“ งั้นหรือ? ช่างเื่นั้นเถอะ หากทั้งสองตระกูลมีความเคลื่อนไหวอะไรรบกวนท่านส่งคนไปแจ้งข้าที ข้าขอตัวก่อน ”
“ ได้ เื่ค่าใช้จ่ายข้าจะคิดย้อนหลังแล้วกัน!! ”
จัดการธุระเสร็จสิ้นหวังเฟยหลงเดินทางกลับไปตระกูลของเขา เมื่อเดินไปถึงลานกว้าง เขาก็พบหวังซุนนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น โดยมีหวังกังกับผู้าุโหนึ่งยื่ยอยู่ข้างๆกับลังถกเถียงกันอยู่ และบริเวณรอบๆก็มีสมาชิกตระกูลยืนดูอยู่ โดยเมื่อพวกเขารู้ว่าหวังซุนร่วมมือกับคนนอกทำร้ายคนในตระกูลเพื่อหวังตำแหน่งผู้สืบทอด ทุกๆคนต่างก็โกรธแค้น พวกเขารู้สึกโชคดีที่หวังเฟยหลงไม่เป็อะไร ส่วนผู้าุโหนึ่งก็ปฏิเสธว่าเป็เื่ของรุ่นเยาว์เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวของ
“ ผู้าุโหนึ่ง ท่านมีส่วนเกี่ยวของใช่หรือไม่!? ”
“ เื่ของรุ่นเยาว์ ข้าผู้าุโจจะเข้าไปยุ่งได้อย่างไร ”
“ หากท่านไม่ได้เกี่ยวข้องแล้วหวังซุนจะกล้าไปร่วมมือกับศัตรูเพื่อทำล้ายเฟยหลงหรือไง!? ”
“ เ้าตระกูล เ้าไม่สามารถใส่ร้ายข้าได้โดยไม่มีหลักฐาน แล้วอีกอย่างเื่นี้ก็เป็การทะเลาะกันของรุ่นเยาว์ เ้ากับข้าจำเป็ต้องเข้าไปยุ่งงั้นหรือ? ปล่อยตัวลูกข้าซะ ลูกข้าหาได้รู้ความไม่!? ”
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเถียงกันอยู่ หวังเฟยหลงก็เดินไปหยุดอยู่หน้าหวังซุนที่ก้มหน้ากำลังคุกเข่าอยู่ที่พื้น เขามองด้วยความเวทนา ที่ผู้เป็บิดาใช้หลอกใช้ลูกเพื่อให้สมหวังในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา แต่จะบอกหวังซุนไม่มีความผิดไม่ได้เพราะเขาก็หวังตำแหน่งผู้สืบทอดและเลือกเดินเส้นทางที่ผิด
เมื่อหวังเฟยหลงปรากฏตัวทุกคนต่างก็มองไปที่หวังเฟยหลง โดยเฉพาะผู้าุโหนึ่งที่ตอนนี้ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความแค้น เขายิ้มให้ผู้าุโหนึ่งและมองด้วยสายตาเ็า ตาแก่โลภมากนี้หวังตระกูลโดยการกำจัดพ่อแม่ของเขา
‘ ชีวิตก่อนหน้าไม่อาจปกป้องพ่อกับแม่ได้ แต่คราวนี้จะไม่ยอมให้พ่อกับแม่เป็อันใดไปอีกเด็ดขาด อย่างน้อยก็ทำเพื่อตอบแทนร่างกายที่หวังเฟยหลงให้เราใช้และให้เราได้ัักับไออุ่นของครอบครัวอีกครั้ง ’
“ ท่านบอกว่าท่านไม่เกี่ยวจริงหรือ ผู้าุโหนึ่ง ”
“ เ้ามีหลักฐานหรือไม่เล่า!? ”
“ ได้!! ในเมื่อเื่ครั้งนี้เป็เื่ของรุ่นเยาว์ เช่นนั้นข้าก็หวังว่าจะปล่อยให้รุ่นเยาว์ผู้นี้จัดการเอง!! ”
ไม่รอช้า เขาเตะเสยหน้าหวังซุนอย่างจัง ทำให้อีกฝ่ายกระเด็ดไปหลายก้าว ผู้าุโหนึ่งที่เห็นเช่นนั้นะโด้วยความโกรธพร้อมกับปล่อยพลังกดดันหวังเฟยหลง แต่มีหวังกังอยู่เขาจะสามารถทำสำเร็จได้อย่างไร
“ หวังเฟยหลง เ้าอย่าให้มากเกินไปนัก!! ”
“ ผู้าุโหนึ่ง ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่านี้คือเื่ของรุ่นเยาว์?? หากท่านคิดทำอะไรลูกค้า ข้านี้แหละจะจัดการท่านเอง ”
“ ฮ่าๆ!! ท่านจะทำอะไรได้ ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือไง!?? เอาละในเมื่อข้าไม่มีหลักฐานข้าก็จะไม่พูด แต่มันเป็เื่จริงที่หวังซุนร่วมมือกับหลงเชาและหวงเฟยทำร้ายข้าหวังให้ข้าพิการหรือตกตาย ดังนั้นข้าจะคิดบัญชีที่บังอาจร่วมมือกับศัตรูทำร้ายคนในตระกูล ”
สิ้นสุดคำพูดหวังเฟยหลงพุ่งเข้าไปหาหวังซุนและเหยียบไปที่แขนหนึ่งข้างที่หวังซุนใช้จับดาบและขยี้จนกระดูกหักจนไม่อาจจะรักษาได้ ตอนนี้เขาไม่สามารถใช้แขนจับดาบได้อีกต่อไป เขาร้องโหยหวนด้วยความเ็ปทรมานแสนสาหัส
“ หวังเฟยหลง เ้ารนหาที่ตาย!! ”
ผู้าุโหนึ่งไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขาพุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลงพร้อมปล่อยพลังและจิตสังหาร ตอนนี้เขาหมายจะสังหารหวังเฟยหลงแล้ว
“ อย่าฝันว่าจะแตะต้องลูกข้าได้ ”
หวังกังพุ่งไปดักหน้าผู้าุโหนึ่งและกระแทกฝ่ามือไปที่ท้องของอีกฝ่ายทำให้อีกฝ่ายกระเด็นไกลออกไปพร้อมกับกระอักเื เขาจ้องมองไปที่สองคนพ่อลูกข้างหน้าด้วยดวงตาเคียดแค้น
“ พวกเ้าทำเกินไปแล้ว ลูกเ้าก็ยังแข็งแกร่งดีแล้วเหตุใดถึงต้องทำกับลูกค้าเช่นนี้ ลูกข้ากำลังจะได้เข้าสถาบันเป็หน้าเป็ตาให้กับตระกูล ”
“ คนที่ร่วมมือกับศัตรูของตระกูลเพื่อตำแหน่งผู้สืบทอดหวังจะทำให้ข้าพิการหรือตาย ท่านบอกข้าสิว่าข้าควรจะปราณีมันหรือไง ”
“ ลูกข้ายังเด็ก เ้าไม่คิดว่าเขาจะทำผิดพลาดหรือไง ”
“ ผิดหลาด? มันทำผิดเพราะได้รับคำชี้แนะจากท่านไม่ใช่หรือไง ท่านรู้อยู่แก่ใจ และอย่าบอกว่าเพราะจะได้เข้าสถาบัน ต่อให้เข้าสถาบันแล้ว แต่คนที่มันสามารถหักหลังคนในตระกูลได้ก็ไม่สมควรจะเป็หน้าเป็ตาให้ตระกูล ข้าหวังเฟยหลง ก็สามารถเข้าสถาบันได้!! ”
“ ได้ๆ!! พวกเ้าสองคนพ่อลูกบีบบังคับข้า ข้าทำเพื่อตระกูลมามากมาย แต่พวกเ้าไม่อาจอภัยให้ข้าได้ พวกเ้าจะต้องเสียใจกับเื่ในวันนี้ ”
“ ข้าไม่เสียใจหรอก ดีแค่ไหนแล้วที่ข้าไม่ฆ่าลูกชายเ้าที่บังอาจแตะต้องลูกข้า หากข้ารู้ว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าจะเป็คนจัดการท่านด้วยตัวเอง ”
หลังจากนั้น ทุกคนก็แยกย้าย เหลือเพียงแต่ผู้าุโหนึ่งกับหวังซุนที่นอนกิ้งกรีดร้องด้วยความเ็ปอยู่กับพื้น ผู้าุโหนึ่งอุ้มหวังซุนไปโรงหมอเพื่อรักษาอาการของหวังซุน และมองไปจากที่สองพ่อลูกเดินจากไปด้วยสายตาอาฆาตแค้นอย่างมาก
‘ ในเมื่อพวกเ้าบีบบังคับข้าเช่นนี้ ก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้เลย ’
ภายในบ้านของหวังเฟยหลง โดยมีแม่กับพ่อกำลังรอฟังเื่ราวทั้งหมดและเหตุผลที่หวังเฟยหลงตั้งตัวเป็ศัตรูอย่างชัดเจนกับผู้าุโที่หนึ่งเช่นนี้ หวังเฟยหลงเข้าใจความเป็ห่วงเป็กังวลของทั้งสองคน เขายิ้มและเล่าข้อมูลที่เขาได้มาจากเซี่ยถิงถิง
“ ข้ารู้ว่าสมาคมการค้าทมิฬเก่งเื่ข้อมูลแต่เื่นี้เชื่อถือได้แน่นะ!!? ”
“ แน่นอน ข้ามั่นใจเพราะระหว่างที่ข้าต่อสู้ เหมือนพวกมันทั้งสามพูดคุยกันว่ามีข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน…โชคดีที่ครั้งก่อนพวกท่านไม่ลงมืออะไร หากครั้งนี้พวกมันมาทวงถามอะไร พวกท่านแค่บอกว่ามันเป็เื่ของรุ่นเยาว์เช่นเดียวกับที่พวกมันทำกับข้าก็พอ ”
“ เ้าเพิ่งจะอยู่ระดับขัดเกลาระยะปลายแล้วเหตุใดเ้าถึงสามารถเอาชานะคนที่อยู่ระดับรวบรวมระยะต้นได้ ”
“ พวกมันหาได้เก่งไม่ พวกมันไม่คณามือข้าหรอก ”
“ เอาเถอะ หลังจากนี้เ้าต้องระวังตัวเองให้ดี พวกเราไม่รู้เลยว่าพวกมันจะเล่นตุกติกอะไรบ้าง โดยเฉพาะผู้าุโหนึ่ง ตอนนี้เราไม่มีหลักฐานไม่สามารถเอาผิดเขาได้ ดังนั้นเ้าต้องระวังตัวเองให้ดีๆ ”
“ ขอรับ ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าฝากให้สมาคมการค้าทมิฬคอยจับตาดูไว้แล้ว หากมีอะไรพวกเขาจะแจ้งข้าทันที ”
วันต่อมา หวังกังได้ข่าวว่า หลงเชากับหวงเฟยไม่มีอันตรายถึงชีวิต แค่าเ็หนักจึงต้องพักรักษาตัว ทั้งสองตระกูลได้ส่งมาแจ้งถึงเื่ในครั้งนี้ แต่ก็ถูกหวังกังตอกกลับไปด้วยคำว่า เื่ของรุ่นเยาว์ก็ให้รุ่นเยาว์จัดการกันเอง บวกกับการที่หวังเฟยหลงไม่ได้ทำอันตรายถึงชีวิตหรือพิการ ทำให้ทั้งสองตระกูลพูดไม่ออก และไม่สามารถทวงถามใดๆได้
แต่ที่น่าแปลกคือหวังเข่าซิง ผู้าุโหนึ่งที่เงียบผิดปกติ เพราะความกังวลของหวังกังเขาจึงส่งคนไปคอยตามติดการเคลื่อนไหวแต่นอกจากพยายามหาหมอมารักษาลูกชายตัวเองแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย อดไม่ได้ที่จะทำให้หวังกังรู้สึกเป็กังวล
ส่วนทางด้านหวังเฟยหลง เนื่องจากไม่สามารถใช้การแช่น้ำสมุนไพรเพื่อเพิ่มเลเวลได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไปเก็บเลเวลด้วยการล่าสัตว์อสูรแทน แต่EXP ที่ได้จากล่าก็น้อยลงเรื่อยๆจนแม้แต่การสังการสัตว์อสูรระดับ 1 ระยะขั้นสุด ร้อยตัวก็ยังไม่สามารถอัพเลเวลได้
หลังจากการล่าอย่างบ้าคลั่งในหนึ่งวัน หวังเฟยหลงได้ EXP มาไม่ถึง 1% เขาเริ่มรู้สึกท้อและสิ้นหวัง เขากลับไปพักผ่อนที่ผ่าน ระว่างทางเขาบังเอิญเจอผู้าุโที่หนึ่ง มองเขาด้วยสายตาโกรธแค้นราวกับจะกลืนกินหวังเฟยหลงให้ได้ แต่ต้องบอกว่าโชคดีที่อยู่ในตระกูลเขาจึงทำอะไรหวังเฟยหลงไม่ได้ ต่อให้อยู่ข้างนอกก็จะมีคนที่คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของผู้าุโหนึ่งออกมาช่วยเขาอยู่ดี
วันต่อมา หวังเฟยหลงเดินเข้าไปลึกขึ้นในป่าขึ้นเรื่อยๆเพื่อหาสัตว์อสูร เพราะ่ที่ผ่านมาหวังเฟยหลงล่าสัตว์อสูรไปมากมายทำให้รอบนอกของป่าโขดหินเหลือน้อย และตอนนี้เองเขาก็เกิดความคิดอันตรายขึ้นมา
“ รอบนอกแทบจะไม่มีสัตว์อสูรแล้ว คงต้องเข้าไปให้ลึกขึ้นและล่าสัตว์อสูรระดับ 2 ระยะต้นแทน ด้วยค่าสเตตัสตอนน้น่าจะไหวนะ!! ”
พูดกับตัวเองเสร็จหวังเฟยหลงก็เดินทางลึกเข้าไปในป่ามากขึ้น ยิ่งลึกมากขึ้นหวังเฟยหลงก็ยิ่งระมัดระวังตัวเองมากยิ่งขึ้น ทนกระทั้งไปพบกับสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่กำลังที่กำลังนอนหลับอยู่ หวังเฟยหลงใช้การวิเคาะห์ พบว่ามันคือ [ กระทิงคลั่ง Lv.12 ] มันคือสัตว์อสูรระดับ 2 ระยะต้น ร่างกายที่ใหญ่กว่าคนอย่างมากและเขาที่แหลมคม นอกจากนี้ที่หัวของมันยังมีเกาะหินด้วย แต่มันยังมีจุดอ่อนอยู่
มองไปรอบๆเมื่อไม่มีสัตว์อสูรตัวอื่น หวังเฟยหลงเปิดใช้สกิลก้าวไร้เสียง พุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรอย่างรวดเร็วพร้อมกับเปิดใช้สกิลดาบขุนเขา โจมตีโดยที่มันไม่ทันได้ตั้งตัว หวังเฟยหลงสามารถโจมตีใส่มันได้สองครั้งแรกโดยที่มันไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน แต่ครั้งนี้สามยากหน่อย มันลุกขึ้นและใช้ขาหลังถีบหวังเฟยหลง แต่เขาเอี้ยวตัวหลับและโจมตีครั้งที่สามใส่ลำตัวของมันทำให้เกิดแผลลึกและยาว ทั้งนี้เพราะการโจมตีของหวังเฟยหลงทั้งสามครั้งเล็งไปที่จุดเดิมเพื่อเจาะหนังที่หนาของมัน
ตอนนี้กระทิงคลั่งคำรามด้วยความเ็ป ตอนนี้เองดวงตาจากสีเหลืองก็เปลี่ยนเป็สีแดง เหมือนว่ามันจะคลั่งสมชื่อของมันแล้ว หวังเฟยหลงทิ้งระยะห่างและเปลี่ยนจากดาบเป็อาวุธลับ เขาใช้สกิล วงล้มตาข่ายพยายามเล็งไปที่แผลหรือไม่ก็ดวงตาทั้งสองของมันแต่ความรุนแรงของอาวุธลับไม่ได้รุนแรงมากพอจึงเหมือนไปสกิดแผลเก่าให้มันโกรธมากยิ่งขึ้นเท่านั้น มันวิ่งใช้เขาไล่ขวิดหวังเฟยหลงอย่างบ้าคลั่ง
หวังเฟยหลบได้ทำให้มันพุ่งชนโขดหินบ้าง ต้นไม้บ้าง แต่มันก็ไม่ได้เป็อะไรเลย แถมทั้งโขดหิน ต้นไม้ใหญ่ต่างก็ถูกมันทำลาย หวังเฟยหลงรู้สึกหดหู หนังมันหนาเกิดไปกว่าที่หวังเฟยหลงจะปะทะตรงๆ เขาจึงได้แต่พยายามโจมตีมันไปเรื่อยๆ ระหว่างที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่นั้นหวังเฟยหลงที่กำลังหลบก็เผลอลื่นเสียหลักจากเศษหินที่ถูกทำลาย
โอกาสครั้งนี้มันไม่ปล่อยให้เสียเปล่า มันพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งพร้อมคำรามด้วยความโกรธ หวังเฟยหลงไม่มีทางเลือกเขาต้องเรียกโล่กับดาบออกมา เนื่องจากหลบไม่ทันเขาต้องใช้โล่ตั้งรับและแทงดาบเข้าไปที่ตาข้างซ้ายของมัน แต่หวังเฟยหลงก็กระเด็นเนื่องจากถูกชนอย่างรุนแรง ตอนนี้ร่างกายของเขาช้ำจากแรงปะทะอย่างมาก ลุกขึ้นแทบไม่ไหว
‘ ไอกระทิงบ้านี้แรงเยอะชะมัด แรงมันเยอะกว่าตอนที่ยังไม่คลั่งอีก ’
ไม่ทันได้ตั้งตัว กระทิงคลั่งก็ตั้งสติได้และมองหาหวังเฟยหลงจากนั้นมันก็วิ่งเข้าใส่อย่างราวกับแผลที่ลำตัวกับดวงตาของมันไม่มีผล หวังเฟยหลงตอนนี้ไม่สามารถลุกได้เขาเก็บดาบและโล่กลับเข้าไปและใช้มือยันไว้ที่พื้นพร้อมกับมองไปที่กระทิงคลั่ง เมื่อได้จังหวะหวังเฟยหลงก็ดีดตัวขึ้นและไปยืนอยู่บนหลังกระทิงคลั่งพร้อมกับจับเขามันเอาไว้ด้วย
ไม่รอช้าหวังเฟยหลงเรียกมีดสั้นและใช้สกิลลมเฉือนแทงไปที่ตาอีกข้างที่เหลือของมันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะกระโดนลงจากหลังของมัน เขาล้มกลิ้งไปกับพื้นและมองดูกระทิ้งตาบอดคลั่งวิ่งชนทุกอย่างที่อยู่รอบๆพร้อมกับคำรามด้วยความโกรธ
“ หึ มันหนักหนาสาหัสจริงๆ สมแล้วที่สัตว์อสูรมีความแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกฝนที่อยู่ในระดับเดียวกัน ”
ผ่านไปครู่หนึ่งหวังเฟยหลงเริ่มลุกขึ้นยืนไหว เขายืนขึ้นและเรียกอาวุธลับออกมา จากนั้นก็เริ่มปาอาวุธลับไปที่รอยแผลที่ลำตัวของมันอย่างแม่นยำ พร้อมกับวิ่งเป็วงกลมทำให้กระทิ่งตาบอดสับสนและไม่รู้ตำแหน่งของหวังเฟยหลง หวังเฟยหลงปาไปเรื่อยๆจนกระทั่งมันสิ้นลมและล้มลง เขาถอนหายใจพร้อมกับข้อความที่ปรากฏขึ้นมา
[ ท่านสังหารกระทิงคลั่ง ]
[ ท่านได้รับ EXP 2% ]