【Perfect Life】

    37 – ทวงคืน ②

     37 – ทวงคืน ②

            “งดงามจริงนะว่าไหม?”

            “นั่นสิคะ... ยังคงงดงามเหมือนครั้งอดีตที่เราเคยมาด้วยกัน”

            ราชาและราชินีนั่งชมต้นวาเลนติน่าอยู่ริมระเบียงจุดวิวดีที่สุดของพระราชวัง พูดคุยเรื่องราวในอดีตที่ตนกับภรรยาได้แอบหนีออกจากราชวังไปเที่ยวภายนอกและสารภาพรักกันครั้งแรก

            เพราะเป็นวันแห่งความรักทั้งทหารและเมดบางส่วนขอลาเพื่อไปขอแต่งงานคู่รักตนหรือไปสารภาพรักคนที่แอบชอบมาตลอด

            พ่อบ้านหรือเมดตอนนี้ที่อยู่ต่างก็แต่งงานแล้วกับค่อนข้างมีอายุ

            ทำให้การป้องกันในพระราชวังต่ำ...

            “จะว่าไป... เจ้ามาอยู่ตรงนี้จะดีรึวัยประมาณเจ้าวันนี้ควรที่จะสนุกสนานไปกับมันนะฟีเร?”

            มองหมาป่าหนุ่มที่ยืนหลบอยู่บริเวณนั้นชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ

            “ข้าสนุกกับงานมากพอแล้วครับฝ่าบาท...และข้าเห็นว่าวันนี้ทหารเฝ้ายามน้อยอาจจะเกิดปัญหาได้ข้าจึงขอมาที่นี่เพื่อดูแลความปลอดภัยให้พวกท่าน...”

            “แหม... ขอบคุณนะจ๊ะฟีเร เป็นเด็กดีจังเลย”

            “ขอบคุณสำหรับคำชมครับ...”ก้มโค้งน้อมรับด้วยสายตาราบเรียบ...

            แหวนโกเมซึ่งร่าย [เวทย์ป้องกันภัยร้าย] ของพริสทีนไว้กำลังทำงานอยู่แต่มันยังไม่สามารถชะงักพลังควบคุมนั้นได้อย่างเต็มที่จำต้องใช้เวลามากพอสมควร

            ขึ้นอยู่กับว่ามันจะทันเวลาพอจะช่วยให้เขารอดจากการควบคุมนี้โดยไม่ต้องทำตามแผนผู้หญิงคนนั้นหรือไม่

            ขณะทั้งสองต่างพูดคุยถึงความหลังแสนหวานเรื่องราวความรักของทั้งคู่ ฟีเรเองก็พยายามปรนนิบัติอีกฝ่ายเป็นอย่างดีเอาอกเอาใจโดยให้เหตุผลว่าตอบแทนที่ทั้งสองอนุญาตให้ตนกับน้องสาวและคนอื่นได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนชนชั้นสูง

            รอเวลาอันสมควร... เหมาะจะทำตามแผน

    •

            ในขณะเดียวกันบนโรงแรมหรูชั้นบนสุดตอนนี้จัดงานเลี้ยงน้ำชาเล็กๆขึ้นโดยเจ้าของงานนี้คือเบียทริซที่จัดเพื่อเชิญองค์ชายเจตต์มานั่งจิบชาพลางชมต้นวาเลนติน่าไปพลางโดยจัดริมหน้าต่างที่เห็นวิวได้ชัดที่สุด

            “ท่านเบียทริซงดงามมากเลยค่ะวันนี้!”

            “จริงรึ? ขอบคุณนะไลม์”

            ตื่นมาแต่งตัวแต่งหน้าเสริมเครื่องสำอางและชุดที่สวยที่สุด

            อาวุธของหญิงสาวนอกจากกิริยามารยาท

            คือหน้าตาและการแต่งตัวให้สมฐานะ...เพื่อให้มั่นใจว่าตนสามารถคว้าหัวใจของเจตต์ได้ภายในวันนี้!

            “ท่านเบียทริซคะ องค์ชายเจตต์มาถึงแล้วค่ะ...”

             “ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านยอมมางานเลี้ยงน้ำชาค่ะท่านเจตต์”ก้มโค้งถอนสายบัวพร้อมกับคนสนิททั้งสอง

            “อืม....” เดินมานั่งเก้าอี้ที่พ่อบ้านเบียทริซเลื่อนให้เมดก็เดินมาเสิร์ฟขนมและน้ำชาให้ทั้งคู่

            “ขออภัยด้วยนะคะที่จัดในโรงแรมชั้นต่ำแบบนี้ไม่สมฐานะของท่านเจตต์เลย...”

            “ไม่เป็นไร...” ว่าพลางมองนอกหน้าต่าง“....วิวดี..”

            “!! ดีใจที่ชอบค่ะ” ยิ้มกว้างรีบเรียกพวกเมดมาบริการเจตต์อย่างดีในขณะที่องค์ชายมองวิวข้างนอกเพียงอย่างเดียว

            “....ท่านเจตต์จะรับเป็นขนมอะไรดีคะ?...”

            “อะไรก็ได้...”

            “ท่านเจตต์ชอบชีสเค้กน่ะ ไปจัดใส่จานมาสิ!”ดุเมดของตนจนเจ้าหล่อนรีบก้มโค้งขอโทษไปหยิบจัดใส่จานมาเสิร์ฟ

            [ชีสเค้ก]ขนมหวานที่พริสทีนเป็นคนคิดค้นและเผยแพร่สูตรถือว่าเป็นขนมหวานที่ตนพอจะทานได้มากสุด มันไม่ได้หวานมากแต่นุ่มละมุนกำลังดี

            คล้ายขนมที่ตนเคยทานตอนแอบหนีออกมาข้างนอกกับหล่อนเป็นครั้งแรก...

            “อืม...”

            “จะว่าไปท่านเจตต์รู้มั้ยคะว่า...”เบียทริซเริ่มพูดคุย โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องตนเองทั้งสิ้น

            เจตต์ก็ยังคงนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาพยักหน้ารับเป็นบางโอกาส

            เบียทริซในตอนนี้ไม่ต่างจากหญิงสาวทั่วไปที่พยายามเข้าหาเสนอตัวให้กลายเป็นคู่หมั้นของเขา

            อยากตอบกลับไป แต่ก็ต้องทนฟังให้ได้มากที่สุด

            เพื่อถ่วงเวลา...

            .

            .

            .

            แต่ยิ่งฟังความอดทนยิ่งต่ำ!

            เรื่องราวที่ไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนซ้ำไปมาบางครั้งก็วนไปมาจนเหมือนฟังแผ่นเสียงตกร่อง พอลองถามเรื่องสมัยเด็กมันไม่ใช่เรื่องราวที่ได้เจอร่วมกันสักนิดเดียว

            ทั้งที่เคยเจอกันหลายครั้ง เล่นด้วยกันพูดคุยเรื่องเดียวกัน

            กลายเป็นว่าตนเคยเจอหน้าเบียทริซเย็นชาใส่ไม่เคยเล่นด้วยกันมาก่อน

            โมโห... เขาเริ่มโมโห

            ความอดทนความเย็นชาที่เคยมีตอนนี้ใกล้จะหมดลงในไม่ช้า

            “เบียทริซ...”

            “!! คะ!!?” ยิ้มกว้างหน้าแดงก่ำโดนเรียกชื่อ...เป็นครั้งแรก

            องค์ชายหนุ่มละจากวิวหันมามองหน้าเบียทริซ... “มีของมาให้”

            หยิบกล่องแหวนออกมาวางบนโต๊ะสร้างความตกใจให้แก่ทั้งสามคนเป็นอย่างยิ่ง

            “ยินดีด้วยนะคะท่านเบียทริซ!”

            “ในที่สุดท่านก็มีชัยเหนือนางแล้วนะคะท่านเบียทริซ...”

            “จ้ะ!!” ตื่นเต้นดีใจ ของขวัญนี้คงไม่พ้นแหวนก็สร้อยคอและเป็นไปตามคาด มันคือแหวน!

            “ข้าสั่งทำมาให้...ถือซะว่าเป็นเครื่องรางละกัน...”

            “จะเครื่องรางหรืออะไรก็ไม่สำคัญหรอกค่ะในเมื่อเป็นของที่ท่านเจตต์มอบให้ดิฉัน...ดิฉันยินดีรับมันด้วยความเต็มใจเลยค่ะ!!”

            “งั้นรึ... งั้นมาสิ... ข้าใส่ให้”พูดจบเจ้าหล่อนก็ยื่นมือให้อย่างไว เจตต์หยิบแหวนขึ้นมาบรรจงสวมที่นิ้วกลางข้างซ้าย

            “ขอบคุณค่ะ... ท่านเจตต์ แหวนวงนี้ข้าจะดูแลรักษาอย่างดี”

            “อืม.... “

            บรรยากาศเริ่มดูดีขึ้นมาเล็กน้อยพ่อบ้านกับพวกเมดแอบยิ้มกับภาพตรงหน้า ไลม์เองก็ดีใจที่เบียทริซมีความสุข เวโรนิก้าเองก็ยิ้มกับภาพนั้นเช่นกัน

            ในอีกความหมายหนึ่ง...

            “อีกเรื่องหนึ่ง ข้าซื้อขนมมา... เจ้า...ช่วยชิมให้หน่อยได้ไหม...”

            น นอกจากแหวน ท่านเจตต์ยังซื้อขนมมาให้ดิฉันด้วย!!!!

            “แน่นอนค่ะ! ยินดีเป็นอย่างยิ่ง!”ยิ้มกว้างกว่าเดิมมองคนสนิททั้งสองด้วยความตื่นเต้นระหว่างเจตต์ให้พ่อบ้านของตนไปจัดขนมใส่จานมา

            ขนมที่ว่าถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะขนมเรียบๆไร้สีสันความสวยงาม ขนมก้อนกลมๆขนาดพอประมาณ

            “ถึงจะไม่เหมาะสม แต่เจ้าต้องใช้มือทาน...”หยิบในจานตนขึ้นมา... “เชิญ...”

            “ค่ะ!” ไม่คัดค้านเรื่องการใช้มือแต่อย่างใด

            หากเป็นทุกทีเธอคงสนใจภาพลักษณ์ต้องใช้จานใช้ช้อนให้ดูสวยงามที่สุด แต่ในเมื่อเป็นขนมที่เจตต์ซื้อมาฝาก

            เธอไม่คิดสนใจภาพลักษณ์พวกนั้น ง่ำ... จึงกินโดยไม่มีลังเลรสชาติคล้ายชีสเค้ก แต่ละมุนน้อยกว่า

            “รสชาติดีมากเลยค่ะ”

            “อืม... อร่อยดี เหมือนเมื่อก่อน...”

            “ท่านเจตต์ชอบทานสินะคะ ซื้อที่ไหนรึคะดิฉันจะได้ไปซื้อมาฝากให้บ่อยๆ ดีไหมคะ!?”

            “.....จำไม่ได้รึ รสชาตินี้น่ะ...”

            “คะ?”

            “....พวกเรา เคยไปทานกันมาก่อน... ทานด้วยกันจำไม่ได้รึ”

            “เอ๊ะ...” ชะงักไปเล็กน้อย “ลล้อเล่นอะไรกันคะท่านเจตต์ ข้าไม่เคยท---”

            “จำไม่ได้รึ...”

            เบียทริซเริ่มคิดหนัก...ว่าตนเคยทานกับเจตต์ที่ไหนนี่เป็นครั้งที่สองที่เจตต์ยอมมาร่วมงานเลี้ยงน้ำชากับตน

            ก่อนหน้านี้ไม่เคยกินหรือเห็นขนมชนิดนี้มาก่อน...

            เวโรนิก้าเริ่มเห็นท่าไม่ดี ต้องขยับเข้ามากระซิบ “ต้องเป็นงานเลี้ยงครั้งที่สองนั่นแน่เลยค่ะท่านเบียทริซ...”

            “นั่นสินะ เราเคยทานเมื่องานเลี้ยงครั้---” “ไม่ใช่...”เจตต์ขัดขึ้นมาทันที

             “ว่าไงเบียทริซ...เจ้านึกออกรึเปล่า...”

            “ต ต้องขออภัยด้วยค่ะท่านเจตต์ดิฉันไม่ทราบจริงๆค่ะ”

            “.....ขนมนี่... เป็นขนมชาวบ้านธรรมดาๆ...”ปรายตามองเบียทริซที่สีหน้าเริ่มกระอักกระอ่วนเมื่อได้ยินว่าเป็นขนมชาวบ้าน “ที่เจ้ากับข้าเคยทานด้วยกันตอนเด็กวันนี้เมื่อสิบปีก่อน...”

            “.......ทานด้วยกัน... วันนี้เมื่อสิบปีก่อน....”เงียบ เริ่มคิดหนัก สิ่งแรกที่โผล่ขึ้นมาคือ... ‘จำไม่ได้’

            หากเคยทานด้วยกันและเป็นเรื่องของเจตต์ก็ไม่น่าจะลืมได้

            ทำไมเธอถึงจำไม่ได้?

            เวโรนิก้าเริ่มเห็นท่าไม่ดีจะเข้ามาทักท้วงอีกครั้งแต่...

            “ข้าบอกแล้วไง..... ว่าอย่าเข้ามายุ่ง...”

            เฮือก!เป็นอีกครั้งที่ต้องสะดุ้งจากน้ำเสียงกดดันและเย็นชาจนหนาวไปถึงขั้วหัวใจ!!ทั้งที่สายตานั่นทุกทีไม่เคยส่งผลกับตนมาก่อน และเบียทริซเริ่มแปลกไป

            แปลก... ความสงสัยแล่นเข้ามาในหัวจนสายตาเหลือบมองแหวนที่เบียทริซสวมไว้ คาดการณ์ไว้... ว่ามันอาจจะบรรจุเวทย์บางอย่างลงไปเป็นแน่!!

            “ทะ ท่านเจตต์คะท่านเบียทริซสีหน้าเริ่มไม่ดีแล้วนะคะ ถ้ายังไง... หะ ให้พักซักนิด....”

            “เจ้าเองก็เหมือนกัน... เงียบไปซะ”ทำเอาไลม์เงียบไปอีกคน “ว่าไงเบียทริซ... จำได้รึเปล่า...”

            “ด...ดิฉัน...” เหลือบมองเวโรนิก้าเพื่อขอความช่วยเหลือแต่อีกฝ่ายก็ต้องนิ่งเงียบไม่สามารถตอบได้

            ทำไลม์แอบน้อยใจที่ไม่ได้อยู่ในสายตาเจ้าหล่อน

            หนักกว่านั้นคือเธอเริ่มลนลาน แสดงอาการแปลกๆ

            “เบียทริซ.... งานเลี้ยงน้ำชาครั้งล่าสุดข้าพูดเรื่องพริสทีนไปเยอะมากสินะ”

            “......ใช่ค่ะ....” แอบขมวดคิ้วเล็กน้อย

            “เจ้าพูดว่าข้าไม่เคยชมเจ้ามาก่อน....มันเป็นแบบนั้นจริงรึ...”

            “แน่นอนสิคะ ท่านไม่เคยชมดิฉันมาก่อนทั้งที่ตอนเด็กพวกเราอยู่ด้วยกันมาตลอดแท้ๆ แต่ท่านกลับชื่นชมนางไม่หยุด...แต่กลับดิฉัน ท่านไม่เคยชมมาก่อน!”

            “......ข้าชมเจ้า... มากยิ่งกว่านาง... ชื่นชมเจ้าตลอดเวลา”เท้าคางมองหน้าเจ้าหล่อน “.....ทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้าไม่เคยชม”

            “ก็เพราะว่า--- เอ๊ะ...” ชะงักกับคำถาม ...เพราะอะไรล่ะ...ความทรงจำแรกที่แล่นเข้ามาในสมองคือตนพยายามรุกพยายามเข้าหาเจตต์ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กเพราะเป็นรักแรกพบอยากอยู่เคียงข้างเขา

            ทว่าสิ่งที่เจตต์ทำกลับปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่างกับพริสทีน

            เขาบอกว่าชมเธอ แล้วชมตอนไหน?

            แต่ยิ่งคิด...

            ก็ยิ่งปวดหัว...

            “ว่าไงล่ะ... ทำไมข้าไม่เคยชมเจ้ามาก่อน...”

            “ด...ดิฉัน....”

            เวโรนิก้าเริ่มไม่สบอารมณ์กับสถานการณ์ตรงหน้าจำต้องใช้ความสามารถในการสื่อสารผ่านจิตที่เชื่อมด้วย [มนตราลุ่มหลง] กับฟีเรทันที!

    •

            เหมือนกับว่าได้ยินคำสั่งจากอีกฝั่งหนึ่งฟีเรนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ ดวงตาสีส้มอมน้ำเงินเข้มสำรวจบริเวณโดยรอบ ...ไม่มีตัวขัดขวาง...พร้อมเริ่มภารกิจได้ทุกเมื่อขณะที่ราชาและราชินีกำลังไว้วางใจตนและไร้การป้องกัน

            “.....รับคำสั่ง..”

            หมาป่าหนุ่มใช้เวทย์ซ่อนจิตสังหารของตนเดินย่างสามขุมไปหาทั้งสอง กางกรงเล็บยาวหมายจะตะปบฆ่าให้ตายภายในครั้งเดียว!

            ถ้าไม่ติดว่า...

            ก๊อกๆๆ “ฝ่าบาทมีแขกคนสำคัญมาห----”

            กึก!! ตึกๆๆๆ ผัวะ!! โครมมมมม!!!!!!!!!

    •

            เวโรนิก้านิ่งเงียบ ทั้งที่ออกคำสั่งไปเรียบร้อยแต่ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ตอบอะไรมา เบียทริซเองก็ถูกเจตต์ไล่ต้อนถามคำถามที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้และไม่สามารถโต้กลับไปได้เช่นกัน

            เพราะเชื่อมได้เพียงคนเดียวจึงไม่สามารถสื่อสารหรือออกคำสั่งกับเบียทริซผ่านจิตได้

             “ความอดทนเริ่มหมดแล้วรึไง...”จู่ๆเจตต์ก็พูดขึ้น ปรายตามองเวโรนิก้าที่เริ่มแสดงอาการแปลกไป “วางแผนอะไรกันแน่...”

            “พูดอะไรกันคะท่านเจตต์ ดิฉันจะไปวางแผนอะไรได้”

            “งั้นรึ... ขอให้เป็นอย่างที่พูดละกัน...”

            “ค ค่ะ...”

            เธอใกล้หมดความอดทนแล้วจริงๆ...

            เจ้าหมาบ้านั่นทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ตอบกลับซะที!!!

            ‘อยากให้เขาตอบกลับขนาดนั้นเลยรึไง?’

            !!!!

            แทนที่จะเป็นเสียงตอบกลับมาของฟีเรแต่กลับเป็นเสียงของคนที่หมายจะจัดการหลังจากนี้

            อย่างพริสทีน!!!!

    คล้ายกับเรื่อง【Perfect Life】 ที่คุณอ่าน