กำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

            เนื่องจากความเร็วที่หมีแพนด้าดูดซับอากาศเย็นจากต้นไผ่น้ำแข็งนั้นไม่ได้เร็วมากหลัวเลี่ยจึงค่อนข้างกังวลว่าจะมีคนจากหอเซียวเหยามาช่วยเขาก่อนหรือไม่ เพราะหากมีคนมาพบเข้าเขาเกรงว่าจะถูกแย่งชิงเจ้าแพนด้าไป

            ไม่ใช่แค่ต้นกำเนิดที่ลึกลับของหมีแพนด้าแต่หลัวเลี่ยชอบพวกมันเพราะรูปลักษณ์ที่น่ารัก

            ดังนั้นเขาจึงคอยมองที่ประตูทางเข้า

            ประตูยังคงปิดอยู่

            ประตูนี้สามารถป้องกันเสียงได้ดีเยี่ยมทั้งเสียงจากภายในและเสียงจากภายนอกล้วนไม่อาจเล็ดลอดผ่านประตูบานนี้ได้ ไม่ว่าภายในจะมีเสียงดังแค่ไหนภายนอกก็ไม่สามารถได้ยิน เช่นเดียวกับที่เสียงจากภายนอกก็ไม่สามารถทะลุเข้ามาภายในด้วยเหตุนี้หลัวเลี่ยจึงไม่รู้ว่าที่ภายนอกคุกกลืนอสูรเกิดอะไรขึ้นบ้าง

            เขาเพียงหวังว่าจะไม่มีใครเข้ามารบกวนเขาในตอนนี้

            ดังนั้นสิ่งที่หลัวเลี่ยต้องการเห็นในตอนนี้คือประตูที่ปิดอยู่เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วเขาก็หันกลับมาทันที

            หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยามที่นี่ก็เกิดเปลี่ยนแปลงไปมาก

            ประการแรกระดับของความเย็นลดลงอย่างรวดเร็วแม้แต่หลัวเลี่ยที่ถือลูกแก้วอัคคีณานที่มีรอยแตกร้าวอยู่ก็ไม่รู้สึกถึงความเย็นแม้แต่น้อย

            ประการที่สองต้นไผ่น้ำแข็งซึ่งหลัวเลี่ยไม่รู้ว่าชื่อจริงๆ ของมันคืออะไร หรือเป็นสิ่งวิเศษประเภทใดต้นไผ่เหล่านั้นดูเหี่ยวเฉาลงเล็กน้อย เมื่ออากาศเย็นถูกหมีแพนด้าดูดซับไป

            ยิ่งไปกว่านั้นแสงเจ็ดสีที่ส่องสว่างบนดินตรงกอไผ่น้ำแข็งนั้นก็เปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับว่ามันมีพลังที่น่าอัศจรรย์ไหลเวียนอยู่

            และประการสุดท้ายรูปร่างของหมีแพนด้าเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ท้องของมันหดลงจากเดิมเกือบครึ่งแต่ถึงกระนั้นมันก็ยังดูอ้วนอยู่ดี

            หลัวเลี่ยสามารถสัมผัสได้ผ่านแหวนปีศาจว่าเจ้าแพนด้ากำลังตื่นขึ้นอย่างช้าๆ

            การตื่นขึ้นนี้เป็นสัญญาณว่าหมีแพนด้าได้รับการฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่แล้ว

            หลิวเลี่ยรู้สึกเหลือเชื่อทั้งสถานการณ์นี้และที่ต้นไผ่น้ำแข็งถูกหมีแพนด้าดูดซับไอเย็นเข้าไปในร่างกายของมันโดยที่ไอเย็นนี้ได้ชำระล้างร่างกายและสร้างร่างกายที่ไม่ธรรมดาให้กับมัน

            ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อสูร เงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการขึ้นเป็นเทพล้วนขึ้นอยู่กับร่างกายที่แข็งแกร่งเสมอ

            เวลาไหลไปราวกับสายน้ำ

            กระบวนการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ของหมีแพนด้านั้นไม่เร็วนัก

            หลัวเลี่ยซึ่งนั่งเฝ้าดูอยู่ข้างๆเลื่อนสายตาไปที่ต้นไผ่น้ำแข็งที่ค่อยๆ เหี่ยวเฉาลง

            มีไอความเย็นไหลออกมาจากต้นไผ่น้ำแข็งแต่ละต้นมันไหลมาบรรจบกันเหมือนสายน้ำแล้วเข้าไปในปากของหมีแพนด้า

            หลัวเลี่ยไม่สามารถละสายตาได้หลังจากนั่งมองเพียงไม่กี่ครั้ง ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นภูเขา ทะเล เมฆ ท้องฟ้าพระอาทิตย์ และพระจันทร์ในสายไอความเย็นเหล่านั้น

            ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้นในใจของหลัวเลี่ย

            ภายในหัวของหลัวเลี่ยว่างเปล่าเขามองไปที่หมีแพนด้าแล้วนึกถึงบทกวีของหลีไป๋ในวรรคที่กล่าวถึงแม่น้ำแยงซีเกียงและแม่น้ำฮวงโหและพึมพำกับตัวเอง “สายน้ำที่เชี่ยวกรากในแม่น้ำฮวงโหไหลมาจากเบื้องบนลงสู่ทะเลมิหวนกลับ”

            “สายน้ำจากแม่น้ำฮวงโหไหลมาจากเบื้องบน”

            “สายน้ำ มาจากเบื้องบน”

            “เบื้องบนคือสวรรค์หรือ”

            เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วจากตอนแรกที่ในหัวของเขาว่างเปล่า ก็กลับปรากฏภาพก่อนประวัติศาสตร์ที่เขาเห็นเมื่อครู่นี้อีกครั้งฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้าโจมตีสวรรค์จนแหลกสลาย

            สวรรค์พังถล่มร่วงลงมาเป็นสายยังพื้นดินมนุษย์ราวกับสายน้ำ

            “เคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินด้านสายน้ำ!”

            ทันใดนั้นหลัวเลี่ยก็เข้าใจในทันทีว่าสิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่มือแต่เป็นเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินด้านนที และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสายน้ำที่พัฒนาไปสู่ระดับที่ไม่อาจจินตนาการได้

            หลังจากที่พลังขึ้นสู่จุดที่สูงแล้วน้ำทั้งหมดในโลกก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา ดั่งหัวใจไปที่ใดสายน้ำก็ไหลไปที่นั่น

            สายน้ำ?

            พลังแห่งน้ำ!

            ถ้าหลัวเลี่ยไม่ได้มีประสบการณ์ในพลังด้านภูเขามาก่อนเขาคงไม่สามารถเข้าใจได้ แล้วนับประสาอะไรกับความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้

            เป็นเพราะหลัวเลี่ยมีประสบการณ์ในการทำความเข้าใจและการควบคุมพลังจากเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินด้านภูเขามาก่อนดังนั้นภาพที่ปรากฏอยู่ในความคิดของเขาจึงไม่ใช่มืออีกต่อไป แต่กลายเป็นแม่น้ำสายหนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนพลังของน้ำ

            เขาตกตะลึงกับภาพของสายน้ำที่ไหลทะลุเข้าไปในสวรรค์ที่กำลังแตกสลายและดูเหมือนว่าเขาจะถูกดึงดูดให้ยืนอยู่ภายในสายน้ำนั้น

            ความปั่นป่วนของน้ำความสงบของน้ำ การเปลี่ยนแปลงของน้ำ ความนุ่มนวลของน้ำ ทุกอย่างล้วนเข้ามาภายในร่างกายของเขา

            น้ำยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าดั่งมหาสมุทรและสวรรค์

            น้ำสามารถสะท้อนดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ ดวงดาว และความลับต่างๆ บนโลกใบนี้

            ไม่ใช่เพียงแค่ความอดทนและความยิ่งใหญ่

            ยิ่งหลัวเลี่ยคิดถึงเรื่องนี้วนๆซ้ำๆ ความเข้าใจของเขาก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้น

            ดวงตาของเขาราวกับว่ามีสายน้ำไหลวนอยู่ด้านในมันสะท้อนทุกสิ่งบนโลก ข้างหลังเขามีเสียงน้ำไหลแผ่วเบาดังอยู่แล้วพลังบริสุทธิ์ภายในรัศมีสามสิบจั้งก็มารวมกันก่อตัวเป็นสายน้ำด้านหลัง

            เขาเข้าใจเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินด้านนทีแล้ว!

            หากผู้คนในภพจิตมังกรรู้ว่า‘มีมังกรอยู่ในเป้า’ จริงๆ แล้วเข้าใจถึงพลังของน้ำด้วยและยังอยู่ในระดับที่สามารถทำให้น้ำก่อตัวเป็นรูปร่างได้แล้วคงจะเกิดความวุ่นวายอย่างมาก และคงสั่นสะเทือนไปถึงเหล่าเทพเป็นแน่

            เพราะตั้งแต่สมัยโบราณมาในดินแดนเหยียนหวงแห่งนี้ไม่เคยมีใครที่สามารถเข้าใจเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินพร้อมกันสองประเภทได้ในเวลาเดียวกันเลย

            แม้แต่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็ยังทำไม่ได้

            ตามตำนานที่เล่ากันมามีเทพผู้หนึ่งใช้เวลาหลายพันปีในการทำความเข้าใจเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินประเภทที่สอง ด้วยความเป็นเทพทำให้มีความเข้าใจในเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินที่ดีมากเขาสามารถรับรู้ถึงเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินประเภทที่สองได้ด้วยการมองเพียงครั้งเดียวถึงแม้ว่าเขาจะมองออกหรือล่วงรู้ถึงลึกลับของมันแต่เขาก็ไม่สามารถฝึกฝนมันจนสำเร็จได้

            ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีคำกล่าวที่ว่า คนคนหนึ่งจะเชี่ยวชาญเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินได้เพียงประเภทเดียวเท่านั้น

            คำบอกกล่าวที่ส่งต่อกันมาเช่นนี้ผ่านมานานจนไม่สามารถบอกได้ว่ากำเนิดมาตั้งแต่เมื่อไร และถือเป็นความรู้พื้นฐานที่ทราบโดยทั่วกันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

            ทว่าในตอนนี้หลัวเลี่ยกำลังทำลายความเชื่อนี้

            ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับพลังของน้ำแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆและสายน้ำที่ไหลข้างหลังเขาก็ใสขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันนอกจากนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง มันไม่ได้สะท้อนท้องฟ้าและพื้นดินอีกต่อไปแต่กลับกลายเป็นน้ำสีเหลืองของแม่น้ำฮวงโหที่ไหลเชี่ยว

            เมื่อระดับความเข้าใจของเขาลึกลงไปอีกสายน้ำที่อยู่ข้างหลังเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและตกลงมาจากท้องฟ้าเช่นเดียวกับบทกวีที่กล่าวว่า ‘สายน้ำที่เชี่ยวกรากในแม่น้ำฮวงโหไหลมาจากเบื้องบนลงสู่ทะเลมิหวนกลับ’

            ประโยคที่สง่างามและน่าเกรงขามบรรยายถึงน้ำในแม่น้ำฮวงโหได้อย่างชัดเจนเมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้หลัวเลี่ยเป็นบุคคลแรกที่มีเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินสองประเภทในดินแดนแห่งนี้

            “ฟู่...”

            หลัวเลี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            เขาเข้าใจพลังของสายน้ำอย่างสมบูรณ์แล้วซึ่งดูเหมือนว่าจะแตกต่างจากพลังของภูเขา แต่สิ่งที่เหมือนกันของทั้งสองประเภท คือล้วนมีความลึกลับที่ไม่เหมือนใคร

            หลัวเลี่ยหลับตาลงอีกครั้งเขาทบทวนความรู้สึกถึงพลังของน้ำอีกครั้งอย่างมีความสุข

            นอกจากนี้เขายังได้พิสูจน์ว่าประโยคที่กล่าวว่า คนคนหนึ่งสามารถเข้าใจเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินได้เพียงหนึ่งประเภทซึ่งถือว่าเป็นประโยคพื้นฐานที่กล่าวไว้ในหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินที่เขาได้อ่านถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะยอมแพ้ แม้ว่าจะเริ่มเข้าใจบางอย่างแล้วก็ตามเพราะคนคนนั้นเชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินเพิ่มได้อีก

            แต่หลัวเลี่ยแตกต่างออกไป

            เขาเชื่อมั่นว่าสิ่งลึกลับของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะนำเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาให้เขา

            ดังนั้นเขาจึงยืนหยัด

            และผลลัพธ์คือเขาได้รับพลังจากน้ำ

            “จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะนำปาฏิหาริย์มาให้ข้าอีกกี่เรื่องกันนะ”

            หลัวเลี่ยมีความคาดหวังมากขึ้น

            ในเวลาเดียวกันนี้ต้นไผ่น้ำแข็งได้เหี่ยวเฉาลงหมดแล้วและแสงเจ็ดสีที่พื้นดินก็ไหลมาบรรจบกันตรงกลางรากของต้นไผ่ที่เหี่ยวเฉาดั่งสายน้ำไหลมารวมกัน

            ประกายแสงเจ็ดสีที่ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งหมดไหลมารวมตัวกัน

            หลังจากนั้นแสงพร่างพรายก็สว่างวาบขึ้น

            ใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนที่หลัวเลี่ยจะลืมตาขึ้น

            เมื่อเห็นเช่นนี้หลัวเลี่ยก็อดทึ่งไม่ได้

            ดินเจ็ดสีเหล่านั้นหายไปรากของต้นไผ่น้ำแข็งก็หายไป กลายเป็นต้นไผ่เจ็ดสีเข้ามาแทนที่

            หลังจากนั้นไม่นานต้นไผ่ที่มีสีสันก็ซีดจางลงอีกครั้งจางลงจนในที่สุดมันก็ไม่แตกต่างจากต้นไผ่ทั่วไป แต่หลัวเลี่ยรู้ว่ามันไม่ใช่ต้นไผ่ธรรมดารูปลักษณ์ต้นไผ่ธรรมดาถูกใช้เพื่อปกปิดความพิเศษภายใน

            ในที่สุดเจ้าหมีแพนด้าก็ลืมตาและลุกขึ้นนั่งแต่ด้วยร่างกายที่กลมเหมือนลูกบอล ทำให้การลุกขึ้นนั่งเป็นไปอย่างยากลำบากหลัวเลี่ยยิ้มและพูดว่า “คราวหน้ากินให้น้อยลงหน่อยเถอะ”

            โดยไม่คาดคิด เจ้าหมีแพนด้าตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนเด็ก“เจ้ารู้จักข้าไหม ข้าคือปั้นเทียนฉื่อ! ข้าคือของขวัญจากสวรรค์”

            “แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับปริมาณการกินของท่านอย่างไรหรือ”หลัวเลี่ยรู้ว่าสัตว์อสูรที่มีพลังสูงสามารถพูดภาษาของมนุษย์ได้ตั้งแต่แรกเกิดเขาจึงไม่แปลกใจนัก

            “เจ้าโง่ข้าชื่อปั้นเทียนฉื่อ อักษรปั้นหมายถึงครึ่ง ครึ่งหนึ่งของสวรรค์ (เทียน) ย่อมหมายถึงดวงจันทร์อักษรปั้น (ครึ่ง) รวมกับเยว่ (ดวงจันทร์) เมื่อรวมกันก็กลายเป็นอักษรพั่ง (อ้วน)”แพนด้าปั้นเทียนลูบท้องที่แน่นจนแทบหายใจไม่ออก “เป้าหมายของข้าคือการกินให้เยอะ”

            หลัวเลี่ยกลอกตา “แพนด้าน้อยปั้นข้าขอแนะนำให้เจ้าเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตให้สดใสกว่านี้จะดีกว่า”

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน