ไม่ไกลจากหมู่บ้านเล็กๆห่างจากขบวนรถเพียงครึ่งชั่วโมงเดินทาง
ทว่าด้วยสายฝนที่โปรยปรายและเส้นทางบนภูเขาที่ขรุขระขบวนรถของกองทัพจึงจำต้องหยุดชะงักลงหลังจากเดินทางมาได้เพียงครึ่งทาง
เมื่อเห็นถนนดินแคบๆ ไม่ไกลนักที่กว้างพอให้คนเดินผ่านไปได้เพียงไม่กี่คน ผู้พันก็ลงจากรถพลางยิ้มขมขื่น
“นี่แหละนะสภาพป่าเขา”
เยี่ยนเกาหย่วนได้ยินเสียงถอนหายใจของผู้พันเขาก็ส่ายหน้า ก่อนจะเหลียวมองขบวนรถด้านหลังแล้วสั่งการว่า
“ทิ้งคนไว้เฝ้ารถสักสองสามคนที่เหลือตามผมไปที่หมู่บ้านเถอะครับ”
“เข้าใจแล้ว”
ผู้พันพยักหน้าแล้วเริ่มสั่งการขบวนรถ
ทันใดนั้น ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ผู้พันก็ตะโกนเสียงดังไปทางขบวนรถด้านหลัง
“ทหารทุกนายอย่าลืมเอายุทโธปกรณ์พิเศษพวกนั้นไปด้วย”
“ผมว่านะผู้พันจำเป็นต้องระมัดระวังขนาดนี้เลยเหรอครับ? ของหนักๆพวกนั้นแบกเดินป่าไม่ใช่เล่นๆ เลยนะครับ”
“หนักงั้นเหรอ?”
ผู้พันหน้าคร่ำเครียดพลางจ้องมองไปยังทหารหนุ่มที่พูดแทรกขึ้นมาคนนั้นแล้วเน้นเสียงว่า
“ตอนนี้อาจจะแค่หนักจนเมื่อยตัวแต่ถ้าวันใดต้องแบกชีวิตพวกพ้องที่จากไปในสนามรบคุณจะรู้ว่าความหนักอึ้งที่แท้จริงคืออะไร”
พูดจบเขาก็เดินหน้าเครียดไปยังรถคันสุดท้ายของขบวนเพียงลำพัง แล้วหยิบกล่องเหล็กออกมา
ภายในบรรจุกระสุนเจาะเกราะขนาดเล็กที่ดัดแปลงขึ้นพิเศษสำหรับล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์โดยเฉพาะ
ในชัยภูมิป่าเขาขนาดใหญ่เช่นนี้รถถังและรถหุ้มเกราะยากที่จะขับเคลื่อนเข้าไปได้
ดังนั้นกระสุนเจาะเกราะขนาดเล็กที่สามารถยิงด้วยมือจึงถือกำเนิดขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อพิจารณาเรื่องแรงสะท้อนกลับที่อาจบดขยี้แขนมนุษย์ได้อาวุธประเภทนี้จึงมักถูกนำมาใช้เป็นไพ่ตายสุดท้าย
ส่วนใหญ่ยังคงอาศัยปืนไรเฟิลและปืนใหญ่ธรรมดา
แน่นอนสิ่งที่น่ากล่าวถึงก็คือกระสุนเจาะเกราะชนิดนี้ซึ่งเป็นกระสุนที่อาศัยพลังงานจลน์ในการเจาะทะลุและทำลายเป้าหมายเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์อสูรกลายพันธุ์
สัตว์อสูรกลายพันธุ์ทั่วไปที่แข็งแกร่งคือแข็งแกร่งที่พวกมันมีความสามารถป้องกันกระสุนไรเฟิลและกระสุนปืนใหญ่อย่างน่าตกใจ
แต่กระสุนเจาะเกราะชนิดนี้เพียงนัดเดียวสามารถฉีกกระชากการป้องกันที่สัตว์อสูรกลายพันธุ์ภาคภูมิใจมันจะปลดปล่อยพลังงานจลน์มหาศาล บดขยี้อวัยวะภายในของสัตว์อสูรกลายพันธุ์นั้น
โดยทั่วไปแล้วมีสัตว์อสูรกลายพันธุ์ไม่กี่ชนิดที่จะสามารถทนทานต่ออาวุธสังหารชิ้นนี้
เว้นแต่พวกนั้น...
เมื่อนึกถึงขึ้นมาสีหน้าของผู้พันก็มืดมนลงในทันที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมภารกิจเช่นนี้ครั้งล่าสุดคือเมื่อสิบวันก่อน
แต่ครั้งนั้น...
ผู้พันถอนหายใจพยายามสะกดอารมณ์ฟุ้งซ่านที่ผุดขึ้นในใจ
แต่ก็ต้องยอมรับว่าภัยคุกคามจากสัตว์อสูรกลายพันธุ์ต่อมนุษย์นั้นรุนแรงขึ้นทุกวันแม้ว่ากองทัพจะเข้าไปในภูเขาเพื่อล้อมปราบแล้ว ทุกคนก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก
นี่ยังไม่รวมถึงเขตมรณะหลายแห่งที่ได้กลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามไปแล้ว
....
ท้องฟ้าหม่นแสง ฝนตกปรอยๆโลกทั้งใบคล้ายปกคลุมด้วยม่านสีเทาพร่าเลือน
“ตึก ตึก ตึก...”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นท่ามกลางสายฝนกลุ่มคนนับสิบก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบย่ำไปบนพื้นดินโคลนที่เต็มไปด้วยแอ่งน้ำอย่างช้าๆ
ทว่ายังไม่ทันไปถึงหมู่บ้านพวกเขาก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญแสนเศร้าแว่วมา
“หลานรัก ทำไมถึงจากไปเร็วนัก”
“คนผมขาวต้องลาส่งคนผมดำแล้วจะให้ปู่ของหลานอยู่ต่อไปอย่างไร”
....
เมื่อได้ยินเสียงความโกลาหลที่แสนโศกเศร้าเยี่ยนเกาหย่วน ทหารหนุ่มผู้นำกลุ่ม และผู้พันต่างก็สบตากันสีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนไปทันที
“เกิดเรื่องแล้ว”
สิ้นคำพูด เยี่ยนเกาหย่วนก็พยักหน้าก่อนจะเกร็งขาขวาอย่างแรง และในพริบตานั้น แสงสีอ่อนๆ ก็เข้าปกคลุมขาทั้งขาของเขา
“ตูม!”
เสียงระเบิดดังกึกก้องแผ่นดินสะเทือนจนน้ำกระเซ็นขึ้นไปราวๆ สี่เมตรได้ร่างเยี่ยนเกาหย่วนพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูหลุดจากคันธนูมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก
“เอื๊อก”
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์เช่นนี้ทหารหลายคนที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอ
“ท่านผู้พัน นี่...”
“หุบปาก! บางเรื่องที่ไม่ควรรู้อย่าถาม”
ผู้พันที่กำลังอารมณ์ขุ่นมัวอยู่แล้วตวาดตำหนิเสียงดัง ก่อนจะมองไปยังร่างที่หายลับไปในไกลอีกครั้ง
คราวที่แล้ว หากเขามีคนระดับนี้อยู่พวกพ้องร่วมรบคนนั้นคงไม่ต้อง...
ผู้พันยิ้มอย่างขมขื่นแล้วก็ส่ายหน้าอย่างจนใจก่อนจะมองไปยังทหารใหม่หลายคนที่เพิ่งเข้าสู่พื้นที่ภูเขาขนาดใหญ่ แล้วเตือนว่า
“พวกคุณจงฟังให้ดีครั้งนี้พวกคุณมาเพื่อฝึกฝน หากเผชิญหน้ากับอันตรายจริงๆ ทันทีที่ฉันสั่งให้หนีพวกคุณต้องรีบหนีไปให้พ้นเข้าใจไหม...”
ภายใต้คำเตือนที่หาได้ยากยิ่งนี้อารมณ์ของผู้พันกลับยิ่งหนักอึ้ง
หากจำไม่ผิดสถานที่ที่พวกเขาต้องสำรวจในครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่ค่าพลังวิญญาณสูงสุดถึงหนึ่งหมื่นปรากฏตัวขึ้นใช่ไหม?
หากไม่มี ถือว่าโชคดี
แต่ถ้าหากมันมีอยู่จริง...ปัญหาของพวกเขาย่อมใหญ่หลวงนัก
ต้องรู้ไว้ว่าครั้งที่แล้วเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรกลายพันธุ์ ค่าพลังวิญญาณสูงสุดของมันแค่ 6,000เท่านั้น มันยังน่าสะพรึงกลัวราวกับสัตว์ประหลาดสังหารสมาชิกในหน่วยไปเกือบครึ่ง
“เฮ้อ...”
เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นกำปั้นของผู้พันหนวดเคราหนาเฟิ้มกำแน่นจนเส้นเลือดชัดเจน
.....
ทว่า ในขณะนี้เองผู้ที่อยู่ในทีมสำรวจนี้ไม่ทราบเลยว่า ลึกเข้าไปในส่วนลึกของขุนเขาม่านหมอกหนาทึบพลันก่อตัวขึ้นราวกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังตื่นจากการหลับใหลช้าๆ
“ตูม!”
เสียงสะเทือนฟ้าที่น่าหวาดหวั่นดังสนั่นพายุหมุนที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพลันก่อตัวขึ้นใจกลางนั้นมีหมอกหนาทึบพันเกลียว
เมื่อมองจากไกลๆราวกับสัตว์ร้ายบรรพกาลกำลังพลิกเมฆพัดหมอกจนปั่นป่วน
“เป็นไปได้อย่างไร?”
เพราะความตระหนกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจิตใจของอวี๋จื่ออวี๋ถึงกับจมดิ่งลงเรื่อยๆ
มนุษย์!
แถมไม่ใช่แค่มนุษย์ทั่วไป
หมอกหนาสามารถเพิ่มการรับรู้ของเขาได้
แม้ว่าช่วงตีนเขาเพื่อไม่ให้ผู้คนในหมู่บ้านสังเกตเห็น อวี๋จื่ออวี๋จะจงใจทำให้หมอกเบาบางลง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังวิญญาณที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาในพริบตานั้น
และในม่านหมอกนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็ประหลาดใจอย่างยิ่งที่พบว่า นั่นคือมนุษย์คนหนึ่ง
ใช่แล้ว... มนุษย์
ม่านหมอกเสมือน‘ตาคู่ที่สอง’ ของเขาแม้จะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน แต่อวี๋จื่ออวี๋ก็ยังเห็นโครงร่างของมนุษย์ได้
มนุษย์ผู้ชายสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตร ดูผอมไปบ้าง
แม้ว่าพลังวิญญาณที่ระเบิดออกมาเมื่อครู่จะอยู่เพียงระดับแรกเริ่มขั้นที่ห้าหรือหกเท่านั้น
แต่การปรากฏตัวของเขาที่นี่กลับทำให้อวี๋จื่ออวี๋มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก
“เป็นไปไม่ได้”
“ไม่มีทางเป็นไปได้”
น้ำเสียงของเขาเย็นชาอวี๋จื่ออวี๋ยังคงเชื่อมั่นว่ามนุษย์ไม่มีทางค้นพบการมีอยู่ของเขาได้
อย่างที่รู้ผู้หญิงสองคนที่เห็นการมีอยู่ของเขากับตา คนหนึ่งได้ตายไปแล้ววิญญาณของเธอผูกอยู่กับรากของเขา และตกเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์
ส่วนอีกคนก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
ไม่ต้องพูดถึงตอนที่ยังไม่ฟื้น
แม้จะฟื้นแล้วแต่จะทำอะไรได้?อวี๋จื่ออวี๋สั่งเสี่ยวชิงไปแล้วว่าให้ลบความทรงจำของผู้หญิงคนนั้นในขณะที่เธอหลับ
ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ตื่นรู้พลังจิตเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเสี่ยวชิง
และเพื่อความสะดวกสบายและกลัวว่าความทรงจำจะฟื้นคืนมา
อวี๋จื่ออวี๋ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดว่าให้ลบความทรงจำของน้องสาวทิ้งให้สิ้นต่อให้เธอต้องกลายเป็นคนเสียสติมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือจิตวิญญาณของผู้หญิงคนนั้นพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
และนี่คือหนึ่งในสาเหตุที่เธอคนนั้นยังไม่ฟื้นเสียที
ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการฟื้นแต่เป็นเรื่องยากที่จะฟื้นขึ้นมาได้
เว้นเสียแต่ว่าชิงเอ๋อร์จะเข้าควบคุมร่างกายของเธอจากระยะไกลมิฉะนั้น แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะฟื้นขึ้นมาได้ ก็จะเป็นเพียงคนปัญญาอ่อนเท่านั้น