โจได้กลับไปที่ลิฟท์นั่นอีกครั้ง เมื่อมาถึงเขาก้าวเท้าขึ้นไปเหยียบตรงกลางอย่างไม่ลังเล จากนั้นลิฟท์ก็ทำงานอัตโนมัติและพาเขาลงสู่ใต้ดิน
เมื่อลงมาถึงด้านล่าง เขาได้พบกับสิ่งก่อสร้างสีขาวเหมือนเดิม ทางเดินสีขาวอันคุ้นตาแต่ที่แตกต่างคือมันกว้างและใหญ่กว่ามาก
โจแผ่จิตสัมผัสไปรอบๆผลปรากฏว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย เขาจึงเริ่มสำรวจ
โจใช้เวลาไปสองชั่วโมงในการสำรวจแต่ก็ยังสำรวจไม่หมด ที่แห่งนี้ใหญ่มากมันมีทางแยกและห้องกว้างมากมาย ทว่าเขายังไม่เจอห้องที่ใช้สำหรับการวาร์ป
ในขณะนั้นโจได้เข้ามาในห้องโถงแห่งหนึ่ง ที่นี่เต็มไปด้วยเครื่องมือแต่ห้องนี้ดูไม่เหมือนห้องที่ใช้สำหรับวาร์ป มันดูเหมือนห้องวางแผนมากกว่าเพราะมีโต๊ะกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางโถง
โจเข้าไปสำรวจใกล้ๆและพบว่าโต๊ะกลมมีพื้นที่สำหรับสัมผัสเพื่อเรียกคำสั่งอะไรสักอย่าง
โจลองสัมผัสดูโต๊ะกลมก็ปรากฏแสงวูบวาบขึ้นมา จากนั้นเหนือโต๊ะปรากฏภาพสามมิติมุมบนของกาแลคซี่ทางช้างเผือก
นี่เป็นภาพของกาแลคซี่ที่เขาอยู่ในตอนนี้!!
ขณะนั้นเองก็มีช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆโฟกัสไปที่จุดหนึ่ง ด้วยความสงสัยโจจึงลองขยับมือและขยายภาพไปที่ช่องสี่เหลี่ยม และสิ่งที่เขาพบคือดาวเคราะห์สีฟ้าเขียวและมีหินเรียวยาวไขว้กันไปมา
นี่เป็นดาวเคราะห์ที่เขาอยู่ในตอนนี้!!
“อย่าบอกนะว่านี่คือแผนที่ทั้งหมดของกาแลคซี่!!” โจตะลึงที่ได้ค้นพบสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ
เขาสามารถซูมเข้าไปที่ไหนก็ได้ในตอนนี้เพื่อดูว่าตรงนั้นมีอะไรอยู่ โจลองค้นหาสหพันธ์ดูและพบว่ามันอยู่ห่างจากดาวเคราะห์ที่เขาอยู่ประมาณ 7,000 ปีแสง ในตอนนี้โจรู้ทางกลับสหพันธ์แล้ว แต่ที่เขายังไปไม่ได้เพราะไม่มียานอวกาศ
“พวกเขาเป็นใครกัน…” โจได้แต่คิดว่าเผ่าพันธุ์ไหนกันที่สามารถสร้างสิ่งที่น่าเหลือเชื่อแบบนี้ขึ้นมา แม้แต่สหพันธ์ก็ไม่มีทางสร้างสิ่งที่สามารถค้นหาทุกซอกทุกมุมของกาแลคซี่แบบเรียลไทม์
จากมุมมองเหนือกาแลคซี่ โจคาดเดาได้ทันทีว่ามันต้องเป็นดาวเทียมสอดแนมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเหนือล้ำกว่าที่เขาจินตนาการ
โจนึกไม่ออกเลยว่าเผ่าพันธุ์ใดกันที่สุดยอดขนาดนี้และที่สำคัญพวกเขาหายไปไหน? เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? ใต้ดินสองแห่งที่โจได้สำรวจไม่มีร่องรอยของการบุกรุกหรือศพหรือโครงกระดูกเลยแม้แต่น้อย
นี่จะเป็นปริศนาไปอีกนาน
โจสำรวจอีกเล็กน้อยและไม่พบอะไรที่สำคัญอีก ที่นี่ไม่มีแม้แต่ตัวหนังสือหรืออะไรบางอย่างที่จะคาดเดาตัวตนของพวกเขาได้
โจกลับขึ้นไปข้างบนและกลับไปที่หมู่บ้าน เมื่อรูวที่กำลังกังวลเห็นโจกลับมาคิ้วที่ขมวดก็คลายออกและยิ้มอย่างดีใจที่เห็นชายหนุ่มกลับมา
“พี่โจ”
“พี่กลับมาแล้ว เห็นรึยังว่ามันไม่อันตรายสักหน่อย” โจยิ้มและลูบหัวเด็กสาว
หลังจากนั้นโจก็เล่าเรื่องใต้ดินให้รูวฟัง รูวตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ เพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญ มีสถานที่หลบซ่อนอยู่รอบๆหมู่บ้านโดยที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน เธอไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องดีหรือไม่ดีกันแน่ ดังนั้นการตั้งใจฟังโจเล่าเป็นสิ่งจำเป็น
“พี่จะกลับไปหรือเปล่า?” รูวพูดด้วยความกังวลหลังากที่ได้ยินว่าโจพบทางกลับบ้านแล้ว
“ถึงพี่อยากกลับแต่ก็กลับไปไม่ได้” โจเข้าใจความกังวลของเธอแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากแยกจากเธอไป รูวเป็นเด็กสาวที่น่ารักและเอาใจใส่เขาอยู่เสมอ นอกจากนี้เธอยังช่วยชีวิตเขาตั้งสองครั้ง
ได้ยินคำพูดของโจรูวก็ยิ้มออกมา เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกดีใจที่โจไม่สามารถกลับไปได้แต่เธอก็ไม่สนใจมันตราบเท่าที่มันทำให้เธอมีความสุข
“พี่โจรูวมีอะไรจะให้” รูวพูดและยิ้มอย่างลึกลับ
“มีอะไรจะให้พี่เหรอ?” โจมองรูวด้วยความสนใจ อะไรกันที่เธอคิดจะให้เขา
รูวไปที่กล่องเก็บเสื้อผ้าและหยิบเสื้อสีเทาจากนั้นก็ยื่นให้โจพร้อมพูดว่า “รูวเห็นพี่โจใส่เสื้อตัวเดิมมาตั้งนานแล้วรูวเลยใช้เวลาว่างถักเสื้อให้พี่โจค่ะ ไม่รู้ว่าพี่โจจะชอบไหม” รูวกังวลว่าโจจะไม่ชอบเสื้อที่เธอถักให้
โจไม่รอช้าคว้าเสื้อจากมือรูวแล้วถอดเสื้อเก่าทิ้งพร้อมกับใส่เสื้อสีเทาจากนั้นเขาก็มองหน้าเธอพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่ชอบเสื้อตัวนี้”
โจรู้สึกตื้นตันใจที่เด็กสาวคนนี้เอาใจใส่เขาขนาดนี้ เขาสาบานอยู่ในใจว่าจะรักษาเสื้อตัวนี้เป็นดั่งของล้ำค่า
นี่เป็นเสื้อที่เด็กสาวคนหนึ่งพยายามถักขึ้นมาเพื่อเขา!!
รูวได้ยินก็ยิ้มอย่างดีใจและเขินอายที่จะอยู่ต่อเธอรีบหนีไปทำอาหารเที่ยง
สองเดือนต่อมา ครบหนึ่งปีแล้วที่โจมาอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ หนึ่งปีมานี้สำหรับเขาแล้วช่างผ่านไปเร็วนัก
สองเดือนที่ผ่านมาโจไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเสียเปล่า เขาฝึกฝนตนเองอยู่สม่ำเสมอจนตอนนี้พลังงานในร่างกายของเขาบริสุทธิ์ถึง 60% แล้ว และสีของลูกไฟก็เริ่มมีสีฟ้ามากกว่าสีขาวแล้ว
เมื่อฝึกฝนจนมีพลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้นก็ยิ่งทำให้ร่างกายแข็งแรง ยิ่งมีปริมาณพลังงานในร่างมากก็ยิ่งมีความแข็งแกร่งทางร่างกายมากขึ้น
ด้วยพลังของโจเขาสามารถบดขยี้หินหนักเป็นตันๆได้ด้วยการทุบมันด้วยมือเปล่าๆของเขา
เมื่อมีพลังระดับนายพลจะสามารถทนอยู่ในอวกาศด้วยร่างกายเปล่าๆได้ระยะหนึ่ง แต่มันก็เท่านั้นเพราะคุณจะตายในเวลาต่อมาเนื่องจากไม่สามารถไปไหนได้และลอยเคว้งอยู่อย่างนั้นจนร่างกายทนไม่ไหวและขาดอากาศตายไม่ก็ถูกเผาด้วยรังสีความร้อนจากดาวฤกษ์
แต่มันก็มีข้อดีเช่นกัน หากคุณทนได้นานเพื่อนของคุณก็สามารถนำยานอวกาศมารับคุณและทำให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
อย่างไรก็ตามมันยากมากที่จะพัฒนาพลังจากระดับนายพันให้เป็นระดับนายพล บางคนเป็นอัจฉริยะสามารถใต้เต่าขึ้นเป็นระดับนายพันได้เพียงไม่กี่ปีแต่ก็ใช้เวลาทั้งชีวิตที่ไม่สามารถขึ้นเป็นระดับนายพลได้
การจะมีพลังระดับนายพลนั้นจะต้องทำความเข้าใจเรื่องธาตุที่ตนมีและสามารถหลอมรวมควบคุมธาตุได้อย่างอิสระ เมื่อถึงเวลานั้นความแข็งแกร่งจะถูกยกระดับทันที
ทว่าพูดมันง่ายกว่าทำ
โจหยุดฝึกฝนและกลับเข้าบ้าน เมื่อเข้ามาเขาเห็นรูวกำลังถักชุดให้กับเขา โจชื่นชมรูวในตอนนี้มาก เธอไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเวลาเพียงสองเดือนที่ผ่านมาอายุของเธอก็ครบ 20 ปี แล้ว ทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ ทุกๆส่วนของร่างกายเติบโตเต็มที่และดูเหมือนอารมณ์ของเธอจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความไร้เดียงสาที่เคยมีได้หายไป