิ้งเทียนอี้กระหาย้าเห็นหน้าแม่นางผู้โชคร้ายคนนี้ยิ่งนัก
“เ้าถามข้า แล้วจะให้ข้าไปถามหาผู้ใด” สายตาดุถูกส่งกลับไปยังอีกฝ่ายแทนคำตอบและเป็การตักเตือนไปพร้อมกัน
“กระหม่อมก็แค่แปลกใจ เพราะด้านนอกมีกำลังทหารคุ้มกันมากมาย ยากนักที่มดสักตัวจะเข้ามา อีกอย่างผู้อื่นก็ล้วนแต่เกรงกลัวพระองค์กันทั้งนั้น สตรีคนใดจะคิดสั้นถึงขนาดเข้ามาล่วงเกินพระองค์ได้ พระองค์แน่ใจแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะว่าไม่ได้ตาฝาด”
จิ้งเทียนอี้อมยิ้มอย่างขบขัน แต่ทว่าเมื่อหันไปเห็นสายตาเ็าของผู้เป็นายก็พลันต้องหุบรอยยิ้มระรื่นนั้นลงในทันที
“กระหม่อมจะรีบไปสืบหาตัวคนร้ายให้เดี๋ยวนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
...ทางด้านของหลินสืออี้ เพลานี้นางหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว เมื่อออกจากประตูใหญ่หน้าตำหนักเย็น ก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
‘เหตุใดเซี่ยชิงอวินจึงไปอยู่ที่นั่นได้’
นางมั่นใจว่าไม่เคยเขียนบรรยายให้เขาไปอยู่ที่ตำหนักเย็นเลยสักครั้ง หรือเพราะตัวละครที่นางเข้ามาอยู่ในร่างเป็ส่วนที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ บางครั้งการกระทำที่ผิดแปลกออกไป จึงนอกเหนือจากเนื้อเื่นิยายที่เกินการควบคุม
ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วยาม[๑]ที่ผ่านมา นางพบเจอเื่ราวให้ประหลาดใจนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็การข้ามมิติเข้ามาอยู่ในฐานะขันที ซึ่งพอมารู้ตัวว่าเป็สตรีก็ตอนที่อยู่กับเซี่ยชิงอวิน
และยิ่งเวลาที่นางพยายามจะลืมภาพฝ่ามือของเขาที่กอบกำยอดปทุมทันของนาง ใบหน้าเรียวเล็กนั้นก็เกิดอาการร้อนผ่าว เพลานี้คงได้แต่ภาวนาขอให้เขาไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง
รูปร่างหน้าตาของร่างกายนี้ เหมือนกับใบหน้าเดิมของนางไม่ผิดเพี้ยน เพียงแต่อายุน้อยกว่าอยู่หลายปี ซึ่งก็เป็เื่ที่นางแอบดีใจอยู่ลึก ๆ ถ้าไม่ติดว่าเหตุการณ์ตอนนี้มันกำลังจะพลิกผันแย่ลงไปกว่าเดิม
เพลานี้นางต้องคอยระวังไม่ให้ถูกเปิดเผยฐานะที่ตนสวมรอย มิหนำซ้ำตอนนี้เซี่ยชิงอวินคงมีคำสั่งให้คนออกตามล่าเพื่อนำตัวนางไปลงโทษในอีกไม่ช้า
“หลินสืออี้” เสียงหลี่ชิงหยาะโเรียกผู้เป็สหายดังมาแต่ไกล
เขากำลังเดินกลับมาจากห้องเครื่องซึ่งเป็สถานที่ที่เขาได้รับมอบหมายให้ไปประจำอยู่ และหลังจากเสร็จงานก็กำลังเดินทางกลับไปยังเรือนนอน แต่เมื่อเห็นท่าทางเร่งรีบของหลินสืออี้จึงรั้งเรียกไว้
“ชู่...” หลินสือที่ใเสียงเรียกก็รีบส่งสัญญาณให้เขาเงียบลง ก่อนจะแสดงท่าทางลุกอี้ลุกลี้ลุกลนเดินหลบเดินเลี่ยง หันซ้ายหันขวาพลางลากตัวหลี่ชิงหยาให้หลบเข้ามาในมุมอับใกล้พุ่มไม้ข้างกำแพงสูง
“มีเื่อะไร แล้วเหตุใดเ้าจึงเปียกไปทั้งตัวเช่นนี้”
“อย่าพึ่งถามเลย ถอดเสื้อตัวนอกของเ้าออกมาให้ข้ายืมหน่อย” นางไม่รีรอให้เ้าของอาภรณ์อนุญาต จัดการบังคับถอดเสื้อเขาออกมา แล้วสวมมันทับลงไปบนอาภรณ์ที่เปียกโชก ท่ามกลางสายตาสงสัยของบุรุษผู้เป็เ้าของอาภรณ์ที่นางชิงเอาไปใส่อยู่นั้น
“นี่เ้าไปทำอะไรมากันแน่”
++.....+.....+.....+.....++
ชั่วยาม[๑] : ประมาณ ๒ ชั่วโมง
???? หลังฉาก
หลินสืออี้ : เอ้า! ร่างนี้เป็ผู้หญิง (แล้วใครล่วงเกินใครกันแน่ ????)
เซี่ยชิงอวิน : ไม่รู้จักระวังตัวเสียบ้าง (ข้าไม่รู้ไม่เห็น ????)
หลี่ของ
หยา : เ้าตายแน่ ( ทำหน้าเครียด ????
???? พื้นที่เม้ามอย ????
เลิกลักพอกันทั้งตัวร้ายและก็นางเอกของไรท์ ฝากทุกคนช่วยเอ็นดูหน่อยนะคะ (ยิ้มหวาน ????)