บทที่ 4 แผนการในงานเลี้ยง
แสงจันทร์ที่กระจ่างส่องผ่านม่านเมฆเบาบาง ทำให้บรรยากาศในวังหลวงดูเงียบสงบเกินกว่าความเป็จริง ในความมืดมิดเื้ัความงามนั้น ความวุ่นวายและแผนการร้ายเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ซูเหมยลี่นั่งอยู่ในตำหนักของนาง ดวงตาคมจ้องมองม้วนจดหมายฉบับหนึ่งที่เพิ่งได้รับ เป็คำสั่งจากระบบที่แจ้งให้นางเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงรับรองในอีกสองวัน
"ในงานเลี้ยงครั้งนี้ เ้าจำเป็ต้องทำให้ฮ่องเต้สนใจเ้า หากเ้าล้มเหลว เนื้อเื่จะผิดเพี้ยน และเ้าจะไม่สามารถกลับไปยังโลกเดิมได้"
เสียงหวานเย็นของระบบยังคงดังก้องในหัว นางวางจดหมายลง พลางถอนหายใจยาว ความกดดันที่ระบบมอบให้นั้นหนักหนาเหลือเกิน
"ท่านคิดว่าการทำให้ฮ่องเต้สนใจข้าเป็เื่ง่ายหรือ?" นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหลับตาลง พยายามจัดระเบียบความคิดที่สับสน
สองวันผ่านไป งานเลี้ยงในวังหลวงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โถงพระราชวังเต็มไปด้วยแสงไฟจากโคมระย้าที่ส่องประกายระยิบระยับ ขุนนางและบุตรสาวจากตระกูลขุนนางต่างมารวมตัวกันในชุดที่งดงามอลังการ
ซูเหมยลี่ปรากฏตัวในชุดผ้าไหมสีแดงสดปักลายหงส์ร่อนอันประณีต นางยืนอย่างสง่างามในกลุ่มสตรีสูงศักดิ์ สายตาของเหล่าบุรุษจับจ้องมายังนางอย่างไม่อาจละสายตา
“คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซู ช่างงดงามยิ่งนัก” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
นางหันกลับไปพบกับหลิวเยี่ยนที่ยืนอยู่ในชุดทางการสง่างาม ดวงตาคมของเขาจ้องมองนางด้วยแววตาที่อ่านยาก
“ขอบคุณสำหรับคำชม แม่ทัพหลิวเยี่ยน” นางตอบกลับด้วยรอยยิ้มเ็า
“ระวังตัวไว้ ข้าได้ยินข่าวว่ามีคนไม่พอใจที่ท่านได้รับเชิญให้มางานนี้” เขากระซิบเสียงเบา ก่อนจะเดินจากไป
ซูเหมยลี่เก็บคำเตือนของเขาไว้ในใจ นางรู้ดีว่าในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเหล่าคนที่มีผลประโยชน์แอบแฝง ย่อมไม่มีใครไว้ใจได้
ระหว่างงานเลี้ยง ฮ่องเต้หยางหลงก้าวเข้าสู่โถงพระราชวังในชุดสีทองอร่าม ประกายดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเ็าและอำนาจ ทุกคนในที่นั้นก้มศีรษะลงแสดงความเคารพ
"ทุกท่านจงลุกขึ้นเถิด" เสียงของฮ่องเต้กังวานชัดเจน
ซูเหมยลี่แอบลอบมองฮ่องเต้จากระยะไกล ดวงตาคมปลาบและใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความน่าเกรงขามของเขาทำให้นางรู้สึกกดดัน
“ซูเหมยลี่” เสียงเรียกชื่อของนางทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อย นางหันไปพบกับฮ่องเต้ที่จ้องมองนางด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความสนใจ
“ฝ่าา” นางกล่าวพลางโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“ข้าได้ยินเื่ของเ้าไม่น้อย วันนี้เ้าช่างงดงามสมคำร่ำลือ” ฮ่องเต้ตรัส น้ำเสียงของเขาดูเรียบนิ่ง แต่กลับแฝงไปด้วยบางสิ่งที่นางไม่อาจเข้าใจ
“ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ” นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พลางหลบสายตาเพื่อปกปิดความกังวลในใจ
ตลอดทั้งงานเลี้ยง สายตาของฮ่องเต้หยางหลงยังคงจับจ้องมายังซูเหมยลี่อย่างไม่ละสายตา และนั่นก็ไม่พ้นสายตาของผู้ที่แอบเฝ้ามองอยู่เช่นกัน
ในมุมมืดของโถงงานเลี้ยง ซูเหมยชุนจ้องมองพี่สาวต่างมารดาของนางด้วยความริษยา นางกำหมัดแน่นเมื่อเห็นฮ่องเต้แสดงความสนใจในตัวซูเหมยลี่
“พี่หญิงจะได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ไม่ได้” นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเหลือบมองบุรุษผู้ยืนข้างกาย
“ท่านแม่ทัพหลิวเยี่ยน ข้าขอร้อง ท่านต้องช่วยข้ากำจัดพี่หญิงของข้า” นางกล่าวเสียงกระซิบ
หลิวเยี่ยนหันมามองซูเหมยชุน ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น “ข้าช่วยเ้าได้ แต่เ้าต้องแน่ใจว่าสิ่งที่เ้า้านั้นจะไม่ทำให้เ้าเสียใจในภายหลัง”
ท้ายที่สุดแล้ว งานเลี้ยงที่ควรจะเป็เพียงงานเฉลิมฉลอง กลับกลายเป็จุดเริ่มต้นของการวางแผนอันซับซ้อน ทุกคนล้วนมีเป้าหมายของตนเอง และซูเหมยลี่ก็รู้ดีว่าความสงบสุขที่นางปรารถนานั้น อาจอยู่ไกลเกินกว่าที่นางจะเอื้อมถึง
รุ่งเช้าหลังงานเลี้ยง ซูเหมยลี่นั่งอยู่ในตำหนักส่วนตัว ทอดสายตามองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ดอกเหมยที่กำลังเบ่งบานภายใต้หิมะสีขาวชวนให้นางสงบลงชั่วขณะ
แต่ทว่าความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เสียงของระบบดังก้องในหัวของนางอีกครั้ง
"เ้าเริ่มต้นได้ดี ซูเหมยลี่ ฮ่องเต้หยางหลงเริ่มสนใจเ้าแล้ว แต่จำไว้ว่าภารกิจยังไม่จบ เพียงความสนใจไม่เพียงพอ เ้าต้องทำให้เขาหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น"
นางขบกรามแน่น พลางสูดลมหายใจลึก "แล้วข้าจะทำเช่นไร หากข้าไม่อยากทำตามแผนของท่าน?"
"เ้ามีทางเลือกเพียงหนึ่งเดียว ทำตามคำสั่ง หากเ้าล้มเหลว ข้าจะไม่ยอมปล่อยเ้าไป"
คำตอบของระบบทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในกรงทอง แม้ภายนอกจะดูงดงาม แต่กลับไร้อิสระโดยสิ้นเชิง
ในขณะที่ซูเหมยลี่พยายามตั้งสติ ห่างออกไปในตำหนักของซูเหมยชุน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตรึงเครียด ซูเหมยชุนนั่งอยู่บนตั่งไม้ แววตาเต็มไปด้วยความริษยาและความโกรธ
“พี่หญิงกลับกลายเป็ที่สนพระทัยของฝ่าา เช่นนี้ข้ายอมไม่ได้” นางเอ่ยด้วยเสียงแหลมต่ำ พลางหันไปมองหลิวเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างกาย
“เ้า้าให้ข้าทำเช่นไร ซูเหมยชุน? ข้าจะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงต่อชื่อเสียงของข้า” หลิวเยี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงเ็า
ซูเหมยชุนขบฟันแน่น พลางกล่าวอย่างมุ่งมั่น “หากพี่หญิงไม่อยู่ในสายตาของฝ่าาอีกต่อไป ข้าก็จะกลายเป็ผู้เดียวที่เขาสนพระทัย ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ข้าก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สมควรเป็ของข้า!”
คำพูดของซูเหมยชุนทำให้หลิวเยี่ยนลอบถอนหายใจ เขารู้ว่าความทะเยอทะยานของนางนั้นยากจะหยุดยั้ง
ในตอนเย็น ซูเหมยลี่ได้รับข่าวว่าฮ่องเต้หยางหลงทรงเชิญนางเข้าร่วมสำรวจสวนหลวงพร้อมกับขุนนางบางส่วน แม้นางจะไม่เต็มใจนัก แต่เพื่อรักษาเนื้อเื่ นางจำต้องตอบรับ
เมื่อมาถึงสวนหลวง ทิวทัศน์อันงดงามราวภาพวาดทำให้ทุกคนต้องหยุดชื่นชม ซูเหมยลี่พยายามวางตัวอย่างสำรวม ในขณะที่ฮ่องเต้หยางหลงเดินเคียงข้างนาง
“ซูเหมยลี่ เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเลือกเ้ามาที่นี่เพราะเหตุใด?” ฮ่องเต้ตรัสถาม ดวงตาคมกริบจ้องนางอย่างลึกซึ้ง
“หม่อมฉันมิอาจคาดเดาเพคะ” นางตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“เพราะเ้าแตกต่าง เ้าไม่เหมือนหญิงสาวที่ข้าพบในวังหลวง” พระองค์ตรัส น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมาย
คำพูดของฮ่องเต้ทำให้นางรู้สึกตึงเครียด หากคำพูดนี้ไม่ใช่แค่การแสดงบทบาทในนิยาย แต่เป็ความจริงล่ะ? นางจะรับมือกับสิ่งนี้ได้หรือไม่?
ขณะที่ทั้งสองสนทนาอยู่ที่มุมหนึ่งของสวนหลวง ซูเหมยชุนเฝ้ามองจากระยะไกล นางขบกรามแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความริษยา
“ข้าจะไม่ปล่อยให้พี่หญิงทุกสิ่ง ข้าจะทำให้ทุกคนเห็นว่าข้าเหมาะสมยิ่งกว่า!” นางกล่าวกับตัวเอง ก่อนจะส่งสายตาให้หลิวเยี่ยนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ถึงเวลาแล้ว ท่านแม่ทัพ ข้า้าให้ท่านช่วย...”
หลิวเยี่ยนมองนางด้วยแววตาที่อ่านยาก ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “ข้าจะทำตามที่เ้าขอ แต่เ้าต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้น”
ในคืนนั้น ขณะที่ซูเหมยลี่กำลังเดินกลับตำหนักของตน นางััได้ถึงเงามืดที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัว ความรู้สึกไม่ปลอดภัยทำให้นางเร่งฝีเท้า แต่แล้ว เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นจากด้านหลัง
ก่อนที่นางจะหันกลับมา ชายร่างกำยำในชุดดำก็พุ่งเข้าหานางด้วยความเร็ว นางะโขอความช่วยเหลือ แต่เสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในยามราตรี
“ปล่อยข้า!” นางดิ้นรนสุดกำลัง แต่ชายคนนั้นกลับกระชากนางไปยังมุมมืด
ทันใดนั้น เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ชายชุดดำล้มลงด้วยฝีมือของหลิวเยี่ยนที่ปรากฏตัวขึ้นในนาทีสุดท้าย
“เ้าปลอดภัยหรือไม่ ซูเหมยลี่?” เขาถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงจัง
“ข้า...ข้าปลอดภัย” นางตอบอย่างยากลำบาก หัวใจยังคงเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว
แม้หลิวเยี่ยนจะช่วยนางไว้ แต่ซูเหมยลี่ก็รู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่รออยู่ข้างหน้า...