
ตอนที่38เฮ้ย..มันกากอ่อนจะโทษอะไรข้า
เสียงพลังกรีดอากาศเบาๆ เหมือนแทบจะไม่ได้ยิน กริชเพชรงอนิ้วชี้ที่มีสีทองเคลือบเล็บเอาไว้ปกปิดไว้ในแขนเสื้อ ดีดออกเป็นดัชนีเล็กๆ พุ่งตรงเข้าต้านแส้อสูรเก้าสาย ที่ประสานกันปกคลุมพลังเหมือนหัวกริชเพชรดุจดังแห ที่กางออกเต็มท้องฟ้าเหมือนปาฏิหาริย์ สายสีทองพุ่งคล้ายแสงเลเซอร์ ตัดผ่านต้านพลังแส้อสูรเก้าตลบ แล้วเลยทะลุตรงไปหาองค์ชายเก้าอย่างรวดเร็ว
ฉี่ๆ ๆ!!
"อ้ารรรรรรร~"
พลังดัชนีของกริชเพชรส่งพลังจู่โจมพลังแส่หางอสูรขององค์ชายเก้า มันทำให้เงาพลังแซ่อสูรเก้าตลบทั้งหมดแตกกระจายไป เหมือนหมอกที่ต้องแสงอาทิตย์ยามเช้าแบบฉับพลัน พลังโจมตีที่แสนน่ากลัว กลับสลายหายไปในพริบตา
แสงประกายเล็บกับฤทธานุภาพไม่ลดลงมันคุกคาม เข้าหาองค์ชายเก้าจนเขาสะดุ้งเฮือก พระองค์เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ขึ้นเป็นเกราะป้องกันตัวอย่างฉับพลัน
แต่พลังปลายเล็บขององค์ชายสิบสี่กับกัดกร่อน ทะลุเข้าไปเสียงดังฉี่ๆ ในพริบตา ก็เจาะเกราะป้องกันขององค์ชายเก้าแตกสลายไปทีละชั้นเสียงดังเปรี๊ยะๆ น่าสยดสยองสำหรับความรู้สึกขององค์ชายเก้า เขาหวาดกลัวจนหน้าถอดสีไม่อาจหลบหลีกการโจมตีครั้งนี้
"ไม่...."
เสียงร้องคำรามอย่างเดือดดาลของมหาอำมาตย์ดังสนั่นเขาขยับตัว กระทืบเท้าพุ่งพลังฝ่ามือกระแทกแสงสีทอง ปลายเล็บของกริชเพชรที่กำลังเจาะหน้าอกองค์ชายเก้าให้เบี่ยงเบนเป้าหมายไป
กายคนอสูรระดับห้าของมหาอำมาตย์ก่อเกิดการผนึกพลัง เปล่งพลานุภาพรุนแรงเป็นลมกระโชก เข้าชนพลังปลายเล็บของกริชเพชร ทำให้เบี่ยงเบนพลังส่วนหลักสะท้อนกระจายไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เปรี๊ยะๆ!! ครืน ครืน!! ซู่รรรรส์~
องค์ชายเก้าดีใจรีบเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้เฮือกสุดท้าย ขึ้นมาเป็นโล่บางๆ อีกครั้งหนึ่ง
ฉี่!!! ตูม!! โครม!!
"อ๊ากกกกก~"
เสียงดังสนั่น เมื่อเงาพลังปลายเล็บที่ยังคงประสิทธิภาพของกริชเพชรส่วนหนึ่ง ที่ไม่ได้ถูกเบี่ยงเบนไปหมดสิ้น กลับกระทบเกราะดวงจิตแก่นแท้ขององค์ชายเก้า แตกกระจายพร้อมกับกระแทกหน้าอกชายหนุ่ม
กระเด็นตกลงลานประลองไกลถึงสองร้อยฟุตกระอักเลือดออกมา โงหัวขึ้นมองกริชเพชรอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนที่จะสลบไสลหงายผึ่งลงกับพื้นอย่างน่าอเนจอนาถ
"ไม่!! ...เป็นไปไม่ได้? .."
เสียงหัวหน้าองครักษ์ทมิฬดังก้อง ทะยานเข้าไปโอบอุ้มองค์ชายเก้าที่นอนไม่ไหวติงเหมือนซากศพ
การต่อสู้ขององค์ชายทั้งสองบนลานประลองแม้ฟังดูแล้วจะยืดยาว แต่มันก็เกิดขึ้นไม่ถึงชั่วสิบอึดใจ ผลแพ้ชนะเกิดขึ้นเหนือความคาดหมายของคนรอบด้าน
นางข้าหลวงต่างกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจโห่ร้องแบบสุดๆ ผู้ตรวจการจิงจู ผู้เป็นตาขององค์ชาย สิบสี่ยิ้มกว้างอย่างปลาบปลื้มยินดี เขาเห็นถึงอนาคตอันสดใสของลูกสาวที่มีหลานชายเก่งกาจ
ผู้ตรวจการจิงจูมองดูแล้วว่าพลังกายอสูรขององค์ชายสิบสี่ อย่างน้อยต้องมีกายอสูรระดับ หกตอนต้นอย่างแน่นอน และพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา ก็สมบูรณ์ในระดับหกแบบเหนือชั้น
แม้คนอสูรระดับห้าอย่างมหาอำมาตย์ที่ส่งพลังฝ่ามือไปขัดขวาง ก็ไม่สามารถขจัดพลังทั้งหมดให้แตกสลายไปได้
มีเงาพลังดัชนีบางส่วนเล็ดลอดกระแทกจนองค์ชายเก้ากระอักเลือดสลบไสลกลางลานดินไป
"..."
องค์หญิงจ้าวเฟิงเขม่นตามองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า รูปร่างหน้าตาของเขาแม้ว่าสวยงามในสายตาของสตรีเพศทั่วไป แต่ก็ไม่สามารถจะดึงดูดความสนใจจากหญิงสาวยอดนักรบอย่างนางได้
แต่การกระทำที่เฉยเมยเฉยช้าไร้ชีวิตชีวาของชายหนุ่ม กลับสามารถกระแทกพลังต่อสู้ออกมา จนหญิงสาวไม่อยากเชื่อสายตาว่าเขาจะทำได้
ความสง่างามของชายหนุ่มกลับเด่นชัดประทับใจ ขึ้นบนความคิดของหญิงสาว เขาช่างเป็นผู้ชาย ที่แปลกประหลาดเหลือเกินดูแล้วธรรมดาโคตรๆ
มองดูผิวเผินไม่น่าสนใจแต่กลับทำเรื่องที่ผิดความคาดหมาย จนหญิงสาวต้องแอบอมยิ้มแบบไม่รู้ตัว
"อัมมม?!! ..ข้าไม่ได้ตั้งใจทำอะไรเขาขนาดนั้นเลยนะ.."
กริชเพชรเข้าไปดูอาการขององค์ชายเก้า เขาเกือบพลั้งมือฆ่าองค์ชายตาย องครักษ์ทมิฬเงยหน้าจ้องมองชายหนุ่มด้วยตาเขียวปั๊ด กัดฟันกรอดๆ ไม่รู้ว่าบุรุษหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะมาไม้ไหน มันช่างเป็นบุรุษที่น่ากลัวเหลือเกิน ทำหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสากับลงมือดีดนิ้วทีเดียว เล่นเอาองค์ชายเก้าเกือบตายคานิ้ว
กรอด!!
"เฮ่อ..องค์ชายสิบสี่..องค์ชายเก้าไม่เป็นอะไรข้าผู้น้อยจะดูแลเขาเอง ท่านไม่ต้องลำบากหรอก...." หัวหน้าองครักษ์ทมิฬ ที่หาเรื่องกริชเพชรตลอดเวลาบัดนี้เสียงกับอ่อนลง
หัวหน้าองครักษ์ทมิฬสัมผัสได้ถึงพลังคุกคามที่ไร้สภาพของชายผู้นี้ มันปกคลุมครอบงำจิตใจเขาอย่างไม่รู้ตัว แม้รู้ว่าพลังกายอสูรขององค์ชายสิบสี่
ไม่ได้เด่นล้ำไปกว่าเขาแต่ความเยือกเย็นใสซื่อ เหมือนกับคนโง่งม มันกลับทำให้องครักษ์ผู้โหดร้าย หนาวเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง
ไม่รู้ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้านี้ผ่านอะไรมามากมาย จึงทำให้เขาเหมือนเพชฌฆาตเงียบที่ซ่อนอยู่ในความมืด พร้อมที่จะเข่นฆ่าศัตรูได้ตลอดเวลา ในภาพลักษณ์แบบนี้
'หึ..เจ้าเก่งกาจมากองค์ชายสิบสี่..บดบังรัศมีจนข้าจับทางไม่ถูก พลาดพลั้งส่งองค์ชายเก้าไปประลองกับเจ้า จนเกือบตายคามือ เจ้าคงคิดวางแผนไว้ในใจแล้วสิ มันช่างเป็นองค์ชายที่น่ากลัวเหลือเกิน...'
มหาอำมาตย์ขมวดคิ้วเขม่นมองกริชเพชรแล้วคิดประเมินเขาใหม่ บัดนี้เขารู้ถึงความร้ายกาจ ของเด็กหนุ่มที่ดูเซ่อซ่าโง่งมตรงหน้าในวันนี้แล้ว
"ก็ขอให้ยุติแค่นี้ก็แล้วกันถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น...."
เสียงมหาอำมาตย์ดังก้องรอบบริเวณ ขณะที่เขาขยับตัวจะหันกายจากไป
"มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกมั้งท่านอมาตย์ผู้ยิ่งใหญ่ ท่านเป็นคนบอกไม่ใช่หรือว่ากฎก็คือกฎ บัดนี้องค์ชายสิบสี่ชนะองค์ชายเก้าได้อย่างใสสะอาด
ต่อไปองค์ชายเก้าก็ไม่มีสิทธิ์ ในการเข้าร่วมประลองคัดตัวองค์รัชทายาทนี่เป็นกฎผู้มีกำลัง เหนือกว่าผู้พ่ายแพ้..."
เสียงของผู้ตรวจการจิงจูกล่าวสวนขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า
"เฮ้อๆ ...ท่านจิงจูเรื่องนี้เป็นเรื่องเด็กๆ ที่ทะเลาะกันเล็กๆ น้อยๆ อย่าเอางานใหญ่ของการคัดเลือกรัชทายาทมาเกี่ยวข้องเลย องค์ชายเก้าแค่ประมาทในท่าทีซึมเซ่อขององค์ชายสิบสี่แค่นั้นเอง
เขาจึงไม่ทันระวังตัวถือว่าการประลองครั้งนี้เป็นโมฆะ ทุกอย่างสิ้นสุดไม่ต้องกล่าวถึงข้อบาดหมางทั้งสิ้น..พวกเรากลับนคร..." มหาอำมาตย์เค้นเสียงอย่างเคียดแค้นก่อนจะจากไป
"ท่านพูดอย่างนี้ก็ได้ด้วยหรือ ไร้เหตุผลสิ้นดี ถ้าเป็นหลานชายของข้าพ่ายแพ้ล่ะเจ้าจะพูดเยี่ยงไร.." แม้เสียงของผู้ตรวจการจิงจูจะดังกังวานก้องไกล
แต่มหาอำมาตย์ก็ไม่สนใจบินหายวับไปกับตา หัวหน้าองครักษ์ทมิฬอุ้มองค์ชายเก้าเข้าเมืองไปแบบทุลักทุเล
"ขอแสดงความยินดีกับองค์ชายสิบสี่ด้วย น้องท่านมีความสามารถซ่อนเร้นได้มิดชิดจนพี่สาวคนนี้ ต้องห่วงกังวลเจ้านี่ช่างร้ายกาจจริงๆ ..."
เสียงองค์หญิงจ้าวเฟิงกกระแนะกระแหนกริชเพชรพร้อมกับ เดินมาตบไหล่เขา ลักษณะท่าทางของนางเป็นเหมือนนักรบ ความอ่อนหวานจึงไม่ค่อยปรากฏให้เห็น ความห้าวหาญต่างหากที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของนาง
"หัวหน้าองครักษ์ทมิฬคงจะไม่กล้าเหิมเกริมอีกนาน ข้าในฐานะหัวหน้าองครักษ์ชั้นเจ้าคงจะสบายกายสบายใจไปอีกนาน...."เสียงของนางหัวเราะเสียงขรมมองชายหนุ่มพูดอย่างเปิดเผย
"คารวะองค์หญิง..ข้าผู้น้อยไม่บังอาจเทียบชั้นกับองค์ชายเก้าได้หรอก มันเป็นแค่ความบังเอิญ เขาไม่ได้ทันระวังตัวจึงได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย..." กริชเพชรพยายามพูดด้วยรอยยิ้ม
"เฮ้อ ๆ นี่เขาเรียกว่าดวงดีเหรอ..เจ้าอัดองค์ชายเก้ากระเด็นไปเกือบสองร้อยฟุตมันไม่บังเอิญหรอก เขาไม่ใช่กระจอกนะกายอสูรของเขาระดับสมบูรณ์อีกครึ่งก้าวก็จะสู่ขั้นที่หกแล้ว เจ้าต้องมีพลังกายอสูรสูงกว่าเขาอีกหนึ่งขั้น จึงสามารถเป่าองค์ชายเก้ากระเด็นไปไกลได้ขนาดนั้น เจ้าอย่ามาแหกตาข้าเลย ข้าไม่ใช่เด็กอ่อนหัดหรอกนะ.."
เสียงองค์หญิงจ้าวเฟิงทุ่มหนัก มองหน้าชายหนุ่มนางรู้สึกไม่พอใจ ที่กริชเพชรบังอาจโป้ปดซึ่งๆ หน้ากับนาง
'อัมมม..ปวดหัวทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่างยังไม่ได้ทำอะไรเลย เฮ้ย..มันกากอ่อนจะโทษอะไรข้าแค่ดีดนิ้วทีเดียวก็กระเด็นไป'
กริชเพชรคิดในใจหันไปมองหน้าหนิงหนิง
นางยิ้มแหยๆ นางรู้จักนิสัยของนายน้อยของนางดี เขาไม่ได้มีเจตนาทำร้ายองค์ชายเก้าจริงๆ เพียงแต่กายอสูรของเขาและพลังดวงจิตแก่นแท้ของชายหนุ่ม มันบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งเจือปนจนส่งพลังสังหารออกมาแบบเหนือชั้น อย่างที่นางเคยบอกกริชเพชรไว้แล้วว่าแม้แต่เทพอสูรระดับหนึ่ง ก็อาจต่อสู้กับนายน้อยของนางได้แค่เสมอกันเท่านั้นเอง
ดูจากฤทธานุภาพที่เขาเข่นฆ่าภูตอสูรหนอนปีศาจซึ่งอยู่ในระดับเทพอสูรขั้นห้ามาแล้ว เขาย่อมไม่ธรรมดา
นางก็ไม่ได้รับรู้ถึงการต่อสู้ในครั้งนั้นจึงไม่สามารถเข้าใจได้ว่า ชายหนุ่มทำยังไงถึงกำจัดภูตหนอนอสูรปีศาจตัวนั้นได้
"หลานข้าเราไปหาเสด็จแม่ของเจ้ากันเถอะ นางคงใจร้อนกระวนกระวายอยู่ที่ตำหนักแล้ว นางเห็นเจ้ากลับไปคงจะหายจากการประชวรตลอดหนึ่งปีมานี้ นางคิดถึงแต่พวกเจ้าจนล้มป่วยกระเสาะกระแสะ ข้าดีใจเหลือเกินที่จะได้ธิดาคนเดียวของข้า ฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาใหม่เสียที..."
เสียงของผู้ตรวจการใหญ่จิงจูแห่งนครอสูรวารีน้ำจืด หันไปตบไหล่กริชเพชรที่ยืนหน้างงงวย มองดูคนนั้นคนนี้อย่างทำตัวไม่ถูก พยักหน้ารับ
'หนิงหนิงกลับไปอยู่ในดวงจิตแก่นแท้ของข้าก่อนเถอะเราจะเข้าวังกัน..'
กริชเพชรพูดพร้อมกับส่งหนิงหนิงกลับเข้าไปอยู่ในดวงจิตแก่นแท้ของตน แล้วเดินตามหลังผู้ตรวจการจิงจูไปแบบงงงวย
.............................................................................................................................................................................................